เชียงราย - Chiang Rai News
ทางการเชียงรายทลายแก๊งค้าอาวุธข้ามพรมแดน
เชียงราย – ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ “ขจัดเหลือบราชสีห์” บุกค้นพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อกวาดล้างขบวนการค้าอาวุธปืนข้ามชาติรายใหญ่ พบเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกับนายทุนทุจริตปลอมแปลงเอกสารราชการ สวมสิทธิ์ออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ใบ ป.3) ขนส่งส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและสร้างรายได้มหาศาลหลักล้านบาท
ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ในการป้องกันปราบปรามการทุจริต การจัดระเบียบสังคม และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล กรมการปกครองได้ดำเนินการสืบสวนรอยรั่วในระบบราชการอย่างเข้มงวด จนกระทั่งพบความผิดปกติครั้งใหญ่ในระบบอนุมัติอาวุธปืนของอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี พ.ศ. 2565 ถึง 2566 เจ้าหน้าที่พบว่ามีประชาชนที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) เป็นจำนวนมากอย่างผิดปกติ แต่กลับไม่มีการนำใบอนุญาตดังกล่าวมาขึ้นทะเบียนเพื่อออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ตามขั้นตอนทางกฎหมาย พฤติการณ์นี้ทำให้เชื่อได้ว่ามีการทุจริตปลอมแปลงเอกสารราชการและการปลอมลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อนำใบอนุญาตไปซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ
ด้วยเหตุนี้ อธิบดีกรมการปกครองจึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำหมายค้นและหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าตรวจค้นเป้าหมายและจับกุมผู้ร่วมขบวนการในทันที
พรมแดน" width="1477" height="1108" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-9.webp 1477w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-9-300x225.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-9-1024x768.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-9-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" />
รวบผู้ต้องหา 4 ราย เร่งล่าอดีตปลัดตัวการใหญ่
จากการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 4 คน จากทั้งหมด 5 คน พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืนยาวจำนวน 3 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนขนาดต่าง ๆ อีกกว่า 200 นัด (แยกเป็นกระสุนขนาด .22 จำนวน 107 นัด และกระสุนปืนลูกซอง 89 นัด)
สำหรับตัวการสำคัญในคดีนี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนี้:
- นายอภิสิทธิ์ (หรือ ปลัดโอ): อดีตปลัดอำเภอเวียงแหง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกสั่งให้ออกจากราชการในคดีสวมตัวคนต่างด้าว และได้ย้ายมาเคยก่อเหตุในพื้นที่อำเภอเชียงของ ในคดีนี้ทำหน้าที่ปลอมแปลงเอกสารและสวมสิทธิ์ใบ ป.3 ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด
- นายณัฏฐวุฒน์: สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอเชียงของ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของปลัดโอ ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อและเอกสารส่วนบุคคลของชาวบ้านเพื่อนำไปใช้ในการทุจริต

เผยแผนประทุษกรรม แอบอ้างชื่อชาวบ้านและผู้นำชุมชน
จากการสอบสวนและขยายผลของทาง ข่าวกรรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย พบว่า เครือข่ายอาชญากรรมนี้มีลักษณะการทำงานที่ระเบียบชัดเจนและแบ่งหน้าที่กันทำเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มนายทุน, กลุ่มนายหน้ารับซื้อและส่งออกอาวุธปืน, กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ (ปลัดโอและพวก) ที่ดูแลการปลอมแปลงเอกสาร และกลุ่มร้านขายปืนที่ร่วมขบวนการ
ขบวนการนี้จะใช้วิธีนำรายชื่อและเอกสารสำคัญของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือแม้กระทั่งข้าราชการฝ่ายปกครองในท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน (ชรบ.) มาสวมรอยขอใบ ป.3 โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย
จากการตรวจสอบพบว่ามีการออกใบ ป.3 ปลอมไปแล้วมากกว่า 400 ใบ ซึ่งครอบคลุมอาวุธปืนหลายประเภท เช่น:
- อาวุธปืนลูกซอง
- อาวุธปืนยาวขนาด .22
- อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.
- อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 และ .380
อาวุธปืนทั้งหมดที่ถูกสั่งซื้อผ่านใบอนุมัติทุจริตเหล่านี้ จะถูกรวบรวมลักลอบส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติขนาดใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงชายแดนอย่างมาก
เดินหน้าตัดวงจรอาชญากรรมและขยายผลทุจริต
การทลายเครือข่ายทุจริตในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดวงจรการจัดหาอาวุธของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและองค์กรอาชญากรรม เนื่องจากในปัจจุบันการเข้าถึงอาวุธปืนผ่านช่องโหว่ทางราชการทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในสังคมได้ง่ายขึ้น
หลังจากนี้ทางกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง จะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกและขยายผลต่อไปว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ร้านค้าอาวุธปืน หรือบุคคลอื่นใดที่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้เพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดที่สุดและไม่มีข้อยกเว้น เพื่อขจัด “เหลือบราชสีห์” หรือข้าราชการที่ทุจริตให้หมดไปจากระบบ
ข่าวเด่นประจำเชียงราย:
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวหลังจากเปิดโปงการทุจริต
พบศพหญิงคนหนึ่งในป่าจังหวัดเชียงราย โดยศีรษะกระโหลกศีรษะแตก ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย – หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญในจังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลายโรงเรียนในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษาจังหวัดเชียงรายได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ: นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ: เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด: เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

