Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

วิกฤตน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคเหนือของประเทศไทย เกิดคิวยาวเหยียดและปั๊มน้ำมันว่างเปล่า

เชียงราย – ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะดีเซล กำลังรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด ปั๊มน้ำมันมีรถต่อคิวยาว สต๊อกหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง และผู้ใช้รถจำนวนมากต้องรอแบบไม่รู้ว่าจะได้เติมเมื่อไหร่ เช้าวันจันทร์ ชาวเชียงรายยังต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกวัน…

Rebecca Kim

Published

on

วิกฤตน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคเหนือของประเทศไทย เกิดคิวยาวเหยียดและปั๊มน้ำมันว่างเปล่า Chiang Rai Times

เชียงราย – ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะดีเซล กำลังรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด ปั๊มน้ำมันมีรถต่อคิวยาว สต๊อกหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง และผู้ใช้รถจำนวนมากต้องรอแบบไม่รู้ว่าจะได้เติมเมื่อไหร่

เช้าวันจันทร์ ชาวเชียงรายยังต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกวัน หลังปัญหาดีเซลตึงตัวยังไม่คลี่คลายทั่วภาคเหนือ กรมธุรกิจพลังงานรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า สาเหตุหลักมาจากการขนส่งที่เข้ามาไม่ทันกับความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในเชียงราย มีทั้งรถกระบะ รถบรรทุก และรถส่วนตัวไปต่อคิวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตามปั๊มหลักหลายแห่ง แต่สุดท้ายหลายคันต้องขับกลับ เพราะน้ำมันหมดก่อนถึงคิวตัวเอง

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่ที่เชียงราย จังหวัดใกล้เคียงอย่างแพร่ เชียงใหม่ ลำปาง รวมถึงบางพื้นที่ในภาคอีสาน ก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน รถกระบะ รถทัวร์ รถชาวไร่ชาวสวน และรถบรรทุกทางไกล ต่างต้องแย่งกันเติมจากสต๊อกที่เหลือน้อยลงทุกวัน ทำให้การเดินทางที่เคยเป็นเรื่องปกติ กลายเป็นเรื่องเครียดทันที

น้ำมันขาดหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน

ปัญหาเริ่มหนักขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลยกเลิกตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาท เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พอคนกังวลว่าราคาจะขึ้น ก็รีบไปเติมน้ำมันกันมากขึ้น ส่งผลให้การใช้น้ำมันดีเซลทั่วประเทศกระโดดจากระดับปกติ 60 ถึง 67 ล้านลิตรต่อวัน ไปแตะ 84 ล้านลิตรต่อวัน

ภาคเหนือได้รับผลกระทบแรงกว่าพื้นที่อื่น เพราะน้ำมันที่ส่งเข้ามาไม่พอกับความต้องการ ขณะเดียวกันรถขนส่งน้ำมันก็เจอข้อจำกัดด้านเส้นทางและเวลา ทำให้หลายปั๊มได้รับน้ำมันเพียงบางส่วนจากที่ควรได้

  • แพร่: ในอำเภอลอง หลายปั๊มแห้งสนิท คนขับรถบรรทุกต่อคิวนานหลายชั่วโมง ก่อนจะได้รับคำตอบว่า “ดีเซลหมดแล้ววันนี้” พนักงานแจ้งว่ามีน้ำมันกำลังเข้ามา แต่ไม่สามารถยืนยันเวลาได้
  • เชียงใหม่: ปั๊ม PTT แถวแยกดอนจั่น ได้รับดีเซล 10,000 ลิตร แต่หมดภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง อีกแห่งบนถนนโชตนาในแม่ริม ใช้น้ำมัน 8,000 ลิตรหมดในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง คิวรถยาวหลายร้อยเมตร บางคนรอเป็นชั่วโมงแต่ไม่ได้เติม
  • เชียงราย: รถจำนวนมากไปต่อคิวหน้าปั๊ม Caltex แห่งหนึ่ง ปั๊มได้รับน้ำมันเพียง 8,000 ลิตร คิดเป็นแค่ 1 ใน 3 ของปริมาณปกติต่อวัน และหมดก่อนเที่ยง พนักงานต้องบอกลูกค้าที่มาทีหลังให้กลับก่อน
  • ลำปาง: หลายปั๊มเริ่มจำกัดการขายตั้งแต่เช้า และมีคนไปต่อคิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เกษตรกรกับผู้ขับรถหาเช้ากินค่ำได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด

รายงานล่าสุดของกรมธุรกิจพลังงานชี้ชัดว่า ภาคเหนือและภาคอีสานรับแรงกดดันมากที่สุด ขณะที่กรุงเทพฯ และภาคกลางมีเพียงคิวรอสั้น ๆ ในบางจุดเท่านั้น

เชียงรายหนักต่อเนื่อง คิวยาว น้ำมันหมดไว

สำหรับคนเชียงราย ปัญหานี้กระทบกับชีวิตประจำวันแบบตรง ๆ หลายคนบอกว่า หนักที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด คนขับรถกระบะที่ขนผักจากสวนไปขายในตลาดรายหนึ่งเล่าว่า เขามารอตั้งแต่ตี 4 เพราะต้องใช้น้ำมันไปกลับตลาด ถ้าไม่ได้เติมวันนี้ ผักก็เสียและรายได้ของครอบครัวก็หายทันที

ฝั่งรถทัวร์ท่องเที่ยวที่วิ่งไปสามเหลี่ยมทองคำและดอยแม่สลอง บางคันต้องยกเลิกหรือย่นเส้นทาง ส่วนร้านเล็ก ๆ ริมทางที่พึ่งรถมอเตอร์ไซค์ส่งของ ก็ต้องปิดเร็วขึ้น เพราะส่งของได้ไม่ปกติ แม้แต่หน่วยกู้ภัยยังต้องเตรียมถังสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน

บนโซเชียลมีเดียของคนเชียงราย มีการอัปเดตกันแบบนาทีต่อนาที เช่น “PTT ซูเปอร์ไฮเวย์ ดีเซลหมดแล้ว” หรือ “Shell แม่สาย จำกัดคันละ 500 บาท” หลายคนแชร์ภาพป้าย “ดีเซลหมด” ที่ติดอยู่หน้าเครื่องจ่าย ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้คนใช้รถเหนื่อยและกังวลมากขึ้นทุกวัน

ราคาดีเซลขยับขึ้นต่อ ท่ามกลางปัญหาขาดช่วง

หลังยกเลิกเพดาน 30 บาท ราคาดีเซลปรับขึ้นทันที 50 สตางค์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม และยังมีแนวโน้มขยับต่อ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2026 ราคาดีเซลธรรมดาที่ปั๊ม PTT และ Bangchak ทั่วประเทศอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลพรีเมียมอยู่ที่ประมาณ 44.64 ถึง 46.84 บาทต่อลิตร แล้วแต่แบรนด์

คาดว่าราคาอาจขยับขึ้นใกล้เพดาน 33 บาทในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รัฐบาลอธิบายว่า เป็นการปรับตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ได้รับผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แม้ไทยจะยังมีน้ำมันสำรองใช้ได้ราว 96 ถึง 101 วัน และยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะขาดแคลนจริงทั้งระบบ แต่ปัญหาหน้าปั๊มในระยะสั้นก็ทำให้เกิดความวุ่นวายทันที หลายคนจึงยอมเติมดีเซลพรีเมียมแทน แม้ต้องจ่ายแพงขึ้น เพื่อให้รถยังวิ่งต่อได้

ปั๊มหลายแห่งเริ่มจำกัดการเติมต่อคัน

เพื่อยืดสต๊อกให้อยู่ได้นานขึ้น ปั๊มน้ำมันจำนวนมากจึงออกมาตรการจำกัดการขายด้วยตัวเอง มาตรการเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำสั่งเดียวกันทั่วประเทศ แต่แต่ละปั๊มตัดสินใจตามปริมาณน้ำมันที่มีอยู่

ตัวอย่างข้อจำกัดที่พบในหลายจังหวัดภาคเหนือ มีดังนี้

  • รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ เติมได้สูงสุดประมาณ 300 ถึง 500 บาท
  • รถกระบะและรถตู้ เติมได้ประมาณ 500 ถึง 1,000 บาท
  • รถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ เติมได้ไม่เกิน 1,500 บาท
  • บางปั๊มจำกัดปริมาณไม่เกิน 100 ลิตรต่อคัน
  • การเติมใส่แกลลอนทำได้ในบางกรณี และมีการตรวจเข้ม

ในเชียงราย หลายปั๊มติดป้ายชัดเจนว่า “จำกัด 500 บาทต่อคัน ขอบคุณที่เข้าใจ” ขณะที่บางแห่งในตัวเมืองปิดตั้งแต่บ่าย 2 เพราะใช้น้ำมันตามโควตาของวันหมดแล้ว มาตรการนี้ช่วยลดการกักตุนได้บ้าง แต่ก็ทำให้คนที่ต้องเดินทางไกลลำบากไม่น้อย

พร้อมกันนั้น กระทรวงพลังงานและตำรวจยังเร่งตรวจการกักตุนน้ำมันผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบการขายเกินราคา อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลอนุญาตให้ขนส่งน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศจนถึงเดือนเมษายน เพื่อเร่งเติมสต๊อกให้ทัน

รัฐบาลเร่งสื่อสารรายวัน พร้อมปราบกักตุน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยย้ำว่าไทยไม่ได้เข้าสู่วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ประเทศยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ และยังนำเข้าน้ำมันดิบได้ตามปกติ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแห่เติมและการกระจายสินค้าที่ติดขัดชั่วคราว

กระทรวงพลังงานเริ่มเผยแพร่ตารางสถานะน้ำมันรายวันผ่านเพจ Facebook ของสำนักงานพลังงานจังหวัด เช่น “สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย” เพื่อให้ประชาชนเช็กได้ว่าปั๊มไหนยังมีดีเซล และคาดว่าจะมีรอบเติมเมื่อไร จังหวัดอื่นอย่างแพร่ เชียงใหม่ และลำปาง ก็มีช่องทางลักษณะเดียวกัน

ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองอย่างน้อย 101 วัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานโรงกลั่น ตำรวจ และฝ่ายขนส่ง เพื่อให้รถน้ำมันวิ่งได้ต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน

ผลกระทบลามถึงเกษตร ขนส่ง ท่องเที่ยว และร้านเล็ก ๆ

ปัญหานี้ไม่ได้หยุดแค่หน้าปั๊ม แต่มันส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน

  • เกษตรกร: เครื่องสูบน้ำและรถไถบางส่วนต้องจอด เพราะไม่มีดีเซลใช้ ในแพร่และลำปาง บางรายต้องพึ่งน้ำมันที่กักไว้ก่อนหน้าเพื่อรักษาผลผลิต
  • ขนส่งและตลาด: คนขับรถระยะไกลบางรายไม่รับงานจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่หรือเชียงราย เพราะกลัวน้ำมันหมดกลางทาง ผักและของสดเริ่มส่งได้ช้าลง ทำให้ราคาขยับ
  • ท่องเที่ยว: แผนเดินทางช่วงสงกรานต์เริ่มมีการยกเลิก โรงแรมในเชียงรายบางแห่งรายงานว่าการจองจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดลดลง
  • ธุรกิจรายย่อย: ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ และร้านค้าที่ต้องส่งของ เสียรายได้ทันทีเมื่อเติมน้ำมันไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดบางแห่งบอกว่า สั่งของเพิ่มก็ไม่ได้ เพราะรถส่งไม่กล้าวิ่ง

คนขับรถกระบะในเชียงใหม่ที่ขนผักสดกล่าวตรง ๆ ว่า เขาผ่านช่วงโควิดและราคาน้ำมันแพงมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้หนักอีกแบบ เพราะลูกค้าน้อยอยู่แล้ว พอเติมน้ำมันลำบาก งานก็ยิ่งสะดุด

วิธีรับมือสำหรับผู้ใช้รถในช่วงดีเซลตึงตัว

ระหว่างที่หน่วยงานรัฐเร่งแก้ปัญหา คนใช้รถในเชียงรายและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสามารถปรับตัวได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • เช็กเพจ Facebook ของสำนักงานพลังงานจังหวัดทุกเช้า
  • ไปเติมตั้งแต่เช้า เพราะหลายปั๊มหมดก่อนเที่ยง
  • ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และนัดไปด้วยกันถ้าเป็นไปได้
  • เตรียมแกลลอนสำรองขนาดเล็กไว้ใช้ยามจำเป็น โดยเก็บให้ปลอดภัย
  • หากดีเซลธรรมดาหมด อาจพิจารณาดีเซลพรีเมียมตามความเหมาะสม
  • วางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเลือกปั๊มที่ยังเปิดให้บริการ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำตรงกันว่า ไม่ควรรีบกักตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้นสำหรับทุกคน

แนวโน้มข้างหน้า มีสิทธิ์ดีขึ้นในไม่กี่วัน

เจ้าหน้าที่พลังงานคาดว่า สถานการณ์จะค่อย ๆ ผ่อนคลายภายในไม่กี่วัน เมื่อการขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมงเริ่มเห็นผล และกระแสแห่เติมลดลง

แม้ปัจจัยต่างประเทศอย่างความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา แต่ไทยยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันหลายทาง จึงยังรักษาระดับสต๊อกในประเทศไว้ได้

ตอนนี้คนเชียงรายยังต้องต่อคิวกันต่อไป หลายคนบอกตรงกันว่า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่คือข้อมูลที่ชัดเจน และน้ำมันที่มาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชีวิตประจำวันกลับมาเดินได้ตามปกติ

วิกฤตดีเซลครั้งนี้กำลังทดสอบความอดทนของคนภาคเหนืออย่างชัดเจน แต่ถ้าการสื่อสารตรงไปตรงมา และการกระจายน้ำมันทำได้ต่อเนื่อง สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลายเร็วขึ้น ผู้ใช้รถในเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง จึงยังต้องจับตาทั้งเข็มน้ำมันในรถ และอัปเดตจากหน้าเพจของจังหวัดแบบใกล้ชิด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด

 

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending