เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดการปะทะอย่างดุเดือดบริเวณชายแดนเชียงใหม่! ทหารหน่วยลาดตระเวนชายแดนสกัดกั้นแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 300,000 เม็ด
เชียงใหม่ — เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นอีกครั้งบนแนวชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกองกำลังผาเมืองได้ปะทะกับกลุ่มยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติดอย่างดุเดือดในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้ถึง 300,000 เม็ด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีชื่อว่า “จะลอโบ่” ข่าวนี้ได้รับรายงานครั้งแรกจาก MGR Online ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย
ยาเสพติดอย่าง “ยาบ้า” ถือเป็นภัยร้ายที่สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เมื่อยาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดเข้ามาได้ มันจะถูกกระจายไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทั้งต่อตัวบุคคลและเศรษฐกิจ ดังนั้น การสกัดกั้นยาเสพติดที่แหล่งต้นทางบริเวณชายแดนจึงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ปฏิบัติการในครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมที่ช่วยปกป้องสังคมไทยได้เป็นอย่างมาก
การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดน
ปฏิบัติการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เริ่มต้นมาจากการที่ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษของกองกำลังผาเมือง ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ข่าวกรองระบุว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาทางชายแดนด้านตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 3206 ร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 3207 ภายใต้การควบคุมของกองกำลังผาเมือง จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน การทำงานของเจ้าหน้าที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่ารกทึบ ภูเขาสูงชัน และไม่มีแสงสว่างในตอนกลางคืน
นาทีปะทะเดือดกลางป่า
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในกลางดึกของคืนวันที่ 30 พฤษภาคม เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ขณะที่ชุดลาดตระเวนเดินเท้าไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติที่เรียกว่า “บ้านปางใน” หมู่ที่ 1 ตำบลมะลิกา เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
กลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คน กำลังเดินเท้าเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติ ทุกคนแบกสัมภาระที่ดูเหมือนกระสอบฟางดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้นตามขั้นตอนทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม แทนที่กลุ่มคนดังกล่าวจะหยุดและยอมให้ตรวจค้น พวกเขากลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารทันทีเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดกลางป่าทึบ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเวลาประมาณ 5 นาทีเต็ม เมื่อสิ้นเสียงปืนและเหตุการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่มืดสนิทและมีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจวางกำลังปิดล้อมและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไว้ตลอดทั้งคืน พร้อมกับขอกำลังเสริมเข้ามาสนับสนุน เพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียดในเช้าวันรุ่งขึ้น
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
เพื่อให้เห็นภาพรวมของปฏิบัติการครั้งนี้อย่างชัดเจน นี่คือสรุปลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:
- 20 พฤษภาคม 2569: เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสล่วงหน้าเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย
- 30 พฤษภาคม 2569 (กลางคืน): ทหารพรานพบกลุ่มคนต้องสงสัย 3-5 คน แบกเป้เดินเข้าใกล้แนวชายแดนไทย
- ช่วงดึกของคืนเดียวกัน: เกิดการยิงปะทะกันนาน 5 นาที หลังเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณขอเข้าตรวจค้น
- หลังการปะทะ: เจ้าหน้าที่ทหารปลอดภัยทุกนาย และทำการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน
- 31 พฤษภาคม 2569 (06.00 น.): เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบยาบ้า 3 แสนเม็ด และรอยเลือดของคนร้าย
ยึดยาบ้า 3 แสนเม็ดและรอยเลือดคนร้าย
เช้าตรู่วันที่ 31 พฤษภาคม เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่จุดปะทะอย่างละเอียดอีกครั้ง สิ่งที่พบคือกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเป้สะพายหลังจำนวน 2 ใบถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ
เมื่อเปิดออกดูภายใน พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 300,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด ส่วนกลุ่มคนร้ายนั้น คาดว่าอาศัยความมืดและความชำนาญในเส้นทางป่าหลบหนีข้ามพรมแดนกลับไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบรอยหยดเลือดเป็นทางยาวไปตามพงหญ้า ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีคนร้ายอย่างน้อยหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะ
เจาะลึกเส้นทางลำเลียงยาเสพติด
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า ยาเสพติดล็อตนี้น่าจะถูกผลิตและขนส่งมาจากพื้นที่ “บ้านปู่นาโก่” ตำบลเมืองกาน ในประเทศเมียนมา จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ใช้เส้นทางเดินป่าลัดเลาะมาตามหมู่บ้านต่างๆ ทั้งบ้านสี่หก เมืองยอน และเปียงคำ ก่อนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ที่ “บ้านห้วยฮะ” ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวลาหู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อสบโอกาสจึงลักลอบแบกข้ามช่องทางธรรมชาติเพื่อส่งมอบให้กับเครือข่ายในฝั่งไทย
นอกจากนี้ ข่าวกรองยังประเมินว่า ยาเสพติดจำนวนนี้น่าจะเป็นของเครือข่าย “จะลอโบ่” อดีตรองผู้บัญชาการเขตทหารที่ 171 เชื้อสายว้า ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีอิทธิพลและมักจะใช้เส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดนในการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
บทสรุปและความมุ่งมั่นในการปกป้องประเทศ
การปะทะและตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ต้องทำงานบนความเสี่ยงภัยเพื่อปกป้องความสงบสุขของประเทศ แม้ขบวนการค้ายาจะพยายามใช้อาวุธสงครามต่อสู้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งและไม่ย่อท้อ
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากการข่าวกรองที่แม่นยำและการปฏิบัติงานที่รัดกุม ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ได้ โดยการเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและไร้ยาเสพติด สำหรับผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและอ่านข่าวฉบับเต็ม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ MGR Online
ข่าวเชียงใหม่ยอดนิยม
คู่สามีภรรยาจากเชียงใหม่ถูกจับกุมในข้อหาล่อลวงผู้คนไปเป็นทาสในศูนย์บริการทางโทรศัพท์แห่งหนึ่งในกัมพูชา
ระทึกกลางวัดดังเชียงใหม่! กิ่งโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี หักทับชาวบ้านขณะทำบุญ บาดเจ็บระนาว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ – กองกำลังผาเมืองเปิดฉากปะทะเดือดกับกลุ่มยาเสพติด">ขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแม่อายใกล้กับแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารต้องจัดกำลังลาดตระเวนอย่างหนักหลายวันเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของเรา
เมื่อเวลาเช้ามืดของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ทหารสังเกตพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คนเดินลัดเลาะมาตามป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตะโกนขอตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากยิงใส่ทหารก่อนทันที ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ทหารกองกำลังผาเมืองยิงปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยและยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด พร้อมฝิ่นดิบ 17.6 กิโลกรัม
- สถิติการทำงานปีนี้พบว่ามีการปะทะถึง 62 ครั้ง และยึดยาบ้าได้กว่า 263 ล้านเม็ด
หลังจากการเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทางหน่วยได้เรียกกำลังเสริมจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการเข้ามาช่วยควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การกระทำเช่นนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเมื่อฟ้าสว่าง
เมื่อถึงเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่และพบกระสอบปุ๋ยที่ถูกดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังตกอยู่จำนวน 2 ใบ ภายในกระสอบพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่มากถึง 150,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบฝิ่นดิบอีกจำนวน 11 ก้อน น้ำหนักรวม 17.6 กิโลกรัม พร้อมด้วยปืนแก๊ปและมีดของคนร้ายที่ทิ้งไว้ ติดตามข่าวอาชญากรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
การแถลงข่าวและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในช่วงสายของวันเดียวกัน ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมดด้วยตนเอง พันเอก สมเจตน์ ผลประเสริฐ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้สถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน
การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดที่รุนแรงตามแนวชายแดนภาคเหนือของเรา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้มากกว่า 434 ครั้งแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขการจับกุมที่สูงมากและน่าตกใจ
สถิติการจับกุมที่น่าสนใจในปีนี้
ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ทหารสามารถยึดยาบ้าได้จำนวนมหาศาลถึง 263 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังยึดยาไอซ์ได้เกือบ 6,000 กิโลกรัม และเฮโรอีนอีก 20 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มคนร้ายติดอาวุธเกิดขึ้นบ่อยครั้งถึง 62 ครั้ง
จากการปะทะที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเสียชีวิตไปแล้ว 46 ราย เจ้าหน้าที่รัฐยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อปกป้องชุมชนของเรา ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละเพื่อลดปัญหายาเสพติดในประเทศอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ">เชียงใหม่ – เกิดเรื่องราวสุดสะเทือนอกสะเทือนใจขึ้นกลางเมืองเชียงใหม่ ภายในซอยสุริยวงศ์ 6 เมื่อมีครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ล่าสุด พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ได้นำทีมงานจากมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ภาพที่ทุกคนเห็นคือผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับแม่ที่พิการ
สภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกนั้นน่าเวทนาอย่างมาก ผู้เป็นแม่มีความพิการที่ขาและไม่สามารถเดินได้เลย เธอต้องใช้วิธีไถตัวและคลานไปตามพื้นเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือเธอต้องคอยดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด ลูกสาวคนนี้เคยเป็นเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาไขสันหลังช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากการผ่าตัดครั้งนั้น เธอได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- แม่ที่พิการทางขาต้องใช้วิธีคลานไปรอบบ้าน เพื่อคอยดูแลลูกสาวที่ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิดในทุกๆ วัน
- ลูกสาวเคยเป็นเสาหลักของบ้าน ก่อนโชคร้ายต้องรับการผ่าตัดไขสันหลังเมื่อเดือนเมษายนจนขยับตัวไม่ได้
- พระครูอ๊อดและมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ได้เข้ามอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ พร้อมวอนสังคมร่วมบริจาคช่วยเหลือ
น้ำใจจากมูลนิธิและชาวเชียงใหม่ที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวนี้ดำเนินไปอย่างยากลำบาก แม่ที่พิการต้องพยายามคลานไปหุงข้าว คลานไปเช็ดตัว และคลานไปเทปัสสาวะให้ลูกสาวทุกวัน เมื่อเห็นความยากลำบากนี้ พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ร่วมกับทีมงานของ มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ จึงได้รวบรวมความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา พวกเขาตั้งใจนำสิ่งของไปมอบให้ถึงมือเพื่อเป็นกำลังใจและต่อสู้ชีวิต
สิ่งของที่นำไปช่วยเหลือประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากมาย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง นม และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ การมอบของช่วยเหลือครั้งนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้มาก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อพลังใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้สองแม่ลูกมีแรงใจในการสู้ชีวิตต่อไปในสังคมที่ยังคงมีความหวัง
ไม่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมโลกและเดินหน้าช่วยเหลือต่อ
ทีมงานผู้ช่วยเหลือยังมีความใส่ใจไปถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เนื่องจากคุณยายผู้พิการได้เลี้ยงแมวเพื่อนยากเอาไว้อีกถึง 4 ตัว ทางทีมงานจึงได้จัดเตรียมอาหารแมวไปมอบให้เพิ่มเติม การช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์นี้ช่วยลดความกังวลใจของคุณยายลงไปได้มาก ทำให้ครอบครัวมีรอยยิ้มและกำลังใจที่ดีขึ้น
เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ทางมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่และพระครูอ๊อด ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป พวกเขาจะไม่ทอดทิ้งให้สองแม่ลูกต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย
ทางมูลนิธิจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนทั่วไป มาร่วมกันแบ่งปันน้ำใจด้วยการบริจาคสิ่งของที่ยังมีความจำเป็น สิ่งของที่ต้องการมากในตอนนี้คือ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นม อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ น้ำใจของทุกท่านจะช่วยต่อความหวังและต่อลมหายใจให้กับสองแม่ลูกคู่นี้ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ท่านสามารถติดตามข่าวสารหรือช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ทางสื่อท้องถิ่นอย่าง เชียงใหม่นิวส์ และเพจของมูลนิธิโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
เชียงใหม่ - Chiang Mai
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ">เชียงใหม่ – เหตุการณ์สุดอุกอาจและสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคนงานดูแลสัตว์ของปางช้างชื่อดังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดักอุ้มและทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม ชายกลุ่มนี้ตั้งด่านลอยเถื่อนเพื่อดักรอเหยื่อในเวลากลางคืน ก่อนจะทิ้งชายวัย 36 ปีให้นอนรอความตายในสภาพโคม่าอยู่ข้างทาง
คุณแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งเอลลิแฟนท์ เนเจอร์ ปาร์ค ได้ออกมาร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเร่งด่วน เธอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบและนำตัวคนผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด พร้อมชี้ว่าเรื่องนี้สร้างความหวาดผวาและเป็นอันตรายต่อชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุลักพาตัวอุกอาจ: กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนตั้งด่านลอยเถื่อน และอุ้มคนงานของปางช้างไปทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส
- เหยื่ออยู่ในภาวะวิกฤต: คนงานวัย 36 ปีถูกพบทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างทาง มีอาการโคม่า สมองบวม และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน
- มีการตั้งรางวัลนำจับคนร้าย: ประธานปางช้างประกาศมอบเงิน 50,000 บาท สำหรับประชาชนที่แจ้งเบาะแสรถกระบะต้องสงสัย
เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายทุนอิ คนงานวัย 36 ปี กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน เขาถูกเรียกให้จอดโดยกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมากกว่า 10 คน
กลุ่มคนร้ายได้ตั้งด่านลอยโดยไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บริเวณถนนสายบ้านแม่ตะมาน อำเภอแม่แตง พวกเขาบังคับให้นายทุนอิขึ้นรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์สีบรอนซ์อย่างไม่เต็มใจ และยังยึดรถจักรยานยนต์ของเขาขึ้นรถกระบะสีขาวอีกคันแล้วขับหลบหนีไป
เพื่อนและญาติของเหยื่อบังเอิญขับรถสวนทางมาและเห็นเขานั่งอยู่ท้ายกระบะพอดี นายทุนอิพยายามลุกขึ้นส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิต เขายังพยายามโทรศัพท์บอกพิกัดกับน้องชายอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหายไปในความมืด
เหยื่ออาการโคม่า ต้องผ่าตัดด่วน
ช่วงเช้ามืดเวลาประมาณตีสี่ของวันต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบคนเจ็บนอนอยู่ริมถนน เขาถูกทิ้งให้นอนหมดสติอยู่ในพงหญ้าในสภาพที่ร่างกายถูกทำร้ายอย่างหนัก
ใบหน้าของเขาบวมช้ำอย่างรุนแรง และมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่เต็มใบหน้า คาดว่าเหยื่อพยายามตะเกียกตะกายคลานออกจากพงหญ้าเพื่อขอความช่วยเหลือจนหมดแรงและสลบไป ปัจจุบันนายทุนอิยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียู
อาการของเขาวิกฤตมากเนื่องจากมีภาวะสมองบวมอย่างรุนแรงและมีเลือดคั่งตามจุดต่างๆ แพทย์ต้องทำการผ่าตัดด่วนเพื่อช่วยชีวิต ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่ทราบเรื่องอย่างมาก
คุณแสงเดือนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พื้นที่นี้มักจะมีการตั้งด่านลอยในลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง กลุ่มคนเหล่านี้มักไม่แสดงบัตรประจำตัว ไม่มีป้ายบอกด่านตรวจที่ชัดเจน และบางครั้งก็แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อตบตาประชาชน
เพื่อเป็นการเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้น เธอได้ประกาศมอบเงินรางวัล 50,000 บาท ทันที รางวัลนี้เตรียมไว้สำหรับผู้ที่สามารถให้เบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางของรถกระบะทั้งสองคันที่ใช้ก่อเหตุ โดยสามารถอ่านรายละเอียดและอัปเดตเพิ่มเติมได้โดยตรงจาก เว็บไซต์ข่าว MGR Online ที่รายงานเรื่องนี้
ทางครอบครัวของเหยื่อได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีและมอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันหยุดยั้งความรุนแรงในชุมชนของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
น่าเศร้า! ชายวัยกลางคนกระโดดลงจากสะพานดอนจันทร์ในจังหวัดเชียงใหม่เสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด










