Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวธุรกิจ Business

ข่าวดีเชียงราย! รัฐบาลขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นทางการ จาก 11.00 น. ถึง 24.00 น.

ปลดล็อกช่วงเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น. อย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมมาตรการคุมเข้มเมาไม่ขับ

Naree Srisuk

Published

on

ประเทศไทยขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นทางการจาก 11:00 น. ถึงเที่ยงคืน (24:00 น.)

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย– นับเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อนุมัติการปรับเปลี่ยนเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ โดยอนุญาตให้ร้านค้า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. จนถึงเที่ยงคืน (24.00 น.) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่า “ช่วงเวลาห้ามขายในตอนบ่าย” หรือระหว่าง 14.00 น. ถึง 17.00 น. ที่คนไทยคุ้นเคยกันมานานกว่า 50 ปี ได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว

รายงานจากสื่อชั้นนำอย่าง Bangkok Post ระบุว่า ประกาศฉบับนี้ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งถือเป็นการยกเลิกข้อบังคับห้ามจำหน่ายเดิมที่เคยประกาศไว้เมื่อปลายปี 2568 อย่างสมบูรณ์

จากช่วงทดลอง 180 วัน สู่การบังคับใช้จริง

หากย้อนกลับไป กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงบ่าย (14.00-17.00 น.) ถูกบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยมีจุดประสงค์ดั้งเดิมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการดื่มสุราในเวลางาน อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป กฎหมายนี้ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ

ในเดือนธันวาคม 2568 รัฐบาลได้ริเริ่มโครงการทดลองยกเลิกช่วงเวลาห้ามขายดังกล่าวเป็นเวลา 180 วัน เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อครบกำหนดทดลองในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ผลปรากฏว่าการปลดล็อกนี้ช่วยกระตุ้นยอดขายและการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวได้จริง คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้ขยายเวลาการขายเป็นการถาวร

สรุปสาระสำคัญของกฎหมายใหม่

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของการขยายเวลา แต่ยังมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขบางประการที่ผู้ประกอบการและประชาชนควรทราบ ข้อมูลอ้างอิงจาก Time Out Bangkok ได้สรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้:

  • เวลาจำหน่ายใหม่: อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ต่อเนื่องตั้งแต่ 11.00 น. – 24.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นวันพระใหญ่และวันสำคัญทางศาสนาที่ยังมีข้อห้ามตามเดิม)
  • สถานที่ที่ได้รับการยกเว้น: พื้นที่บางแห่งสามารถจำหน่ายนอกเหนือเวลา 11.00-24.00 น. ได้ เช่น อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติ โรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และสถานบริการที่ตั้งอยู่ในโซนอนุญาตพิเศษ (เช่น เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก)
  • ครอบคลุมทุกธุรกิจ: ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และบาร์ สามารถให้บริการลูกค้าได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหยุดพักบิลในช่วงบ่าย

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว

หลังจากมีการประกาศอย่างเป็นทางการผ่านราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวต่างออกมาแสดงความยินดี โดยหลายฝ่ายมองว่านี่คือ “การปลดล็อก” ที่รอคอยมานาน การมีช่วงเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น. เคยสร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก หลายครั้งที่พนักงานร้านอาหารต้องคอยอธิบายและปฏิเสธการสั่งเครื่องดื่มของลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารมื้อสาย (Brunch) หรือมื้อบ่าย ซึ่งทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้

ในส่วนของนักท่องเที่ยว การขยายเวลาขายช่วยเพิ่มความสะดวกสบายอย่างเห็นได้ชัด การเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ สักกระป๋องในช่วงบ่ายแก่ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอเวลาอีกต่อไป ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรวมมีความผ่อนคลายและเป็นมิตรกับผู้มาเยือนมากขึ้น

การรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและความปลอดภัยทางสังคม

แม้การขยายเวลาขายแอลกอฮอล์จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของความปลอดภัยทางสังคม การประกาศกฎหมายใหม่นี้มาพร้อมกับมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นในจุดที่เปราะบาง โดยเฉพาะ:

  • การป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน: ร้านค้าต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รณรงค์เมาไม่ขับ: มีการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์และเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับ เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
  • ควบคุมพื้นที่ห้ามดื่ม: แม้จะซื้อได้ง่ายขึ้น แต่การดื่มในสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และสถานศึกษา ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

การที่ประเทศไทยตัดสินใจขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็น 11.00 น. ถึงเที่ยงคืนแบบไร้รอยต่อนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของภาคการท่องเที่ยวที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลังจากนี้คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน

จุดจบอันน่าเศร้าของทารกวัย 8 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ในป่าหลังพ่อแม่ทะเลาะกัน

โลหะหนักที่เป็นพิษคุกคามพื้นที่เกษตรกรรม 60,000 ไร่ในจังหวัดเชียงราย

 

ข่าวธุรกิจ Business

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

PR News

Published

on

By

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

 

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการพักผ่อนริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น นำเสนอโปรโมชั่น บัตรกำนัลราคาดีที่สุดแห่งปี ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” โดยเปิดให้จองรอบ Pre-Sale ออนไลน์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 สิงหาคม 2569 ก่อนเข้าพบกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ G36 ระหว่างวันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2569

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่ง<a href=ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ครั้งที่ 79" width="350" height="233" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2.png 309w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2-300x200.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /> โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

ไฮไลต์โปรโมชั่นห้องพักสุดพิเศษ (สำหรับเข้าพักวันนี้ – 31 มี.ค. 2570):

  • ห้องดีลักซ์ การ์เดนวิว: ราคาเริ่มต้นเพียง 2,999 บาทสุทธิ / คืน (ส.ค. – 30 ก.ย. 2569) และ 3,499 บาทสุทธิ / คืน (1 ต.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2570)
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติม:
    • รับสิทธิ์ซื้อบุฟเฟต์อาหารเช้าราคาพิเศษเพียง 399 บาทสุทธิ / 2 ท่าน
    • เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เข้าพักร่วมกับผู้ปกครองฟรีสูงสุด 2 ท่าน
    • ข้อเสนอพิเศษสุด: เมื่อเข้าพักภายในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2569 รับ รีสอร์ทเครดิต 300 บาทสุทธิ / คืน สำหรับใช้บริการห้องอาหารและสปา

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79 โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

แพ็กเกจสปา และผ่อนคลาย ณ ภาวาตี สปา:

  • บัตรกำนัล ภาวาตี สปา: ราคาเพียง 1,199 บาทสุทธิ / ท่าน สำหรับนวดดีพทิชชู่ นวดสวีดิช หรือนวดอโรมา 60 นาที (ใช้ได้ถึง 31 มี.ค. 2570)
  • บัตรกำนัล One Day Pass Retreat: ราคา 2,899 บาทสุทธิ / 2 ท่าน รวมนวดไทยหรือนวดอโรมา 60 นาที ที่ภาวาตี สปา พร้อมชุดชายามบ่าย 1 เซ็ต ที่ห้องอาหารฟาโวล่า

ช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (วันนี้ – 25 ส.ค. 2569):

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร. 053 603 333 อีเมล rsvn.chiangrai@lemeridien.com หรือ LINE @lmchiangrai

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกแมริออท บอนวอย®: สมัครฟรีได้ที่ https://bit.ly/lmcrpr

เกี่ยวกับ เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ถือกำเนิดขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่การเดินทางเต็มไปด้วยเสน่ห์และความหรูหรามีสไตล์ แบรนด์ยังคงเฉลิมฉลองเสน่ห์ของวัฒนธรรมจากทั่วโลกผ่านกลิ่นอายแบบยุโรปที่สะท้อนวิถีการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม ปัจจุบัน เลอ เมอริเดียน มีโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 120  แห่งในมากกว่า 35 ประเทศและเขตปกครอง ครอบคลุมจุดหมายปลายทางตั้งแต่มัลดีฟส์ถึงโมนาโก และตั้งแต่ซานตา โมนิกาไปจนถึงมณฑลเสฉวน ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lemeridien.com หรือติดตามเราทาง เฟสบุ๊กอินสตาแกรม และ เอ็กซ์

เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ แมริออท บอนวอย® (Marriott Bonvoy®) โปรแกรมการเดินทางระดับโลกจาก Marriott International  ซึ่งมอบพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ประสบการณ์สุดพิเศษผ่าน แมริออท บอนวอย โมเมนต์ (Marriott Bonvoy Moments) และสิทธิประโยชน์เหนือระดับ อาทิ คืนเข้าพักฟรี และการยกระดับสถานะสมาชิก อีลิท (Elite) สมัครสมาชิกฟรีหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม ได้ที่ marriottbonvoy.com

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

 

Continue Reading

ข่าวธุรกิจ Business

เชียงรายเดินหน้า “หมอหนี้ชุมชน” กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – วันที่ 4 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ก้าวไปอีกขั้นในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” อย่างเป็นทางการ งานนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชนทั่วจังหวัดเข้าร่วมถึง 120 คน

ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน การแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องสร้างความรู้ด้านการจัดการเงิน การวิเคราะห์หนี้ และปลูกฝังวินัยการออมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว

ประเด็นสำคัญ

  • การเปิดตัวโครงการ: เชียงรายเริ่มโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
  • ความร่วมมือระดับจังหวัด: หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินหลายแห่งจับมือกันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรในชุมชน
  • เป้าหมายหลัก: มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการเงิน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

โครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาจังหวัดเชียงราย สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พวกเขาร่วมกันฝึกอบรมและพัฒนา “หมอหนี้ชุมชน” ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น หมอหนี้เหล่านี้จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยชาวบ้านวางแผนจัดการหนี้สินได้อย่างเหมาะสม

การทำงานร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น เมื่อผู้นำชุมชนมีความรู้ พวกเขาก็สามารถส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องให้เพื่อนบ้านได้ วิธีนี้ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงคำปรึกษาได้ง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น ชุมชนจึงมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ดีขึ้น

เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

เป้าหมายหลักและการสร้างเครือข่ายที่มั่นคง

เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการสร้างเครือข่ายจัดการหนี้ที่เข้มแข็งในระดับหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายแข็งแรง ความมั่นคงทางการเงินของชุมชนก็จะตามมา โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทุกคนจะได้มีชีวิตที่มั่นคงและสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างยั่งยืน การมีสุขภาพการเงินที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

วิธีการทำงานของหมอหนี้ในพื้นที่

เมื่อผ่านการอบรมแล้ว หมอหนี้ชุมชนจะลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาของลูกบ้านในแต่ละชุมชน พวกเขาจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์หนี้ที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญของหนี้สิน จากนั้นจะร่วมกันวางแผนการจ่ายเงินคืนที่สอดคล้องกับรายได้ของแต่ละครอบครัว

การให้คำปรึกษาจะเป็นไปอย่างเป็นความลับและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดของลูกหนี้ลงได้มาก ชาวบ้านจะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยถึงปัญหาของตนเอง แทนที่จะหันไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูง

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการเปิดใจของชาวบ้านและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าสู่การเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืนให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ต่อไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก “สุราษฎร์ธานีเกมส์”

 

Continue Reading

ข่าวธุรกิจ Business

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

ฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ">เชียงใหม่ – กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แห่ง ร่วมกันจัดงาน “วิจิตรภูษา ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ แพรพรรณท้องถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านสิ่งทอ และนำความรู้ไปช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและผลงานวิจัยด้านสิ่งทออย่างยิ่งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ งานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือการนำความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน

นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอของไทย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกยุคใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
  • มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาพัฒนาผ้าทอไทย เพื่อสร้างรายได้จริงให้ชุมชนท้องถิ่น
  • มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แฟชั่นโชว์ การเสวนา และร้านขายสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

เกิดอะไรขึ้นในงานนี้?

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จับมือกับเพื่อนมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง จัดงานใหญ่นี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่ร่วมจัดงานได้แก่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิบูลสงคราม และเพชรบูรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานมากมายที่ได้จากการลงพื้นที่วิจัยจริงๆ ของอาจารย์และนักศึกษา

ในวันเปิดงาน มีผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงความตั้งใจของงาน งานนี้ช่วยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับชาวบ้านเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่น่าสนใจอย่างการเสวนาเรื่องการปรับตัวของผ้าไทยในยุคปัจจุบัน และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ แฟชั่นโชว์ชุด “มรดกโขน ผ้าทอพิษณุโลก สู่ชุดพระราชทาน” แสดงให้เห็นถึงการนำผ้าทอท้องถิ่นมาตัดเย็บได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อชุมชน?

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปเพื่อขายของ แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้าน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำความรู้สมัยใหม่มาช่วยชาวบ้านทำงาน การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

นายดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวว่า การเล่าเรื่องราวหรือประวัติความเป็นมาของผ้าแต่ละผืน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราต้องสอนให้เยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่รู้จักการทำการตลาดแบบบอกเล่าเรื่องราว สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากขึ้นกว่าเดิม

หากเราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความเก่งกาจดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ผ้าทอไทยก็จะไม่ใช่แค่ของฝากตามเทศกาลอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาสูง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?

กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการผลิตผ้าให้มีสีสันสวยงามและใช้งานได้ทนทานมากขึ้น กลุ่มที่สองคือนักศึกษาและอาจารย์ ที่ได้นำทฤษฎีจากในห้องเรียนมาทดลองแก้ปัญหาจริงในพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้บริโภคหรือผู้ที่มาร่วมงานก็จะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสอนทำงานฝีมือให้ผู้ที่สนใจได้ลองทำด้วยตัวเอง ถือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและได้ลงมือทำจริง

ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย คุณจะได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเล่นดนตรีพื้นบ้าน และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเป็นกันเอง

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคืออะไร?

ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากงานนี้ จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือต่อไป มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งยืนยันที่จะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะช่วยดูแลตั้งแต่การออกแบบลายผ้า ไปจนถึงการหาช่องทางขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน

การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และชาวบ้าน จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศ หากคุณสนใจอ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงานวิจัยมาช่วยชุมชน สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สำหรับใครที่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ยังคงเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน คุณสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ที่ลาน GRAND HALL 03 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้สนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ค้างชำระค่าปรับจราจรในประเทศไทย? บอกลาป้ายภาษีประจำปีของคุณได้เลย!

คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงของประเทศไทย: พื้นที่สีแดงเผชิญอุทกภัยและภัยแล้งรุนแรง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending