Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่หลบหนีถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญในอพาร์ตเมนต์ที่เชียงใหม่

Published

on

ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่หลบหนีถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญในอพาร์ตเมนต์ที่เชียงใหม่

ฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ">เชียงใหม่ – เหตุการณ์อาชญากรรม">อาชญากรรมมักทิ้งร่องรอยของความสูญเสียและคำถามไว้เบื้องหลังเสมอ โดยเฉพาะคดีที่สะเทือนขวัญชุมชนอย่างกรณีการฆาตกรรมหญิงสาวชาวไทใหญ่ และนำศพไปซ่อนไว้ในห้องน้ำของหอพักแห่งหนึ่งในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คดีนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปิดคดีนี้ลงได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการประสานงานข้ามพรมแดนจนสามารถจับกุมนาย “จายสู้” ผู้ต้องหาที่พยายามหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้านได้สำเร็จ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ ลำดับเวลา และเบื้องหลังการทำงานของเจ้าหน้าที่ ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงและเรียบเรียงจากรายงานข่าวของ MGR Online

หากย้อนกลับไปในคืนวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ทุกอย่างเริ่มต้นจากการนัดพบปะกันธรรมดา ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันไปสู่โศกนาฏกรรม โดยสามารถสรุปลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้:

  • ช่วงเย็น: นายจายสู้ อายุ 46 ปี สัญชาติเมียนมา (ผู้ต้องหา) กำลังทำงานขายถั่วและน้ำอ้อยอยู่ที่ตลาดป่าข่อย จากนั้นผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์มาหาและชักชวนให้ดื่มเบียร์ด้วยกัน
  • เวลา 20.30 น.: นายจายสู้ขับรถจักรยานยนต์ไปรับผู้เสียชีวิตที่หอพักบริเวณย่านแม่โจ้
  • เวลา 21.00 น.: ทั้งคู่เดินทางมาถึงหอพักของนายจายสู้ในย่านตำบลสันผีเสื้อ ผู้เสียชีวิตเริ่มดื่มเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในขณะที่ตัวนายจายสู้เองระบุว่าตนไม่ได้ดื่มด้วย
  • จุดเปลี่ยนของคืนนั้น: หลังจากการพูดคุย เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง นำไปสู่การลงมือทำร้ายร่างกายจนฝ่ายหญิงเสียชีวิตในที่สุด จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากศพไปซ่อนไว้ในห้องน้ำ เก็บเสื้อผ้าส่วนตัว 2-3 ชุด และหลบหนีออกจากพื้นที่ไปภายในเวลาเพียง 10 นาที

ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่หลบหนีถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญในอพาร์ตเมนต์ที่เชียงใหม่

คำสารภาพและปมสังหารที่คาดไม่ถึง

หลังจากที่ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง (สภ.แม่ปิง) จังหวัดเชียงใหม่ นายจายสู้ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งเปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจที่นำไปสู่การฆาตกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความตกตะลึงให้กับหลายคน

ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า แม้ตนเองจะมีสภาพร่างกายเป็นผู้ชาย แต่ลึกๆ แล้วจิตใจเป็นผู้หญิง ในคืนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้พยายามคะยั้นคะยอและตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่ยอมรับเธอเป็นภรรยา และพยายามกดดันให้เขามีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่เขาได้ยืนกรานปฏิเสธไปอย่างชัดเจน

การปฏิเสธนี้นำไปสู่ความไม่พอใจอย่างรุนแรง ผู้ต้องหาเล่าว่าผู้เสียชีวิตได้เข้ามาเขย่าตัวและบีบคอเขา เขาก็บีบคอสวนกลับไป ในตอนแรกสถานการณ์เหมือนจะสงบลง ทั้งคู่กลับมานั่งคุยกันบนเตียงอีกครั้ง ทว่าผู้เสียชีวิตยังคงคาดคั้นเรื่องเดิมซ้ำๆ จนเกิดการทะเลาะวิวาทขั้นรุนแรงอีกรอบ

จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อผู้เสียชีวิตใช้ผ้าเช็ดตัวมารัดคอของเขา ทำให้เขาเกิดความโมโหสุดขีด จึงตัดสินใจใช้มือบีบคอผู้เสียชีวิตอย่างแรงจนฝ่ายหญิงขาดใจตายบนเตียงนอน เมื่อรู้ว่าตนเองพลาดพลั้งและกลัวความผิด เขาจึงตัดสินใจอำพรางศพแล้วรีบหลบหนีไป

ปฏิบัติการไล่ล่าข้ามแดนของตำรวจไทย

คดีนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากกว่าที่จะมีผู้ไปพบศพและแจ้งความในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้เวลาล่วงหน้าถึง 2 วันในการหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังรัฐฉาน ประเทศเมียนมาเรียบร้อยแล้ว

แต่ด้วยความที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) จึงได้สั่งการอย่างเด็ดขาดให้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาลงโทษให้ได้ กระบวนการทำงานมีดังนี้:

  • การประสานงานรวดเร็ว: ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ติดต่อไปยังทางการของประเทศเมียนมาทันที เพื่อแบ่งปันข้อมูลคดีและรูปพรรณสัณฐานของผู้หลบหนี
  • การจับกุมในรัฐฉาน: ความร่วมมือนี้เป็นผลสำเร็จ ทางการเมียนมาสามารถรวบตัวนายจายสู้ได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนหลังจากวันเกิดเหตุ
  • ส่งมอบตัวผ่านด่านแม่สาย: ผู้ต้องหาถูกส่งตัวข้ามแดนกลับมายังประเทศไทยที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนจะถูกคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่จังหวัดเชียงใหม่

ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่หลบหนีถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญในอพาร์ตเมนต์ที่เชียงใหม่

การขยายผลล่าตัวผู้ให้การช่วยเหลือ

แม้ตัวการหลักจะถูกจับกุมแล้ว แต่คดีนี้ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ปิง กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่อาจให้การช่วยเหลือในการหลบหนี

เป้าหมายหลักในตอนนี้คือบุคคลที่ชื่อ “นายแดง” ชายผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนขับรถพานายจายสู้หลบหนีไปยังอำเภอแม่สาย ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้านของนายแดงแล้ว แต่พบเพียงลูกสาว นอกจากนี้ จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ยังพบเบาะแสสำคัญเป็นรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่จอดทิ้งไว้บริเวณป้อมยามเหมืองแก้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อตามล่าตัวนายแดงมารับโทษต่อไป

บทสรุปและแง่คิดจากคดีนี้ดีฆาตกรรมที่เชียงใหม่คดีนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่รุนแรงจากการขาดสติและการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในการทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน การจับกุมที่รวดเร็วช่วยคืนความสงบสุขและความรู้สึกปลอดภัยให้กับชุมชนตำบลสันผีเสื้อได้อีกครั้ง และพิสูจน์ให้เห็นว่าความยุติธรรมสามารถเอื้อมไปถึงผู้กระทำความผิดได้เสมอ ไม่ว่าจะพยายามหลบหนีไปไกลแค่ไหนก็ตาม

ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม

คู่สามีภรรยาจากเชียงใหม่ถูกจับกุมในข้อหาล่อลวงผู้คนไปเป็นทาสในศูนย์บริการทางโทรศัพท์แห่งหนึ่งในกัมพูชา

บริษัท บัส เทอร์มินัล (BTC) ได้เปิดให้บริการรถโดยสารประจำทาง 3 เส้นทางใหม่ เชื่อมต่อเชียงใหม่ เชียงราย และอุบลราชธานี

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจทลายเครือข่าย "ปืนผี" ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

ฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ">เชียงใหม่ – ตำรวจสืบสวนภาค 6 เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนรายใหญ่ เจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้จำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย การบุกค้นครั้งนี้นำไปสู่การยึดอาวุธปืนเถื่อนและปืนดัดแปลงสุดอันตราย

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ท่านได้สั่งการให้ขยายผลกวาดล้างอย่างเด็ดขาด หลังจากพบว่าคนร้ายใช้โซเชียลมีเดียในการซื้อขายชิ้นส่วนปืนเถื่อน ช่องทางนี้ทำให้การกระจายอาวุธทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจสืบสวนภาค 6 ขยายผลจับกุมเครือข่ายปืนเถื่อนข้ามจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่สุโขทัย เชียงใหม่ และลำปาง
  • ของกลางที่ยึดได้มีทั้งปืนนำเข้าที่ถูกลบเลขทะเบียน และปืนบีบีกันดัดแปลงที่สามารถใช้ยิงกระสุนจริงได้
  • ปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อ “ใช้ก่อเหตุแล้วทิ้ง” ทำให้ตำรวจตรวจสอบรอยเกลียวลำกล้องเพื่อตามหาคนร้ายได้ยาก

จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนภาค 6 ได้เข้าจับกุมนายนิกรในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นอาวุธปืน อะไหล่ และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากนั้น ตำรวจได้ขยายการสืบสวนและค้นพบข้อมูลสำคัญ คือ นายนิครได้สั่งซื้อชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์จากหลายแหล่ง พันตำรวจเอกทวีศักดิ์ ถบูลชู จึงสั่งการให้ทีมสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายค้นเพิ่มเติม และเริ่มปฏิบัติการบุกค้นสถานที่เป้าหมายอีก 3 แห่งที่เหลือทันที

ตำรวจทลายเครือข่าย "ปืนผี" ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

บุกค้น 3 จุดสำคัญในพื้นที่เชียงใหม่และลำปาง

การเข้าตรวจค้นเป้าหมายดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นความลับ จุดแรกเป็นบ้านพักในอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยและสิ่งของผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการในจุดที่สองและสามกลับประสบความสำเร็จอย่างมาก ในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจอพาร์ตเมนต์ย่านตำบลพระสิงห์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายอภิเชษฐ์ วัย 59 ปี พร้อมยึดกระสุนปืนลูกซองได้ถึง 50 นัดที่ซ่อนไว้ในห้องพัก

จุดที่สามถือเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่สุดของปฏิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพักย่านตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่นั่นตำรวจรวบตัวนายวิชิต อายุ 48 ปี พร้อมยึดปืนเถื่อนจำนวนมาก ของกลางประกอบด้วยปืนยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 4 กระบอก และเครื่องกระสุนอีก 88 นัด

ตำรวจทลายเครือข่าย "ปืนผี" ขนาดใหญ่ทั่ว<a href=ภาคเหนือเตรียมรับมือกับอุทกภัยรุนแรงในเดือนสิงหาคม">จังหวัดทางภาคเหนือ" width="1200" height="900" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6.jpg 1200w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-300x225.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-1024x768.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" />

ภัยเงียบจากปืนบีบีกันดัดแปลง “ยิงแล้วทิ้ง”

แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ปืนที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นปืนเถื่อนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียน หรือที่เรียกกันว่าอาวุธปืนใต้ดิน ของกลางเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการผลิต

ประเภทแรกคือปืนไทยประดิษฐ์ที่กลึงเหล็กขึ้นมาเองทั้งหมด ประเภทที่สองคือปืนมาตรฐานจากต่างประเทศที่ถูกโจรลบเลขทะเบียนทิ้งไปแล้ว ส่วนประเภทที่น่ากลัวที่สุดคือ ปืนดัดแปลงจากโครงบีบีกันที่มีการปรับเปลี่ยนกลไกเป็นเหล็ก เพื่อให้สามารถรองรับการยิงกระสุนจริงได้หลากหลายขนาด ทั้ง .38, 9 มม. และ 11 มม.

ปัญหาใหญ่ของปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้คือ มันถูกผลิตขึ้นมาแบบง่ายๆ และไม่มีเลขทะเบียน (ใบ ป.4) เมื่อคนร้ายนำไปก่อคดี พวกเขาสามารถโยนปืนทิ้งทำลายหลักฐานได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเสียดายมูลค่าของมัน

นอกจากนี้ ลำกล้องที่ทำขึ้นเองยังทำให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบรอยเกลียวปืนได้ยากมาก ปืนกลุ่มนี้จึงเป็นที่ต้องการของมิจฉาชีพและมือปืนรับจ้าง พวกเขาต้องการอาวุธสำหรับก่อเหตุระยะประชิดที่ใช้แล้วทิ้ง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำรวจตามรอยเจอ

จากความสำเร็จในปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 6 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการซื้อขายปืนออนไลน์อย่างเข้มงวด ช่องทางโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรมที่เข้าถึงได้ง่ายเกินไป การกวาดล้างเครือข่ายนี้จะช่วยลดอัตราการเกิดคดีร้ายแรงได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะทำการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การปราบปรามจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถทลายตลาดมืดค้าอาวุธออนไลน์ได้อย่างราบคาบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

 

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ

Rebecca Kim

Published

on

สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ

เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้คือ น.ส.อโลศินี อายุ 26 ปี เธอเป็นชาวตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานด่วนจากสถานีตำรวจภูธรแม่ออน ว่าพบร่างผู้บาดเจ็บสาหัสในห้องพักหมายเลข 5 แม้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็วและพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตลงระหว่างทางไปโรงพยาบาล จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจพบรอยเลือดจำนวนมากกระจายอยู่บนพื้นหน้าห้องและบริเวณปลายเตียง นอกจากนี้ยังพบอาวุธมีดลักษณะคล้ายสนับมือ ความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ตกอยู่ในห้องน้ำ

ประเด็นสำคัญ:

  • หญิงสาววัย 26 ปี ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตภายในห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อำเภอแม่ออน
  • ตำรวจตรวจพบอาวุธมีดแบบสนับมือและคราบเลือดจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วบริเวณห้องพักที่เกิดเหตุ
  • ผู้ก่อเหตุคือแฟนหนุ่มวัย 23 ปี ซึ่งพยายามขับรถจักรยานยนต์หลบหนีแต่เกิดอุบัติเหตุจนถูกตำรวจจับกุมตัวในที่สุด

จากการสอบถามพยานซึ่งเป็นผู้ดูแลรีสอร์ต ทราบว่าผู้เสียชีวิตได้เข้ามาติดต่อขอเปิดห้องพักพร้อมกับชายชาวต่างชาติเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งคู่ตกลงเช่าห้องพักเป็นเวลา 3 คืน และได้พากันเข้าพักตามปกติเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ทุกอย่างดูเป็นปกติตลอดช่วงหัวค่ำและไม่มีสัญญาณของความรุนแรงใดๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันนี้ พยานได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงดังมาจากห้องพัก

เมื่อได้ยินเสียงดังผิดปกติ ผู้ดูแลรีสอร์ตจึงตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องเพื่อตรวจสอบสถานการณ์และระงับเหตุ ทันใดนั้น มีชายชาวต่างชาติในสภาพเปลือยกายเปิดประตูออกมา แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ชายคนดังกล่าวได้วิ่งไปสตาร์ทรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนบริเวณหน้าห้องพัก จากนั้นจึงขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางตัวอำเภอแม่ออนด้วยความตื่นตระหนก

สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ

ผู้ก่อเหตุหนีไม่รอด ประสบอุบัติเหตุกลางทาง

การหลบหนีของผู้ก่อเหตุจบลงในเวลาเพียงไม่นาน เนื่องจากเขาขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงและขาดความระมัดระวัง ทำให้รถเสียหลักไปเฉี่ยวชนกับรถเก๋งและรถกระบะที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านค้าริมข้างทาง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้รถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนตัวผู้ก่อเหตุเองก็ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับแจ้งเหตุจึงได้เข้ามาช่วยเหลือและนำตัวเขาส่งไปรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลแม่ออน

หลังจากให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แพทย์ตัดสินใจส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีแม่โอนได้ติดตามจับกุมชายคนดังกล่าว ซึ่งภายหลังทราบชื่อคือ นายกะเดน อายุ 23 ปี เป็นชาวไทย-อเมริกัน เดิมอาศัยอยู่ในเขตราชบูรณะ กรุงเทพฯ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวนายเคเดนไว้เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา ทางตำรวจจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งจากสถานที่เกิดเหตุและคำให้การของพยาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการลงมือทำร้ายร่างกายจนนำไปสู่ความตายในครั้งนี้ จากนั้นจะทำการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต

เกิดเหตุระเบิดสุดสยอง! รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต

ฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ">เชียงใหม่ – ภาพสะเทือนอารมณ์นี้กำลังถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในจังหวัดเชียงใหม่และทั่วภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย คุณพ่อท่านหนึ่งต้องรับบทบาทอาสาจราจรพร้อมกับทำหน้าที่ดูแลลูกไปในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์สุดซึ้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าตลาดนัดน้ำโท้ง อำเภอหางดง

ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างพากันแชร์ภาพคุณพ่อที่อุ้มลูกน้อยแนบอกขณะกำลังโบกรถอย่างขะมักเขม้น เรื่องราวนี้กลายเป็นกระแสเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ภาพดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจอย่างล้นหลาม

ประเด็นสำคัญ

  • คุณพ่ออาสาจราจรอุ้มลูกน้อยแนบอกขณะปฏิบัติหน้าที่โบกรถหน้าตลาดน้ำโท้งจนกลายเป็นไวรัล
  • ชาวเน็ตส่วนใหญ่ชื่นชมในความรับผิดชอบของพ่อ แต่ก็แอบมีความห่วงใยเรื่องมลพิษบนท้องถนน
  • เว็บไซต์ข่าวผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่าตำรวจยืนยันคุณพ่อถูกจ้างโดยตลาด ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ

การจราจรบริเวณหน้าตลาดนัดมักจะมีความคึกคักและมีรถสัญจรหนาแน่นอยู่เสมอ คุณพ่อท่านนี้ต้องใช้มือหนึ่งส่งสัญญาณโบกรถเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน ในขณะเดียวกัน ที่หน้าอกของเขาก็มีเป้อุ้มเด็กที่ประคองลูกน้อยไว้ตลอดเวลา

ภาพที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแบกรับภาระที่ยิ่งใหญ่ของหัวหน้าครอบครัว เขาต้องทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้สังคม และต้องคอยดูแลแก้วตาดวงใจของเขาไปพร้อมกัน มันคือภาพของความรักและความรับผิดชอบที่ไม่มีข้อจำกัด

ความเห็นอกเห็นใจจากสังคมออนไลน์

ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างเข้าใจถึงความจำเป็นและข้อจำกัดในชีวิตจริงของคุณพ่อท่านนี้ หลายคนคาดเดาว่าในวันนั้นเขาอาจจะไม่มีใครช่วยดูแลลูกน้อยที่บ้าน การหอบหิ้วลูกมาร่วมทำงานด้วยจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เขาสามารถทำได้

ผู้คนมากมายรู้สึกเอ็นดูและเห็นใจในความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีกระแสความห่วงใยในเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของเด็กน้อยตามมา หลายคนรู้สึกกังวลเรื่องควันพิษและฝุ่นละอองที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก

แม้จะมีความกังวล แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงหัวใจที่แข็งแกร่งของชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เขาไม่ละทิ้งทั้งหน้าที่ต่องานที่รับผิดชอบและหน้าที่ต่อครอบครัวที่เขารัก นี่คือภาพการดิ้นรนของคนทำงานที่พยายามรักษาสมดุลชีวิตอย่างสุดความสามารถ

หลังจากที่ภาพสุดประทับใจนี้กลายเป็นกระแสไวรัลโด่งดังไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ก็ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พ.ต.อ.จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหางดง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสื่อมวลชน

ท่านผู้กำกับได้ระบุอย่างชัดเจนว่า อาสาตำรวจจราจรท่านนี้ไม่ได้อยู่ในสังกัดของสถานีตำรวจภูธรหางดงแต่อย่างใด ความจริงแล้ว เขาคือพนักงานที่ทางเจ้าของตลาดนัดน้ำโท้งว่าจ้างมาเป็นกรณีพิเศษ

บทสรุปและเสียงสะท้อนถึงสวัสดิการสังคม

หน้าที่หลักของเขาคือการช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับลูกค้าหน้าตลาดเท่านั้น การชี้แจงนี้ทำให้สังคมได้รับรู้ความจริงและเข้าใจบริบทของการทำงานของเขามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นในการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่รอด นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนสวัสดิการศูนย์ดูแลเด็กเล็กสำหรับคนทำงานรับจ้างอิสระ

สังคมของเราควรหันมาให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างสังคมที่น่าอยู่และยั่งยืน

การรักษาสมดุลระหว่างการทำงานหาเงินและการดูแลลูกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานและพนักงานรายวันที่ไม่มีสวัสดิการรองรับ พวกเขาต้องเสียสละความสะดวกสบายส่วนตัวเพื่อให้ครอบครัวมีกินมีใช้

ภาพของคุณพ่ออาสาจราจรท่านนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวไวรัลที่มาแล้วก็ไป แต่มันคือเสียงสะท้อนที่ทรงพลังจากคนทำงานรากหญ้า หวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทยต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เกิดเหตุระเบิดสุดสยอง! รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง

เรื่องราวเตือนใจสุดสยอง: เตาแก๊สระเบิดใส่หน้าหญิงคนหนึ่งในเชียงใหม่ ขณะที่เธอกำลังอุ่นอาหารเย็น

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending