Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องต่อแถวรอเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

เชียงราย – สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงรายกำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน ผู้ใช้รถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องจอดรอเติมน้ำมันกันยาวนานหลายชั่วโมง หลายคนไปถึงปั๊มแล้วกลับเจอป้ายหมดน้ำมัน…

Rebecca Kim

Published

on

สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องต่อแถวรอเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

เชียงราย – สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงรายกำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน ผู้ใช้รถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องจอดรอเติมน้ำมันกันยาวนานหลายชั่วโมง หลายคนไปถึงปั๊มแล้วกลับเจอป้ายหมดน้ำมัน ขณะที่คนขับรถส่งสินค้าบางรายต้องหยุดรถกลางทาง เพราะน้ำมันดีเซลหมด ปัญหานี้กระทบทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน งานขนส่ง และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างชัดเจน

สถานการณ์ล่าสุด คิวยาวหลายปั๊ม บางแห่งหยุดขายกะทันหัน

จากรายงานในช่วงเดือนมีนาคม 2569 หลายพื้นที่ของเชียงราย โดยเฉพาะอำเภอเมือง แม่สาย พาน และแม่ฟ้าหลวง มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อแถวหน้าสถานีบริการน้ำมันเป็นทางยาว บางปั๊มมีรถรอมากถึง 50 ถึง 100 คัน ขณะเดียวกัน บางแห่งเริ่มจำกัดปริมาณการเติม เช่น ไม่เกิน 100 ลิตรต่อคัน หรือไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อลดการกักตุน

ผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่พบว่า บางสถานีได้รับน้ำมันดีเซลเพียงวันละ 8,000 ลิตร ซึ่งน้อยกว่าปกติราวสองในสาม และบางปั๊มไม่มีน้ำมันเบนซิน 95 ให้บริการเลย หลายแห่งขายดีเซลหมดตั้งแต่ช่วงบ่าย ส่งผลให้คนที่รอคิวมาหลายชั่วโมงต้องเสียเที่ยว และต้องขับรถไปหาปั๊มใหม่

นายสมชาย (นามสมมติ) คนขับรถส่งผักจากอำเภอพาน เล่าว่า “ผมออกส่งของตั้งแต่เช้า น้ำมันใกล้หมด พอไปถึงปั๊มแรกก็เจอว่าหมดแล้ว ต้องขับวนหาอีก 3 ปั๊ม กว่าจะเจอที่ยังพอมีดีเซล ตอนนี้ทั้งเสียเวลา ทั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก”

วิกฤตน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบอย่างหนักต่อ<a href=จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย เกิดคิวยาวเหยียดและปั๊มน้ำมันว่างเปล่า Chiang Rai Times" width="975" height="649" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3820279.webp 700w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3820279-300x200.webp 300w" sizes="auto, (max-width: 975px) 100vw, 975px" />

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและธุรกิจ

ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในเชียงรายส่งผลในวงกว้าง และเห็นชัดในหลายด้าน

  • ผู้ใช้รถทั่วไป ต้องเสียเวลารอเติมน้ำมันนาน บางคนต้องเลื่อนนัดหรือยกเลิกการเดินทาง
  • คนขับรถส่งของ เสี่ยงน้ำมันหมดระหว่างทาง ทำให้ส่งสินค้าล่าช้า โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และของใช้จำเป็น
  • ธุรกิจท้องถิ่น มีต้นทุนขนส่งสูงขึ้น จึงกระทบต่อการค้าและบริการ
  • เกษตรกร ขาดน้ำมันไปใช้กับเครื่องจักรในช่วงเพาะปลูก

ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า ปริมาณน้ำมันคงเหลือในหลายปั๊มลดลงเร็วมาก เพราะความต้องการเพิ่มขึ้นผิดปกติ บางพื้นที่มีปั๊มน้ำมัน 8 แห่งที่ไม่ได้รับน้ำมันรอบใหม่ในวันเดียวกัน และบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและคลังน้ำมันในจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน พร้อมย้ำว่า “น้ำมันในจังหวัดเชียงรายยังมีเพียงพอ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุน เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง” นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังสั่งใช้ 6 มาตรการคุมเข้มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เช่น ให้สิทธิ์คนไทยและเกษตรกรก่อน ห้ามขายน้ำมันใส่ถังโดยไม่ลงทะเบียน และดำเนินการกับผู้กักตุนอย่างจริงจัง

ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายยังอธิบายเพิ่มว่า สาเหตุหลักมาจากการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า และความต้องการที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวจากกระแสข่าวลือเรื่องสถานการณ์โลก แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าภาพรวมทั้งประเทศไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบก็ตาม

PumpRadar CR

PumpRadar CR ตัวช่วยจากเชียงราย 108 ลดการขับวนหาปั๊ม

เพื่อช่วยลดปัญหาการต่อคิวและการขับรถหาปั๊มแบบไม่รู้ว่าจะมีน้ำมันหรือไม่ กลุ่มเชียงราย 108 ได้พัฒนาเว็บไซต์ PumpRadar CR (https://www.chiangrai108.com/oil/) สำหรับตรวจสอบสถานะน้ำมันแบบเรียลไทม์

จุดเด่นของ PumpRadar CR

  • เช็กสถานะน้ำมันของปั๊มในเชียงรายได้ตลอดเวลา
  • แสดงแผนที่ปั๊มน้ำมันพร้อมสถานะ เช่น มีน้ำมัน เหลือน้อย หรือหมด
  • กรองข้อมูลตามอำเภอ แบรนด์ปั๊ม และประเภทน้ำมัน เช่น ดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์
  • ประชาชนช่วยรายงานสถานะปั๊มได้แบบเรียลไทม์
  • ข้อมูลอัปเดตจากผู้ใช้จริงทั่วจังหวัด

ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดทั้งเวลาและค่าน้ำมัน เพราะไม่ต้องขับวนหาแบบสุ่ม ปัจจุบันเว็บไซต์มีข้อมูลปั๊มมากกว่า 180 แห่งในเชียงราย และมีการอัปเดตอยู่เป็นระยะ

นายธนากร จากเชียงราย 108 กล่าวว่า “เราทำ PumpRadar CR ขึ้นมาเพื่อช่วยชาวเชียงรายในช่วงที่สถานการณ์ตึงตัว ใครเจอปั๊มไหนยังมี หรือปั๊มไหนหมด ก็ช่วยกันอัปเดต เพื่อให้ทุกคนได้ข้อมูลที่ตรงและทันเวลา”

มุมมองจากภาครัฐและแนวทางรับมือ

นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดมีคลังน้ำมันของตัวเอง จึงช่วยให้การขนส่งเร็วกว่าอีกหลายพื้นที่ และตอนนี้กำลังประสานกับผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มรอบรถส่งน้ำมันให้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังเปิดช่องทางรับร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการกับการกักตุนและการปฏิเสธขายโดยไม่มีเหตุผล

ในส่วนของรัฐบาลกลาง ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งให้กระทรวงพลังงานเร่งกระจายน้ำมัน และติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความกังวลของประชาชนมากกว่าการขาดแคลนจริง

ถึงอย่างนั้น ประชาชนจำนวนมากยังแนะนำกันว่า ควรตรวจสอบข้อมูลผ่าน PumpRadar CR ก่อนออกจากบ้าน และเติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันในระบบเพิ่มขึ้นไปอีก

สรุปสถานการณ์และข้อแนะนำสำหรับประชาชน

วิกฤตน้ำมันในเชียงรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบกระจายสินค้าอาจสะดุดได้ง่ายเมื่อเกิดความผันผวนหรือข่าวลือ แม้หน่วยงานรัฐจะยืนยันว่าปริมาณน้ำมันยังเพียงพอ แต่ความร่วมมือจากทุกฝ่ายยังสำคัญมาก ทั้งการไม่กักตุน การติดตามข้อมูลจาก PumpRadar CR และการประสานงานระหว่างจังหวัดกับผู้ประกอบการ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็วขึ้น

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • ตรวจสอบสถานะน้ำมันผ่าน PumpRadar CR ก่อนเดินทาง
  • เติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น และไม่กักตุน
  • หากพบปั๊มปฏิเสธขายหรือมีพฤติกรรมกักตุน ให้แจ้งสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายทันที
  • ติดตามประกาศจากสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด

ตอนนี้สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังจับตาอย่างใกล้ชิด หวังว่าปัญหาจะค่อย ๆ เบาลงในเร็ววัน เพื่อให้การใช้ชีวิตของชาวเชียงรายกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เห็นด่านแล้วไหวตัวทัน คนขนยาบ้าทิ้ง จยย. กลางทาง ก่อนหนีเข้าป่าชานเมืองเชียงราย

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending