เชียงราย - Chiang Rai News
สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องต่อแถวรอเป็นเวลานานหลายชั่วโมง
เชียงราย – สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงรายกำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน ผู้ใช้รถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องจอดรอเติมน้ำมันกันยาวนานหลายชั่วโมง หลายคนไปถึงปั๊มแล้วกลับเจอป้ายหมดน้ำมัน…
เชียงราย – สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงรายกำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน ผู้ใช้รถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องจอดรอเติมน้ำมันกันยาวนานหลายชั่วโมง หลายคนไปถึงปั๊มแล้วกลับเจอป้ายหมดน้ำมัน ขณะที่คนขับรถส่งสินค้าบางรายต้องหยุดรถกลางทาง เพราะน้ำมันดีเซลหมด ปัญหานี้กระทบทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน งานขนส่ง และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างชัดเจน
สถานการณ์ล่าสุด คิวยาวหลายปั๊ม บางแห่งหยุดขายกะทันหัน
จากรายงานในช่วงเดือนมีนาคม 2569 หลายพื้นที่ของเชียงราย โดยเฉพาะอำเภอเมือง แม่สาย พาน และแม่ฟ้าหลวง มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อแถวหน้าสถานีบริการน้ำมันเป็นทางยาว บางปั๊มมีรถรอมากถึง 50 ถึง 100 คัน ขณะเดียวกัน บางแห่งเริ่มจำกัดปริมาณการเติม เช่น ไม่เกิน 100 ลิตรต่อคัน หรือไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อลดการกักตุน
ผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่พบว่า บางสถานีได้รับน้ำมันดีเซลเพียงวันละ 8,000 ลิตร ซึ่งน้อยกว่าปกติราวสองในสาม และบางปั๊มไม่มีน้ำมันเบนซิน 95 ให้บริการเลย หลายแห่งขายดีเซลหมดตั้งแต่ช่วงบ่าย ส่งผลให้คนที่รอคิวมาหลายชั่วโมงต้องเสียเที่ยว และต้องขับรถไปหาปั๊มใหม่
นายสมชาย (นามสมมติ) คนขับรถส่งผักจากอำเภอพาน เล่าว่า “ผมออกส่งของตั้งแต่เช้า น้ำมันใกล้หมด พอไปถึงปั๊มแรกก็เจอว่าหมดแล้ว ต้องขับวนหาอีก 3 ปั๊ม กว่าจะเจอที่ยังพอมีดีเซล ตอนนี้ทั้งเสียเวลา ทั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและธุรกิจ
ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในเชียงรายส่งผลในวงกว้าง และเห็นชัดในหลายด้าน
- ผู้ใช้รถทั่วไป ต้องเสียเวลารอเติมน้ำมันนาน บางคนต้องเลื่อนนัดหรือยกเลิกการเดินทาง
- คนขับรถส่งของ เสี่ยงน้ำมันหมดระหว่างทาง ทำให้ส่งสินค้าล่าช้า โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และของใช้จำเป็น
- ธุรกิจท้องถิ่น มีต้นทุนขนส่งสูงขึ้น จึงกระทบต่อการค้าและบริการ
- เกษตรกร ขาดน้ำมันไปใช้กับเครื่องจักรในช่วงเพาะปลูก
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า ปริมาณน้ำมันคงเหลือในหลายปั๊มลดลงเร็วมาก เพราะความต้องการเพิ่มขึ้นผิดปกติ บางพื้นที่มีปั๊มน้ำมัน 8 แห่งที่ไม่ได้รับน้ำมันรอบใหม่ในวันเดียวกัน และบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและคลังน้ำมันในจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน พร้อมย้ำว่า “น้ำมันในจังหวัดเชียงรายยังมีเพียงพอ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุน เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง” นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังสั่งใช้ 6 มาตรการคุมเข้มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เช่น ให้สิทธิ์คนไทยและเกษตรกรก่อน ห้ามขายน้ำมันใส่ถังโดยไม่ลงทะเบียน และดำเนินการกับผู้กักตุนอย่างจริงจัง
ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายยังอธิบายเพิ่มว่า สาเหตุหลักมาจากการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า และความต้องการที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวจากกระแสข่าวลือเรื่องสถานการณ์โลก แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าภาพรวมทั้งประเทศไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบก็ตาม
PumpRadar CR ตัวช่วยจากเชียงราย 108 ลดการขับวนหาปั๊ม
เพื่อช่วยลดปัญหาการต่อคิวและการขับรถหาปั๊มแบบไม่รู้ว่าจะมีน้ำมันหรือไม่ กลุ่มเชียงราย 108 ได้พัฒนาเว็บไซต์ PumpRadar CR (https://www.chiangrai108.com/oil/) สำหรับตรวจสอบสถานะน้ำมันแบบเรียลไทม์
จุดเด่นของ PumpRadar CR
- เช็กสถานะน้ำมันของปั๊มในเชียงรายได้ตลอดเวลา
- แสดงแผนที่ปั๊มน้ำมันพร้อมสถานะ เช่น มีน้ำมัน เหลือน้อย หรือหมด
- กรองข้อมูลตามอำเภอ แบรนด์ปั๊ม และประเภทน้ำมัน เช่น ดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์
- ประชาชนช่วยรายงานสถานะปั๊มได้แบบเรียลไทม์
- ข้อมูลอัปเดตจากผู้ใช้จริงทั่วจังหวัด
ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดทั้งเวลาและค่าน้ำมัน เพราะไม่ต้องขับวนหาแบบสุ่ม ปัจจุบันเว็บไซต์มีข้อมูลปั๊มมากกว่า 180 แห่งในเชียงราย และมีการอัปเดตอยู่เป็นระยะ
นายธนากร จากเชียงราย 108 กล่าวว่า “เราทำ PumpRadar CR ขึ้นมาเพื่อช่วยชาวเชียงรายในช่วงที่สถานการณ์ตึงตัว ใครเจอปั๊มไหนยังมี หรือปั๊มไหนหมด ก็ช่วยกันอัปเดต เพื่อให้ทุกคนได้ข้อมูลที่ตรงและทันเวลา”
มุมมองจากภาครัฐและแนวทางรับมือ
นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดมีคลังน้ำมันของตัวเอง จึงช่วยให้การขนส่งเร็วกว่าอีกหลายพื้นที่ และตอนนี้กำลังประสานกับผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มรอบรถส่งน้ำมันให้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังเปิดช่องทางรับร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการกับการกักตุนและการปฏิเสธขายโดยไม่มีเหตุผล
ในส่วนของรัฐบาลกลาง ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งให้กระทรวงพลังงานเร่งกระจายน้ำมัน และติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความกังวลของประชาชนมากกว่าการขาดแคลนจริง
ถึงอย่างนั้น ประชาชนจำนวนมากยังแนะนำกันว่า ควรตรวจสอบข้อมูลผ่าน PumpRadar CR ก่อนออกจากบ้าน และเติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันในระบบเพิ่มขึ้นไปอีก
สรุปสถานการณ์และข้อแนะนำสำหรับประชาชน
วิกฤตน้ำมันในเชียงรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบกระจายสินค้าอาจสะดุดได้ง่ายเมื่อเกิดความผันผวนหรือข่าวลือ แม้หน่วยงานรัฐจะยืนยันว่าปริมาณน้ำมันยังเพียงพอ แต่ความร่วมมือจากทุกฝ่ายยังสำคัญมาก ทั้งการไม่กักตุน การติดตามข้อมูลจาก PumpRadar CR และการประสานงานระหว่างจังหวัดกับผู้ประกอบการ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็วขึ้น
คำแนะนำสำหรับประชาชน
- ตรวจสอบสถานะน้ำมันผ่าน PumpRadar CR ก่อนเดินทาง
- เติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น และไม่กักตุน
- หากพบปั๊มปฏิเสธขายหรือมีพฤติกรรมกักตุน ให้แจ้งสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายทันที
- ติดตามประกาศจากสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด
ตอนนี้สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังจับตาอย่างใกล้ชิด หวังว่าปัญหาจะค่อย ๆ เบาลงในเร็ววัน เพื่อให้การใช้ชีวิตของชาวเชียงรายกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เห็นด่านแล้วไหวตัวทัน คนขนยาบ้าทิ้ง จยย. กลางทาง ก่อนหนีเข้าป่าชานเมืองเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

