ข่าว - News
อุบัติเหตุทางถนนสุดสยองคร่าชีวิตเด็กชายวัย 2 ขวบในลำปาง
ลำปาง – เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์สุดสยองบนถนนลำปาง-งาโอ (มุ่งหน้าไปทางเหนือ) ที่กิโลเมตรที่ 717 ใกล้บ้านโป่งวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง นายเดช อายุ 57 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขับรถกระบะชนเข้ากับรถยนต์ที่จอดอยู่
แรงกระแทกทำให้รถยนต์ไถลไปชนครอบครัว 3 คน คือแม่และลูกชายวัย 2 ขวบ ที่กำลังเดินจูงมือกันอยู่ริมถนน แม่และลูกชายถูกเหวี่ยงลอยขึ้นไปในอากาศสูงถึง 15 เมตร อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้ “น้องเทอร์มฟาน” เด็กชายวัย 2 ขวบเสียชีวิตจากบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรงและเสียเลือดมาก แม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงขาหักสองแห่ง ขณะที่พ่อได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
นายอำเภอเมืองลำปางได้สั่งให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยอย่างจริงจังทันที พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมและพิจารณาปลดออกจากตำแหน่ง หากพบว่าข้อกล่าวหาในสำนักข่าว Manager Online เป็นความจริง
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- เหตุการณ์สะเทือนใจ: ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านขับรถกระบะชนท้ายรถเก๋งที่จอดข้างทาง แรงกระแทกส่งผลให้รถเก๋งพุ่งชนครอบครัวสามพ่อแม่ลูกที่เดินอยู่ริมถนน ร่างแม่ลูกกระเด็นไกล 15 เมตร
- ความสูญเสีย: “น้องเติมฝัน” หนูน้อยวัย 2 ขวบ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลจากอาการเลือดออกในร่างกายไม่หยุด ขณะที่แม่ขาหักสองท่อนต้องผ่าตัดซ้ำ ส่วนพ่อเข่าแตกจากการวิ่งไปช่วยลูก
- คำให้การของคนขับ: นายเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี อ้างว่าตนเองมีโรคประจำตัวและเกิดอาการ “วูบ” ขณะขับขี่ ปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มสุรา แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า พ.ร.บ. รถยนต์ขาดอายุ
- ท่าทีจากส่วนกลาง: นายอำเภอเมืองลำปางสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเตรียมไล่ออก ย้ำชัดเจนห้ามมิให้ผู้ใดพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดเด็ดขาด
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ครอบครัวผู้เสียหายกำลังเดินจูงมือกันอยู่ริมถนน เพื่อจะเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านซ่อมไฟใกล้กับร้านกาแฟริมทาง แต่ในจังหวะนั้น รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ซึ่งมีนายเดชเป็นคนขับ ได้พุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋งที่จอดอยู่อย่างจัง
แรงอัดมหาศาลทำให้รถเก๋งพุ่งทะยานไปข้างหน้าและกระแทกเข้ากับร่างของคุณเมย์ (ผู้เป็นแม่) และน้องเติมฝัน ลูกชายวัย 2 ขวบ จนร่างลอยขึ้นฟ้าตกกระแทกพื้นห่างออกไปถึง 15 เมตร ฝ่ายคุณพ่อหลบได้หวุดหวิด แต่ด้วยความตกใจและรีบวิ่งไปดูอาการของลูกชายและภรรยา ทำให้ล้มลงจนหัวเข่าแตก
ต่อมาในเวลา 02.25 น. ของวันที่ 9 มิถุนายน 2569 แพทย์ได้แจ้งว่าน้องเติมฝันได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว มีเลือดออกในอวัยวะภายในอย่างรุนแรง ส่วนคุณเมย์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยอาการขาหัก 2 ท่อน ซึ่งแพทย์ระบุว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง
คนขับอ้างโรคประจำตัวทำ “วูบ” ผลตรวจแอลกอฮอล์ยังต้องรอ
ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน นายเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง โดยเจ้าตัวได้ให้การภาคเสธและกล่าวแสดงความเสียใจสั้นๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายเดชระบุว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร แต่เนื่องจากมีโรคประจำตัวจึงเกิดอาการวูบหมดสติไปในระหว่างขับรถ พร้อมทั้งยืนยันว่าตนเองไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์มาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากล่าวหาเบื้องต้นในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหาย” ส่วนข้อหาขับรถในขณะมึนเมาสุรานั้น ยังคงต้องรอผลการตรวจเลือดอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาลอีกครั้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถกระบะคันที่ก่อเหตุนั้น พ.ร.บ. รถยนต์ขาดอายุใช้งานแล้ว ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป
นายอำเภอสั่งลุยชนไม่เลี้ยง เตือนพวกคิดบิดเบือนคดีให้หยุด
หลังเกิดเหตุ นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า นายเดช ผู้ก่อเหตุ ยังคงมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จริง ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน ทางอำเภอเมืองลำปางจึงพร้อมที่จะดำเนินคดีและสอบสวนทางวินัยอย่างตรงไปตรงมาที่สุด โดยไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน
“ผมขอเตือนไปยังบุคคลใดก็ตามที่พยายามจะเข้ามาช่วยเหลือผู้ก่อเหตุในทางคดี ขอให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายอย่างเท่าเทียม อย่าพยายามสร้างเรื่องบิดเบือนข้อเท็จจริง อำเภอเมืองลำปางจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่” นายอำเภอเมืองลำปางกล่าวเน้นย้ำ
นอกจากนี้ นายอำเภอเมืองลำปางยังได้เดินทางไปเยี่ยมและมอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวให้กับคุณเมย์ที่โรงพยาบาล พร้อมสั่งกำชับให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้ามาเร่งรัดดูแลเรื่องค่าสินไหมทดแทนและการเยียวยา แม้ว่า พ.ร.บ. รถยนต์ของผู้ก่อเหตุจะขาดอายุก็ตาม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและให้ญาติต่างๆ สามารถรับร่างของน้องเติมฝันไปประกอบพิธีทางศาสนาได้โดยเร็วที่สุด
ข่าวลำปางที่กำลังเป็นที่นิยม
รถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟราคา 500,000 บาท ในจังหวัดลำปาง
ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่
ข่าว - News
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีคนตกลงไปในหลุมลึกบริเวณใกล้น้ำตกป่าหวาย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่มรื่นและสวยงาม จุดเกิดเหตุเป็นทางเดินชมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่กลับกลายเป็นสถานที่จบชีวิต เมื่อมีชายคนหนึ่งตัดสินใจกระโดดลงไปในหลุมลึกต่อหน้าผู้คน
หลุมดังกล่าวมีความลึกมากถึง 50-60 เมตร และยังมีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังจากชายคนนี้ตกลงไป เขาไม่ได้กลับขึ้นมาอีกเลย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงคาดการณ์ตั้งแต่ต้นว่าเขาอาจจะเสียชีวิตแล้ว หน่วยกู้ภัย สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ทันที
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 30 ปี เสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง หลังกระโดดลงหลุมลึกกว่า 50 เมตร ที่น้ำตกป่าหวาย
- สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาความรักที่ไม่สมหวัง เนื่องจากทั้งคู่เป็นญาติใกล้ชิดที่มีนามสกุลเดียวกัน
- ทีมกู้ภัยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและเชือกสลิงยาวพิเศษ เพื่อโรยตัวลงไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตด้วยความยากลำบาก
การนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย นายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด ได้สั่งการด่วนให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์กู้ชีพครบมือ มาร่วมภารกิจกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด การทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อันตราย
นอกจากนี้ ทีมงานต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการปีนเขา โรยตัวลงไปในหลุมลึกพร้อมกับเชือกสลิงยาว พวกเขาทำงานด้วยความระมัดระวัง จนในที่สุดก็สามารถนำเปลรัดร่างของผู้เสียชีวิตดึงขึ้นมาได้สำเร็จ ผู้ตายเป็นชายหนุ่มอายุ 30 ปี ชาวตำบลคีรีราษฎร์ สวมเสื้อยืดและกางเกงสีน้ำเงิน สภาพศพบ่งบอกถึงการกระแทกกับพื้นหลุมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป
ปมรักต้องห้ามที่จบลงด้วยน้ำตา
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คือเรื่องราวความรักที่แสนเศร้า ผู้ตายมีความรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ไม่สามารถคบกันได้ เนื่องจากทั้งคู่มีนามสกุลที่ใกล้เคียงกันและเป็นญาติใกล้ชิดกัน ทั้งสองคนจึงพากันมาเที่ยวที่อุทยานฯ เพื่อพูดคุยปรับทุกข์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตรักที่ไม่มีทางออก
เชื่อกันว่าทั้งคู่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยกันเพื่อหนีปัญหา ฝ่ายชายกระโดดลงไปในหลุมลึกและเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงไม่ได้ตามลงไป เธอทำได้เพียงร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกอยู่ริมหลุมและรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกคน ความผิดหวังในเรื่องความรักเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม การหาทางออกด้วยการจบชีวิตไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อปิดคดีและมอบความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
ข่าว - News
ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญเกิดขึ้นที่ สปป.ลาว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ กลุ่มคนร้ายเหิมเกริมถึงขั้นใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางแบบไร้ร่องรอย
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ทั้งเครื่องบินและยาเสพติดมูลค่ามหาศาล พร้อมรวบตัวผู้ต้องหาได้ถึง 13 ราย ข้อมูลเชิงลึกจาก MGR Online ระบุว่ามีทั้งนักบินและเจ้าหน้าที่สนามบินเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจลาวบุกยึดเครื่องบินส่วนตัวที่ลักลอบขนยาไอซ์กว่า 521 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางถึง 21 ใบ
- เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ต้องหาได้ 13 ราย ประกอบด้วยนักบิน ชาวต่างชาติ และพนักงานของท่าอากาศยานหลวงพระบาง
- เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดีที่แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ตำรวจสามารถซ้อนแผนจับกุมได้ทันก่อนเครื่องบินขึ้น
เบาะแสสำคัญจากพลเมืองดี
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้มาจากข้อมูลลับของพลเมืองดี เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงหลวงพระบางได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญ ข้อมูลระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเส้นทางอากาศ
ขบวนการนี้วางแผนใช้เครื่องบินส่วนตัวบินตรงจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมารับยาเสพติดที่เมืองหลวงพระบาง ตอนแรกคนร้ายกำหนดวันก่อเหตุไว้ในวันที่ 26 กันยายน แต่ต่อมาได้เลื่อนแผนการเป็นวันที่ 1 ตุลาคมแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ลดความพยายามลงแต่อย่างใด
ตำรวจลาวได้จัดกำลังเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลการบินอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสืบทราบว่าเครื่องบินเป้าหมายรหัส N73GP จะเดินทางออกจากต้นทางในเวลา 11.30 น. และมีกำหนดการเดินทางมาถึงสนามบินหลวงพระบางในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น.
นาทีจับกุมกลางรันเวย์
เมื่อเครื่องบินลำดังกล่าวร่อนลงจอดตามเวลาที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงตึงเครียด รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คันได้ขับมาจอดที่บริเวณด้านหน้าของท่าอากาศยาน จากนั้นพนักงานของสนามบินได้ช่วยกันนำกระเป๋าเดินทางจำนวน 23 ใบลงจากรถ
กระเป๋าทั้งหมดถูกเข็นผ่านเครื่องเอกซเรย์ของสนามบินอย่างแนบเนียน ก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นไปบนเครื่องบินส่วนตัวที่จอดติดเครื่องรออยู่อย่างรวดเร็ว เมื่อโหลดสัมภาระเสร็จสิ้น รถบรรทุกทั้งสองคันก็รีบขับออกไปจากพื้นที่สนามบินทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษจากกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทาจึงไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นกระเป๋าทั้งหมดบนเครื่องบิน ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นแบบฉิวเฉียดก่อนที่เครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสิ่งที่พบซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อพบว่าในกระเป๋าจำนวน 21 ใบเต็มไปด้วยถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงเหล่านี้ถูกประทับด้วยโลโก้รูปปลาทองเหมือนกันทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ
เปิดกระเป๋าเจอยานรกล็อตใหญ่
เมื่อเปิดดูภายในถุง พบว่าเป็นยาเสพติดประเภทไอซ์รวมจำนวนทั้งหมด 500 ห่อ ยาเสพติดล็อตนี้มีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 521 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบที่เหลือเป็นเพียงของใช้ส่วนตัวทั่วไปที่นำมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
หลักฐานที่ชัดเจนและมัดตัวแน่นหนานี้ ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คนในที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหามีทั้งนักบิน ผู้ช่วยนักบิน และนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติอีกหนึ่งคน
นอกจากนี้ยังมีพนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมอีก 3 คน และที่น่าตกใจที่สุดคือมีพนักงานของท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางร่วมขบวนการด้วยถึง 7 คน ทุกคนถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย
นอกเหนือจากยาไอซ์กว่าครึ่งตันและเครื่องบินส่วนตัวแล้ว ตำรวจยังสามารถติดตามยึดรถกระบะสีขาวได้อีก 1 คันเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการลาวในการกวาดล้างยาเสพติด และจะมีการเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ
ข่าว - News
เจ้าหน้าที่กู้ภัยตกตะลึงหลังจากสุนัขที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญและน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน้ำท่วมกำแพงเพชรวิกฤต! น้ำล้นคลองซัดบ้านจม คนหนีขึ้นหลังคา">กำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปช่วยเก็บซากสุนัขที่เสียชีวิตแล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อสุนัขตัวดังกล่าวฟื้นคืนชีพขึ้นมาบนรถกู้ภัย คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “น้ำตา คนเลว” พร้อมข้อความว่า “#ช่วยด้วย!ระทึกกลางวันแสกๆกู้ภัยโดนผีหลอก” วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเข้าชมสูงถึง 4 ล้านครั้งภายในชั่วข้ามคืน
นายธีระ พึ่งพัฒน์ อายุ 53 ปี อาสาสมัครกู้ภัย เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. บริเวณหมู่ 1 ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ทีมงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ช่วยนำร่างสุนัขเพศผู้ที่นอนตายนอกบ้านไปฝัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าสุนัขตัวอ่อนปวกเปียกและไม่มีการตอบสนองใดๆ จึงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้วอย่างแน่นอน และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของ หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร ต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปเก็บร่างสุนัขที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้วเพื่อนำไปฝังตามธรรมชาติ
- สุนัขฟื้นคืนชีพและลุกขึ้นยืนบนรถกู้ภัยหลังจากถูกห่อด้วยผ้าขาวเพียง 5 นาที
- คลิปเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล มียอดผู้เข้าชมทะลุ 4 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพสุนัข พวกเขาได้ใช้ผ้าขาวดิบห่อร่างของมันอย่างมิดชิด จากนั้นจึงยกขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเตรียมนำไปฝัง แต่หลังจากรถออกเดินทางไปได้เพียง 5 นาที เหตุการณ์ชวนขนลุกก็เกิดขึ้น จู่ๆ สุนัขที่ถูกห่อผ้าไว้ก็ฟื้นลุกขึ้นมายืนบนรถโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ วินาทีนั้นอาสาสมัครกู้ภัยที่นั่งอยู่ท้ายรถต่างตกใจสุดขีด
กระแสไวรัลและการตอบรับจากโซเชียล
หลายคนยอมรับว่าตกใจจนคิดว่าโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ จึงรีบตะโกนบอกให้คนขับจอดรถทันที เมื่อคนขับจอดรถและเดินมาเปิดท้ายกระบะ สุนัขตัวดังกล่าวก็กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงและตกตะลึงให้กับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะต่างมั่นใจว่าสุนัขหยุดหายใจไปแล้วก่อนหน้านี้
นายธีระยอมรับว่า นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตการทำงานกู้ภัยที่เจอเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ หลังจากตั้งสติได้ ทีมงานจึงนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปโพสต์ลงในกลุ่มโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและแชร์คลิปออกไปอย่างกว้างขวาง
บางคนรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของกู้ภัย ในขณะที่หลายคนรู้สึกยินดีที่สุนัขตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป หากพบสัตว์ที่ดูเหมือนเสียชีวิต ควรตรวจสอบการหายใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเสมอ ท้ายที่สุดนี้ ทีมกู้ภัยก็ยังคงได้รับคำชื่นชมในความทุ่มเทช่วยเหลือสังคมแม้จะต้องเจอกับเรื่องชวนตกใจก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! ชายคนหนึ่งยอมมอบตัวตำรวจหลังจากลากสุนัขไปไกล 2 กิโลเมตร
รวบแก๊งโจ๋หญิงกำแพงเพชร รุมทำร้ายเด็ก 13 มอบตัวแล้ว
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

