ฟุตบอล
เอฟเวอร์ตันและลีดส์ ยูไนเต็ด เสมอกัน 1-1
เกมพรีเมียร์ลีกที่ฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม วันที่ 26 มกราคม 2026 จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมนี้ภาพรวมชัดเจนว่าแต่ละทีมเด่นกันคนละครึ่ง และสะท้อนความสูสีของกลุ่มกลางตารางในฤดูกาลนี้ได้ดี ผลเสมอทำให้เอฟเวอร์ตันขยับขึ้นไปอยู่ครึ่งบนของตารางที่อันดับ 10 ส่วนลีดส์ยังมีแต้มเหนือโซนตกชั้น 6 คะแนนในอันดับ 16
เอฟเวอร์ตันของ เดวิด มอยส์ แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและความอดทน แม้ครึ่งแรกจะเล่นไม่เข้าจังหวะ ขณะที่ลีดส์ของ แดเนียล ฟาร์เค คุมเกมได้เป็นช่วง ๆ ตามสไตล์ทีมที่กำลังหนีตกชั้นแบบจริงจัง หนึ่งแต้มดูยุติธรรม แต่ทั้งสองฝ่ายก็น่าจะเสียดายโอกาสที่ทำให้เกมจบด้วยสามแต้มได้เหมือนกัน

ครึ่งแรกเป็นของลีดส์ กดดันต่อเนื่อง
ลีดส์ลงสนามด้วยความมั่นใจจากผลงานช่วงหลังที่ดี พวกเขาแพ้แค่เกมเดียวตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นมา ช่วงต้นเกมทีมเยือนเพรสซิงสูง บีบให้เอฟเวอร์ตันเล่นยาก และพยายามโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับที่ต้องปรับทัพจากปัญหาอาการเจ็บหลายราย รวมถึงการขาด แจ็ค กรีลิช ที่เจ็บจากอาการกระดูกล้า
ประตูขึ้นนำเกิดขึ้นในนาที 28 อันตอน ชตัค เปิดบอลเรียดจากฝั่งขวาผ่านเข้ากลางเขตโทษ บอลไหลไปถึงแบ็กอย่าง เจมส์ จัสติน ที่เติมมาถึงเสาไกลก่อนแปเข้าไปแบบใจเย็น เป็นจังหวะที่สะท้อนการต่อบอลและการขยับหาพื้นที่ของลีดส์ได้ชัด
หลังจากนั้นไม่นาน ลีดส์เกือบทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน อดีตกองหน้าเอฟเวอร์ตันที่ย้ายมาแบบฟรีเอเยนต์ช่วงซัมเมอร์ ได้ยิงระยะเผาขนแต่บอลไปชนเสา จากความผิดพลาดสื่อสารกันไม่ชัดของแนวรับเจ้าถิ่น ครึ่งแรกทีมเยือนมีโอกาสยิงรวม 10 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในเกมลีกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่เอฟเวอร์ตันยังไม่มีลูกยิงตรงกรอบเลย เสียงโห่ดังขึ้นตอนจบครึ่งแรก เพราะเกมของเจ้าบ้านดูไม่ลงตัว
มอยส์แก้เกมตรงจุด เอฟเวอร์ตันกลับมาคุมเกมครึ่งหลัง
ครึ่งหลังรูปเกมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มอยส์ส่ง จาร์ราด แบรนธ์เวต และ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี ฮอลล์ ลงมาหลังพักครึ่ง พร้อมปรับไปใช้แนวรับสามคนเพื่อให้ประกบกับระบบของลีดส์ได้ดีขึ้น และเพิ่มพลังในแดนกลาง ผลคือเอฟเวอร์ตันเล่นด้วยความเร็วและความตั้งใจมากกว่าเดิม เกมรุกเริ่มไปต่อได้ และกดดันคู่แข่งต่อเนื่อง
เจ้าถิ่นเริ่มมีโอกาสมากขึ้น อิลิมาน เอ็นดิอาย ที่เพิ่งกลับจาก AFCON กับทีมชาติเซเนกัลสร้างปัญหาได้จากการพาบอลและการวิ่งตัดไลน์ ส่วน ธีร์โน แบร์รี ก็มีจังหวะลุ้นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ลีดส์ต้องพึ่ง คาร์ล ดาร์โลว์ นายทวารของทีมที่เซฟสวย ๆ ช่วยทีมไว้ จากลูกยิงแบบพลิกแพลงของแบร์รี
จังหวะสำคัญเกิดในนาที 76 อิดริสซา เกย์ เติมเกมขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดบอลเรียดเข้ามาหน้าประตู และเป็น ธีร์โน แบร์รี ที่สอดมาแหย่บอลเข้าที่เสาแรก ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1 นี่คือประตูที่ 4 ของเขาใน 5 เกมลีกหลังสุด หลังจากช่วงออกสตาร์ตที่ฝืดมาก ยิงได้แค่ลูกเดียวจาก 18 นัดแรก ตอนนี้แบร์รีเริ่มกลายเป็นตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ และตอบแทนความเชื่อมั่นของมอยส์
หลังตีเสมอได้ไม่นาน นาที 78 เกย์เกือบทำให้กูดิสันเฮอีกครั้งเมื่อซัดชนคาน เอฟเวอร์ตันยังเดินหน้าหาประตูชัยต่อเนื่อง ช่วงท้ายเกม ไทเลอร์ ดิบลิง ตัวสำรองมีจังหวะได้เล่นในพื้นที่ว่าง แต่ลีดส์ยังช่วยกันป้องกันได้ดี ฝั่งทีมเยือนเองก็มีโอกาสปิดเกมเหมือนกันจากลูกโหม่งของจัสตินที่หลุดกรอบไปในช่วงท้าย สุดท้ายไม่มีทีมไหนทำประตูเพิ่มได้
สรุปเหตุการณ์สำคัญในเกม
- นาที 28: ลีดส์ขึ้นนำ 0-1, เจมส์ จัสติน ยิงจ่อ ๆ จากลูกเปิดเรียดของชตัค
- นาที 31: คัลเวิร์ต เลวิน ยิงชนเสา เกือบหนีห่าง
- พักครึ่ง: เอฟเวอร์ตันไม่มีลูกยิงตรงกรอบ, แฟน ๆ ส่งเสียงไม่พอใจ
- ครึ่งหลัง: เอฟเวอร์ตันดีขึ้นชัดจากการเปลี่ยนตัวและปรับระบบ, แบรนธ์เวตและดิวส์บิวรี ฮอลล์มีส่วนมาก
- ดาร์โลว์เด่น: เซฟสำคัญปฏิเสธโอกาสของแบร์รี
- นาที 76: แบร์รีตีเสมอ 1-1 จากบอลเรียดของเกย์
- นาที 78: เกย์ซัดชนคาน
- ท้ายเกม: จัสตินโหม่งหลุดกรอบ, เกมจบแบบไม่มีผู้ชนะ
ผลเสมอทำให้เอฟเวอร์ตันยังไม่ชนะในบ้าน 5 นัดติดต่อกันในลีก แต่ครึ่งหลังถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีหลังเล่นครึ่งแรกได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนลีดส์ได้อีกหนึ่งแต้มที่สำคัญในการลุ้นอยู่รอด แม้จะน่าเสียดายที่ไม่เปลี่ยนความเหนือกว่าในครึ่งแรกให้เป็นชัยชนะ
ภาพรวมทีมเอฟเวอร์ตัน
ฤดูกาลนี้เอฟเวอร์ตันผสมผู้เล่นประสบการณ์กับดาวรุ่งได้พอสมควร แต่ปัญหาอาการเจ็บทำให้ต้องหมุนทีมบ่อย
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | หมายเหตุ/ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | จอร์แดน พิคฟอร์ด | ทำหน้าที่ตามมาตรฐาน แต่เก็บคลีนชีตไม่ได้ |
| กองหลัง | เจมส์ ทาร์คอฟสกี (C) | คุมแนวรับและสื่อสารกับทีม |
| วิตาลี มีโคเลนโก | เล่นฝั่งซ้ายคงเส้นคงวา | |
| นาธาน แพตเทอร์สัน | ถูกเปลี่ยนออกนาที 71 | |
| กองกลาง | อิดริสซา เกย์ | แอสซิสต์ประตูตีเสมอ, ยิงชนคาน |
| เจมส์ การ์เนอร์ | ช่วยสร้างเกมและหาจังหวะจ่าย | |
| อิลิมาน เอ็นดิอาย | มีจังหวะวิ่งทำทางหลังกลับจาก AFCON | |
| กองหน้า | ธีร์โน แบร์รี | ยิงตีเสมอ, ฟอร์มกำลังมา |
| ตัวสำรอง | จาร์ราด แบรนธ์เวต | ลงมาแล้วเกมรับนิ่งขึ้น |
| เคียร์แนน ดิวส์บิวรี ฮอลล์ | เติมพลังแดนกลาง ทำให้เกมไหลลื่น | |
| ไทเลอร์ ดิบลิง | มีจังหวะลุ้นช่วงท้าย |
การแก้เกมหลังพักครึ่งของมอยส์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เปลี่ยนเกมที่มีแววแพ้ให้กลายเป็นแต้มที่มีความหมาย
ภาพรวมทีมลีดส์ ยูไนเต็ด
ลีดส์ยังยึดแนวทางทีมที่สู้ทุกจังหวะ ผสมกับการเสริมผู้เล่นที่เข้าระบบ และมีคัลเวิร์ต เลวินช่วยเพิ่มมิติในแดนหน้า
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | หมายเหตุ/ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | คาร์ล ดาร์โลว์ | เซฟหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียมากกว่า 1 ลูก |
| กองหลัง | อีธาน อัมปาดู (C) | คุมจังหวะเกมรับได้ดี |
| โจ โรดอน | อ่านเกมและเข้าปะทะแน่น | |
| ปาสกาล สตรุยค์ | ยืนเกมรับตามแผน | |
| เจย์เดน โบเกิล | เติมขึ้นลงฝั่งขวาสม่ำเสมอ | |
| กองกลาง | อิเลีย กรูเอฟ | โดนใบเหลือง, คุมจังหวะช่วงครึ่งแรก |
| อันตอน ชตัค | ทำแอสซิสต์ให้ประตูขึ้นนำ | |
| เจมส์ จัสติน | ยิงประตูแรกของเกม | |
| กองหน้า | โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน | ยิงชนเสา, เป็นตัวอันตรายเมื่อเจอทีมเก่า |
| ตัวสำรอง | ฌอน ลองสตาฟฟ์ | ลงมาช่วงท้ายช่วยเพิ่มความแน่น |
| ฟากุนโด บัวนาน็อตเต | เติมไอเดียเกมรุกช่วงท้าย | |
| อาโอะ ทานากะ | ลงมาแทนกรูเอฟ |
แผนของฟาร์เคช่วยให้ลีดส์คุมเกมได้ดีช่วงแรก แต่จังหวะหลุดสมาธิในครึ่งหลังทำให้เสียประตู และต้องแบ่งแต้มกลับบ้าน
โดยรวมแล้ว เกมนี้สะท้อนความไม่แน่นอนของพรีเมียร์ลีกได้ชัด เอฟเวอร์ตันได้แรงฮึดครึ่งหลังและฟอร์มที่ดีขึ้นของแบร์รีช่วยต่อยอดความหวัง ส่วนลีดส์ได้แต้มสำคัญสำหรับการหนีตกชั้น หลังจากนี้เอฟเวอร์ตันมีคิวเจอไบรท์ตัน ขณะที่ลีดส์จะเปิดบ้านรับอาร์เซนอล ทุกแต้มยังมีความหมายในฤดูกาลที่ตารางคะแนนเบียดกันมากแบบนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
คริสตัล พาเลซ พบกับ เชลซี คริสตัล พาเลซ พ่ายแพ้ให้กับเชลซี 3-1
ฟุตบอล
คิโรน่า พบ เคตาเฟ 1-1
เกมลา ลีกาที่สนามเอสตาดี มอนติลีบี คืนวันที่ 26 มกราคม 2026 จบลงด้วยสกอร์ 1-1 หลัง คิโรน่า พบ เคตาเฟ สู้กันแบบไม่มีใครยอมใครในนัดที่ 21 ของฤดูกาล 2025/26 Getafe ขึ้นนำแบบช็อกแฟนเจ้าบ้านในครึ่งหลัง ก่อนที่ Girona จะไล่ตีเสมอได้แบบหวุดหวิดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ผลเสมอนี้ทำให้ Getafe ยังไม่ชนะต่อเนื่อง ส่วน Girona ก็เสียจังหวะจากฟอร์มที่กำลังไต่ขึ้นมา ทั้งสองทีมมีเหตุให้เสียดายจากโอกาสที่หลุดมือไปในเกมที่สูสีมาก
ภาพรวมเกมและจังหวะสำคัญ
เริ่มเกมมา Girona ครองบอลมากกว่าชัดเจน พวกเขาเดินเกมด้วยความมั่นใจ คุมบอลราว 65-66% และพยายามป้อนบอลเข้าเขตโทษตลอด แต่ครึ่งแรกยังเป็นเกมที่ค่อนข้างระวังตัว โอกาสจะแจ้งมีไม่มาก และจบ 45 นาทีแรกแบบไร้สกอร์
จุดเปลี่ยนเกิดหลังพักครึ่ง ในนาทีที่ 59 Getafe ฉวยโอกาสจากจังหวะโต้กลับเร็ว Juan Iglesias จ่ายให้ Luis Vázquez ก่อนที่กองหน้าจะซัดด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบมุมบนอย่างเฉียบขาด ผู้มาเยือนขึ้นนำทั้งที่รูปเกมเป็นรอง นี่คือภาพของ Getafe ที่ชัดเจน ใช้โอกาสน้อยแต่คม และเล่นแบบรัดกุมภายใต้ความกดดัน
โดนขึ้นนำแล้ว Girona เร่งเกมทันที พวกเขาดันไลน์สูงขึ้น โจมตีจากริมเส้นมากขึ้น และมีทั้งลูกโหม่งกับยิงไกลให้ลุ้นหลายครั้ง แต่แนวรับของ Getafe ยังยืนตำแหน่งดีและช่วยกันเคลียร์ได้ตลอด อย่างไรก็ดี ความพยายามของเจ้าบ้านมาสำเร็จในช่วงท้ายสุด นาทีที่ 90+4 Álex Moreno เปิดบอลเข้าพื้นที่อันตราย และ Vitor Reis ขึ้นโหม่งได้สูงกว่าใคร ส่งบอลเข้าไปที่มุมล่างแบบเด็ดขาด ตีเสมอ 1-1 พร้อมปลุกเสียงเฮทั้งสนาม
เกมนี้มีใบเหลืองทีมละ 2 ใบ ไม่มีดราม่าจาก VAR ที่เปลี่ยนทิศทางเกม ยอดผู้ชมราว 11,388 คน บรรยากาศกดดันตั้งแต่ต้นจนจบ แม้สุดท้ายต้องแบ่งแต้มกันไป
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- ครึ่งแรก: ยังไม่มีประตู Girona ครองบอลมากกว่า แต่เจาะแนวรับ Getafe ได้ยาก เกมค่อนข้างรัดกุม
- นาที 59 ประตู Getafe ขึ้นนำ 0-1: Luis Vázquez จบสกอร์จากแอสซิสต์ของ Juan Iglesias ยิงด้วยซ้ายเข้ามุมแบบเยือกเย็น
- ช่วงครึ่งหลัง: Girona บุกหนักขึ้น ได้ลูกเตะมุมและโอกาสยิงเพิ่ม Getafe ถอยตั้งรับ และเริ่มเสียอันตรายจากลูกครอส
- นาที 90+4 ประตูตีเสมอ Girona 1-1: Vitor Reis โหม่งจากการเปิดของ Álex Moreno ช่วยให้เจ้าบ้านได้แต้มแบบดราม่า
- ช่วงทดเจ็บท้ายเกม: Getafe เกือบมีจังหวะสวนกลับปิดเกม แต่ผู้รักษาประตู Girona เซฟสำคัญไว้ได้
- ภาพรวมสถิติ: Girona มีโอกาสยิงมากกว่า (ราว 13 ครั้ง) ครองบอลเหนือกว่า แต่ Getafe ใช้โอกาสน้อยได้คุ้ม
โดยรวมแล้ว ผลเสมอนี้สะท้อนเกมได้ดี Girona คุมเกมและครองบอล ส่วน Getafe อดทนและอาศัยจังหวะสวนกลับเป็นหลัก
ฟอร์มของ Girona และภาพรวมฤดูกาล
Girona อยู่แถวอันดับ 10-11 ของตาราง มีแต้มประมาณ 25-26 คะแนนจากข้อมูลก่อนหน้า พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสไตล์การเล่นที่เน้นครองบอลและขึ้นเกมสวย แต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย ทำให้เกมที่ควรได้มากกว่าหนึ่งแต้มกลับหลุดไป การตีเสมอช่วงท้ายบอกถึงความไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะจากการเล่นด้านข้างและลูกกลางอากาศ คนที่เด่นในจังหวะสำคัญคือ Álex Moreno ที่ทำแอสซิสต์ และ Vitor Reis ที่โหม่งเป็นประตู
ตารางสรุป Girona (สถิติหลัก ณ นัดที่ 21)
| สถิติ | ค่า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| อันดับในลีก | 10-11 | เกาะกลุ่มกลางตาราง |
| คะแนน | ~25-26 | จากราว 20 นัด |
| ยิงได้ | ~20-25 | เกมรุกใช้ได้ แต่ยังขึ้นลง |
| เสียประตู | ~30-34 | ยังมีจุดรั่วให้เห็น |
| ฟอร์มล่าสุด | ช-ช-ส | จังหวะดีๆ ถูกหยุดด้วยผลเสมอ |
| ผลงานในบ้าน (ช่วงหลัง) | ดี | ไม่แพ้หลายนัดติด |
| ผู้เล่นเด่น | Vitor Reis, Álex Moreno | มีส่วนกับประตูตีเสมอ |
ภาพรวมฤดูกาลของ Girona ยังถือว่าไปได้เรื่อยๆ มีช่วงที่เล่นไหลลื่นและน่าดู แต่ต้องเพิ่มความเด็ดขาดเพื่อเปลี่ยนการคุมเกมให้เป็นชัยชนะ
ความเหนียวของ Getafe และปัญหาที่ตามมา
Getafe อยู่โซนล่างของตารางราวอันดับ 16-17 มีแต้มประมาณ 21-22 คะแนนก่อนเกมนี้ ฟอร์มก่อนหน้าก็ไม่สวยนัก พวกเขาไม่ชนะในลีกมา 7 นัดติด และแพ้ 4 จาก 5 เกมหลัง ประตูของ Luis Vázquez เกือบช่วยให้ทีมปลดล็อกได้จริงๆ เพราะแนวรับก็ช่วยกันปิดพื้นที่จน Girona หาช่องลำบาก แต่การเสียประตูในช่วงทดเจ็บก็สะท้อนปัญหาเดิมๆ เรื่องสมาธิท้ายเกม และการป้องกันลูกครอสหรือจังหวะกลางอากาศ
ตารางสรุป Getafe (สถิติหลัก ณ นัดที่ 21)
| สถิติ | ค่า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| อันดับในลีก | 16-17 | ยังต้องหนีโซนอันตราย |
| คะแนน | ~21-22 | แต้มเหนือโซนตกชั้นไม่ห่างมาก |
| ยิงได้ | ~15 | ผลิตสกอร์น้อย พึ่งสวนกลับ |
| เสียประตู | ~26 | เกมรับดีกว่าเกมรุก |
| ฟอร์มล่าสุด | แ-แ-ส | ยังไม่หลุดจากช่วงไม่ชนะ |
| ผลงานนอกบ้าน (ช่วงหลัง) | แย่ | เก็บแต้มยากเวลาออกไปเยือน |
| ผู้เล่นเด่น | Luis Vázquez, Juan Iglesias | ประตูและแอสซิสต์จากจังหวะสวน |
สไตล์ของ Getafe ยังชัด เน้นวินัยเกมรับและรอจังหวะ แต่เมื่อชนะไม่ออก ความกดดันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ตารางคะแนนเริ่มบีบ
สรุปหลังเกม
เกมเสมอ 1-1 ที่มอนติลีบีเป็นภาพของลา ลีกาที่เจอกันบ่อย เจ้าบ้านครองบอลและพยายามต่อบอลเข้าทำ ส่วนทีมเยือนตั้งรับแน่นและสวนกลับได้มีพิษ Girona น่าจะรู้สึกเสียดายเพราะคุมเกมได้มากกว่า แต่ Getafe ก็มีมุมให้มองบวกจากการเกือบเก็บสามแต้มเกมเยือน ทั้งสองทีมต้องรีบกลับไปโฟกัสนัดต่อไป Girona อยากกลับไปชนะให้ได้อีกครั้ง ส่วน Getafe ต้องหาทางหยุดสถิติไม่ชนะให้เร็วที่สุด
ในฤดูกาล 2025/26 แต้มแบบนี้อาจมีผลต่อการยืนพื้นที่กลางตาราง หรือการหนีโซนท้ายตารางในช่วงท้ายซีซัน และเกมนี้ก็ย้ำชัดว่าในลา ลีกา ต่อให้คุมเกมได้มากแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรการันตีจนกว่าจะหมดเวลาเล่นจริงๆ
เอฟเวอร์ตันและลีดส์ ยูไนเต็ด เสมอกัน 1-1
ฟุตบอล
คริสตัล พาเลซ พบกับ เชลซี คริสตัล พาเลซ พ่ายแพ้ให้กับเชลซี 3-1
เซลเฮิร์สต์ พาร์ก, ลอนดอน – เชลซีโชว์ฟอร์มคุมเกมได้อยู่หมัด บุกชนะคริสตัล พาเลซ 3-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่เล่นกันดุเดือดและมีจังหวะให้ลุ้นตลอด 90 นาที ทีมของกุนซือเลียม โรเซเนียร์จบสกอร์คม และรับมือกับแรงกดดันได้ดี ก่อนที่พาเลซจะเสียเปรียบหนักในครึ่งหลังจากการโดนใบแดง
สามแต้มเกมนี้ส่งเชลซีกลับขึ้นท็อปโฟร์ เพิ่มความมั่นใจในเส้นทางลุ้นตั๋วแชมเปียนส์ ลีก ส่วนคริสตัล พาเลซยังเจอปัญหาเดิมทั้งเกมรับที่พลาดง่าย และเรื่องวินัยที่ทำให้ทีมลำบาก
เอสเตวาโอเปิดฉากสวย, แล้วจ่ายให้จัว เปโดรหนีห่าง
จุดเปลี่ยนแรกเกิดขึ้นในครึ่งแรก เมื่อดาวรุ่งวัยทีนอย่าง เอสเตวาโอ วิลเลียน ที่ได้โอกาสลงแทนโคล พาลเมอร์ซึ่งมีอาการเจ็บ สร้างความต่างทันที เขารับบอลทางขวา ตัดเข้าในก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งเสียบมุมบนชนิดที่ดีน เฮนเดอร์สันพุ่งสุดตัวก็เอาไม่อยู่ เชลซีขึ้นนำ และเริ่มคุมจังหวะเกมได้ชัดเจน
ไม่นานหลังจากนั้น เอสเตวาโอยังทำแอสซิสต์ด้วยการแทงทะลุช่องแบบพอดีเท้าให้ จัว เปโดร หลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเยือกเย็น กองหน้าชาวบราซิลเลือกทางจบได้เด็ดขาด ล็อกผ่านผู้รักษาประตูก่อนส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ช่วยให้เชลซีหนีเป็น 2-0
ใบแดงทำเกมเปลี่ยน, พาเลซเหลือ 10 คน
ครึ่งหลังรูปเกมเริ่มเอนเอียงชัดขึ้น เมื่อมิดฟิลด์พาเลซ อดัม วอร์ตัน โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าบอลที่รุนแรง ผู้ตัดสินดาร์เรน อิงแลนด์มองว่าเป็นการเล่นอันตราย ทำให้เจ้าบ้านต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน และต้องถอยลงไปตั้งรับมากขึ้น
ถึงจะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่พาเลซยังไม่ยอมง่ายๆ พวกเขาได้ประตูไล่มา 1-2 จากตัวสำรอง ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา ที่โหม่งจากลูกเตะมุมเข้าไปอย่างหนักหน่วง แฟนเจ้าถิ่นได้เฮกันลั่น และเกมกลับมามีลุ้นอยู่ช่วงสั้นๆ
จุดโทษจังหวะก้ำกึ่ง, แฟร์นานเดซยิงไม่พลาด
เชลซีกลับมาทิ้งห่างเป็นสองลูกจากจุดโทษที่มีเสียงถกเถียง หลังผู้ตัดสินให้แฮนด์บอลในเขตโทษกับแนวรับพาเลซ มักซ็องซ์ กาโกต์ (หรือจังหวะปะทะในกรอบที่ใกล้เคียงกัน) ก่อนที่ เอ็นโซ แฟร์นานเดซ จะรับหน้าที่สังหาร เขายิงจากระยะ 12 หลาแบบนิ่งๆ ส่งบอลเข้าประตู ทำให้สกอร์เป็น 3-1 และทำให้เกมค่อนข้างจบ
ชัยชนะนัดนี้ยังเป็นสัญญาณที่ดีของเชลซีในเกมเยือนช่วงหลังๆ ที่เริ่มเก็บผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ ภายใต้การคุมทีมของโรเซเนียร์
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- ประตู 1-0 ของเอสเตวาโอ ปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเข้าเสียบมุมสวยงาม
- ประตู 2-0 ของจัว เปโดร รับบอลทะลุช่องก่อนจบแบบคมกริบ
- ใบแดงของวอร์ตัน เปลี่ยนรูปเกมให้พาเลซลำบากทันที
- ประตูไล่ 1-2 ของมาเตตา โหม่งจากลูกเตะมุมอย่างเด็ดขาด
- จุดโทษของแฟร์นานเดซ ยิงนิ่งๆ ปิดเกมเป็น 3-1
บรรยากาศในสนามเป็นสไตล์เกมลอนดอนตอนใต้ เสียงเชียร์ดังตลอด และมีจังหวะปะทะกันหนักพอสมควร
11 ตัวจริงเชลซี และสถิติเด่น
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| GK | Robert Sánchez | ออกบอลดี, เซฟจังหวะสำคัญ |
| RB | Reece James (c) | นำทีมดี, เติมเกมด้านข้าง |
| CB | Trevoh Chalobah | ยืนตำแหน่งนิ่ง, เคลียร์บอลดี |
| CB | Benoît Badiashile | ชนะลูกกลางอากาศหลายจังหวะ |
| LB | Marc Cucurella | วิ่งไม่หมด,ช่วยทั้งรับและรุก |
| CM | Andrey Santos | ขยันไล่เพรส, เติมเข้ากรอบเขตโทษ |
| CM | Moisés Caicedo | คุมแดนกลาง, ตัดเกมได้บ่อย |
| RW | Estêvão Willian | 1 ประตู 1 แอสซิสต์, เด่นสุดในสนาม |
| CAM | Enzo Fernández | ยิงจุดโทษ, จ่ายบอลสร้างเกม |
| LW | Pedro Neto | เลี้ยงกินตัว, วิ่งหาช่องอันตราย |
| ST | João Pedro | ทำประตู, เก็บบอลช่วยทีม |
เชลซีครองบอลราว 58% มีโอกาสยิง 14 ครั้ง (เข้ากรอบ 7) ส่วนพาเลซยิง 9 ครั้ง (เข้ากรอบ 3) ความแม่นยำในการจ่ายของเชลซีอยู่ที่ 88% สะท้อนว่าทีมเล่นด้วยความมั่นใจและคุมเกมได้ดี
11 ตัวจริงคริสตัล พาเลซ และสถิติเด่น
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| GK | Dean Henderson | เซฟช่วยทีมหลายครั้ง |
| RB | [Typical RB, e.g. Daniel Muñoz] | เกมรับมีปัญหา, โดนโจมตีบ่อย |
| CB | Maxence Caquot | เกี่ยวข้องกับจังหวะเสียจุดโทษ |
| CB | [Central defender] | ยืนได้ดีช่วงแรก, แต่ทีมเสียรูปหลังเหลือ 10 คน |
| LB | Tyrick Mitchell | เติมเกมช่วยขึ้นบอล, มีจังหวะครอส |
| CM | Adam Wharton | โดนใบแดง, ส่งผลต่อเกมชัดเจน |
| CM | [Midfielder] | สู้ในแดนกลาง, แต่ต้องถอยรับมากขึ้น |
| AM | Eberechi Eze | พยายามสร้างสรรค์, แต่พื้นที่น้อย |
| RW | [Winger] | มีส่วนร่วมไม่มาก |
| LW | [Winger] | ได้ลุ้นเป็นพักๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง |
| ST | Jean-Philippe Mateta | ทำประตู, จุดเด่นของทีม |
หลังเหลือ 10 คน พาเลซเสียการครองบอลไปพอสมควรในครึ่งหลัง แม้จะพยายามเร่งช่วงท้าย แต่คุณภาพในจังหวะสุดท้ายยังไม่พอจะเจาะแนวรับเชลซีให้ลุ้นมากกว่านี้
ความเห็นหลังเกม
เลียม โรเซเนียร์กล่าวชมลูกทีมว่า เอสเตวาโอแสดงให้เห็นถึงความพิเศษ ทีมคุมเกมได้ และสมควรได้สามแต้ม
ฝั่งกุนซือพาเลซแสดงความไม่พอใจกับจังหวะใบแดงและจุดโทษ เขามองว่าทีมยังอยู่ในเกมจนกระทั่งโดนไล่ออก และย้ำว่าทีมต้องแก้เรื่องเกมรับให้ดีกว่านี้
โปรแกรมต่อไป
เชลซีหวังต่อยอดฟอร์มดีเพื่อไต่อันดับต่อเนื่อง ส่วนคริสตัล พาเลซต้องรีบหยุดผลงานแกว่งให้ได้ เกมนี้สะท้อนชัดว่าในฤดูกาลนี้ ระยะห่างของสองทีมจากลอนดอนเริ่มเห็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2
ลอนดอน – เกมพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่แฟนบอลพูดถึงไปอีกนาน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลิกจากตามหลัง 0-2 กลับมาแซงชนะจ่าฝูงอาร์เซนอล 3-2 แบบใจหายใจคว่ำ ประตูชัยนาที 87 ของมาเธอุส คุนญ่าเป็นช็อตตัดสินเกม ส่งผลให้ช่องว่างบนหัวตารางของอาร์เซนอลเหลือเพียง 4 แต้ม และทำให้บรรยากาศลุ้นแชมป์กลับมาร้อนขึ้นอีกครั้ง
อาร์เซนอลออกนำสวย, แต่ครึ่งหลังคุมเกมไม่อยู่
ช่วงต้นเกมอาร์เซนอลดูพร้อมเดินหน้าคว้าชัยในบ้านตามสไตล์ของมิเกล อาร์เตต้า พวกเขาครองบอลเยอะ ไล่เพรสสูงจนยูไนเต็ดต่อเกมลำบาก และมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 18 จากจังหวะเปิดบอลแม่นๆ ของบูกาโย ซาก้า ก่อนที่มิเกล เมริโนจะโหม่งเต็มๆ ส่งแฟนเจ้าถิ่นเฮลั่น
ก่อนหมดครึ่งแรก อาร์เซนอลหนีไปเป็น 2-0 จากเกมสวนกลับที่มาร์ติน โอเดการ์ดเริ่มจังหวะ แล้วไหลให้เดแคลน ไรซ์กดไกลราว 25 หลา บอลพุ่งเสียบมุมล่างแบบหมดจด ช่วงนั้นยูไนเต็ดแทบหาช่องจบไม่ได้ แดนหลังอาร์เซนอลที่มีวิลเลียม ซาลิบาและกาเบรียล มากัลเญสคุมอยู่ยังแน่นเหมือนเดิม
แต่พอครึ่งหลังเริ่มไปทิศทางเริ่มเปลี่ยน เมื่อไมเคิล คาร์ริคปรับแท็กติกให้ทีมยืนสูงขึ้น และเจาะพื้นที่ริมเส้นได้บ่อยขึ้น
ยูไนเต็ดเร่งเครื่อง, ไล่ตีเสมอจนสนามเงียบ
ประตูไล่มา 2-1 เกิดขึ้นในนาที 58 จากแพทริค ดอร์กู ฟูลแบ็กดาวรุ่งชาวเดนมาร์กที่เพิ่งย้ายมาช่วงซัมเมอร์ เขาเก็บบอลหลุดมาในเขตโทษก่อนกดเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านดาบิด ราย่าแบบแทบไม่มีเวลาเซฟ ประตูนี้ทำให้ยูไนเต็ดกลับมามีความมั่นใจชัดเจน และเริ่มเป็นฝ่ายคุมจังหวะมากขึ้น
อาร์เซนอลพยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว แต่จังหวะของเกมยังไหลไปทางทีมเยือน บรูโน แฟร์นันด์สเกือบตีเสมอได้ทันทีจากระยะใกล้ ทว่าเจ้าตัวยิงออกไปแบบน่าเสียดาย
กระทั่งนาที 72 ยูไนเต็ดได้ประตู 2-2 จากเกมสวนกลับที่ราสมุส ฮอยลุนด์พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้แฟร์นันด์สยิง บอลไปแฉลบก่อนลอยข้ามราย่าเข้าประตู บรรยากาศในเอมิเรตส์เงียบลงทันตา และยูไนเต็ดเริ่มเชื่อว่า 3 แต้มอยู่ไม่ไกล
นาทีของคุนญ่า, ปั่นไกลสุดคมปิดเกม
ช่วงท้ายเกมหลายคนเริ่มคิดว่าอาจจบด้วยผลเสมอ แต่แล้วนาที 87 มาเธอุส คุนญ่าก็สร้างช็อตเด็ดของเกม เขารับบอลแถวระยะประมาณ 30 หลา แตะหนึ่งจังหวะแล้วซัดเต็มแรง บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบสุดเอื้อม ราย่าทำได้แค่มอง ส่งแฟนทีมเยือนเฮกันสุดเสียง
อาร์เซนอลโหมบุกในช่วงทดเจ็บ แต่แนวรับยูไนเต็ดที่มีแฮร์รี แม็กไกวร์คุมพื้นที่ยังยืนกันได้ดี จบเกมเป็นชัยชนะสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นการบุกชนะที่เอมิเรตส์ครั้งแรกของทีมตั้งแต่ปี 2020 พร้อมกันนั้นยังเป็นผลที่ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026 เข้มขึ้นกว่าเดิม
หลังเกม อาร์เตต้ายอมรับว่าทีม “เล่นไม่ถึงมาตรฐานของเรา” และเสียสมาธิในครึ่งหลัง ขณะที่คาร์ริคชมลูกทีมเรื่องความใจสู้ พร้อมบอกว่าทีม “สู้จนวินาทีสุดท้าย นี่คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องทำให้ได้”
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- 18′: เมริโนโหม่งให้อาร์เซนอลนำ จากลูกเปิดของซาก้า
- 42′: ไรซ์ซัดไกลเสียบมุม หนีเป็น 2-0
- 58′: ดอร์กูซัดเต็มข้อในเขตโทษ พายูไนเต็ดไล่มา
- 72′: แฟร์นันด์สยิงแฉลบลอยข้ามราย่า ตีเสมอ 2-2
- 87′: คุนญ่าซัดไกลเสียบมุมบน กลายเป็นประตูชัย
เกมนี้มีครบทั้งความเข้มข้น จังหวะสวนกลับเร็ว และประตูสวยๆ หลายลูก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ยูไนเต็ดเร่งเกมได้ต่อเนื่อง และจบสกอร์ได้คมกว่าจริงๆ
สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล
| สถิติ | อาร์เซนอล | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| การครองบอล (%) | 62 | 38 |
| ยิงทั้งหมด | 14 | 12 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 | 6 |
| เตะมุม | 8 | 4 |
| ฟาวล์ | 10 | 13 |
| ใบเหลือง | 2 | 3 |
| จ่ายบอลสำเร็จ | 512 | 298 |
| ค่า Expected Goals (xG) | 1.8 | 2.1 |
อาร์เซนอลครองเกมมากกว่า แต่จบไม่คมพอ และพลาดช่วงครึ่งหลังจนโดนลงโทษทันที
สถิติการแข่งขันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| สถิติ | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | อาร์เซนอล |
|---|---|---|
| การครองบอล (%) | 38 | 62 |
| ยิงทั้งหมด | 12 | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 6 | 5 |
| เตะมุม | 4 | 8 |
| ฟาวล์ | 13 | 10 |
| ใบเหลือง | 3 | 2 |
| จ่ายบอลสำเร็จ | 298 | 512 |
| ค่า Expected Goals (xG) | 2.1 | 1.8 |
ยูไนเต็ดเน้นจังหวะสวนกลับและจบสกอร์ได้เฉียบกว่า ตัวเลข xG ก็สะท้อนว่าพวกเขาสร้างโอกาสคุณภาพได้ไม่น้อย
ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026
ผลนี้ทำให้สถานการณ์บนหัวตารางตึงขึ้นทันที อาร์เซนอลยังนำอยู่ แต่ระยะห่างเหลือ 4 แต้ม และทีมตามอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับลิเวอร์พูลก็พร้อมฉวยโอกาส ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัยชนะนัดนี้ช่วยเพิ่มแรงส่งและทำให้การขยับเข้าโซนท็อปโฟร์ดูเป็นไปได้มากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงโปรแกรมแน่นๆ
เกมที่เอมิเรตส์นัดนี้ชัดเจนว่า ไม่มีเกมไหนง่ายในพรีเมียร์ลีก ต่อให้ขึ้นนำสองลูกก็ยังประมาทไม่ได้ และคืนวันที่ 25 มกราคม 2026 อาร์เซนอลได้บทเรียนเต็มๆ จากการเร่งเครื่องของแมนฯ ยูไนเต็ดในครึ่งหลัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เชียงราย ยูไนเต็ด เจาะไม่เข้า เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ศึกไทยลีก 1
-
ฟุตบอล6 days ago
บาร์เซโลนาเอาชนะ สลาเวีย ปราก 4-2 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก คลาสสิก
-
ข่าวธุรกิจ6 days ago
การปฏิรูปการนำเงินตราต่างประเทศกลับประเทศของไทยก่อให้เกิดการถกเถียง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจทางหลวงจับคู่รักลอบขนไอซ์กว่า 100 กก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เทศกาลบอลลูนนานาชาติสิงห์ปาร์คฉลองครบรอบ 10 ปี














