เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายยกระดับด่านแม่สายให้เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขง
เชียงราย – ที่ด่านแม่สาย รถบรรทุกผลไม้ยังต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ช้าแค่นิดเดียวก็เสี่ยงกระทบความสด และทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เกิดคอขวดซ้ำๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เชียงรายกำลังเดินหน้าตามแผนปี 2026 เพื่อทำบทบาทการเป็น เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขงที่แท้จริง ให้ชัดขึ้น และทำได้จริง
สัปดาห์นี้ จังหวัดขับเคลื่อนงาน 2 ทางพร้อมกัน
ทางแรก คือผลักดันให้ด่านพรมแดนแม่สายถูกพิจารณาอยู่ในกรอบพิธีสารไทย-จีน ที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกผลไม้ผ่านประเทศที่สาม หากได้รับอนุมัติ การขนส่งทางบกจะมีสถานะที่ชัดเจนขึ้น และขั้นตอนทำงานง่ายขึ้น
ทางที่สอง คือขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เจรจา หาคู่ค้า และขยายตลาด ในช่วงที่บางเส้นทางชายแดนยังไม่นิ่ง
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่งานประชุมหรืองานอีเวนต์ แต่เป็นการแปลงข้อมูลการค้าระดับประเทศให้เป็นแผนปฏิบัติที่ใช้ได้จริงหน้างาน
แม่สายจากด่านท้องถิ่น สู่เส้นทางผลไม้ไทย-จีนที่ชัดเจนขึ้น
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 เชียงรายจัดประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อตรวจความพร้อมในการเสนอให้ “แม่สาย” เป็นจุดนำเข้าและส่งออกสำหรับการค้าผลไม้ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้กรอบการขนส่งผ่านประเทศที่สาม
การประชุมมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (ACFS) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใจความสำคัญคือทำให้ “เส้นทาง” กลายเป็น “ระบบ” เพราะการค้าผลไม้ไม่ได้วัดกันแค่ปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่สวน การตรวจรับรอง มาตรการกักกัน การควบคุมอุณหภูมิ ขั้นตอนศุลกากร ไปจนถึงเวลารวมบนถนน
จังหวัดชี้ว่า สินค้าเกษตรไทยยังมีความต้องการในจีนค่อนข้างสูง แต่ข้อจำกัดของเส้นทางขนส่งและบางขั้นตอนการผ่านแดน ทำให้เวลาขนส่งยาวขึ้น และต้นทุนเพิ่ม
การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่จับต้องได้ ช่วยให้การขนส่งทางบกเร็วขึ้น ลดจุดติดขัด และลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกและเกษตรกรเผชิญมานาน
การประหยัดเวลาแม้เพียงเล็กน้อยมีผลต่อทั้งระบบ เวลาที่เสียไปหน้าด่านมักตามมาด้วยค่าขนส่งที่สูงขึ้น ค่าน้ำมันเพิ่ม ความเสี่ยงด้านคุณภาพ และความไม่แน่นอนของวันส่งมอบ สิ่งเหล่านี้กระทบราคา และทำให้การต่อรองของไทยอ่อนลง
งานมหกรรมการค้าชายแดน 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ เน้นเจรจาจริง ทำดีลจริง
ในอีกแนวทางหนึ่ง กรมการค้าต่างประเทศประกาศจัดงาน “งานแสดงสินค้าการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย” ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2026 สถานที่หลักคือ วิง 416 และโรงแรมเดอะเฮอริเทจ เชียงราย
เป้าหมายที่ประกาศไว้คือเสริมความแข็งแรงให้ธุรกิจไทย เชื่อมการค้ากับเมียนมา ลาว และจีน และตอกย้ำบทบาทของเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน
รูปแบบงานเน้นการซื้อขายมากกว่าการโชว์สินค้า ภายในงานมีบูธจำหน่ายมากกว่า 200 บูธ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของจังหวัด รวมถึงสัมมนาหัวข้อ Winning the New Chinese Wave ที่พูดถึงการเตรียมตัวของธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจีน และการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน
ผู้จัดงานยังเตรียมช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด่านกัมพูชา ด้วยการพาเข้ามาเจรจาในพื้นที่ใหม่ เพื่อหาตลาดทดแทนและคู่ค้าใหม่ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งไม่แน่นอน
ตัวเลขระดับประเทศชี้ชัด ปี 2025 การค้าผ่านแดนโตแรงและพยุงภาพรวม
การเดินหน้าของเชียงรายในปี 2026 ไม่ได้อิงแค่ความคาดหวัง แต่มีข้อมูลรองรับ
กรมการค้าต่างประเทศรายงานว่า ปี 2025 มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนรวมอยู่ที่ 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปี การส่งออกอยู่ที่ 1,063,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลการค้า 188,579 ล้านบาท
เมื่อดูรายละเอียด จะเห็นว่าทิศทางการเติบโตมาจากคนละส่วน
การค้าชายแดนมีมูลค่า 894,193 ล้านบาท ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 522,007 ล้านบาท ลดลง 13.31 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 372,186 ล้านบาท ลดลง 0.69 เปอร์เซ็นต์
แต่การค้าผ่านแดนกลับโตสวนทาง มูลค่ารวมอยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 541,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.23 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าผ่านแดน 502,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.99 เปอร์เซ็นต์ ไทยเกินดุลผ่านแดน 38,757 ล้านบาท
ภาพรวมจึงชัดเจน การค้าชายแดนโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้านชะลอ แต่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามโตมากพอจะดันภาพรวมให้ขยายตัวต่อ
การค้าผ่านแดนไปจีนมีมูลค่า 608,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์ ทำให้จีนเป็นตลาดผ่านแดนอันดับ 1 ในชุดข้อมูลนั้น รองลงมาคือสิงคโปร์และเวียดนาม
ในมุมของเชียงราย นี่คือเหตุผลของความเร่งด่วน เมื่อแนวโน้มระดับประเทศชี้ว่าการส่งผ่านไปจีนเป็นแรงหลัก ด่านและเส้นทางต้องพร้อม ต้องมีมาตรฐานชัด และกระบวนการที่เชื่อถือได้
ตัวเลขเดือนธันวาคมย้ำซ้ำ การค้าผ่านแดนยังแรง แม้ส่งออกชายแดนลด
ข้อมูลเดือนธันวาคม 2025 สะท้อนภาพเดียวกัน มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมของเดือนอยู่ที่ 162,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์ แต่แรงขับเคลื่อนของสองส่วนต่างกันชัด
การค้าชายแดนเดือนธันวาคมอยู่ที่ 66,031 ล้านบาท ลดลง 15.16 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกชายแดน 38,426 ล้านบาท ลดลง 23.86 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้าชายแดน 27,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87 เปอร์เซ็นต์
การค้าผ่านแดนเดือนเดียวกันอยู่ที่ 96,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกผ่านแดน 42,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66 เปอร์เซ็นต์ และการนำเข้าผ่านแดนพุ่งเป็น 53,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.07 เปอร์เซ็นต์
สำหรับธุรกิจ บทสรุปใช้งานได้ทันที ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อการค้าพึ่งพาช่องทางชายแดนไม่กี่จุดที่เปลี่ยนแปลงง่ายจากการปิดด่านหรือกฎใหม่ ขณะที่โอกาสอยู่ที่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เพราะปริมาณยังเพิ่ม และผู้ส่งของต้องการเส้นทางที่ชัด โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐาน
เชียงรายจะโตยาก ถ้าโลจิสติกส์ยังติดขัด
ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า เชียงรายมีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาทในปี 2025 สินค้าส่งออกสำคัญมีทุเรียน มังคุด ลำไย และน้ำมันเชื้อเพลิง
สิ่งนี้สะท้อนบทบาทของเชียงรายที่เป็นทางผ่านไปจีนตอนใต้และประเทศใกล้เคียงมานาน แต่คำว่า “ประตู” จะมีความหมายก็ต่อเมื่อสินค้าเดินทางได้เร็ว ปลอดภัย และอยู่ภายใต้กติกาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ
เมื่อการค้าผ่านแดนไปจีนขยายตัว การผลักดันแม่สายเข้าไปอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้จึงเหมือนการยกระดับจากทางผ่านท้องถิ่น ไปสู่ช่องทางที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับระหว่างประเทศ
หากการยกระดับเดินหน้าได้ตามแผน กลุ่มที่ได้ประโยชน์ก่อนคือเกษตรกรและผู้ส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ที่ต้องการเส้นทางบกซึ่งติดขัดน้อยและต้นทุนต่ำกว่า ธุรกิจขนส่ง ห้องเย็น และบริการชายแดนก็น่าจะมีงานเพิ่มตามไปด้วย
แต่การแข่งขันก็จะเข้มขึ้นเช่นกัน ระบบที่เร็วขึ้นทำให้ความคาดหวังด้านคุณภาพและส่งมอบตรงเวลาสูงขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องเตรียมตัวเรื่องมาตรฐาน เอกสาร และการขายผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่สัมมนาในงานการค้าพยายามช่วยต่อยอด
ด้วยเหตุนี้ งานมหกรรมการค้าชายแดนจึงไม่ใช่แค่งานขายของ แต่เป็นพื้นที่เพิ่มทักษะ และหาคำสั่งซื้อใหม่ในช่วงที่โครงสร้างการค้ากำลังเปลี่ยน
ความหมายของปี 2026 เชียงรายพยายามต่อยอดแรงส่งของการค้าผ่านแดน
ปี 2025 การค้าชายแดนหดตัว แต่ภาพรวมยังโตเพราะการค้าผ่านแดนพุ่งแรง แนวทางของเชียงรายในปี 2026 จึงสอดคล้องกับความจริงนี้ โดยทุ่มแรงไปยังส่วนที่กำลังโต และลดจุดอ่อนที่ทำให้การส่งของล่าช้า
สามเรื่องที่ต้องจับตาต่อไปคือ
- ความคืบหน้าการนำแม่สายเข้าอยู่ในกรอบพิธีสารด้านผลไม้ รวมถึงมาตรฐานตรวจสอบและความพร้อมด้านโลจิสติกส์
- ผลลัพธ์ของงานมหกรรมการค้าชายแดนเชียงราย วัดจากคู่ค้าจริงและคำสั่งซื้อจริง
- การปรับตัวของธุรกิจท้องถิ่นต่อการแข่งขันบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ที่กติกาและจังหวะเปลี่ยนเร็ว
เมื่อการค้าผ่านแดนปี 2025 อยู่ที่ 1,043,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์ งานของเชียงรายไม่ใช่แค่ตามกระแส แต่คือการเตรียมระบบให้รับปริมาณที่เพิ่มขึ้นได้ และไม่ปล่อยให้รายเล็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ตัวเลขสำคัญ
- การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,937,629 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.71 เปอร์เซ็นต์), ส่งออก 1,063,104 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.39 เปอร์เซ็นต์), นำเข้า 874,525 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13.98 เปอร์เซ็นต์), เกินดุล 188,579 ล้านบาท
- การค้าชายแดนรวม ปี 2025: 894,193 ล้านบาท (ลดลง 8.47 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าผ่านแดนรวม ปี 2025: 1,043,436 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24.39 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าผ่านแดนไปจีน ปี 2025: 608,165 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 26.71 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าชายแดนและผ่านแดนรวม เดือนธันวาคม 2025: 162,064 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.76 เปอร์เซ็นต์)
- การค้าผ่านแดน เดือนธันวาคม 2025: 96,033 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32.36 เปอร์เซ็นต์)
แหล่งที่มา: Nakorn Chiang Rai
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทศบาลนครเชียงราย เดินหน้ายกระดับ “สวนตุงและโคมนครเชียงราย”
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก
เชียงรายกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการขยับไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ของไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวปี 2568 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เชียงรายเป็นเมืองรองที่มีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดของประเทศ ราว 6,463,147 คน ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในปีเดียวกันอยู่ที่ 51,540 ล้านบาท ทำสถิติทะลุ 50,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทั้งปีทำรายได้ราว 49,420 ล้านบาท จะเห็นว่าการเติบโตเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มชัดว่าเชียงรายกำลังขยับจากการเน้น “จำนวนคนมาเที่ยว” ไปสู่การเพิ่ม “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ให้มากขึ้น
เมืองรองทำเลดี เพราะเดินทางง่ายและเชื่อมต่อได้หลายทาง
นางสาวพรหมพร จินดาวอง เนตรหาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชียงราย ซิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ซีอาร์ซีดี) (เอสอี) เปิดเผยกับ “ประชาชาติ บิสซิเนส” ว่า เชียงรายได้รับการลงทุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐานตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคมนาคมทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ทำให้การเข้าถึงสะดวกยิ่งขึ้น และจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ที่จะแล้วเสร็จในอีกประมาณสองปีข้างหน้า
เชียงรายยังเป็นจังหวัดที่มีบทบาทคล้าย “ประตูเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน” ได้จริง เชื่อมโยงได้หลายมิติ นี่เป็นต้นทุนสำคัญที่ต่างจากเมืองรองหลายแห่ง เพราะมีทั้งความเป็นเมืองชายแดน เมืองท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติที่เด่น เป็นฐานเศรษฐกิจเฉพาะตัว
ถ้ามองโครงสร้างเมือง เชียงรายมีภาพคล้ายหาดใหญ่ตรงที่เป็นทั้งเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เชียงรายโดดเด่นกว่าคือภูเขา ป่า และภูมิประเทศที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและพัฒนาไปไกล เช่น วัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น รวมถึงสิงห์ปาร์ค (Singha Park) ที่เป็นทั้งพื้นที่กิจการเพื่อสังคมและพื้นที่สาธารณะ รองรับกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชียงรายยังได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ของ UNESCO ทำให้ชื่อของเชียงรายไปไกลขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตถึง 60% แนวคิดที่เชียงรายนำเสนอในเวที UNESCO คือ “ดอยตุง” ในฐานะตัวอย่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน จึงดึงดูดคนที่อยากมาเรียนรู้ ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ
จุดดึงดูดใหม่ของเชียงราย คือท่องเที่ยวคุณภาพ และอยู่ได้นาน
นางพร้อมพรกล่าวว่า อีกแม่เหล็กสำคัญคือสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะชาและกาแฟ เชียงรายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมี Specialty Coffee ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ กาแฟบางสายพันธุ์อย่างเกอิชา มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัม ส่วนชาจากเชียงรายก็ได้รางวัลระดับนานาชาติ และส่งออกไปยังตลาดไต้หวัน ยุโรป และตะวันออกกลาง
อีกทิศทางที่เชียงรายเริ่มเดินชัดขึ้นคือการพัฒนาเมืองสู่ Wellness City โดยไม่ยึดภาพตลาดหรูแบบเมืองท่องเที่ยวทะเล แต่ใช้จุดแข็งด้านระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดบริการด้าน Longevity และ Anti-Aging ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชนให้เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
เชียงรายยังเริ่มเป็นเป้าหมายของกลุ่ม Long Stay และ Digital Nomad โดยเฉพาะชาวยุโรปและสแกนดิเนเวียที่มาพักช่วงหน้าหนาวปีละกว่า 500 คน พักยาว 4-5 เดือน ใช้ชีวิต ทำงาน และใช้จ่ายในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300,000-500,000 บาทต่อคน ปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกเชียงรายคืออากาศดี ค่าครองชีพไม่สูง เดินทางสะดวก มีสนามบิน ห้าง และบรรยากาศเมืองที่ปลอดภัย
มุมมองสำคัญคือ การจะก้าวเป็นเมืองหลักไม่จำเป็นต้องแข่งกันที่จำนวนคนเที่ยว แต่ควรเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ดึงกลุ่มที่อยู่นาน ใช้จ่ายสูง และกลับมาอีก การสร้างความต่างเริ่มจากการเล่าเรื่องเมืองให้ชัด เปลี่ยนจากเที่ยวแบบ “เก็บแต้ม” ไปเป็นการทำให้คนรู้สึกว่าได้ประสบการณ์ เพราะเชียงรายไม่ได้ขายความหรู แต่ขายคุณภาพชีวิตและตัวตนของเมือง
การเติบโตของเชียงรายไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลจากการสะสมศักยภาพต่อเนื่อง จนวันนี้เมืองรองที่เคยเงียบกำลังถูกจับตาในบทบาทใหม่ คือเมืองหลักที่ต้องเติบโตแบบมีทิศทาง สมดุล และยั่งยืน
เมืองดาวรุ่งที่พร้อมขยายตัว แต่ต้องเดินให้เป็นระบบ
ว่าที่ ร.ต.เมฆา สิริชัยรุ่งเรือง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ระบุว่า เชียงรายวันนี้ขยับจากเมืองรองไปเป็น “เมืองดาวรุ่ง” ได้ชัด ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานครบทั้งสนามบิน โรงแรม ท่าเรือ และรถไฟทางคู่ที่ใกล้เข้ามา อีกทั้งยังมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 อำเภอ และมีข้อได้เปรียบเรื่องชายแดนที่เชื่อมกับเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือเมียนมาและ สปป.ลาว รวมถึงเส้นทางแม่น้ำโขงที่เดินทางต่อไปถึงจีนได้
ด้านการศึกษาและสุขภาพ เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลัก 4-5 แห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และมีศูนย์การแพทย์กับโรงพยาบาลรวมมากกว่า 5 แห่ง ทำให้แนวทางเมือง Wellness ไปต่อได้จริง
อีกบทบาทที่เชียงรายกำลังถูกผลักดันคือเมืองกีฬา (Sport City) จากการได้รับคัดเลือกจัด Spartan Race ต่อเนื่อง 3 ปี และมีการวางแนวทางดึงจุดเด่นของทั้ง 18 อำเภอให้ชัด เพื่อสร้างอัตลักษณ์รายพื้นที่ ไม่ให้ทุกที่เหมือนกันไปหมด
สินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างชาและกาแฟก็ยังเป็นไพ่ใบใหญ่ หลายแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศมีฐานผลิตในพื้นที่ จังหวัดพยายามเชื่อมภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันทำเรื่องราวสินค้าและงานวิจัย เพิ่มมูลค่าให้เป็นระบบ
เชียงรายยังถูกพูดถึงในมุมความปลอดภัย และเหมาะกับกลุ่มที่ทำงานได้จากทุกที่ นักท่องเที่ยวที่เลือกมาเชียงรายจึงมักมีเป้าหมายชัด เช่น มาเรียนรู้วัฒนธรรม หรือมาพักเพื่อดูแลสุขภาพ และเพราะแต่ละอำเภอมีเสน่ห์ต่างกัน ทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่เที่ยวได้เรื่อย ๆ แบบไม่เบื่อ
ขนส่งสาธารณะยังเป็นโจทย์ใหญ่ของเมือง
อย่างไรก็ตาม ค่าเดินทางภายในจังหวัดยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลักหลายแห่ง ทำให้ “ขนส่งสาธารณะ” เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเอง
ตอนนี้มีการหารือเพื่อเชื่อมระบบเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้สะดวกขึ้น อีกด้านคือการจัดการนักท่องเที่ยวตั้งแต่หน้าด่านจนถึงที่พัก ถ้าจังหวัดเชื่อมข้อมูลแบบ Real-Time ระหว่างตรวจคนเข้าเมืองกับหน่วยงานพื้นที่ได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้มาเยือน
เชียงราย ไม่ใช่แค่เมืองเที่ยว แต่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ของประเทศ
นายภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย มองว่าเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม แต่เป็น “เมืองยุทธศาสตร์” ด้วยที่ตั้งชายแดนติดเมียนมาและ สปป.ลาว และเป็นเส้นทางเชื่อมสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A ระยะทางราว 240 กิโลเมตร
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำโขงจากจีนสู่ท่าเรือเชียงแสน หลังหยุดไป 4-5 ปี ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเติมภาพเศรษฐกิจและการเดินทาง ขณะที่แผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟเด่นชัย-เชียงของ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 จะช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมกันมากขึ้น
สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายที่เป็นสนามบินนานาชาติ ก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้กลับมามีเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนต่างชาติเดินทางได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมการท่องเที่ยวคุณค่า เชียงรายมีองค์ประกอบพร้อม ทั้งแนวทาง Wellness City ที่มีมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงฐานการผลิตชาและกาแฟที่ใหญ่และชัดที่สุดของประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ภาพ “เมืองหลวงแห่งชาและกาแฟ” ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง
แนวทางนี้ยังช่วยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเชื่อมโยงกับปัญหา PM 2.5 ทำให้เชียงรายมีจุดความร้อนต่ำที่สุดในภาคเหนือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อีกอัตลักษณ์ที่เชียงรายมีไม่เหมือนใครคือความหลากหลายของชาติพันธุ์กว่า 30-40 กลุ่ม ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ สามารถพัฒนาเป็นพลังด้านวัฒนธรรม ผ่านงานชาติพันธุ์และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
แม้ภาพรวมจะพร้อม แต่ความท้าทายหลักยังเหมือนเดิม คือขนส่งสาธารณะในจังหวัด ทั้งการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง และการต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังมีต้นทุนสูง ถ้าโครงสร้างการเดินทางดีขึ้น เชียงรายจะรองรับการเติบโตแบบเมืองหลักได้สมดุลมากขึ้น
เมื่อเชียงรายทำรายได้ท่องเที่ยวสูงสุดในกลุ่มเมืองรองได้แล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจะโตได้อีกแค่ไหน แต่คือจะโตอย่างไรโดยไม่เสียตัวตนของเมือง เพราะการเป็นเมืองหลักไม่ได้วัดที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่คือการเลือกเส้นทางที่ยังยึดโยงกับรากวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และสมดุลของเชียงรายไว้ได้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย – กระแสตอบรับแคมเปญ “มีวนาชวนจิบกาแฟ…ปลูกป่ารักษ์โลก” มาแรงเกินคาด จนกิจกรรม “มีวนาชวนปลูก 10,000 ต้น” โตไกลกว่าที่ตั้งไว้ กลายเป็นการส่งต่อต้นกล้าให้ป่าต้นน้ำจังหวัดเชียงรายรวมแล้ว 40,000 ต้น ทะลุเป้าเดิมถึง 30,000 ต้น
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ “มีวนา” เดินหน้าต่อในปี 2569 พร้อมตั้งเป้าพัฒนาคุณภาพกาแฟออร์แกนิก อาราบิก้าไทย ให้ตอบโจทย์ความต้องการตลาดกว่า 1,000 ตัน ควบคู่กับงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ 7 หมู่บ้าน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ผ่านทุกแก้วกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา
บริษัท มีวนา จำกัด (ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์) สรุปผลแคมเปญ “มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana ใช้ชีวิตร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน” ที่ชวนผู้บริโภคมามีส่วนร่วมกับกิจกรรม “มีวนาชวนปลูก 10,000 ต้น” แนวคิดเข้าใจง่าย เพียงเลือกดื่มกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ทุกๆ 7 แก้ว เท่ากับการส่งต่อต้นกล้า 1 ต้น คืนให้ป่าต้นน้ำ
แคมเปญนี้จัดผ่านร้านกาแฟมีวนา 3 สาขา ได้แก่ มีวนาคอฟฟี่ แฟล็กชิพสโตร์ (ซอยศรีนครินทร์ 57), มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร (ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7) และมีวนาคอฟฟี่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง (เทอร์มินอล 1 ชั้น 3 ตรงข้าม Gate 1-7) รวมถึงร้าน vistacafé 14 สาขา และร้าน Sarnies 6 สาขา
เมื่อชวนกันทำจริง เป้าหมายเดิมก็กลายเป็นตัวเลขใหม่ที่น่าประทับใจ ชุมชนคนรักกาแฟและรักโลกช่วยกันจนปลูกได้ 40,000 ต้น และยังต่อยอดพลังสนับสนุนการดูแลผืนป่าต้นน้ำในจังหวัดเชียงรายร่วมกับเกษตรกร 7 หมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีพันธมิตรสำคัญอย่างร้าน vistacafé และร้าน Sarnies ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ
พลังของคนรักโลก ทำให้ปลูกป่าได้เกินคาด
ดรรชนี คุณาวิชยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีวนา จำกัด เล่าว่าแคมเปญนี้ตั้งใจชวนปลูก 10,000 ต้น แต่พลังของทุกคนทำให้ปลูกได้ถึง 40,000 ต้น เกินกว่าที่คาดไว้มาก มีวนามองตัวเองไม่ใช่แค่ผู้ผลิตกาแฟอินทรีย์เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลป่าต้นน้ำระยะยาว และสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปลูกกาแฟอินทรีย์ควบคู่กับการฟื้นฟูป่า
อีกส่วนที่มีวนาให้ความสำคัญ คือการเป็นตัวกลางเชื่อม “คนต้นน้ำ” อย่างเกษตรกร กับผู้บริโภคให้ใกล้กันขึ้น เพื่อให้การปลูกป่ากลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการเลือกกาแฟในแต่ละแก้ว
โครงการนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งลูกค้ามีวนา พาร์ทเนอร์ เกษตรกรป่าต้นน้ำ ทีมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และพัฒนาชุมชนของมีวนา รวมถึง เชอร์รี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ในบทบาทนักอนุรักษ์ธรรมชาติ และ โจโฉ ยูทูปเปอร์สายเดินป่าที่ร่วมบอกเล่าเรื่องราวของเกษตรกรกาแฟอินทรีย์มีวนาใน 7 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านขุนลาว, บ้านห้วยไคร้, บ้านห้วยคุณพระ, บ้านดอยช้าง, บ้านใหม่พัฒนา, บ้านผาแดงหลวง และบ้านร่มเย็น โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญรวมกว่า 100,000 คน
อีกกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ “กอดป่า Challenge” ที่ชวนทุกคนถ่ายภาพกอดต้นไม้ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมเขียนข้อความชวนปลูกป่า ช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีผู้ร่วมส่งภาพและข้อความมากกว่า 200 คน และมีผู้ได้รับรางวัล 4 ท่าน เพื่อร่วมทริปปลูกป่าต้นน้ำกับมีวนาในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงราย
ปี 2569 เดินหน้าปลูกป่าต่อเนื่อง ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
แคมเปญ “มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana ใช้ชีวิตร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน” เกิดจากความตั้งใจให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น พร้อมชวนให้เห็นภาพว่าพื้นที่ป่าของไทยลดลงต่อเนื่อง และส่งผลต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5
มีวนายังเดินหน้ากิจกรรมปลูกป่าต่อเนื่องมากว่า 10 ปี เพื่อทดแทนต้นไม้ที่เสื่อมโทรม และเพิ่มพันธุ์ไม้ที่ช่วยสร้างร่มเงาให้ป่าต้นน้ำ เพื่อให้การอนุรักษ์ทำได้จริงและยืนระยะได้
จากกระแสตอบรับที่ดี ปี 2569 มีวนาตั้งเป้าร่วมพัฒนาและรับซื้อเชอร์รี่กาแฟออร์แกนิก อาราบิก้าไทยจากสมาชิกกาแฟอินทรีย์รักษาป่ามีวนาเพิ่มเป็น 1,000 ตัน เพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น ทั้งจากลูกค้าธุรกิจกาแฟและผู้บริโภคทั่วไป
ผู้ที่สนใจสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของมีวนาผ่านร้านค้า เช่น Tops, Gourmet, Villa และ Foodland รวมถึงช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee และ www.mivana.co.th นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ และนวัตกรรมที่ต่อยอดจากส่วนประกอบอื่นของเมล็ดกาแฟ เพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปักหมุดตามรอย “ลิซ่า” เที่ยวไร่ชาฉุยฟง จ.เชียงราย ภาพล่าสุดละมุนมาก
เชียงราย - Chiang Rai News
ปักหมุดตามรอย “ลิซ่า” เที่ยวไร่ชาฉุยฟง จ.เชียงราย ภาพล่าสุดละมุนมาก
เชียงราย – กระแสเที่ยวไทยยังคึกคักต่อเนื่อง หลัง “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ได้รับบทบาท Amazing Thailand Ambassador และร่วมถ่ายทอดเสน่ห์เมืองไทยผ่านแคมเปญ “Feel All The Feelings” ก่อนหน้านี้หลายคนตามรอยโลเคชันต่าง ๆ กันเพียบ
ล่าสุด Amazing Thailand ปล่อยภาพใหม่ของ “ลิซ่า” กับฉากหลัง “ไร่ชาฉุยฟง” (Tea Plantation) จังหวัดเชียงราย พร้อมข้อความชวนผ่อนคลายว่า ความสุขไม่ได้มีแค่บนยอดดอยสูง ๆ แต่อยู่ได้ในทิวใบชานับล้านที่รับแสงแดด ความสบายใจเล็ก ๆ รอบตัวก็ช่วยเยียวยาเราได้เสมอ และชวนทุกคน “สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย” (Feel All The Feelings)
ไร่ชาฉุยฟง เชียงราย มีอะไรน่าไปบ้าง
ไร่ชาฉุยฟงขึ้นชื่อเรื่องแปลงชาขั้นบันไดเส้นโค้งที่ถ่ายรูปมุมกว้างแล้วสวยมาก มองไปทางไหนก็เขียวสบายตา เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและคนที่อยากหาที่พักใจแบบเงียบ ๆ
ที่นี่มีโซนร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งพัก จิบชาพร้อมชมวิวแบบสบาย ๆ ใบชามีหลายแนวให้เลือกตามความชอบ ทั้งชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ รสมีตั้งแต่สดชื่นดื่มง่ายไปจนถึงหอมละมุนโทนนุ่มลึก
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ เดินเก็บภาพลายขั้นบันไดให้เต็มที่ แล้วเลือกชา 1 แก้วที่ถูกใจ นั่งจิบช้า ๆ มองวิวไร่ชาแบบเต็มตา แค่นี้ก็เป็นทริปเชียงรายที่ลงตัวแล้ว
ค้นหาข้อมูลเที่ยวไทยเพิ่มเติมได้ที่ https://thai.tourismthailand.org
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
กรมการค้าระหว่างประเทศได้เลือก “เชียงราย” เป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าการค้าชายแดน
-
ข่าวการเมือง3 days ago
กกต.เชียงรายลงหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 คลาดเคลื่อน 3 ราย ผู้สมัครร้องเรียน หวั่นคนสับสน
-
ข่าวระดับชาติ - National5 days ago
เกิดเรื่องเศร้า!! พบศพเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่หายตัวไปจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำปิง
-
ข่าวระดับชาติ - National3 days ago
OBEC กำลังสอบสวนกรณีครูหญิงคนหนึ่งในเชียงใหม่ฆ่าตัวตายเนื่องจาก ‘ทำงานหนักเกินไป’
-
ข่าวการเมือง6 days ago
ปิตา กำลังหาเสียงสนับสนุนพรรคประชาชน ในขณะที่ชาดาและสะบิดา กำลังตระเวนหาเสียงในพื้นที่บางกระทูมและบางระกำ เพื่อสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย









