เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
เชียงราย – ประเทศไทย, 22 มีนาคม 2026 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 บรรยากาศเงียบสงบของบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลิ่นกาแฟสดลอยอยู่ทั่วพื้นที่ เสียงพูดคุยของผู้มาเยือนดังอย่างมีชีวิตชีวา…
เชียงราย – ประเทศไทย, 22 มีนาคม 2026 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 บรรยากาศเงียบสงบของบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลิ่นกาแฟสดลอยอยู่ทั่วพื้นที่ เสียงพูดคุยของผู้มาเยือนดังอย่างมีชีวิตชีวา และความภูมิใจของชาวสวนก็สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรก
เทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก ไม่ได้เป็นแค่งานท่องเที่ยวหรืออีเวนต์สำหรับคนรักกาแฟเท่านั้น แต่เป็นการประกาศตัวของชุมชนเล็ก ๆ ที่อยากเล่าเรื่องของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาให้คนภายนอกได้รู้จัก
ปางขอนตั้งอยู่บนความสูงราว 1,250 ถึง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่มีประมาณ 300 ครัวเรือน และหลายครอบครัวเป็นชาวอาข่า เกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้วิ่งตามกระแสกาแฟหายากที่มักถูกพูดถึงในเวทีประมูลราคาแพง แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับการดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ไปจนถึงคั่ว
เพราะความใส่ใจแบบนี้ กาแฟจากปางขอนจึงค่อย ๆ ยืนได้อย่างมั่นคงในเวทีโลก และพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสม่ำเสมอ ความรักในงาน และพลังของชุมชน สามารถพาไปได้ไกลไม่แพ้แหล่งกาแฟชื่อดังใด ๆ
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก" width="2048" height="1365" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp 2048w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon-300x200.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon-1024x683.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon-768x512.webp 768w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />
ทำไมเทศกาลกาแฟปางขอนจึงสำคัญกว่างานเฉลิมฉลองทั่วไป
ผู้จัดงานและคนในชุมชนพูดตรงกันว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้คนเห็นที่มาอย่างชัดเจน และได้ฟังเรื่องราวจากเจ้าของพื้นที่จริง ๆ ผู้เข้าร่วมได้เดินชมไร่กาแฟ ดูการสาธิตการเก็บเชอร์รีสุก การแปรรูปแบบ Natural และ Washed รวมถึงการประยุกต์วิธีแบบเคนยาที่เกษตรกรในพื้นที่นำมาปรับใช้เอง
นอกจากนั้น ยังมีการชิมกาแฟที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปางขอนอย่างชัดเจน ทั้งความเปรี้ยวสดใส ความหวานคล้ายแยม กลิ่นอายแครนเบอร์รี และโทนดอกไม้บาง ๆ ที่ทำให้รสชาติซับซ้อนแต่ดื่มง่าย
งานนี้ต่างจากงานกาแฟในเมืองใหญ่ เพราะจัดขึ้นในสนามนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนของหมู่บ้านและพื้นที่สวนโดยรอบ มีภูเขาหมอกและต้นไม้เขียวสดเป็นฉากหลัง ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นแค่กาแฟในแก้ว แต่ได้เห็นชีวิตจริงของเกษตรกรที่ช่วยกันเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นในอดีต ให้กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ยั่งยืน ผ่านแรงสนับสนุนจากโครงการหลวงและการรวมตัวของชุมชน
เกษตรกรคนหนึ่งเล่าว่า “เราไม่ได้แค่ปลูกกาแฟ แต่เราอยู่กับมันทุกวัน ดูแลต้น กลับเมล็ดบนลานตาก และพยายามให้ทุกเมล็ดเล่าเรื่องของเราได้”
ภายในงานมีทั้งทัวร์ไร่ เซสชันคัปปิง ร้านอาหารท้องถิ่นที่จับคู่กาแฟกับเมนูเหนือ และการแข่งขันดริปกาแฟที่มีบาริสต้าจากหลายพื้นที่มาร่วมสร้างสีสัน

กาแฟเชียงราย, จากจุดเริ่มต้นของโครงการหลวงสู่เวทีโลก
เชียงราย เป็นแหล่งผลิตกาแฟอาราบิก้าราว 60% ของไทย พื้นที่อย่างดอยช้าง ดอยตุง แม่สลอง และปางขอน เติบโตได้ดีเพราะอากาศเย็นและระดับความสูงที่เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่สูงของปางขอนหรือที่หลายคนรู้จักในชื่อดอยปางขอน
สภาพแวดล้อมของเชียงรายช่วยให้เมล็ดกาแฟพัฒนารสชาติได้ช้าและเต็มขึ้น ทั้งดินที่อุดมสมบูรณ์ หมอกยามเช้า และอุณหภูมิที่ต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืน จึงทำให้กาแฟมีมิติ ตั้งแต่โทนช็อกโกแลตและถั่ว ไปจนถึงผลไม้เมืองร้อนและชาดำ
การปลูกกาแฟในภาคเหนือเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 จากโครงการหลวงในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป้าหมายคือการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายและอยู่ได้จริง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นในอดีต ชุมชนชาติพันธุ์บนดอย เช่น อาข่าและลาหู่ จึงได้รับต้นกล้าอาราบิก้า ทั้ง Catimor, Typica, Caturra และ Bourbon พร้อมความรู้ด้านการปลูกแบบสมัยใหม่
ทุกวันนี้ สวนกาแฟจำนวนมากยังเป็นแปลงเล็ก ๆ ของครอบครัว เกษตรกรหลายรายใช้วิธีปลูกแบบอินทรีย์หรือใช้สารเคมีน้อยมาก พวกเขาคัดเก็บเฉพาะผลสุก และเริ่มทดลองวิธีแปรรูปใหม่ ๆ เช่น anaerobic fermentation, honey process และ Kenyan washed ซึ่งเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับเกษตรกรต่างประเทศบนโซเชียลมีเดีย
ข้อมูลเด่นของกาแฟเชียงราย
- ระดับความสูงส่วนใหญ่อยู่ที่ 1,200 ถึง 1,600 เมตร เหมาะกับกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง
- สายพันธุ์หลัก ได้แก่ Catimor, Typica, Bourbon และสายพันธุ์ลูกผสมต่าง ๆ
- Catimor พบมากในปางขอน เพราะทนโรคได้ดีและให้รสชาติสดใส
- วิธีแปรรูปที่น่าสนใจมีทั้งการตากบน raised beds, การหมักสองรอบแบบเคนยา และการหมักแบบ anaerobic ร่วมกับยีสต์
- หลายชุมชนทำงานผ่านสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ รวมถึงให้ความสำคัญกับราคาที่เป็นธรรมและการขายตรง
เพราะลงมือดูแลเองทุกขั้นตอน กาแฟเชียงรายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดท้องถิ่นอีกต่อไป ตอนนี้เมล็ดจากพื้นที่นี้ไปอยู่ในคาเฟ่สาย specialty ที่กรุงเทพฯ โรงคั่วในยุโรป และบางล็อตก็ไปถึงเวทีประกวดระดับนานาชาติ

กาแฟ Specialty เชียงรายกำลังเป็นที่จับตาในตลาดโลกอย่างไร
ตลาดกาแฟ specialty ของไทยโตขึ้นต่อเนื่อง โดยมีอัตราเพิ่มราว 15 ถึง 20% ต่อปี และเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่ถูกพูดถึงเสมอ แม้ดอยช้างจะยังเป็นต้นทางที่คนรู้จักมากที่สุด ผ่านแบรนด์ Doi Chaang Coffee ซึ่งเกษตรกรเป็นเจ้าของร่วมกันและส่งออกกาแฟ single-origin ไปหลายประเทศ แต่หมู่บ้านเล็กอย่างปางขอนก็กำลังสร้างชื่อของตัวเองได้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กาแฟไทยทำคะแนนได้ดีในเวที Cup of Excellence และ Thai Specialty Coffee Awards หลายล็อตจากเชียงรายได้คะแนนเกิน 85 คะแนน โรงคั่วต่างประเทศจำนวนไม่น้อยชื่นชอบสมดุลของกาแฟไทย เพราะให้ความหวานที่ชัด แก้วสะอาด และราคาเข้าถึงได้
กาแฟจากปางขอน โดยเฉพาะล็อตที่ดูแลโดยเกษตรกรรุ่นใหม่ มักให้โน้ตรสชาติอย่างแยม แครนเบอร์รี กลิ่นหวานคล้ายลูกอม หรือผลไม้เมืองร้อน ชาดำ และกลิ่นดอกไม้บางเบา รสเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากการใส่ใจในรายละเอียดทุกช่วง ตั้งแต่การกลับผลกาแฟบนลานตากหลายครั้งต่อวัน การควบคุมเวลาหมัก ไปจนถึงการคัดแยกอย่างละเอียด
การยอมรับจากตลาดโลกยังมาจากความร่วมมือโดยตรง โรงคั่วจากกรุงเทพฯ เช่น Roots และ Beanspire ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรปางขอน เพื่อช่วยพัฒนาการแปรรูปและทำให้ชุมชนได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็ช่วยให้การแลกเปลี่ยนความรู้เร็วขึ้น เกษตรกรอาข่าสามารถเรียนรู้เทคนิคจากเกษตรกรเคนยา นำมาปรับใช้ และทดลองต่อเนื่องในแต่ละฤดูกาล

ปัจจัยที่ทำให้กาแฟเชียงรายได้รับความสนใจมากขึ้น
- ความยั่งยืน, หลายสวนให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การปลูกป่า และความหลากหลายทางชีวภาพ
- การตรวจสอบย้อนกลับ, ล็อตเล็กทำให้รู้ที่มาชัดตั้งแต่ไร่ถึงแก้ว
- เรื่องราวที่ชัดเจน, วัฒนธรรมชนเผ่าบนดอยผสมกับแนวคิดใหม่ ทำให้คนดื่มรู้สึกเชื่อมโยง
- คุณภาพที่ดีขึ้นต่อเนื่อง, หลายล็อตทำคะแนนคัปปิงเกิน 85 คะแนน
- ราคาที่แข่งขันได้, เมื่อเทียบกับกาแฟชื่อดังจากอเมริกากลางหรือแอฟริกา
โรงคั่วรายหนึ่งที่มาร่วมงานพูดไว้ชัดเจนว่า “กาแฟปางขอนแข่งในตลาดโลกได้ ไม่ใช่เพราะเป็นสายพันธุ์ที่หายากที่สุด แต่เพราะทุกขั้นตอนทำด้วยความตั้งใจและความแม่นยำ”
ไฮไลต์จากเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกิจกรรมตลอดทั้งวันแบบใกล้ชิด ไม่ใช่แค่เดินชิมกาแฟแล้วจบ แต่ได้เห็นที่มาของรสชาติในแก้วแบบเต็ม ๆ
กิจกรรมเด่นภายในงาน
- เดินชมไร่พร้อมไกด์ท้องถิ่น ดูการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้พื้นถิ่น
- ชมการคั่วสดทั้งด้วยอุปกรณ์แบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่
- ร่วมคัปปิง เปรียบเทียบกาแฟแบบ Natural, Washed และล็อตทดลอง
- ชมการแสดงวัฒนธรรมอาข่า และเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมจากชุมชน
- ลองจับคู่กาแฟกับอาหารพื้นบ้าน ข้าวเหนียว ชาสมุนไพร และผักจากดอย
- ดูการแข่งขันบาริสต้ารุ่นเยาว์ที่ใช้เมล็ดจากปางขอนเป็นหัวใจหลัก
งานนี้ดึงดูดผู้คนจากเชียงราย เชียงใหม่ กรุงเทพฯ และยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจกาแฟเดินทางมาร่วมด้วย หลายคนกลับบ้านพร้อมเมล็ดกาแฟคั่วสด และความเข้าใจที่ลึกขึ้นว่า กาแฟหนึ่งแก้วต้องผ่านแรงงานและความพิถีพิถันมากแค่ไหน
ทางผู้จัดหวังให้งานนี้กลายเป็นประเพณีประจำปีของชุมชน เพราะนอกจากช่วยเรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแล้ว ยังทำให้เสียงของเกษตรกรเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ถูกกลบด้วยภาพลักษณ์เชิงการตลาด

อนาคตของปางขอนและกาแฟเชียงราย
ความสำเร็จของเทศกาลครั้งแรกสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นในวงการกาแฟเชียงราย จากเดิมที่หลายพื้นที่ผลิตกาแฟแบบสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป ตอนนี้หลายชุมชนเริ่มยืนในฐานะต้นกำเนิดกาแฟ specialty ที่มีเรื่องราว มีตัวตน และมีความภูมิใจในคุณภาพของตัวเอง
เกษตรกรรุ่นใหม่กำลังรับช่วงต่อจากคนรุ่นก่อน พวกเขานำแนวคิดใหม่เข้ามา แต่ก็ยังเคารพความรู้ดั้งเดิมของชุมชนไปพร้อมกัน นี่คือจุดแข็งสำคัญของปางขอน
แน่นอนว่าเส้นทางข้างหน้ายังมีความท้าทาย ทั้งเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนเร็ว ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และความผันผวนของตลาด แต่สิ่งที่เห็นจากปางขอนทำให้หลายคนยังเชื่อมั่นได้ว่า หากชุมชนควบคุมคุณภาพเองตั้งแต่ต้นทาง กาแฟก็จะไม่ใช่แค่รสชาติดีเท่านั้น แต่ยังช่วยพยุงรายได้ รักษาวัฒนธรรม และดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
สำหรับคนรักกาแฟทั่วโลก การมาเชียงรายในวันนี้จึงมีความหมายมากกว่าการชมวิวภูเขาหรือแวะวัดดัง เพราะคุณจะได้พบคนที่ปลูกเมล็ดกาแฟจริง ๆ ได้ฟังความพยายามของพวกเขา และได้ชิมความต่างที่เกิดจากความตั้งใจในทุกขั้นตอน
ไม่ว่าคุณจะดื่ม Catimor แบบ Natural Process จากปางขอนที่คาเฟ่ในกรุงเทพฯ หรือเดินทางไปเยือนหมู่บ้านด้วยตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ มุมเล็ก ๆ ของภาคเหนือแห่งนี้กำลังเขียนบทใหม่ให้วงการกาแฟโลก ด้วยถ้วยกาแฟที่ทำอย่างประณีตและจริงใจในทุกแก้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องต่อแถวรอเป็นเวลานานหลายชั่วโมง
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย – หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญในจังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลายโรงเรียนในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษาจังหวัดเชียงรายได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ: นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ: เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด: เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News3 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

