ฟุตบอล
เอฟเวอร์ตันและลีดส์ ยูไนเต็ด เสมอกัน 1-1
เกมพรีเมียร์ลีกที่ฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม วันที่ 26 มกราคม 2026 จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมนี้ภาพรวมชัดเจนว่าแต่ละทีมเด่นกันคนละครึ่ง และสะท้อนความสูสีของกลุ่มกลางตารางในฤดูกาลนี้ได้ดี ผลเสมอทำให้เอฟเวอร์ตันขยับขึ้นไปอยู่ครึ่งบนของตารางที่อันดับ 10 ส่วนลีดส์ยังมีแต้มเหนือโซนตกชั้น 6 คะแนนในอันดับ 16
เอฟเวอร์ตันของ เดวิด มอยส์ แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและความอดทน แม้ครึ่งแรกจะเล่นไม่เข้าจังหวะ ขณะที่ลีดส์ของ แดเนียล ฟาร์เค คุมเกมได้เป็นช่วง ๆ ตามสไตล์ทีมที่กำลังหนีตกชั้นแบบจริงจัง หนึ่งแต้มดูยุติธรรม แต่ทั้งสองฝ่ายก็น่าจะเสียดายโอกาสที่ทำให้เกมจบด้วยสามแต้มได้เหมือนกัน

ครึ่งแรกเป็นของลีดส์ กดดันต่อเนื่อง
ลีดส์ลงสนามด้วยความมั่นใจจากผลงานช่วงหลังที่ดี พวกเขาแพ้แค่เกมเดียวตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นมา ช่วงต้นเกมทีมเยือนเพรสซิงสูง บีบให้เอฟเวอร์ตันเล่นยาก และพยายามโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับที่ต้องปรับทัพจากปัญหาอาการเจ็บหลายราย รวมถึงการขาด แจ็ค กรีลิช ที่เจ็บจากอาการกระดูกล้า
ประตูขึ้นนำเกิดขึ้นในนาที 28 อันตอน ชตัค เปิดบอลเรียดจากฝั่งขวาผ่านเข้ากลางเขตโทษ บอลไหลไปถึงแบ็กอย่าง เจมส์ จัสติน ที่เติมมาถึงเสาไกลก่อนแปเข้าไปแบบใจเย็น เป็นจังหวะที่สะท้อนการต่อบอลและการขยับหาพื้นที่ของลีดส์ได้ชัด
หลังจากนั้นไม่นาน ลีดส์เกือบทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน อดีตกองหน้าเอฟเวอร์ตันที่ย้ายมาแบบฟรีเอเยนต์ช่วงซัมเมอร์ ได้ยิงระยะเผาขนแต่บอลไปชนเสา จากความผิดพลาดสื่อสารกันไม่ชัดของแนวรับเจ้าถิ่น ครึ่งแรกทีมเยือนมีโอกาสยิงรวม 10 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในเกมลีกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่เอฟเวอร์ตันยังไม่มีลูกยิงตรงกรอบเลย เสียงโห่ดังขึ้นตอนจบครึ่งแรก เพราะเกมของเจ้าบ้านดูไม่ลงตัว

มอยส์แก้เกมตรงจุด เอฟเวอร์ตันกลับมาคุมเกมครึ่งหลัง
ครึ่งหลังรูปเกมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มอยส์ส่ง จาร์ราด แบรนธ์เวต และ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี ฮอลล์ ลงมาหลังพักครึ่ง พร้อมปรับไปใช้แนวรับสามคนเพื่อให้ประกบกับระบบของลีดส์ได้ดีขึ้น และเพิ่มพลังในแดนกลาง ผลคือเอฟเวอร์ตันเล่นด้วยความเร็วและความตั้งใจมากกว่าเดิม เกมรุกเริ่มไปต่อได้ และกดดันคู่แข่งต่อเนื่อง
เจ้าถิ่นเริ่มมีโอกาสมากขึ้น อิลิมาน เอ็นดิอาย ที่เพิ่งกลับจาก AFCON กับทีมชาติเซเนกัลสร้างปัญหาได้จากการพาบอลและการวิ่งตัดไลน์ ส่วน ธีร์โน แบร์รี ก็มีจังหวะลุ้นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ลีดส์ต้องพึ่ง คาร์ล ดาร์โลว์ นายทวารของทีมที่เซฟสวย ๆ ช่วยทีมไว้ จากลูกยิงแบบพลิกแพลงของแบร์รี
จังหวะสำคัญเกิดในนาที 76 อิดริสซา เกย์ เติมเกมขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดบอลเรียดเข้ามาหน้าประตู และเป็น ธีร์โน แบร์รี ที่สอดมาแหย่บอลเข้าที่เสาแรก ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1 นี่คือประตูที่ 4 ของเขาใน 5 เกมลีกหลังสุด หลังจากช่วงออกสตาร์ตที่ฝืดมาก ยิงได้แค่ลูกเดียวจาก 18 นัดแรก ตอนนี้แบร์รีเริ่มกลายเป็นตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ และตอบแทนความเชื่อมั่นของมอยส์
หลังตีเสมอได้ไม่นาน นาที 78 เกย์เกือบทำให้กูดิสันเฮอีกครั้งเมื่อซัดชนคาน เอฟเวอร์ตันยังเดินหน้าหาประตูชัยต่อเนื่อง ช่วงท้ายเกม ไทเลอร์ ดิบลิง ตัวสำรองมีจังหวะได้เล่นในพื้นที่ว่าง แต่ลีดส์ยังช่วยกันป้องกันได้ดี ฝั่งทีมเยือนเองก็มีโอกาสปิดเกมเหมือนกันจากลูกโหม่งของจัสตินที่หลุดกรอบไปในช่วงท้าย สุดท้ายไม่มีทีมไหนทำประตูเพิ่มได้

สรุปเหตุการณ์สำคัญในเกม
- นาที 28: ลีดส์ขึ้นนำ 0-1, เจมส์ จัสติน ยิงจ่อ ๆ จากลูกเปิดเรียดของชตัค
- นาที 31: คัลเวิร์ต เลวิน ยิงชนเสา เกือบหนีห่าง
- พักครึ่ง: เอฟเวอร์ตันไม่มีลูกยิงตรงกรอบ, แฟน ๆ ส่งเสียงไม่พอใจ
- ครึ่งหลัง: เอฟเวอร์ตันดีขึ้นชัดจากการเปลี่ยนตัวและปรับระบบ, แบรนธ์เวตและดิวส์บิวรี ฮอลล์มีส่วนมาก
- ดาร์โลว์เด่น: เซฟสำคัญปฏิเสธโอกาสของแบร์รี
- นาที 76: แบร์รีตีเสมอ 1-1 จากบอลเรียดของเกย์
- นาที 78: เกย์ซัดชนคาน
- ท้ายเกม: จัสตินโหม่งหลุดกรอบ, เกมจบแบบไม่มีผู้ชนะ
ผลเสมอทำให้เอฟเวอร์ตันยังไม่ชนะในบ้าน 5 นัดติดต่อกันในลีก แต่ครึ่งหลังถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีหลังเล่นครึ่งแรกได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนลีดส์ได้อีกหนึ่งแต้มที่สำคัญในการลุ้นอยู่รอด แม้จะน่าเสียดายที่ไม่เปลี่ยนความเหนือกว่าในครึ่งแรกให้เป็นชัยชนะ
ภาพรวมทีมเอฟเวอร์ตัน
ฤดูกาลนี้เอฟเวอร์ตันผสมผู้เล่นประสบการณ์กับดาวรุ่งได้พอสมควร แต่ปัญหาอาการเจ็บทำให้ต้องหมุนทีมบ่อย
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | หมายเหตุ/ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | จอร์แดน พิคฟอร์ด | ทำหน้าที่ตามมาตรฐาน แต่เก็บคลีนชีตไม่ได้ |
| กองหลัง | เจมส์ ทาร์คอฟสกี (C) | คุมแนวรับและสื่อสารกับทีม |
| วิตาลี มีโคเลนโก | เล่นฝั่งซ้ายคงเส้นคงวา | |
| นาธาน แพตเทอร์สัน | ถูกเปลี่ยนออกนาที 71 | |
| กองกลาง | อิดริสซา เกย์ | แอสซิสต์ประตูตีเสมอ, ยิงชนคาน |
| เจมส์ การ์เนอร์ | ช่วยสร้างเกมและหาจังหวะจ่าย | |
| อิลิมาน เอ็นดิอาย | มีจังหวะวิ่งทำทางหลังกลับจาก AFCON | |
| กองหน้า | ธีร์โน แบร์รี | ยิงตีเสมอ, ฟอร์มกำลังมา |
| ตัวสำรอง | จาร์ราด แบรนธ์เวต | ลงมาแล้วเกมรับนิ่งขึ้น |
| เคียร์แนน ดิวส์บิวรี ฮอลล์ | เติมพลังแดนกลาง ทำให้เกมไหลลื่น | |
| ไทเลอร์ ดิบลิง | มีจังหวะลุ้นช่วงท้าย |
การแก้เกมหลังพักครึ่งของมอยส์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เปลี่ยนเกมที่มีแววแพ้ให้กลายเป็นแต้มที่มีความหมาย
ภาพรวมทีมลีดส์ ยูไนเต็ด
ลีดส์ยังยึดแนวทางทีมที่สู้ทุกจังหวะ ผสมกับการเสริมผู้เล่นที่เข้าระบบ และมีคัลเวิร์ต เลวินช่วยเพิ่มมิติในแดนหน้า
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | หมายเหตุ/ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | คาร์ล ดาร์โลว์ | เซฟหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียมากกว่า 1 ลูก |
| กองหลัง | อีธาน อัมปาดู (C) | คุมจังหวะเกมรับได้ดี |
| โจ โรดอน | อ่านเกมและเข้าปะทะแน่น | |
| ปาสกาล สตรุยค์ | ยืนเกมรับตามแผน | |
| เจย์เดน โบเกิล | เติมขึ้นลงฝั่งขวาสม่ำเสมอ | |
| กองกลาง | อิเลีย กรูเอฟ | โดนใบเหลือง, คุมจังหวะช่วงครึ่งแรก |
| อันตอน ชตัค | ทำแอสซิสต์ให้ประตูขึ้นนำ | |
| เจมส์ จัสติน | ยิงประตูแรกของเกม | |
| กองหน้า | โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน | ยิงชนเสา, เป็นตัวอันตรายเมื่อเจอทีมเก่า |
| ตัวสำรอง | ฌอน ลองสตาฟฟ์ | ลงมาช่วงท้ายช่วยเพิ่มความแน่น |
| ฟากุนโด บัวนาน็อตเต | เติมไอเดียเกมรุกช่วงท้าย | |
| อาโอะ ทานากะ | ลงมาแทนกรูเอฟ |
แผนของฟาร์เคช่วยให้ลีดส์คุมเกมได้ดีช่วงแรก แต่จังหวะหลุดสมาธิในครึ่งหลังทำให้เสียประตู และต้องแบ่งแต้มกลับบ้าน
โดยรวมแล้ว เกมนี้สะท้อนความไม่แน่นอนของพรีเมียร์ลีกได้ชัด เอฟเวอร์ตันได้แรงฮึดครึ่งหลังและฟอร์มที่ดีขึ้นของแบร์รีช่วยต่อยอดความหวัง ส่วนลีดส์ได้แต้มสำคัญสำหรับการหนีตกชั้น หลังจากนี้เอฟเวอร์ตันมีคิวเจอไบรท์ตัน ขณะที่ลีดส์จะเปิดบ้านรับอาร์เซนอล ทุกแต้มยังมีความหมายในฤดูกาลที่ตารางคะแนนเบียดกันมากแบบนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
คริสตัล พาเลซ พบกับ เชลซี คริสตัล พาเลซ พ่ายแพ้ให้กับเชลซี 3-1
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ 1-1 กับ นครราชสีมา ในศึกไทยลีก 1
กว่างโซ้งมหาภัย ออกไปเยือน สวาทแคท แล้วเก็บ 1 แต้มกลับบ้านได้ตามเป้า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในโซนกลางตารางยังทำให้ทีมต้องเจอกับแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนเจ้าถิ่นยังรั้งอันดับสุดท้าย โอกาสหนีตกชั้นยิ่งแคบลง – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
นครราชสีมา, 13 มีนาคม 2569, เกมฟุตบอล BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง (ไทยลีก 1) นัดที่ 25 ฤดูกาล 2025/26 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านรับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
แมตช์นี้เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อพยุงความหวังอยู่รอด แม้จะออกนำเร็ว แต่สุดท้ายโดนตีเสมอช่วงทดเวลาครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังทั้งสองทีมแลกกันสนุก ทว่าไม่มีใครเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 4: นครราชสีมา ขึ้นนำ 1-0 จาก ยูกิ คุซาโนะ (Yuki Kusano) หลังรับบอลจาก ฮิโรทากะ มิตะ (Hirotaka Mita) แล้วจบสกอร์ได้เฉียบคมตั้งแต่ต้นเกม
- นาทีที่ 45+2: สิงห์ เชียงราย ตามตีเสมอ 1-1 โดย อิสึกิ เอโนโมโตะ (Itsuki Enomoto) ซัดก่อนหมดครึ่งแรก พาทีมกลับมาอยู่ในเกมทันที
- ครึ่งหลัง: โอกาสมีทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ กว่างโซ้ง ครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย ขณะที่ สวาทแคท เน้นสวนกลับหลายครั้ง แต่ยังขาดจังหวะจบที่ชัดเจน
ครบ 90 นาทีไม่มีสกอร์เพิ่ม สุดท้ายจบที่ 1-1 ตามผลการแข่งขันที่รายงานตรงกันจากหลายแหล่ง
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด: ทีมจากแดนเหนือที่ยังเดินหน้าสู้
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด นำทีมโดยกองหลังและกัปตัน Gionata Verzura ยังเล่นกันเป็นระบบ แม้ต้องออกไปเล่นนอกบ้าน เกมนี้ทีมได้ประตูจาก Itsuki Enomoto และยังมีตัวหลักแนวรับอย่าง Victor Cardozo กับ Hélio ที่ช่วยคุมพื้นที่หลังบ้านได้ดี
รายชื่อนักเตะหลัก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Apirak Worawong | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Gionata Verzura (กัปตัน) | ไทย | แนวรับสำคัญ |
| กองหลัง | Victor Cardozo | บราซิล | เสาหลักแดนหลัง |
| กองหลัง | Hélio | บราซิล | ความแข็งแกร่งสูง |
| กองกลาง | Sanukran Thinjom | ไทย | พลังงานสูง |
| กองกลาง | Itsuki Enomoto | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูในเกมนี้ |
| กองหน้า | Dudu | บราซิล | ความเร็วและเทคนิค |
| กองหน้า | Carlos Iury | บราซิล | ตัวเลือกเกมรุก |
ภาพรวมทีมยังผสมผู้เล่นไทยกับต่างชาติได้ลงตัว จึงสลับแผนการเล่นได้หลายแบบตามสถานการณ์
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี: ยังต้องเร่งเครื่องเพื่ออยู่รอด
ด้าน สวาทแคท เริ่มเกมได้ตามที่หวังจากประตูขึ้นนำเร็ว แต่หลังจากนั้นคุมจังหวะไม่อยู่ และเสียประตูก่อนพักครึ่ง ทำให้รูปเกมตึงมือขึ้น ทีมยังฝากความหวังไว้กับต่างชาติอย่าง Mateus Lima และ Yuki Kusano แต่ปัญหาเดิมคือเกมรับยังมีช่องให้คู่แข่งเล่นงาน
รายชื่อนักเตะหลัก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Nopphon Lakhonphon | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Bill Mamadou | สิงคโปร์ | แนวรับต่างชาติ |
| กองหลัง | Hein Phyo Win | เมียนมา | ความเร็วสูง |
| กองกลาง | Hirotaka Mita | ญี่ปุ่น | แอสซิสต์ประตูขึ้นนำ |
| กองกลาง | Leon James | ไทย | มิดฟิลด์สร้างสรรค์ |
| กองกลาง | Jork Becerra | โคลอมเบีย | พลังงานกลางสนาม |
| กองหน้า | Yuki Kusano | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูนำในเกมนี้ |
| กองหน้า | Mateus Lima | บราซิล | ตัวทำประตูหลัก |
เมื่อทีมมีแต้มรวมน้อยที่สุดในลีก เกมนี้จึงสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ผลเสมอทำให้ภารกิจหนีตกชั้นหนักขึ้นไปอีก
สรุปและมองไปข้างหน้า
ผล 1-1 ช่วยให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้แต้มเพิ่มเพื่อประคองอันดับในโซนกลางตาราง ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ยังต้องเร่งเก็บชัยชนะให้ได้เร็วที่สุด หากหวังขยับหนีพื้นที่อันตราย
ไทยลีกช่วงท้ายฤดูกาลยังเข้มข้น โดยเฉพาะโซนท้ายตารางที่ทุกแต้มเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที ดังนั้นทั้งสองทีมต้องเน้นความคมในจังหวะจบสกอร์ให้มากขึ้นในนัดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
ฟุตบอล
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
สิงคโปร์, 12 มีนาคม 2569 การแข่งขัน AFC Champions League Two 2025/26 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เล่นกันถึงใจ เมื่อ แทมปิเนส โรเวอร์ส เปิดบ้านที่ สนามกีฬาจาลันเบซาร์ รับการมาเยือนของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลจบที่ 2-2 แต่เมื่อรวมสองนัดแล้ว ทีมจากไทยเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 และนี่คือครั้งแรกที่แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปถึงรอบรองชนะเลิศของรายการนี้
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะฮึดกลับมาได้สองครั้งในเกมเดียว แต่เพราะนัดแรกแพ้ 1-2 ทำให้ไล่ไม่ทัน เกมนี้มีทั้งจังหวะสวยงามและช่วงกดดันต่อเนื่อง แฟนบอลทั้งสองฝั่งลุ้นกันจนจบ 90 นาที

สกอร์การแข่งขันและจังหวะสำคัญ – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 15: ธีรศิลป์ แดงดา ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ Bangkok United ขึ้นนำ 0-1 หลังต่อบอลสวยจาก วีระเทพ ปอมพันธุ์ และ Muhsen Al-Ghassani (ผลรวม 3-1)
- นาที 39: Trent Buhagiar ยิงเสาไกลตีเสมอให้ Tampines Rovers เป็น 1-1 เจ้าบ้านกลับมามีหวังอีกครั้ง
- นาที 42: ทีมเยือนตอบโต้เร็ว เมื่อ Ilias Alhaft กดเข้าไปให้ Bangkok United นำอีกครั้ง 1-2 (ผลรวม 3-2) และจบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ
- นาที 71: Koya Kazama ตามซ้ำจังหวะตัดกลับของ Seiga Sumi ส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ตีเสมอ 2-2 ช่วงท้าย Tampines Rovers โหมหนัก แต่ยิงเพิ่มไม่ได้

จบเกมที่สกอร์ 2-2 ทำให้กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลรวม 4-3 ส่วน Tampines Rovers ต้องหยุดเส้นทางไว้แบบน่าเสียดาย แต่ฟอร์มโดยรวมยังได้คำชมว่าเล่นเต็มที่
แทมปิเนส โรเวอร์ส หรือ “The Stags” แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ แม้โดนนำก่อน แต่ยังตั้งเกมกลับมาได้ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ครองบอลมากขึ้นและสร้างโอกาสต่อเนื่อง
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Kasey Rogers | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียเพิ่ม |
| กองหลัง | Shuya Yamashita, Jacob Mahler, Irfan Najeeb, Takeshi Yoshimoto | ยืนกันแน่นขึ้นหลังโดนเร็ว แต่ยังพลาดจังหวะสำคัญ |
| กองกลาง | Yuki Kobayashi, Nur Shahiran, Koya Kazama | Kazama ยิงประตูตีเสมอ เติมเกมดี |
| กองหน้า | Trent Buhagiar, Hide Higashikawa, Seiga Sumi | Buhagiar จบคม, Sumi ทำเกมและแอสซิสต์ |
เจ้าบ้านยืนระบบ 4-1-4-1 เน้นเพรสสูงและเล่นเร็ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอปัญหาเวลาโดนสวนกลับ เพราะแนวรับเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนเล่นง่ายขึ้น
จุดเด่นของ กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด
ฝั่ง True Bangkok United คุมจังหวะได้ดีแม้มาเยือน พวกเขาใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตัวหลัก โดยเฉพาะ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูตั้งแต่ต้นเกม
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Patiwat Khammai | อ่านเกมดี เซฟช่วงท้ายช่วยทีมประคองสกอร์ |
| กองหลัง | Everton (กัปตัน), Manuel Bihr, Wanchai Jarunongkran, Jakkaphan Praisuwan | เกมรับคุมพื้นที่ได้ แม้ไม่มี Philipe Maia |
| กองกลาง | Thitipan Puangchan, Weerathep Pomphan, Nebojsa Kosovic | Pomphan วางบอลแม่น มีส่วนกับประตูแรก |
| กองหน้า | Teerasil Dangda, Ilias Alhaft, Muhsen Al-Ghassani | Dangda และ Alhaft ยิงคนละลูก จบคมในจังหวะสำคัญ |
ทีมเยือนใช้ 4-4-1-1 เน้นรัดกุมแล้วสวนกลับเร็ว แผนนี้ช่วยให้ Bangkok United คุมความได้เปรียบของสกอร์รวมไว้จนจบเกม
สรุปหลังเกม
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะตกรอบ แต่ภาพรวมคือพวกเขาสู้แบบไม่ถอย และทำให้เกมนี้สนุกจนวินาทีสุดท้าย ส่วน Bangkok United แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในเกมใหญ่ และปิดจ๊อบด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศแบบมีประวัติศาสตร์ของสโมสร
นัดนี้ยังสะท้อนชัดว่าทีมจากอาเซียนสู้กันได้สูสี และคุณภาพเกมในภูมิภาคกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
ฟุตบอล
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
น็อตติงแฮม, อังกฤษ – 13 มีนาคม 2569 – ค่ำคืนที่ฝนเทลงมาไม่หยุดและลมพัดแรงที่สนาม City Ground จบลงด้วยความเจ็บปวดของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หลังพ่ายให้ เอฟซี มิทจิลลันด์ จากเดนมาร์ก 0-1 ในเกมเลกแรก ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569
แม้ฟอเรสต์จะเป็นฝ่ายคุมจังหวะเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ความเฉียบคมหน้าประตูยังไม่มา จึงเปิดช่องให้ทีมเยือนลงโทษในช่วงสำคัญ เมื่อ โช เก-ซุง (Cho Gue-sung) ตัวสำรองขึ้นโหม่งเป็นประตูชัยนาทีที่ 80 พามิทจิลลันด์คว้าชัยเหนือฟอเรสต์เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ หลังเคยชนะ 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อน – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- ฟอเรสต์ครองบอลเหนือกว่า และยิงรวม 22 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
- จังหวะลุ้นของเจ้าบ้านมีหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงไกลของ โอมารี ฮัทชินสัน ที่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ อีกหลายจังหวะบอลสะดุดพื้นเปียกจากฝน
- ฝั่งมิทจิลลันด์เน้นรับแน่นแล้วสวนกลับ แม้โอกาสจะไม่เยอะ แต่ได้ลุ้นจริงจัง และมีจังหวะยิงชนคานก่อนด้วย
- ประตูเดียวของเกม เกิดในนาทีที่ 80 เมื่อ โอสมาน ดิเยา (Ousmane Diao) เปิดบอลยาวจากฝั่งขวา โช เก-ซุง ขยับหนี โอลา ไอน่า ก่อนโหม่งผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ ตุงตาข่าย
- ช่วงท้ายฟอเรสต์พยายามเร่งตีเสมอ แต่แทบไม่ได้โอกาสจะแจ้งเพิ่ม สุดท้ายแพ้คาบ้าน และเป็นความพ่ายแพ้เกมเหย้าในถ้วยยุโรปนัดนี้
สภาพอากาศมีผลชัดเจนตลอดเกม เพราะฝนหนักทำให้พื้นสนามลื่น บอลเคลื่อนช้า ทั้งสองทีมจึงต้องเล่นแบบระวังมากขึ้น จังหวะต่อบอลสั้นผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย และเกมรุกต้องพึ่งลูกครอสกับลูกตั้งเตะมากขึ้น

มิทจิลลันด์ เหนียวแน่นนอกบ้าน, สำรองลงมาเปลี่ยนเกม
ทีมของ ไมค์ ตุลเบิร์ก เลือกยืนโซนรับให้แน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับแบบมีวินัย ถึงจะครองบอลน้อยกว่า แต่แนวรับทำงานกันเป็นชุด และรับมือแรงกดดันได้ดี ที่สำคัญคือพวกเขาใช้โอกาสน้อยนิดให้คุ้มค่า โดยเฉพาะจังหวะที่โช เก-ซุงลงมาแล้วสร้างความต่างทันที
ตารางข้อมูลทีม มิทจิลลันด์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| เอลิอัส ราฟน์ โอเลฟสัน | ผู้รักษาประตู | เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง เก็บคลีนชีต |
| โอสมาน ดิเยา | กองหลัง | เปิดบอลให้ประตูชัย |
| มาร์ติน เออร์ลิช | กองหลัง | อ่านเกมดี เคลียร์บอลหลายจังหวะ |
| มาดส์ เบช ซอเรนเซ่น | กองหลัง | คุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้แน่น |
| เควิน เอ็มบาบู | ปีกขวา | ช่วยเกมสวนกลับและเติมทางข้าง |
| ฟิลิป บิลลิง | กองกลาง | คุมจังหวะเกมกลางสนาม ช่วยตัดเกม |
| เดนิล คาสติโย | กองกลาง | เชื่อมเกมเวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุก |
| วิคเตอร์ บัค | ปีกซ้าย | อาศัยความเร็วพาบอลโต้กลับ |
| อารัล ซิมซิร์ | กองรุก | ขยับหาพื้นที่ สร้างจังหวะลุ้น |
| จูเนียร์ บรูมาโด | กองหน้า | วิ่งกดดันแนวรับเจ้าบ้านต่อเนื่อง |
| โช เก-ซุง (ลงสำรอง) | กองหน้า | ยิง 1 ประตู (น.80) เป็นคนตัดสินเกม |
นอกจากแผนรับลึกแล้ว การแก้เกมด้วยตัวสำรองก็ได้ผลเต็มๆ เพราะโชลงมาไม่นาน แต่เลือกจังหวะวิ่งและการเข้าทำได้เฉียบที่สุดของเกม
ฟอเรสต์ ครองเกมได้, แต่จบไม่คมเหมือนเดิม
ด้านฟอเรสต์ของ วิตอร์ เปเรย์รา เดินหน้าบุกตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะครึ่งแรกที่กดดันต่อเนื่อง พอเข้าครึ่งหลังยังคุมเกมได้อยู่ แต่ปัญหาเดิมยังตามมา นั่นคือยิงเยอะแต่ไม่เด็ดขาด บางจังหวะติดเซฟ บางจังหวะหลุดกรอบ และหลายครั้งเสียจังหวะเพราะพื้นสนามลื่นจากฝน
เมื่อยิงไม่เข้า เกมจึงไหลไปตามที่ทีมเยือนต้องการ และสุดท้ายโดนลงโทษจากลูกครอสเพียงครั้งสำคัญ ส่งผลให้ฟอเรสต์ไม่ชนะติดต่อกัน 5 นัดในทุกรายการ
ตารางข้อมูลทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| มัตซ์ เซลส์ | ผู้รักษาประตู | มีจังหวะเซฟช่วยทีม แต่กันลูกโหม่งไม่อยู่ |
| โอลา ไอน่า | กองหลัง/ปีก | เสียเหลี่ยมในจังหวะประกบก่อนเสียประตู |
| มูริลโล่ | กองหลัง | ยืนตำแหน่งดี แต่เกมรุกยังไม่ต่อเนื่อง |
| เฟลิเป้ โมราตู | กองหลัง | ช่วยคุมแนวรับแข็งแรง |
| ไจร์ คูนญ่า | กองหลัง | เติมเกมริมเส้นและช่วยขึ้นเกม |
| เอลเลียต แอนเดอร์สัน | กองกลาง | คุมจังหวะได้ดี ช่วยไล่เพรส |
| นิโคลัส ดอมิงเกซ | กองกลาง | ช่วยต่อบอลและพาบอลขึ้นหน้า |
| คัลลัม ฮัดสัน-โอโดอี้ | ปีก | สร้างโอกาสหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่ผ่าน |
| โอมารี ฮัทชินสัน | กองรุก | ยิงไกลได้ลุ้น แต่ไม่เป็นประตู |
| มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ | กองรุก | กัปตันทีม เก็บบอลดี พยายามปั้นเกม |
| อิกอร์ เจซุส | กองหน้า | ขยันกดดัน แต่หาช่องจบไม่ถนัด |
หลังเกม เปเรย์ร่าสรุปตรงๆ ว่าทีมเล่นดีพอจะยิงได้ 3-4 ลูก แต่ถ้าปิดสกอร์ไม่ได้ โอกาสก็จะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งทันที ดังนั้นเลกสองวันที่ 19 มีนาคม ฟอเรสต์ต้องบุกไปเดนมาร์กเพื่อแก้ตัว และต้องเร่งให้เกมรุกคมกว่านี้ หากหวังผ่านเข้ารอบต่อไป
โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นบทเรียนของฟอเรสต์เรื่องความเด็ดขาด ขณะที่มิทจิลลันด์ได้เปรียบชัดเจนก่อนกลับไปเล่นในบ้าน และยังย้ำอีกครั้งว่าพวกเขารับแน่นและฉกฉวยโอกาสได้ดีในรายการยุโรป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล6 days agoอาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสั่งทบทวนความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เชียงราย หลังแผ่นดินไหวถี่ขึ้น
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
ฟุตบอล6 days agoแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1







