เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคเหนือของประเทศไทย เกิดคิวยาวเหยียดและปั๊มน้ำมันว่างเปล่า
เชียงราย – ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะดีเซล กำลังรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด ปั๊มน้ำมันมีรถต่อคิวยาว สต๊อกหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง และผู้ใช้รถจำนวนมากต้องรอแบบไม่รู้ว่าจะได้เติมเมื่อไหร่ เช้าวันจันทร์ ชาวเชียงรายยังต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกวัน…
เชียงราย – ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะดีเซล กำลังรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด ปั๊มน้ำมันมีรถต่อคิวยาว สต๊อกหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง และผู้ใช้รถจำนวนมากต้องรอแบบไม่รู้ว่าจะได้เติมเมื่อไหร่
เช้าวันจันทร์ ชาวตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงรายยังต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกวัน หลังปัญหาดีเซลตึงตัวยังไม่คลี่คลายทั่วภาคเหนือ กรมธุรกิจพลังงานรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า สาเหตุหลักมาจากการขนส่งที่เข้ามาไม่ทันกับความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในเชียงราย มีทั้งรถกระบะ รถบรรทุก และรถส่วนตัวไปต่อคิวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตามปั๊มหลักหลายแห่ง แต่สุดท้ายหลายคันต้องขับกลับ เพราะน้ำมันหมดก่อนถึงคิวตัวเอง
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่ที่เชียงราย จังหวัดใกล้เคียงอย่างแพร่ เชียงใหม่ ลำปาง รวมถึงบางพื้นที่ในภาคอีสาน ก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน รถกระบะ รถทัวร์ รถชาวไร่ชาวสวน และรถบรรทุกทางไกล ต่างต้องแย่งกันเติมจากสต๊อกที่เหลือน้อยลงทุกวัน ทำให้การเดินทางที่เคยเป็นเรื่องปกติ กลายเป็นเรื่องเครียดทันที
น้ำมันขาดหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน
ปัญหาเริ่มหนักขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลยกเลิกตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาท เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พอคนกังวลว่าราคาจะขึ้น ก็รีบไปเติมน้ำมันกันมากขึ้น ส่งผลให้การใช้น้ำมันดีเซลทั่วประเทศกระโดดจากระดับปกติ 60 ถึง 67 ล้านลิตรต่อวัน ไปแตะ 84 ล้านลิตรต่อวัน
ภาคเหนือได้รับผลกระทบแรงกว่าพื้นที่อื่น เพราะน้ำมันที่ส่งเข้ามาไม่พอกับความต้องการ ขณะเดียวกันรถขนส่งน้ำมันก็เจอข้อจำกัดด้านเส้นทางและเวลา ทำให้หลายปั๊มได้รับน้ำมันเพียงบางส่วนจากที่ควรได้
- แพร่: ในอำเภอลอง หลายปั๊มแห้งสนิท คนขับรถบรรทุกต่อคิวนานหลายชั่วโมง ก่อนจะได้รับคำตอบว่า “ดีเซลหมดแล้ววันนี้” พนักงานแจ้งว่ามีน้ำมันกำลังเข้ามา แต่ไม่สามารถยืนยันเวลาได้
- เชียงใหม่: ปั๊ม PTT แถวแยกดอนจั่น ได้รับดีเซล 10,000 ลิตร แต่หมดภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง อีกแห่งบนถนนโชตนาในแม่ริม ใช้น้ำมัน 8,000 ลิตรหมดในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง คิวรถยาวหลายร้อยเมตร บางคนรอเป็นชั่วโมงแต่ไม่ได้เติม
- เชียงราย: รถจำนวนมากไปต่อคิวหน้าปั๊ม Caltex แห่งหนึ่ง ปั๊มได้รับน้ำมันเพียง 8,000 ลิตร คิดเป็นแค่ 1 ใน 3 ของปริมาณปกติต่อวัน และหมดก่อนเที่ยง พนักงานต้องบอกลูกค้าที่มาทีหลังให้กลับก่อน
- ลำปาง: หลายปั๊มเริ่มจำกัดการขายตั้งแต่เช้า และมีคนไปต่อคิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เกษตรกรกับผู้ขับรถหาเช้ากินค่ำได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด
รายงานล่าสุดของกรมธุรกิจพลังงานชี้ชัดว่า ภาคเหนือและภาคอีสานรับแรงกดดันมากที่สุด ขณะที่กรุงเทพฯ และภาคกลางมีเพียงคิวรอสั้น ๆ ในบางจุดเท่านั้น
เชียงรายหนักต่อเนื่อง คิวยาว น้ำมันหมดไว
สำหรับคนเชียงราย ปัญหานี้กระทบกับชีวิตประจำวันแบบตรง ๆ หลายคนบอกว่า หนักที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด คนขับรถกระบะที่ขนผักจากสวนไปขายในตลาดรายหนึ่งเล่าว่า เขามารอตั้งแต่ตี 4 เพราะต้องใช้น้ำมันไปกลับตลาด ถ้าไม่ได้เติมวันนี้ ผักก็เสียและรายได้ของครอบครัวก็หายทันที
ฝั่งรถทัวร์ท่องเที่ยวที่วิ่งไปสามเหลี่ยมทองคำและดอยแม่สลอง บางคันต้องยกเลิกหรือย่นเส้นทาง ส่วนร้านเล็ก ๆ ริมทางที่พึ่งรถมอเตอร์ไซค์ส่งของ ก็ต้องปิดเร็วขึ้น เพราะส่งของได้ไม่ปกติ แม้แต่หน่วยกู้ภัยยังต้องเตรียมถังสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน
บนโซเชียลมีเดียของคนเชียงราย มีการอัปเดตกันแบบนาทีต่อนาที เช่น “PTT ซูเปอร์ไฮเวย์ ดีเซลหมดแล้ว” หรือ “Shell แม่สาย จำกัดคันละ 500 บาท” หลายคนแชร์ภาพป้าย “ดีเซลหมด” ที่ติดอยู่หน้าเครื่องจ่าย ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้คนใช้รถเหนื่อยและกังวลมากขึ้นทุกวัน
ราคาดีเซลขยับขึ้นต่อ ท่ามกลางปัญหาขาดช่วง
หลังยกเลิกเพดาน 30 บาท ราคาดีเซลปรับขึ้นทันที 50 สตางค์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม และยังมีแนวโน้มขยับต่อ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2026 ราคาดีเซลธรรมดาที่ปั๊ม PTT และ Bangchak ทั่วประเทศอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลพรีเมียมอยู่ที่ประมาณ 44.64 ถึง 46.84 บาทต่อลิตร แล้วแต่แบรนด์
คาดว่าราคาอาจขยับขึ้นใกล้เพดาน 33 บาทในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รัฐบาลอธิบายว่า เป็นการปรับตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ได้รับผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
แม้ไทยจะยังมีน้ำมันสำรองใช้ได้ราว 96 ถึง 101 วัน และยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะขาดแคลนจริงทั้งระบบ แต่ปัญหาหน้าปั๊มในระยะสั้นก็ทำให้เกิดความวุ่นวายทันที หลายคนจึงยอมเติมดีเซลพรีเมียมแทน แม้ต้องจ่ายแพงขึ้น เพื่อให้รถยังวิ่งต่อได้
ปั๊มหลายแห่งเริ่มจำกัดการเติมต่อคัน
เพื่อยืดสต๊อกให้อยู่ได้นานขึ้น ปั๊มน้ำมันจำนวนมากจึงออกมาตรการจำกัดการขายด้วยตัวเอง มาตรการเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำสั่งเดียวกันทั่วประเทศ แต่แต่ละปั๊มตัดสินใจตามปริมาณน้ำมันที่มีอยู่
ตัวอย่างข้อจำกัดที่พบในหลายจังหวัดภาคเหนือ มีดังนี้
- รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ เติมได้สูงสุดประมาณ 300 ถึง 500 บาท
- รถกระบะและรถตู้ เติมได้ประมาณ 500 ถึง 1,000 บาท
- รถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ เติมได้ไม่เกิน 1,500 บาท
- บางปั๊มจำกัดปริมาณไม่เกิน 100 ลิตรต่อคัน
- การเติมใส่แกลลอนทำได้ในบางกรณี และมีการตรวจเข้ม
ในเชียงราย หลายปั๊มติดป้ายชัดเจนว่า “จำกัด 500 บาทต่อคัน ขอบคุณที่เข้าใจ” ขณะที่บางแห่งในตัวเมืองปิดตั้งแต่บ่าย 2 เพราะใช้น้ำมันตามโควตาของวันหมดแล้ว มาตรการนี้ช่วยลดการกักตุนได้บ้าง แต่ก็ทำให้คนที่ต้องเดินทางไกลลำบากไม่น้อย
พร้อมกันนั้น กระทรวงพลังงานและตำรวจยังเร่งตรวจการกักตุนน้ำมันผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบการขายเกินราคา อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลอนุญาตให้ขนส่งน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศจนถึงเดือนเมษายน เพื่อเร่งเติมสต๊อกให้ทัน
รัฐบาลเร่งสื่อสารรายวัน พร้อมปราบกักตุน
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยย้ำว่าไทยไม่ได้เข้าสู่วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ประเทศยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ และยังนำเข้าน้ำมันดิบได้ตามปกติ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแห่เติมและการกระจายสินค้าที่ติดขัดชั่วคราว
กระทรวงพลังงานเริ่มเผยแพร่ตารางสถานะน้ำมันรายวันผ่านเพจ Facebook ของสำนักงานพลังงานจังหวัด เช่น “สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย” เพื่อให้ประชาชนเช็กได้ว่าปั๊มไหนยังมีดีเซล และคาดว่าจะมีรอบเติมเมื่อไร จังหวัดอื่นอย่างแพร่ เชียงใหม่ และลำปาง ก็มีช่องทางลักษณะเดียวกัน
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองอย่างน้อย 101 วัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานโรงกลั่น ตำรวจ และฝ่ายขนส่ง เพื่อให้รถน้ำมันวิ่งได้ต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน
ผลกระทบลามถึงเกษตร ขนส่ง ท่องเที่ยว และร้านเล็ก ๆ
ปัญหานี้ไม่ได้หยุดแค่หน้าปั๊ม แต่มันส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน
- เกษตรกร: เครื่องสูบน้ำและรถไถบางส่วนต้องจอด เพราะไม่มีดีเซลใช้ ในแพร่และลำปาง บางรายต้องพึ่งน้ำมันที่กักไว้ก่อนหน้าเพื่อรักษาผลผลิต
- ขนส่งและตลาด: คนขับรถระยะไกลบางรายไม่รับงานจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่หรือเชียงราย เพราะกลัวน้ำมันหมดกลางทาง ผักและของสดเริ่มส่งได้ช้าลง ทำให้ราคาขยับ
- ท่องเที่ยว: แผนเดินทางช่วงสงกรานต์เริ่มมีการยกเลิก โรงแรมในเชียงรายบางแห่งรายงานว่าการจองจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดลดลง
- ธุรกิจรายย่อย: ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ และร้านค้าที่ต้องส่งของ เสียรายได้ทันทีเมื่อเติมน้ำมันไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดบางแห่งบอกว่า สั่งของเพิ่มก็ไม่ได้ เพราะรถส่งไม่กล้าวิ่ง
คนขับรถกระบะในเชียงใหม่ที่ขนผักสดกล่าวตรง ๆ ว่า เขาผ่านช่วงโควิดและราคาน้ำมันแพงมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้หนักอีกแบบ เพราะลูกค้าน้อยอยู่แล้ว พอเติมน้ำมันลำบาก งานก็ยิ่งสะดุด
วิธีรับมือสำหรับผู้ใช้รถในช่วงดีเซลตึงตัว
ระหว่างที่หน่วยงานรัฐเร่งแก้ปัญหา คนใช้รถในเชียงรายและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสามารถปรับตัวได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
- เช็กเพจ Facebook ของสำนักงานพลังงานจังหวัดทุกเช้า
- ไปเติมตั้งแต่เช้า เพราะหลายปั๊มหมดก่อนเที่ยง
- ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และนัดไปด้วยกันถ้าเป็นไปได้
- เตรียมแกลลอนสำรองขนาดเล็กไว้ใช้ยามจำเป็น โดยเก็บให้ปลอดภัย
- หากดีเซลธรรมดาหมด อาจพิจารณาดีเซลพรีเมียมตามความเหมาะสม
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเลือกปั๊มที่ยังเปิดให้บริการ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำตรงกันว่า ไม่ควรรีบกักตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้นสำหรับทุกคน
แนวโน้มข้างหน้า มีสิทธิ์ดีขึ้นในไม่กี่วัน
เจ้าหน้าที่พลังงานคาดว่า สถานการณ์จะค่อย ๆ ผ่อนคลายภายในไม่กี่วัน เมื่อการขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมงเริ่มเห็นผล และกระแสแห่เติมลดลง
แม้ปัจจัยต่างประเทศอย่างความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา แต่ไทยยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันหลายทาง จึงยังรักษาระดับสต๊อกในประเทศไว้ได้
ตอนนี้คนเชียงรายยังต้องต่อคิวกันต่อไป หลายคนบอกตรงกันว่า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่คือข้อมูลที่ชัดเจน และน้ำมันที่มาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชีวิตประจำวันกลับมาเดินได้ตามปกติ
วิกฤตดีเซลครั้งนี้กำลังทดสอบความอดทนของคนภาคเหนืออย่างชัดเจน แต่ถ้าการสื่อสารตรงไปตรงมา และการกระจายน้ำมันทำได้ต่อเนื่อง สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลายเร็วขึ้น ผู้ใช้รถในเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง จึงยังต้องจับตาทั้งเข็มน้ำมันในรถ และอัปเดตจากหน้าเพจของจังหวัดแบบใกล้ชิด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

