เชียงราย - Chiang Rai News
อาสาสมัครและวิศวกรทหารกำลังสร้างกำแพงกระสอบทรายขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ปัญหาใหญ่ที่มักสร้างความกังวลใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนอยู่เสมอคือเรื่องของ “อุทกภัย” หรือน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแนวแม่น้ำสาย (เส้นกั้นพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทย-เมียนมา) บริเวณนี้มักจะต้องเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนักติดกันหลายวัน
เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย ล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานภาครัฐ ทหาร และกลุ่มจิตอาสาได้ร่วมมือกันลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อจัดเตรียมแนวกั้นน้ำให้แข็งแรงที่สุด เป้าหมายหลักคือการปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของชาวแม่สายให้รอดพ้นจากวิกฤตน้ำในฤดูกาลนี้
อ้างอิงข้อมูลจาก เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ทีมทหารช่างจากกองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับกลุ่มทหารช่างจิตอาสาจากกองทัพภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำสาย ภารกิจสำคัญในครั้งนี้คือการสร้างและซ่อมแซมแนวกำแพงกั้นน้ำ โดยใช้ “ถุงบิ๊กแบ็ค” (Big Bag) หรือถุงบรรจุทรายขนาดใหญ่พิเศษมาวางเรียงต่อกันเป็นแนวยาว เพื่อทำหน้าที่เป็นแนวกำแพงชั่วคราวที่มีความแข็งแรงทนทาน ช่วยสกัดกั้นไม่ให้มวลน้ำล้นตลิ่งเข้ามาท่วมบ้านเรือนของประชาชนได้ง่าย
การผนึกกำลังของทุกภาคส่วนเพื่อประชาชน
การทำงานในครั้งนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น โดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้งานเสร็จสิ้นก่อนที่พายุฝนลูกใหญ่จะมาถึง โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติภารกิจที่น่าสนใจ ดังนี้:
- การปรับและทำความสะอาดพื้นที่ริมน้ำ: เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเคลียร์พื้นที่และถางหญ้าบริเวณริมตลิ่งให้โล่ง เพื่อเตรียมพื้นดินให้เรียบและพร้อมสำหรับการวางถุงทรายขนาดยักษ์ให้มีความมั่นคง ไม่ลื่นไถลหรือล้มง่ายเมื่อโดนกระแสน้ำพัด
- การบรรจุและขนย้ายทรายอย่างเป็นระบบ: มีการระดมกำลังพลเพื่อช่วยกันกรอกทรายใส่ถุงบิ๊กแบ็ค และขนย้ายไปยังจุดเสี่ยงต่างๆ (พื้นที่โซน C) เพื่อสร้างแนวกั้นน้ำให้ครอบคลุมที่สุดเท่าที่จะทำได้
- การสนับสนุนกำลังคนเพิ่มเติม: กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์ฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 16 นาย เข้ามาสมทบกำลัง เพื่อช่วยเร่งสร้างแนวกำแพงกั้นน้ำกึ่งถาวรให้เสร็จไวขึ้น ช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดกับชาวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทเรียนจากอดีต สู่การป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น
หากเรามองย้อนกลับไปในหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่อำเภอแม่สายมักจะได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลบ่ามาจากเทือกเขาในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้น้ำในแม่น้ำสายเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและตลาดชายแดน สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลต่อทั้งบ้านเรือนและภาคธุรกิจ ด้วยบทเรียนเหล่านี้ ทำให้ทุกภาคส่วนตระหนักดีว่าการวางแผนรับมือล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาภายหลัง นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ภารกิจครั้งนี้ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและรอบคอบ
เฝ้าระวังใกล้ชิดด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า
นอกเหนือจากการสร้างกำแพงกั้นน้ำแล้ว การมีข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยำก็เป็นสิ่งจำเป็น ทางด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงได้เข้ามามีบทบาทในการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดย สทนช. จะทำหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน
หากเครื่องมือวิเคราะห์พบว่ามีแนวโน้มที่ฝนจะตกหนัก ทางหน่วยงานจะจัดการประชุมฉุกเฉินทันที เพื่อประเมินสถานการณ์และส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบล่วงหน้า การทำงานที่รวดเร็วนี้จะช่วยให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัว ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และอพยพได้อย่างปลอดภัยทันเวลา
ทำไมภารกิจนี้ถึงมีความหมายต่อชาวแม่สาย?
ตลาดแม่สายและพื้นที่โดยรอบถือเป็นย่านการค้าชายแดนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมาก การลงพื้นที่ทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้า การมีแนวกั้นน้ำที่แข็งแรงควบคู่ไปกับระบบเตือนภัยที่ทันสมัย คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสีย และทำให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในช่วงฤดูฝนได้อย่างสบายใจมากขึ้น
ภาพของความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร และกลุ่มจิตอาสาที่ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและการเตรียมความพร้อมที่ดีเยี่ยม นี่คือเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องรับมือกับภัยธรรมชาติ การร่วมแรงร่วมใจกันคือเกราะป้องกันที่ทรงพลังที่สุดสำหรับชุมชน
ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเชียงราย
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท
ด่วน! ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งบัญชีม้าเชียงราย รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีหลอกลงทุน สูญเงินเฉียด 3 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย – หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญในจังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลายโรงเรียนในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษาจังหวัดเชียงรายได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ: นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ: เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด: เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

