เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวหลังจากเปิดโปงการทุจริต
ชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ">เชียงราย – การต่อสู้เพื่อความถูกต้องบางครั้งก็ต้องแลกมาด้วยความปลอดภัยของตัวเอง นี่คือเรื่องราวของครูผู้กล้าคนหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ที่ยอมเป็นกระบอกเสียงปกป้องผลประโยชน์ของเด็กนักเรียน แต่สุดท้ายกลับต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามจนไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมได้
ครูกาหลง จบศรี อายุ 51 ปี ข้าราชการครูตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งปัจจุบันย้ายมาสังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกครั้ง
การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้ากรณีที่เธอได้ร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 พร้อมด้วยผู้บริหารโรงเรียนต้นสังกัดเดิมและผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 8 คน มาตั้งแต่กลางปี 2561
หลักฐานที่ครูกาหลงนำมาร้องเรียนนั้นมีเอกสารค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ซึ่งเธอตั้งใจจะเดินเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและต้องการให้มีการเยียวยาค่าเสียหายคืนแก่เด็กนักเรียน แม้ว่าเด็กๆ เหล่านั้นจะเรียนจบออกไปหมดแล้วก็ตาม
ผลกระทบจากการเป็นคนเปิดโปง: ถูกสั่งสอบวินัย หักเงินเดือน และคุกคามชีวิต
ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา แทนที่ผู้กระทำผิดจะได้รับการลงโทษอย่างรวดเร็ว แต่ครูกาหลงกลับเป็นฝ่ายที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและการกลั่นแกล้งในหลายรูปแบบ ดังนี้
- การใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้ง: เธอถูกสั่งย้ายโรงเรียน ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และโดนหักเงินเดือน รวมถึงถูกกล่าวหาว่าละทิ้งหน้าที่ราชการ
- การคุกคามทางกายภาพ: มีมือมืดมาขูดขีดรถยนต์ส่วนตัวจนเสียหาย และหนักถึงขั้นมีคนปาหินใส่เพื่อข่มขู่
- การกดดันในที่ทำงานใหม่: แม้จะย้ายโรงเรียนมาแล้ว แต่ก็ยังโดนเพื่อนครูในโรงเรียนปัจจุบันกลั่นแกล้งเพื่อหวังขับไล่ให้ออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ครูกาหลงยังต้องเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สถานีตำรวจภูธรเทิง (สภ.เทิง) เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลหนึ่งที่โพสต์ข้อความบิดเบือนในเพจเฟซบุ๊กสำหรับครู โดยข้อความดังกล่าวใส่ร้ายว่าเธอเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง และยังมีการโพสต์พาดพิงใส่ความนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย อีกด้วย
คดีใกล้งวด คู่กรณีเพียบ ขอย้ายไปกำแพงเพชรตามมาตรการคุ้มครองพยาน
ปัจจุบัน คดีความที่ครูกาหลงร้องเรียนเริ่มมีความคืบหน้าไปมาก โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 8 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังมีคดีที่เกี่ยวเนื่องกันซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองเชียงใหม่อีก 2 คดี
เมื่อคดีใกล้งวดลงและมีคู่กรณีเป็นข้าราชการหลายคน ทำให้ครูกาหลงและสามี ซึ่งเป็นข้าราชการครูเช่นเดียวกัน รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เธอจึงตัดสินใจยื่นเรื่องขอย้ายไปปฏิบัติราชการนอกพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา
ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการขอย้ายไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของสามี เพื่อจะได้ไปดูแลบิดามารดาที่อายุมากแล้ว โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบ ป.ป.ช. ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน พ.ศ. 2562 ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เชียงราย ได้รับเรื่องไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ท่านสามารถติดตามรายละเอียดของข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่เว็บบล็อกทางการของ ผู้จัดการออนไลน์ เพื่ออ่านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีนี้
ข่าวเด่นจากเชียงราย
ด่วน! สุดสลด ดินถล่มทับหนุ่มเชียงรายวัย 18 ปี เสียชีวิตคาลำห้วย
โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อฤดูฝนเริ่มต้น! ชายวัย 44 ปี จมน้ำเสียชีวิตในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้ชาวบ้านพอสมควร แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รีบเข้ามาดูแลอย่างรวดเร็ว
น้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 1, 2, 10 และ 11 ในตำบลเม็งราย จากการลงพื้นที่สำรวจเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้จำนวน 20 หลังคาเรือน
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ: มีบ้านเรือนจำนวน 20 หลังใน 4 หมู่บ้านของตำบลเม็งราย ที่ถูกน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมอย่างฉับพลัน
- การตรวจสอบพื้นที่: เจ้าหน้าที่ ปภ. และผู้นำชุมชนรีบลงพื้นที่เพื่อประเมินความเสียหายและเตรียมการช่วยเหลือทันที
- แนวโน้มสถานการณ์: ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว ทำให้สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
นายสุรพงษ์ มาลาวิลาศ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สาขาเชียงของ ได้นำทีมลงตรวจสอบพื้นที่ ท่านได้ทำงานร่วมกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 อย่างใกล้ชิด พวกเขาเข้าไปพูดคุยและประเมินสถานการณ์ร่วมกับชาวบ้านที่เดือดร้อน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อจัดหาของใช้ที่จำเป็น คุณสามารถอ่านข่าวสารการเตือนภัยเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าจะดูแลทุกคนอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด การทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างราบรื่น ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือเสมอหากมีฝนตกลงมาเพิ่มในช่วงนี้
ระดับน้ำลดลง แนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดี
ข่าวดีสำหรับทุกคนในวันนี้คือ ระดับน้ำในพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว ทำให้ความกังวลของชาวบ้านลดลงตามไปด้วย ชาวบ้านหลายครอบครัวเริ่มสำรวจความเสียหายและทำความสะอาดบ้านของตัวเองได้บ้างแล้ว
แม้ว่าน้ำจะเริ่มลดลง แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็ยังไม่ปล่อยผ่าน พวกเขายังคงเฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา สิ่งนี้ก็เพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุดของชาวบ้านทุกคนในพื้นที่ตำบลเม็งราย
ขอให้ชาวบ้านติดตามประกาศจากผู้นำชุมชนอย่างต่อเนื่อง หากใครต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อผู้ใหญ่บ้านได้ทันที เราเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทั้งหมดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่น้ำเริ่มลดก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม ชาวบ้านควรระวังเรื่องความสะอาดเพื่อป้องกันโรคที่มากับน้ำขัง หากพบว่ามีอาการป่วยหรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์ที่สถานีอนามัยใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ทหารม้าจากกองกำลังผาเมืองเปิดศึกปะทะเดือดกับกลุ่มยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติด บริเวณชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์ยิงปะทะกันอย่างสนั่นหวั่นไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้เป็นจำนวนมากถึงหนึ่งล้านเม็ด
การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- เหตุเกิดที่เชียงราย: เจ้าหน้าที่ทหารม้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณป่าชายแดน บ้านสามต้าว ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง
- ตรวจยึดยาบ้าจำนวนมาก: ทางเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าบรรจุในกระสอบดัดแปลงจำนวน 5 ใบ รวมทั้งหมดประมาณ 1,000,000 เม็ด
- คนร้ายหลบหนีไปได้: กลุ่มผู้ต้องสงสัยอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนจะทิ้งของกลางแล้วหลบหนีไป
เมื่อกำลังพลเดินทางไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติใกล้กับหมู่บ้านสามต้าว เจ้าหน้าที่ได้พบกับกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนประมาณ 4-5 คน กำลังเดินแบกกระสอบดัดแปลงลัดเลาะมาตามแนวป่า ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้นตามขั้นตอนกฎหมาย
ทว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เกิดการยิงต่อสู้ปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดมิดและความชำนาญในภูมิประเทศพากันวิ่งหลบหนีหายไปในที่สุด
เคลียร์พื้นที่รุ่งเช้าพบของกลางมูลค่ามหาศาล
หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยดีแต่ยังไม่สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่ได้เนื่องจากทัศนวิสัยที่มืดสนิท ทางผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ปิดล้อมพื้นที่เอาไว้โดยรอบตลอดทั้งคืนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพล
ครั้นรุ่งเช้าตรู่ของอีกวัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดจนพบกระสอบฟางดัดแปลงตกกระจายอยู่ตามพงหญ้า ตรวจสอบภายในพบว่าเป็นยาบ้ากระสอบละ 2 แสนเม็ด รวมเป็นหนึ่งล้านเม็ดเต็ม โดยรายงานข่าวจาก MGR Online ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนริมแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ติดตั้งระบบตรวจสอบระดับน้ำ
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองจังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะทำงาน ได้ลงพื้นที่อำเภอเชียงของเพื่อตรวจสอบจุดเสี่ยงอุบัติเหตุบริเวณหน้าเทศบาลตำบลบุญเรือง บนทางหลวงหมายเลข 1020
จุดกลับรถบริเวณกิโลเมตรที่ 103+160 นี้ เป็นทางลงเนินที่มีรถสัญจรหนาแน่นและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ล่าสุดแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 ได้สำรวจและออกแบบโครงการปรับปรุงเพื่อลดความลาดชันแล้ว โดยเตรียมเสนอของบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 30 ล้านบาทในปี 2571 เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ประเด็นสำคัญ
- งบประมาณ 30 ล้านบาท: กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันงบประมาณเพื่อปรับปรุงจุดกลับรถอันตรายหน้าเทศบาลตำบลบุญเรืองบน ทล.1020 โดยจะเร่งของบเพิ่มเติมในปี 2571
- แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก: ผู้นำท้องถิ่นสะท้อนปัญหาน้ำท่วมและผิวทางชำรุดจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับปากจะเร่งแก้ไข
- เพิ่มความปลอดภัยหน้าโรงเรียน: เตรียมแผนสร้างสะพานลอยคนข้ามหน้าโรงเรียนเชียงของวิทยาคม โดยในระยะเร่งด่วนได้ติดตั้งแบริเออร์เพื่อจัดระเบียบจราจรแล้ว
ฟังเสียงสะท้อนชาวบ้าน ปัญหาน้ำท่วมและข้อเสนอสะพานลอย
นอกจากการแก้จุดเสี่ยงทางถนนแล้ว รมช.คมนาคม ยังได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายกเทศบาลตำบลสถานระบุว่า การก่อสร้างรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมขังบ่อยครั้งบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจร ทล.1020 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักไปอำเภอเวียงแก่น
ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรีตำบลครึ่ง ได้เสนอให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำเพิ่มเติมตามแนวถนน 4 ช่องจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมทั้งขอให้ปรับปรุงจุดกลับรถในชุมชนเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ทางด้านภาคการศึกษา นายแมนสรวง แซ่ซิ้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงของวิทยาคม ได้ยื่นข้อเสนอขอสร้างสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากมีนักเรียนเดินข้ามถนนจำนวนมากในแต่ละวัน เบื้องต้นแขวงทางหลวงได้นำแบริเออร์มาติดตั้งเพื่อความปลอดภัยชั่วคราวแล้ว
หนุนโลจิสติกส์เชื่อมโยง ท่าเรือเชียงแสน สู่ รถไฟทางคู่
นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปติดตามการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งสินค้าผ่านลุ่มน้ำโขง ปัจจุบันพบว่ายอดขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เติบโตสูงขึ้นกว่า 300% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมากเศรษฐกิจไทย
ในอนาคตเมื่อโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ระบบนี้จะเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
รมช.คมนาคม กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ทุกข้อเสนอแนะทั้งเรื่องจุดเสี่ยง ระบบระบายน้ำ และสะพานลอยหน้าโรงเรียน จะได้รับการเร่งรัดติดตามเพื่อแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการคมนาคมในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กระทรวงคมนาคม และ กรมทางหลวง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จับกุมขบวนการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ บริเวณชายแดนเชียงราย-เมียนมาร์
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
-
ข่าวธุรกิจ Business7 days ago
ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม





