ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2
ลอนดอน – เกมพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่แฟนบอลพูดถึงไปอีกนาน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลิกจากตามหลัง 0-2 กลับมาแซงชนะจ่าฝูงอาร์เซนอล 3-2 แบบใจหายใจคว่ำ ประตูชัยนาที 87 ของมาเธอุส คุนญ่าเป็นช็อตตัดสินเกม ส่งผลให้ช่องว่างบนหัวตารางของอาร์เซนอลเหลือเพียง 4 แต้ม และทำให้บรรยากาศลุ้นแชมป์กลับมาร้อนขึ้นอีกครั้ง
อาร์เซนอลออกนำสวย, แต่ครึ่งหลังคุมเกมไม่อยู่
ช่วงต้นเกมอาร์เซนอลดูพร้อมเดินหน้าคว้าชัยในบ้านตามสไตล์ของมิเกล อาร์เตต้า พวกเขาครองบอลเยอะ ไล่เพรสสูงจนยูไนเต็ดต่อเกมลำบาก และมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 18 จากจังหวะเปิดบอลแม่นๆ ของบูกาโย ซาก้า ก่อนที่มิเกล เมริโนจะโหม่งเต็มๆ ส่งแฟนเจ้าถิ่นเฮลั่น

ก่อนหมดครึ่งแรก อาร์เซนอลหนีไปเป็น 2-0 จากเกมสวนกลับที่มาร์ติน โอเดการ์ดเริ่มจังหวะ แล้วไหลให้เดแคลน ไรซ์กดไกลราว 25 หลา บอลพุ่งเสียบมุมล่างแบบหมดจด ช่วงนั้นยูไนเต็ดแทบหาช่องจบไม่ได้ แดนหลังอาร์เซนอลที่มีวิลเลียม ซาลิบาและกาเบรียล มากัลเญสคุมอยู่ยังแน่นเหมือนเดิม
แต่พอครึ่งหลังเริ่มไปทิศทางเริ่มเปลี่ยน เมื่อไมเคิล คาร์ริคปรับแท็กติกให้ทีมยืนสูงขึ้น และเจาะพื้นที่ริมเส้นได้บ่อยขึ้น
ยูไนเต็ดเร่งเครื่อง, ไล่ตีเสมอจนสนามเงียบ
ประตูไล่มา 2-1 เกิดขึ้นในนาที 58 จากแพทริค ดอร์กู ฟูลแบ็กดาวรุ่งชาวเดนมาร์กที่เพิ่งย้ายมาช่วงซัมเมอร์ เขาเก็บบอลหลุดมาในเขตโทษก่อนกดเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านดาบิด ราย่าแบบแทบไม่มีเวลาเซฟ ประตูนี้ทำให้ยูไนเต็ดกลับมามีความมั่นใจชัดเจน และเริ่มเป็นฝ่ายคุมจังหวะมากขึ้น
อาร์เซนอลพยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว แต่จังหวะของเกมยังไหลไปทางทีมเยือน บรูโน แฟร์นันด์สเกือบตีเสมอได้ทันทีจากระยะใกล้ ทว่าเจ้าตัวยิงออกไปแบบน่าเสียดาย

กระทั่งนาที 72 ยูไนเต็ดได้ประตู 2-2 จากเกมสวนกลับที่ราสมุส ฮอยลุนด์พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้แฟร์นันด์สยิง บอลไปแฉลบก่อนลอยข้ามราย่าเข้าประตู บรรยากาศในเอมิเรตส์เงียบลงทันตา และยูไนเต็ดเริ่มเชื่อว่า 3 แต้มอยู่ไม่ไกล
นาทีของคุนญ่า, ปั่นไกลสุดคมปิดเกม
ช่วงท้ายเกมหลายคนเริ่มคิดว่าอาจจบด้วยผลเสมอ แต่แล้วนาที 87 มาเธอุส คุนญ่าก็สร้างช็อตเด็ดของเกม เขารับบอลแถวระยะประมาณ 30 หลา แตะหนึ่งจังหวะแล้วซัดเต็มแรง บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบสุดเอื้อม ราย่าทำได้แค่มอง ส่งแฟนทีมเยือนเฮกันสุดเสียง

อาร์เซนอลโหมบุกในช่วงทดเจ็บ แต่แนวรับยูไนเต็ดที่มีแฮร์รี แม็กไกวร์คุมพื้นที่ยังยืนกันได้ดี จบเกมเป็นชัยชนะสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นการบุกชนะที่เอมิเรตส์ครั้งแรกของทีมตั้งแต่ปี 2020 พร้อมกันนั้นยังเป็นผลที่ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026 เข้มขึ้นกว่าเดิม
หลังเกม อาร์เตต้ายอมรับว่าทีม “เล่นไม่ถึงมาตรฐานของเรา” และเสียสมาธิในครึ่งหลัง ขณะที่คาร์ริคชมลูกทีมเรื่องความใจสู้ พร้อมบอกว่าทีม “สู้จนวินาทีสุดท้าย นี่คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องทำให้ได้”
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- 18′: เมริโนโหม่งให้อาร์เซนอลนำ จากลูกเปิดของซาก้า
- 42′: ไรซ์ซัดไกลเสียบมุม หนีเป็น 2-0
- 58′: ดอร์กูซัดเต็มข้อในเขตโทษ พายูไนเต็ดไล่มา
- 72′: แฟร์นันด์สยิงแฉลบลอยข้ามราย่า ตีเสมอ 2-2
- 87′: คุนญ่าซัดไกลเสียบมุมบน กลายเป็นประตูชัย
เกมนี้มีครบทั้งความเข้มข้น จังหวะสวนกลับเร็ว และประตูสวยๆ หลายลูก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ยูไนเต็ดเร่งเกมได้ต่อเนื่อง และจบสกอร์ได้คมกว่าจริงๆ
สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล
| สถิติ | อาร์เซนอล | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| การครองบอล (%) | 62 | 38 |
| ยิงทั้งหมด | 14 | 12 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 | 6 |
| เตะมุม | 8 | 4 |
| ฟาวล์ | 10 | 13 |
| ใบเหลือง | 2 | 3 |
| จ่ายบอลสำเร็จ | 512 | 298 |
| ค่า Expected Goals (xG) | 1.8 | 2.1 |
อาร์เซนอลครองเกมมากกว่า แต่จบไม่คมพอ และพลาดช่วงครึ่งหลังจนโดนลงโทษทันที
สถิติการแข่งขันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| สถิติ | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | อาร์เซนอล |
|---|---|---|
| การครองบอล (%) | 38 | 62 |
| ยิงทั้งหมด | 12 | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 6 | 5 |
| เตะมุม | 4 | 8 |
| ฟาวล์ | 13 | 10 |
| ใบเหลือง | 3 | 2 |
| จ่ายบอลสำเร็จ | 298 | 512 |
| ค่า Expected Goals (xG) | 2.1 | 1.8 |
ยูไนเต็ดเน้นจังหวะสวนกลับและจบสกอร์ได้เฉียบกว่า ตัวเลข xG ก็สะท้อนว่าพวกเขาสร้างโอกาสคุณภาพได้ไม่น้อย
ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026
ผลนี้ทำให้สถานการณ์บนหัวตารางตึงขึ้นทันที อาร์เซนอลยังนำอยู่ แต่ระยะห่างเหลือ 4 แต้ม และทีมตามอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับลิเวอร์พูลก็พร้อมฉวยโอกาส ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัยชนะนัดนี้ช่วยเพิ่มแรงส่งและทำให้การขยับเข้าโซนท็อปโฟร์ดูเป็นไปได้มากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงโปรแกรมแน่นๆ
เกมที่เอมิเรตส์นัดนี้ชัดเจนว่า ไม่มีเกมไหนง่ายในพรีเมียร์ลีก ต่อให้ขึ้นนำสองลูกก็ยังประมาทไม่ได้ และคืนวันที่ 25 มกราคม 2026 อาร์เซนอลได้บทเรียนเต็มๆ จากการเร่งเครื่องของแมนฯ ยูไนเต็ดในครึ่งหลัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เชียงราย ยูไนเต็ด เจาะไม่เข้า เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ศึกไทยลีก 1
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ 1-1 กับ นครราชสีมา ในศึกไทยลีก 1
กว่างโซ้งมหาภัย ออกไปเยือน สวาทแคท แล้วเก็บ 1 แต้มกลับบ้านได้ตามเป้า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในโซนกลางตารางยังทำให้ทีมต้องเจอกับแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนเจ้าถิ่นยังรั้งอันดับสุดท้าย โอกาสหนีตกชั้นยิ่งแคบลง – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
นครราชสีมา, 13 มีนาคม 2569, เกมฟุตบอล BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง (ไทยลีก 1) นัดที่ 25 ฤดูกาล 2025/26 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านรับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
แมตช์นี้เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อพยุงความหวังอยู่รอด แม้จะออกนำเร็ว แต่สุดท้ายโดนตีเสมอช่วงทดเวลาครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังทั้งสองทีมแลกกันสนุก ทว่าไม่มีใครเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 4: นครราชสีมา ขึ้นนำ 1-0 จาก ยูกิ คุซาโนะ (Yuki Kusano) หลังรับบอลจาก ฮิโรทากะ มิตะ (Hirotaka Mita) แล้วจบสกอร์ได้เฉียบคมตั้งแต่ต้นเกม
- นาทีที่ 45+2: สิงห์ เชียงราย ตามตีเสมอ 1-1 โดย อิสึกิ เอโนโมโตะ (Itsuki Enomoto) ซัดก่อนหมดครึ่งแรก พาทีมกลับมาอยู่ในเกมทันที
- ครึ่งหลัง: โอกาสมีทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ กว่างโซ้ง ครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย ขณะที่ สวาทแคท เน้นสวนกลับหลายครั้ง แต่ยังขาดจังหวะจบที่ชัดเจน
ครบ 90 นาทีไม่มีสกอร์เพิ่ม สุดท้ายจบที่ 1-1 ตามผลการแข่งขันที่รายงานตรงกันจากหลายแหล่ง
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด: ทีมจากแดนเหนือที่ยังเดินหน้าสู้
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด นำทีมโดยกองหลังและกัปตัน Gionata Verzura ยังเล่นกันเป็นระบบ แม้ต้องออกไปเล่นนอกบ้าน เกมนี้ทีมได้ประตูจาก Itsuki Enomoto และยังมีตัวหลักแนวรับอย่าง Victor Cardozo กับ Hélio ที่ช่วยคุมพื้นที่หลังบ้านได้ดี
รายชื่อนักเตะหลัก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Apirak Worawong | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Gionata Verzura (กัปตัน) | ไทย | แนวรับสำคัญ |
| กองหลัง | Victor Cardozo | บราซิล | เสาหลักแดนหลัง |
| กองหลัง | Hélio | บราซิล | ความแข็งแกร่งสูง |
| กองกลาง | Sanukran Thinjom | ไทย | พลังงานสูง |
| กองกลาง | Itsuki Enomoto | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูในเกมนี้ |
| กองหน้า | Dudu | บราซิล | ความเร็วและเทคนิค |
| กองหน้า | Carlos Iury | บราซิล | ตัวเลือกเกมรุก |
ภาพรวมทีมยังผสมผู้เล่นไทยกับต่างชาติได้ลงตัว จึงสลับแผนการเล่นได้หลายแบบตามสถานการณ์
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี: ยังต้องเร่งเครื่องเพื่ออยู่รอด
ด้าน สวาทแคท เริ่มเกมได้ตามที่หวังจากประตูขึ้นนำเร็ว แต่หลังจากนั้นคุมจังหวะไม่อยู่ และเสียประตูก่อนพักครึ่ง ทำให้รูปเกมตึงมือขึ้น ทีมยังฝากความหวังไว้กับต่างชาติอย่าง Mateus Lima และ Yuki Kusano แต่ปัญหาเดิมคือเกมรับยังมีช่องให้คู่แข่งเล่นงาน
รายชื่อนักเตะหลัก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Nopphon Lakhonphon | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Bill Mamadou | สิงคโปร์ | แนวรับต่างชาติ |
| กองหลัง | Hein Phyo Win | เมียนมา | ความเร็วสูง |
| กองกลาง | Hirotaka Mita | ญี่ปุ่น | แอสซิสต์ประตูขึ้นนำ |
| กองกลาง | Leon James | ไทย | มิดฟิลด์สร้างสรรค์ |
| กองกลาง | Jork Becerra | โคลอมเบีย | พลังงานกลางสนาม |
| กองหน้า | Yuki Kusano | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูนำในเกมนี้ |
| กองหน้า | Mateus Lima | บราซิล | ตัวทำประตูหลัก |
เมื่อทีมมีแต้มรวมน้อยที่สุดในลีก เกมนี้จึงสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ผลเสมอทำให้ภารกิจหนีตกชั้นหนักขึ้นไปอีก
สรุปและมองไปข้างหน้า
ผล 1-1 ช่วยให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้แต้มเพิ่มเพื่อประคองอันดับในโซนกลางตาราง ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ยังต้องเร่งเก็บชัยชนะให้ได้เร็วที่สุด หากหวังขยับหนีพื้นที่อันตราย
ไทยลีกช่วงท้ายฤดูกาลยังเข้มข้น โดยเฉพาะโซนท้ายตารางที่ทุกแต้มเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที ดังนั้นทั้งสองทีมต้องเน้นความคมในจังหวะจบสกอร์ให้มากขึ้นในนัดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
ฟุตบอล
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
สิงคโปร์, 12 มีนาคม 2569 การแข่งขัน AFC Champions League Two 2025/26 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เล่นกันถึงใจ เมื่อ แทมปิเนส โรเวอร์ส เปิดบ้านที่ สนามกีฬาจาลันเบซาร์ รับการมาเยือนของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลจบที่ 2-2 แต่เมื่อรวมสองนัดแล้ว ทีมจากไทยเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 และนี่คือครั้งแรกที่แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปถึงรอบรองชนะเลิศของรายการนี้
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะฮึดกลับมาได้สองครั้งในเกมเดียว แต่เพราะนัดแรกแพ้ 1-2 ทำให้ไล่ไม่ทัน เกมนี้มีทั้งจังหวะสวยงามและช่วงกดดันต่อเนื่อง แฟนบอลทั้งสองฝั่งลุ้นกันจนจบ 90 นาที

สกอร์การแข่งขันและจังหวะสำคัญ – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 15: ธีรศิลป์ แดงดา ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ Bangkok United ขึ้นนำ 0-1 หลังต่อบอลสวยจาก วีระเทพ ปอมพันธุ์ และ Muhsen Al-Ghassani (ผลรวม 3-1)
- นาที 39: Trent Buhagiar ยิงเสาไกลตีเสมอให้ Tampines Rovers เป็น 1-1 เจ้าบ้านกลับมามีหวังอีกครั้ง
- นาที 42: ทีมเยือนตอบโต้เร็ว เมื่อ Ilias Alhaft กดเข้าไปให้ Bangkok United นำอีกครั้ง 1-2 (ผลรวม 3-2) และจบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ
- นาที 71: Koya Kazama ตามซ้ำจังหวะตัดกลับของ Seiga Sumi ส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ตีเสมอ 2-2 ช่วงท้าย Tampines Rovers โหมหนัก แต่ยิงเพิ่มไม่ได้

จบเกมที่สกอร์ 2-2 ทำให้กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลรวม 4-3 ส่วน Tampines Rovers ต้องหยุดเส้นทางไว้แบบน่าเสียดาย แต่ฟอร์มโดยรวมยังได้คำชมว่าเล่นเต็มที่
แทมปิเนส โรเวอร์ส หรือ “The Stags” แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ แม้โดนนำก่อน แต่ยังตั้งเกมกลับมาได้ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ครองบอลมากขึ้นและสร้างโอกาสต่อเนื่อง
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Kasey Rogers | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียเพิ่ม |
| กองหลัง | Shuya Yamashita, Jacob Mahler, Irfan Najeeb, Takeshi Yoshimoto | ยืนกันแน่นขึ้นหลังโดนเร็ว แต่ยังพลาดจังหวะสำคัญ |
| กองกลาง | Yuki Kobayashi, Nur Shahiran, Koya Kazama | Kazama ยิงประตูตีเสมอ เติมเกมดี |
| กองหน้า | Trent Buhagiar, Hide Higashikawa, Seiga Sumi | Buhagiar จบคม, Sumi ทำเกมและแอสซิสต์ |
เจ้าบ้านยืนระบบ 4-1-4-1 เน้นเพรสสูงและเล่นเร็ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอปัญหาเวลาโดนสวนกลับ เพราะแนวรับเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนเล่นง่ายขึ้น
จุดเด่นของ กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด
ฝั่ง True Bangkok United คุมจังหวะได้ดีแม้มาเยือน พวกเขาใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตัวหลัก โดยเฉพาะ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูตั้งแต่ต้นเกม
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Patiwat Khammai | อ่านเกมดี เซฟช่วงท้ายช่วยทีมประคองสกอร์ |
| กองหลัง | Everton (กัปตัน), Manuel Bihr, Wanchai Jarunongkran, Jakkaphan Praisuwan | เกมรับคุมพื้นที่ได้ แม้ไม่มี Philipe Maia |
| กองกลาง | Thitipan Puangchan, Weerathep Pomphan, Nebojsa Kosovic | Pomphan วางบอลแม่น มีส่วนกับประตูแรก |
| กองหน้า | Teerasil Dangda, Ilias Alhaft, Muhsen Al-Ghassani | Dangda และ Alhaft ยิงคนละลูก จบคมในจังหวะสำคัญ |
ทีมเยือนใช้ 4-4-1-1 เน้นรัดกุมแล้วสวนกลับเร็ว แผนนี้ช่วยให้ Bangkok United คุมความได้เปรียบของสกอร์รวมไว้จนจบเกม
สรุปหลังเกม
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะตกรอบ แต่ภาพรวมคือพวกเขาสู้แบบไม่ถอย และทำให้เกมนี้สนุกจนวินาทีสุดท้าย ส่วน Bangkok United แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในเกมใหญ่ และปิดจ๊อบด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศแบบมีประวัติศาสตร์ของสโมสร
นัดนี้ยังสะท้อนชัดว่าทีมจากอาเซียนสู้กันได้สูสี และคุณภาพเกมในภูมิภาคกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
ฟุตบอล
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
น็อตติงแฮม, อังกฤษ – 13 มีนาคม 2569 – ค่ำคืนที่ฝนเทลงมาไม่หยุดและลมพัดแรงที่สนาม City Ground จบลงด้วยความเจ็บปวดของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หลังพ่ายให้ เอฟซี มิทจิลลันด์ จากเดนมาร์ก 0-1 ในเกมเลกแรก ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569
แม้ฟอเรสต์จะเป็นฝ่ายคุมจังหวะเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ความเฉียบคมหน้าประตูยังไม่มา จึงเปิดช่องให้ทีมเยือนลงโทษในช่วงสำคัญ เมื่อ โช เก-ซุง (Cho Gue-sung) ตัวสำรองขึ้นโหม่งเป็นประตูชัยนาทีที่ 80 พามิทจิลลันด์คว้าชัยเหนือฟอเรสต์เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ หลังเคยชนะ 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อน – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- ฟอเรสต์ครองบอลเหนือกว่า และยิงรวม 22 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
- จังหวะลุ้นของเจ้าบ้านมีหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงไกลของ โอมารี ฮัทชินสัน ที่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ อีกหลายจังหวะบอลสะดุดพื้นเปียกจากฝน
- ฝั่งมิทจิลลันด์เน้นรับแน่นแล้วสวนกลับ แม้โอกาสจะไม่เยอะ แต่ได้ลุ้นจริงจัง และมีจังหวะยิงชนคานก่อนด้วย
- ประตูเดียวของเกม เกิดในนาทีที่ 80 เมื่อ โอสมาน ดิเยา (Ousmane Diao) เปิดบอลยาวจากฝั่งขวา โช เก-ซุง ขยับหนี โอลา ไอน่า ก่อนโหม่งผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ ตุงตาข่าย
- ช่วงท้ายฟอเรสต์พยายามเร่งตีเสมอ แต่แทบไม่ได้โอกาสจะแจ้งเพิ่ม สุดท้ายแพ้คาบ้าน และเป็นความพ่ายแพ้เกมเหย้าในถ้วยยุโรปนัดนี้
สภาพอากาศมีผลชัดเจนตลอดเกม เพราะฝนหนักทำให้พื้นสนามลื่น บอลเคลื่อนช้า ทั้งสองทีมจึงต้องเล่นแบบระวังมากขึ้น จังหวะต่อบอลสั้นผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย และเกมรุกต้องพึ่งลูกครอสกับลูกตั้งเตะมากขึ้น

มิทจิลลันด์ เหนียวแน่นนอกบ้าน, สำรองลงมาเปลี่ยนเกม
ทีมของ ไมค์ ตุลเบิร์ก เลือกยืนโซนรับให้แน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับแบบมีวินัย ถึงจะครองบอลน้อยกว่า แต่แนวรับทำงานกันเป็นชุด และรับมือแรงกดดันได้ดี ที่สำคัญคือพวกเขาใช้โอกาสน้อยนิดให้คุ้มค่า โดยเฉพาะจังหวะที่โช เก-ซุงลงมาแล้วสร้างความต่างทันที
ตารางข้อมูลทีม มิทจิลลันด์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| เอลิอัส ราฟน์ โอเลฟสัน | ผู้รักษาประตู | เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง เก็บคลีนชีต |
| โอสมาน ดิเยา | กองหลัง | เปิดบอลให้ประตูชัย |
| มาร์ติน เออร์ลิช | กองหลัง | อ่านเกมดี เคลียร์บอลหลายจังหวะ |
| มาดส์ เบช ซอเรนเซ่น | กองหลัง | คุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้แน่น |
| เควิน เอ็มบาบู | ปีกขวา | ช่วยเกมสวนกลับและเติมทางข้าง |
| ฟิลิป บิลลิง | กองกลาง | คุมจังหวะเกมกลางสนาม ช่วยตัดเกม |
| เดนิล คาสติโย | กองกลาง | เชื่อมเกมเวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุก |
| วิคเตอร์ บัค | ปีกซ้าย | อาศัยความเร็วพาบอลโต้กลับ |
| อารัล ซิมซิร์ | กองรุก | ขยับหาพื้นที่ สร้างจังหวะลุ้น |
| จูเนียร์ บรูมาโด | กองหน้า | วิ่งกดดันแนวรับเจ้าบ้านต่อเนื่อง |
| โช เก-ซุง (ลงสำรอง) | กองหน้า | ยิง 1 ประตู (น.80) เป็นคนตัดสินเกม |
นอกจากแผนรับลึกแล้ว การแก้เกมด้วยตัวสำรองก็ได้ผลเต็มๆ เพราะโชลงมาไม่นาน แต่เลือกจังหวะวิ่งและการเข้าทำได้เฉียบที่สุดของเกม
ฟอเรสต์ ครองเกมได้, แต่จบไม่คมเหมือนเดิม
ด้านฟอเรสต์ของ วิตอร์ เปเรย์รา เดินหน้าบุกตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะครึ่งแรกที่กดดันต่อเนื่อง พอเข้าครึ่งหลังยังคุมเกมได้อยู่ แต่ปัญหาเดิมยังตามมา นั่นคือยิงเยอะแต่ไม่เด็ดขาด บางจังหวะติดเซฟ บางจังหวะหลุดกรอบ และหลายครั้งเสียจังหวะเพราะพื้นสนามลื่นจากฝน
เมื่อยิงไม่เข้า เกมจึงไหลไปตามที่ทีมเยือนต้องการ และสุดท้ายโดนลงโทษจากลูกครอสเพียงครั้งสำคัญ ส่งผลให้ฟอเรสต์ไม่ชนะติดต่อกัน 5 นัดในทุกรายการ
ตารางข้อมูลทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| มัตซ์ เซลส์ | ผู้รักษาประตู | มีจังหวะเซฟช่วยทีม แต่กันลูกโหม่งไม่อยู่ |
| โอลา ไอน่า | กองหลัง/ปีก | เสียเหลี่ยมในจังหวะประกบก่อนเสียประตู |
| มูริลโล่ | กองหลัง | ยืนตำแหน่งดี แต่เกมรุกยังไม่ต่อเนื่อง |
| เฟลิเป้ โมราตู | กองหลัง | ช่วยคุมแนวรับแข็งแรง |
| ไจร์ คูนญ่า | กองหลัง | เติมเกมริมเส้นและช่วยขึ้นเกม |
| เอลเลียต แอนเดอร์สัน | กองกลาง | คุมจังหวะได้ดี ช่วยไล่เพรส |
| นิโคลัส ดอมิงเกซ | กองกลาง | ช่วยต่อบอลและพาบอลขึ้นหน้า |
| คัลลัม ฮัดสัน-โอโดอี้ | ปีก | สร้างโอกาสหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่ผ่าน |
| โอมารี ฮัทชินสัน | กองรุก | ยิงไกลได้ลุ้น แต่ไม่เป็นประตู |
| มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ | กองรุก | กัปตันทีม เก็บบอลดี พยายามปั้นเกม |
| อิกอร์ เจซุส | กองหน้า | ขยันกดดัน แต่หาช่องจบไม่ถนัด |
หลังเกม เปเรย์ร่าสรุปตรงๆ ว่าทีมเล่นดีพอจะยิงได้ 3-4 ลูก แต่ถ้าปิดสกอร์ไม่ได้ โอกาสก็จะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งทันที ดังนั้นเลกสองวันที่ 19 มีนาคม ฟอเรสต์ต้องบุกไปเดนมาร์กเพื่อแก้ตัว และต้องเร่งให้เกมรุกคมกว่านี้ หากหวังผ่านเข้ารอบต่อไป
โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นบทเรียนของฟอเรสต์เรื่องความเด็ดขาด ขณะที่มิทจิลลันด์ได้เปรียบชัดเจนก่อนกลับไปเล่นในบ้าน และยังย้ำอีกครั้งว่าพวกเขารับแน่นและฉกฉวยโอกาสได้ดีในรายการยุโรป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล7 days agoอาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoสั่งทบทวนความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เชียงราย หลังแผ่นดินไหวถี่ขึ้น
ฟุตบอล7 days agoแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1








