สุขภาพและการแพทย์ Health
หน่วยงานสาธารณสุขเรียกร้องให้ประชาชนใจเย็นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับ “ไวรัสนิปาห์” ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ – โพสต์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์จำนวนเล็กน้อยในรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย ทำให้คนไทยบางส่วนกังวล แต่หน่วยงานสาธารณสุขของไทยเน้นย้ำว่ายังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกในขณะนี้ กรมควบคุมโรค (DDC) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ระบุชัดว่า…
กรุงเทพฯ – โพสต์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์จำนวนเล็กน้อยในรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย ทำให้คนไทยบางส่วนกังวล แต่หน่วยงานสาธารณสุขของไทยเน้นย้ำว่ายังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกในขณะนี้
กรมควบคุมโรค (DDC) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ระบุชัดว่า ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ พร้อมย้ำว่าประเทศมีระบบเฝ้าระวังและรายงานโรคต่อเนื่องมายาวนาน
ในการแถลงข่าวช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รองอธิบดี DDC แอร์ริน ไพทิศ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเหตุให้กังวล ไทยติดตามโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น นิปาห์ มานานกว่า 20 ปี และไม่เคยพบการติดเชื้อในคน
แม้สถานการณ์ในไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่เพื่อความปลอดภัย หน่วยงานได้กลับมาใช้มาตรการเฝ้าระวังบางอย่างแบบช่วงโควิด โดยเน้นที่นักเดินทางขาเข้า

กลับมาใช้การคัดกรองที่สนามบินแบบช่วงโควิด
เพื่อลดความเสี่ยงการนำเชื้อเข้าประเทศ สนามบินหลักเริ่มนำเครื่องสแกนอุณหภูมิกลับมาใช้อีกครั้ง จุดสำคัญที่เพิ่มความเข้มคือ สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองในกรุงเทพฯ รวมถึงสนามบินเชียงใหม่ และสนามบินเชียงราย
เจ้าหน้าที่ใช้เครื่อง thermo-scan แบบตรวจจับไข้ร่วมกับแบบฟอร์มสุขภาพ และตรวจอาการเบื้องต้นในกรณีที่ผู้โดยสารดูไม่สบาย อาการที่เน้นสังเกต เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะมาก ไอ และหายใจลำบาก
ที่สนามบินเชียงใหม่ ทีมคัดกรองให้ความสำคัญกับเที่ยวบินจากอินเดียเป็นพิเศษ มีการแจกเอกสารให้ข้อมูล และขอให้ผู้เดินทางรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หากเริ่มมีอาการผิดปกติ ส่วนที่เชียงรายซึ่งเป็นประตูสู่พื้นที่ชายแดน และเป็นพื้นที่ที่พบค้างคาวกินผลไม้ได้บ่อย ก็มีการคัดกรองเข้มเช่นกัน โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยทำงานร่วมกับทีมแพทย์ประจำสนามบิน หากพบผู้โดยสารเข้าข่ายป่วย จะมีการแยกประเมินอาการทันที
กระทรวงสาธารณสุขยังเริ่มคัดกรองแบบเจาะจงสำหรับผู้โดยสารจากโกลกาตาและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากพบไข้หรืออาการที่สงสัย จะประเมินทันที และส่งตัวอย่างไปตรวจ RT-PCR ที่ National Institute of Health
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผลตรวจสามารถทราบได้ภายใน 8 ชั่วโมง ช่วยให้จัดการได้เร็วหากพบผู้ป่วยต้องสงสัย

ไวรัสนิปาห์กับค้างคาวกินผลไม้ในไทย
ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เกี่ยวข้องกับค้างคาวกินผลไม้ในกลุ่ม Pteropus หรือที่คนไทยคุ้นว่า “ค้างคาวแม่ไก่” ค้างคาวกลุ่มนี้อาจเป็นพาหะได้โดยไม่แสดงอาการ และสามารถปล่อยเชื้อผ่านน้ำลาย ปัสสาวะ และอุจจาระ
ในประเทศไทยพบค้างคาวกินผลไม้หลายชนิด รวมถึง Pteropus lylei อยู่ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ป่า สวนผลไม้ ไปจนถึงชุมชนชนบท และยังพบในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่และเชียงราย
งานวิจัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เคยพบแอนติบอดีและสารพันธุกรรมของไวรัสนิปาห์ในค้างคาวไทย โดยมีข้อมูลที่ชี้ไปถึงสายพันธุ์ใกล้เคียงทั้งแบบมาเลเซียและบังกลาเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลักฐานในสัตว์ป่า ไทยยังไม่พบการติดเชื้อในคน ผู้เชี่ยวชาญมักอธิบายว่าเกิดจากรูปแบบความเสี่ยงที่ต่างกัน ในบางพื้นที่ของอินเดียและบังกลาเทศ การระบาดเคยเชื่อมโยงกับการดื่มน้ำหวานอินทผลัมสดที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากค้างคาว
หน่วยงานสาธารณสุขยังย้ำถึงเส้นทางเสี่ยงที่เคยพบในการระบาดก่อนหน้า เช่น การสัมผัสใกล้ชิดกับหมูติดเชื้อ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในการระบาดที่มาเลเซียช่วงปี 1998 ถึง 1999
ถ้าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ ความเสี่ยงโดยรวมถือว่ายังต่ำ แม้บางพื้นที่จะมีค้างคาวอาศัยใกล้หมู่บ้านหรือสวนสาธารณะในเมืองก็ตาม
องค์การอนามัยโลกจัดให้นิปาห์เป็นเชื้อก่อโรคที่ต้องจับตา เพราะในอดีตมีรายงานอัตราเสียชีวิตราว 50 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านละอองฝอยทางเดินหายใจ
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการรับรอง และยังไม่มียารักษาเฉพาะ โรคมักเริ่มจากไข้ แล้วอาจรุนแรงขึ้นจนเกิดสมองอักเสบ หมดสติ และเสียชีวิต การระบาดส่วนใหญ่ที่ผ่านมาอยู่ในบางพื้นที่ของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คำแนะนำสุขภาพ: รับข่าวให้ครบ แต่อย่าตกใจ
หน่วยงานไทยมองว่าเหตุผลที่ยังไม่พบผู้ป่วยในคน มาจากการป้องกันและเฝ้าระวังต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไทยใช้แนวทาง One Health ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 เชื่อมงานด้านคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน มีทั้งการเก็บตัวอย่างจากค้างคาว การตรวจติดตามที่เกี่ยวกับปศุสัตว์ และการสื่อสารให้ความรู้ประชาชน
นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร กล่าวไม่นานมานี้ว่า ไทยนำบทเรียนจากการเฝ้าระวังช่วงโควิดมาใช้เพื่อความพร้อม มาตรการคัดกรองที่เข้มขึ้นเป็นการป้องกันไว้ก่อน ไม่ได้หมายถึงมีภัยคุกคามเฉียบพลัน
รัฐบาลยังขอความร่วมมือประชาชนอย่าแชร์ข้อมูลเท็จ และไม่จำเป็นต้องรีบกักตุนสินค้า ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงควรสังเกตอาการตนเอง 14 วันหลังเดินทางเข้าไทย
ทีมสาธารณสุขยังติดตามสถานการณ์ต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงอินเดียที่มีการกักกันบางส่วนหลังพบผู้ป่วยจำนวนจำกัด และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายสุขภาพระดับภูมิภาค
สรุปตอนนี้ ข้อความสำคัญยังเหมือนเดิม ประเทศไทยมีการคัดกรองที่สนามบินในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเชียงราย และยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย ประชาชนควรรักษาสุขอนามัยตามปกติ เลี่ยงสัมผัสสัตว์ป่วย และพบแพทย์หากมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน
สุขภาพและการแพทย์ Health
แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดยนายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง จากกรมควบคุมโรค และนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา จากกรมอนามัย เป้าหมายหลักคือการตรวจสอบกรณีที่มีการพบสารหนูเจือปนอยู่ในแม่น้ำสาย การทำงานครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของชาวบ้านอย่างเร่งด่วน
ทีมงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นำโดยนายแพทย์เอกชัย คำลือ ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มกำลัง เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูสถานการณ์จริงที่บริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน จากนั้นคณะทำงานได้แบ่งกลุ่มกันไปเยี่ยมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ เพื่อเริ่มขั้นตอนการดูแลประชาชนตามแผนที่วางไว้
ประเด็นสำคัญ
- การเฝ้าระวังเชิงรุก: เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงลงพื้นที่แม่สาย เพื่อจัดการปัญหาสารหนูในแม่น้ำสายอย่างเร่งด่วน
- การตรวจสุขภาพเชิงลึก: มีการตรวจปัสสาวะชาวบ้านเพื่อหาสารหนู พร้อมวางแผนเฝ้าระวังต่อเนื่องถึง 5 ปี
- การคุมเข้มน้ำดื่มน้ำใช้: เจ้าหน้าที่เร่งตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและตู้น้ำหยอดเหรียญ เพื่อให้ชาวบ้านใช้น้ำได้อย่างปลอดภัย
คณะทำงานจาก กรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองสุขภาพของประชาชนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย เจ้าหน้าที่ได้ซักประวัติและประเมินความเสี่ยงของชาวบ้านที่อาจสัมผัสกับสารหนูในสิ่งแวดล้อม มีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อนำไปตรวจหาปริมาณสารหนูอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้และคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ชาวบ้านรู้วิธีป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงต่างๆ
เพื่อการดูแลที่ยั่งยืน กรมควบคุมโรคได้กำหนดแผนการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง แผนงานนี้มีระยะเวลาดำเนินการถึง 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ถึง 2572 ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสุขภาพจะถูกนำมาใช้เพื่อวางแผนการดูแลรักษาระยะยาว หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ระบบจะส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์ทันที
การเข้ารับการตรวจคัดกรองในครั้งนี้ เป็นเพียงมาตรการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มาตรวจจะมีสารหนูในร่างกายเกินมาตรฐาน หน่วยงานสาธารณสุขต้องการข้อมูลที่แท้จริงเพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงภาพรวม การทำงานแบบนี้ช่วยให้ชาวบ้านอุ่นใจได้ว่า พวกเขาจะไม่ถูกทอดทิ้งและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
คุมเข้มคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคในชุมชน
ในเวลาเดียวกัน คณะทำงานจากกรมอนามัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำกินน้ำใช้ในหลายจุดที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย บ้านสันมานะ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะช้าง มีการเก็บตัวอย่างน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญและระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อนำไปตรวจหาสารหนูและสารปนเปื้อนอื่นๆ อย่างละเอียด
กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้นำชุมชนและประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ได้อธิบายถึงวิธีการจัดการน้ำสะอาดและแนวทางการใช้น้ำอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน การสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ช่วยลดความกังวลของชาวบ้านลงได้มาก ทำให้ทุกคนรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อต้องใช้น้ำในพื้นที่
นอกจากนี้ การสนับสนุนทางวิชาการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เจ้าหน้าที่ได้สอนวิธีการตรวจสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้นให้กับคนในพื้นที่ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน จะช่วยให้การเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
วางแผนระยะยาวเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน คณะทำงานยังมีกำหนดการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามระบบเฝ้าระวังและวางแผนการส่งต่อผู้ป่วย หากตรวจพบว่ามีชาวบ้านที่มีปริมาณสารหนูในร่างกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน โรงพยาบาลจะต้องพร้อมให้การดูแลและรักษาอย่างทันท่วงที
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน การบูรณาการความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย และเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การทำงานที่เป็นระบบจะช่วยให้การเฝ้าระวังสุขภาพและการตรวจสอบคุณภาพน้ำดำเนินไปอย่างราบรื่น
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานรัฐที่มีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายเตือนภัยสารหนูพุ่ง 28 เท่า
ด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม
สุขภาพและการแพทย์ Health
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย ได้จัดงานมหกรรมสุขภาพครั้งใหญ่แห่งปี งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sriburin Health Expo 2026 THE Health Experience 2026” โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย งานสำคัญนี้มาพร้อมแนวคิด “Discover Your Health. Design Your Future.” ซึ่งเน้นย้ำถึงการออกแบบสุขภาพที่ดีเพื่ออนาคตของคุณ
นพ.อิทธิพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และโรบินสัน เชียงราย เข้าร่วมด้วย รวมถึงสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงรายก็มาร่วมทำข่าวในงานนี้อย่างคับคั่ง
ประเด็นสำคัญ:
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จัดงานแฟร์สุขภาพยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัล เชียงราย เพื่อรณรงค์การดูแลตัวเอง
- ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพเฉพาะทางและให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ประชาชนที่สนใจสามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
ไฮไลท์กิจกรรมและการตรวจสุขภาพเฉพาะทาง
ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมาร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิด มีทั้งการตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจกระดูกและข้อ รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหาการนอนหลับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชาวเชียงรายรู้เท่าทันโรคและสามารถป้องกันได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Doctor Talk ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับความรู้กลับไปดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
วางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม
การส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือเป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษมาให้เลือกมากมาย แพ็กเกจเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสมาร่วมงานที่เซ็นทรัลเชียงราย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณยังสามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นนี้ได้โดยตรงที่โรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้จองยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: งาน Sriburin Health Expo 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่?
A: งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
Q: สามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ถึงวันไหน?
A: สามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ โดยตรง
Q: มีการตรวจสุขภาพด้านใดบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้?
A: มีการให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น สุขภาพหัวใจ กระดูกและข้อ ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
สุขภาพและการแพทย์ Health
สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม
ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริมสุขภาพจาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน
โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย
มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของขวัญที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

