เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคเหนือของประเทศไทย เกิดคิวยาวเหยียดและปั๊มน้ำมันว่างเปล่า
เชียงราย – ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะดีเซล กำลังรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด ปั๊มน้ำมันมีรถต่อคิวยาว สต๊อกหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง และผู้ใช้รถจำนวนมากต้องรอแบบไม่รู้ว่าจะได้เติมเมื่อไหร่ เช้าวันจันทร์ ชาวเชียงรายยังต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกวัน…
เชียงราย – ปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะดีเซล กำลังรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด ปั๊มน้ำมันมีรถต่อคิวยาว สต๊อกหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง และผู้ใช้รถจำนวนมากต้องรอแบบไม่รู้ว่าจะได้เติมเมื่อไหร่
เช้าวันจันทร์ ชาวเชียงรายยังต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกวัน หลังปัญหาดีเซลตึงตัวยังไม่คลี่คลายทั่วภาคเหนือ กรมธุรกิจพลังงานรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า สาเหตุหลักมาจากการขนส่งที่เข้ามาไม่ทันกับความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในเชียงราย มีทั้งรถกระบะ รถบรรทุก และรถส่วนตัวไปต่อคิวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตามปั๊มหลักหลายแห่ง แต่สุดท้ายหลายคันต้องขับกลับ เพราะน้ำมันหมดก่อนถึงคิวตัวเอง
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่ที่เชียงราย จังหวัดใกล้เคียงอย่างแพร่ เชียงใหม่ ลำปาง รวมถึงบางพื้นที่ในภาคอีสาน ก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน รถกระบะ รถทัวร์ รถชาวไร่ชาวสวน และรถบรรทุกทางไกล ต่างต้องแย่งกันเติมจากสต๊อกที่เหลือน้อยลงทุกวัน ทำให้การเดินทางที่เคยเป็นเรื่องปกติ กลายเป็นเรื่องเครียดทันที
น้ำมันขาดหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน
ปัญหาเริ่มหนักขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลยกเลิกตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาท เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พอคนกังวลว่าราคาจะขึ้น ก็รีบไปเติมน้ำมันกันมากขึ้น ส่งผลให้การใช้น้ำมันดีเซลทั่วประเทศกระโดดจากระดับปกติ 60 ถึง 67 ล้านลิตรต่อวัน ไปแตะ 84 ล้านลิตรต่อวัน
ภาคเหนือได้รับผลกระทบแรงกว่าพื้นที่อื่น เพราะน้ำมันที่ส่งเข้ามาไม่พอกับความต้องการ ขณะเดียวกันรถขนส่งน้ำมันก็เจอข้อจำกัดด้านเส้นทางและเวลา ทำให้หลายปั๊มได้รับน้ำมันเพียงบางส่วนจากที่ควรได้
- แพร่: ในอำเภอลอง หลายปั๊มแห้งสนิท คนขับรถบรรทุกต่อคิวนานหลายชั่วโมง ก่อนจะได้รับคำตอบว่า “ดีเซลหมดแล้ววันนี้” พนักงานแจ้งว่ามีน้ำมันกำลังเข้ามา แต่ไม่สามารถยืนยันเวลาได้
- เชียงใหม่: ปั๊ม PTT แถวแยกดอนจั่น ได้รับดีเซล 10,000 ลิตร แต่หมดภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง อีกแห่งบนถนนโชตนาในแม่ริม ใช้น้ำมัน 8,000 ลิตรหมดในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง คิวรถยาวหลายร้อยเมตร บางคนรอเป็นชั่วโมงแต่ไม่ได้เติม
- เชียงราย: รถจำนวนมากไปต่อคิวหน้าปั๊ม Caltex แห่งหนึ่ง ปั๊มได้รับน้ำมันเพียง 8,000 ลิตร คิดเป็นแค่ 1 ใน 3 ของปริมาณปกติต่อวัน และหมดก่อนเที่ยง พนักงานต้องบอกลูกค้าที่มาทีหลังให้กลับก่อน
- ลำปาง: หลายปั๊มเริ่มจำกัดการขายตั้งแต่เช้า และมีคนไปต่อคิวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เกษตรกรกับผู้ขับรถหาเช้ากินค่ำได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด
รายงานล่าสุดของกรมธุรกิจพลังงานชี้ชัดว่า ภาคเหนือและภาคอีสานรับแรงกดดันมากที่สุด ขณะที่กรุงเทพฯ และภาคกลางมีเพียงคิวรอสั้น ๆ ในบางจุดเท่านั้น
เชียงรายหนักต่อเนื่อง คิวยาว น้ำมันหมดไว
สำหรับคนเชียงราย ปัญหานี้กระทบกับชีวิตประจำวันแบบตรง ๆ หลายคนบอกว่า หนักที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด คนขับรถกระบะที่ขนผักจากสวนไปขายในตลาดรายหนึ่งเล่าว่า เขามารอตั้งแต่ตี 4 เพราะต้องใช้น้ำมันไปกลับตลาด ถ้าไม่ได้เติมวันนี้ ผักก็เสียและรายได้ของครอบครัวก็หายทันที
ฝั่งรถทัวร์ท่องเที่ยวที่วิ่งไปสามเหลี่ยมทองคำและดอยแม่สลอง บางคันต้องยกเลิกหรือย่นเส้นทาง ส่วนร้านเล็ก ๆ ริมทางที่พึ่งรถมอเตอร์ไซค์ส่งของ ก็ต้องปิดเร็วขึ้น เพราะส่งของได้ไม่ปกติ แม้แต่หน่วยกู้ภัยยังต้องเตรียมถังสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน
บนโซเชียลมีเดียของคนเชียงราย มีการอัปเดตกันแบบนาทีต่อนาที เช่น “PTT ซูเปอร์ไฮเวย์ ดีเซลหมดแล้ว” หรือ “Shell แม่สาย จำกัดคันละ 500 บาท” หลายคนแชร์ภาพป้าย “ดีเซลหมด” ที่ติดอยู่หน้าเครื่องจ่าย ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้คนใช้รถเหนื่อยและกังวลมากขึ้นทุกวัน
ราคาดีเซลขยับขึ้นต่อ ท่ามกลางปัญหาขาดช่วง
หลังยกเลิกเพดาน 30 บาท ราคาดีเซลปรับขึ้นทันที 50 สตางค์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม และยังมีแนวโน้มขยับต่อ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2026 ราคาดีเซลธรรมดาที่ปั๊ม PTT และ Bangchak ทั่วประเทศอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลพรีเมียมอยู่ที่ประมาณ 44.64 ถึง 46.84 บาทต่อลิตร แล้วแต่แบรนด์
คาดว่าราคาอาจขยับขึ้นใกล้เพดาน 33 บาทในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รัฐบาลอธิบายว่า เป็นการปรับตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ได้รับผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
แม้ไทยจะยังมีน้ำมันสำรองใช้ได้ราว 96 ถึง 101 วัน และยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะขาดแคลนจริงทั้งระบบ แต่ปัญหาหน้าปั๊มในระยะสั้นก็ทำให้เกิดความวุ่นวายทันที หลายคนจึงยอมเติมดีเซลพรีเมียมแทน แม้ต้องจ่ายแพงขึ้น เพื่อให้รถยังวิ่งต่อได้
ปั๊มหลายแห่งเริ่มจำกัดการเติมต่อคัน
เพื่อยืดสต๊อกให้อยู่ได้นานขึ้น ปั๊มน้ำมันจำนวนมากจึงออกมาตรการจำกัดการขายด้วยตัวเอง มาตรการเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำสั่งเดียวกันทั่วประเทศ แต่แต่ละปั๊มตัดสินใจตามปริมาณน้ำมันที่มีอยู่
ตัวอย่างข้อจำกัดที่พบในหลายจังหวัดภาคเหนือ มีดังนี้
- รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ เติมได้สูงสุดประมาณ 300 ถึง 500 บาท
- รถกระบะและรถตู้ เติมได้ประมาณ 500 ถึง 1,000 บาท
- รถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ เติมได้ไม่เกิน 1,500 บาท
- บางปั๊มจำกัดปริมาณไม่เกิน 100 ลิตรต่อคัน
- การเติมใส่แกลลอนทำได้ในบางกรณี และมีการตรวจเข้ม
ในเชียงราย หลายปั๊มติดป้ายชัดเจนว่า “จำกัด 500 บาทต่อคัน ขอบคุณที่เข้าใจ” ขณะที่บางแห่งในตัวเมืองปิดตั้งแต่บ่าย 2 เพราะใช้น้ำมันตามโควตาของวันหมดแล้ว มาตรการนี้ช่วยลดการกักตุนได้บ้าง แต่ก็ทำให้คนที่ต้องเดินทางไกลลำบากไม่น้อย
พร้อมกันนั้น กระทรวงพลังงานและตำรวจยังเร่งตรวจการกักตุนน้ำมันผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบการขายเกินราคา อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลอนุญาตให้ขนส่งน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศจนถึงเดือนเมษายน เพื่อเร่งเติมสต๊อกให้ทัน
รัฐบาลเร่งสื่อสารรายวัน พร้อมปราบกักตุน
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยย้ำว่าไทยไม่ได้เข้าสู่วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ประเทศยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ และยังนำเข้าน้ำมันดิบได้ตามปกติ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแห่เติมและการกระจายสินค้าที่ติดขัดชั่วคราว
กระทรวงพลังงานเริ่มเผยแพร่ตารางสถานะน้ำมันรายวันผ่านเพจ Facebook ของสำนักงานพลังงานจังหวัด เช่น “สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย” เพื่อให้ประชาชนเช็กได้ว่าปั๊มไหนยังมีดีเซล และคาดว่าจะมีรอบเติมเมื่อไร จังหวัดอื่นอย่างแพร่ เชียงใหม่ และลำปาง ก็มีช่องทางลักษณะเดียวกัน
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองอย่างน้อย 101 วัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานโรงกลั่น ตำรวจ และฝ่ายขนส่ง เพื่อให้รถน้ำมันวิ่งได้ต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน
ผลกระทบลามถึงเกษตร ขนส่ง ท่องเที่ยว และร้านเล็ก ๆ
ปัญหานี้ไม่ได้หยุดแค่หน้าปั๊ม แต่มันส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน
- เกษตรกร: เครื่องสูบน้ำและรถไถบางส่วนต้องจอด เพราะไม่มีดีเซลใช้ ในแพร่และลำปาง บางรายต้องพึ่งน้ำมันที่กักไว้ก่อนหน้าเพื่อรักษาผลผลิต
- ขนส่งและตลาด: คนขับรถระยะไกลบางรายไม่รับงานจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่หรือเชียงราย เพราะกลัวน้ำมันหมดกลางทาง ผักและของสดเริ่มส่งได้ช้าลง ทำให้ราคาขยับ
- ท่องเที่ยว: แผนเดินทางช่วงสงกรานต์เริ่มมีการยกเลิก โรงแรมในเชียงรายบางแห่งรายงานว่าการจองจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดลดลง
- ธุรกิจรายย่อย: ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ และร้านค้าที่ต้องส่งของ เสียรายได้ทันทีเมื่อเติมน้ำมันไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดบางแห่งบอกว่า สั่งของเพิ่มก็ไม่ได้ เพราะรถส่งไม่กล้าวิ่ง
คนขับรถกระบะในเชียงใหม่ที่ขนผักสดกล่าวตรง ๆ ว่า เขาผ่านช่วงโควิดและราคาน้ำมันแพงมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้หนักอีกแบบ เพราะลูกค้าน้อยอยู่แล้ว พอเติมน้ำมันลำบาก งานก็ยิ่งสะดุด
วิธีรับมือสำหรับผู้ใช้รถในช่วงดีเซลตึงตัว
ระหว่างที่หน่วยงานรัฐเร่งแก้ปัญหา คนใช้รถในเชียงรายและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสามารถปรับตัวได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
- เช็กเพจ Facebook ของสำนักงานพลังงานจังหวัดทุกเช้า
- ไปเติมตั้งแต่เช้า เพราะหลายปั๊มหมดก่อนเที่ยง
- ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และนัดไปด้วยกันถ้าเป็นไปได้
- เตรียมแกลลอนสำรองขนาดเล็กไว้ใช้ยามจำเป็น โดยเก็บให้ปลอดภัย
- หากดีเซลธรรมดาหมด อาจพิจารณาดีเซลพรีเมียมตามความเหมาะสม
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเลือกปั๊มที่ยังเปิดให้บริการ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำตรงกันว่า ไม่ควรรีบกักตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้นสำหรับทุกคน
แนวโน้มข้างหน้า มีสิทธิ์ดีขึ้นในไม่กี่วัน
เจ้าหน้าที่พลังงานคาดว่า สถานการณ์จะค่อย ๆ ผ่อนคลายภายในไม่กี่วัน เมื่อการขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมงเริ่มเห็นผล และกระแสแห่เติมลดลง
แม้ปัจจัยต่างประเทศอย่างความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา แต่ไทยยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันหลายทาง จึงยังรักษาระดับสต๊อกในประเทศไว้ได้
ตอนนี้คนเชียงรายยังต้องต่อคิวกันต่อไป หลายคนบอกตรงกันว่า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่คือข้อมูลที่ชัดเจน และน้ำมันที่มาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชีวิตประจำวันกลับมาเดินได้ตามปกติ
วิกฤตดีเซลครั้งนี้กำลังทดสอบความอดทนของคนภาคเหนืออย่างชัดเจน แต่ถ้าการสื่อสารตรงไปตรงมา และการกระจายน้ำมันทำได้ต่อเนื่อง สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลายเร็วขึ้น ผู้ใช้รถในเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง จึงยังต้องจับตาทั้งเข็มน้ำมันในรถ และอัปเดตจากหน้าเพจของจังหวัดแบบใกล้ชิด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ







