Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สุขภาพและการแพทย์ Health

กระทรวงสาธารณสุขเตือนว่า จำนวนผู้ป่วยโรคฝีลิงในประเทศไทยเกิน 1,000 รายแล้วตั้งแต่ปี 2022

กรุงเทพฯ – ประเทศไทยพบผู้ป่วย mpox ( ชื่อเดิม monkeypox ) สะสม เกือบ 1,000 ราย นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดทั่วโลกในปี 2022 อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค (DDC) กระทรวงสาธารณสุข โดย ณ ช่วงกลางเดือนมกราคม 2026 ยอดยืนยันสะสมทั่วประเทศอยู่ราว ๆ 1,000…

Naree Srisuk

Published

on

จำนวนผู้ป่วยโรคฝีลิง (Mpox) ในประเทศไทยทะลุ 1,000 รายตั้งแต่ปี 2022

กรุงเทพฯ – ประเทศไทยพบผู้ป่วย mpox (ชื่อเดิม monkeypox) สะสม เกือบ 1,000 ราย นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดทั่วโลกในปี 2022 อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค (DDC) กระทรวงสาธารณสุข โดย ณ ช่วงกลางเดือนมกราคม 2026 ยอดยืนยันสะสมทั่วประเทศอยู่ราว ๆ 1,000 ราย และ กรุงเทพมหานคร ยังเป็นพื้นที่ที่รายงานผู้ติดเชื้อสูงสุดต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณ 97% เป็น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และหลายรายมีประวัติ มีเพศสัมพันธ์ กับคู่นอนที่ไม่คุ้นเคย

การอัปเดตครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมการเฝ้าระวังที่เข้มขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพราะการแพร่เชื้อยังเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นหลัก กรมควบคุมโรคเพิ่มการติดตามสถานการณ์ และกระจายวัคซีน mpox มากกว่า 2,175 โดส ไปยังพื้นที่สำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า

ผู้ป่วย mpox เพิ่มในจุดท่องเที่ยว คนไทยและนักท่องเที่ยวควรระวัง

โรคนี้ถูกเรียกว่า mpox มากขึ้น เพื่อช่วยลดตราบาปจากชื่อเดิม โดยภาพรวมในไทยพบมากในคนวัยทำงาน และมีรายงานพบทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หน่วยงานสาธารณสุขกังวลเป็นพิเศษในจุดที่คนหนาแน่น เพราะการสัมผัสตัวใกล้ชิดทำให้เสี่ยงแพร่เชื้อได้มากขึ้น

คำแนะนำสำคัญคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่มี ผื่นผิดปกติ ตุ่มน้ำ หรือ ตุ่มหนอง ควรรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเครื่องนอน หากมีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีผื่นขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที และแยกตัวเพื่อลดการแพร่เชื้อ

จังหวัดที่พบผู้ป่วย mpox สะสมสูง

ข้อมูลของ DDC ระบุว่าพื้นที่ที่พบผู้ป่วยสะสมมากตั้งแต่ปี 2022 ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร: 458 ราย (ชาย 454 ราย, หญิง 4 ราย) เป็นศูนย์กลางหลัก สอดคล้องกับจำนวนประชากร แหล่งบันเทิง และการเป็นฮับของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว
  • ชลบุรี: 85 ราย (ชาย 84 ราย, หญิง 1 ราย) มีพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีสถานบันเทิงจำนวนมาก
  • จังหวัดที่พบเพิ่มและได้รับการจัดสรรวัคซีนแบบเน้นกลุ่มเสี่ยง เช่น เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ซึ่งเชื่อมโยงกับการเดินทางและกิจกรรมท่องเที่ยว

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ป่วยมักกระจุกในเมืองใหญ่และพื้นที่ชายฝั่งที่มีกิจกรรมทางสังคมคึกคัก และการแพร่เชื้อสัมพันธ์กับเครือข่ายการสัมผัสใกล้ชิด

mpox ติดต่อได้อย่างไร และมาจากไหน

mpox เกิดจาก เชื้อไวรัส monkeypox ในกลุ่ม Orthopoxvirus ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับไวรัสไข้ทรพิษ โดยมีถิ่นกำเนิดใน แอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก และพบในสัตว์มานาน เช่น หนูและไพรเมต ในอดีตการติดเชื้อในคนพบไม่บ่อย มักเกิดจากการติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น การสัมผัสสัตว์ป่วย การถูกกัดหรือข่วน หรือการจัดการเนื้อสัตว์ป่า

แต่การระบาดทั่วโลกที่เริ่มในปี 2022 เปลี่ยนรูปแบบไปชัดเจน เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมาจาก การแพร่จากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยช่องทางหลัก ๆ ได้แก่

  • สัมผัสผิวหนังกับผื่น แผล ตุ่ม หรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง
  • การมีเพศสัมพันธ์ (ทั้งทางปาก ทางทวารหนัก หรืออวัยวะเพศ)
  • ละอองทางเดินหายใจจากการอยู่ใกล้หน้าใกล้ตากันนาน ๆ (พบได้น้อยกว่า)
  • สัมผัสสิ่งของปนเปื้อน เช่น ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า หรือผ้าขนหนู

mpox ไม่ใช่โรคที่แพร่ทางอากาศได้ง่ายแบบไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปต้องมีการสัมผัสค่อนข้างใกล้และนาน การระบาดรอบปี 2022 ทำให้เห็นว่าการติดต่อในกลุ่มที่มีความใกล้ชิดทางกายเกิดขึ้นได้เร็ว โดยเฉพาะในเครือข่ายที่มีการสัมผัสทางเพศ

วิธีป้องกัน mpox ให้เสี่ยงน้อยลง

การป้องกัน mpox เน้นลดการสัมผัสใกล้ชิดและทำพฤติกรรมที่ปลอดภัยมากขึ้น แนวทางที่ทำได้จริง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังกับคนที่มีผื่น ตุ่มน้ำ หรือรอยโรคที่น่าสงสัย
  • ใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ (ช่วยได้บางส่วน เพราะรอยโรคอาจอยู่ในจุดที่ปกปิดไม่ได้)
  • รักษาความสะอาด ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ ทำความสะอาดพื้นผิว และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
  • รับวัคซีน กลุ่มวัคซีนอย่าง JYNNEOS (หรือชนิดเทียบเท่า) ถูกจัดลำดับให้กับกลุ่มเสี่ยงในไทย
  • แยกตัวทันทีเมื่อมีอาการ และติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการตรวจ

การสังเกตอาการตั้งแต่แรก และตรวจให้เร็ว ช่วยลดโอกาสการระบาดเป็นวงกว้างได้มาก

ทำไมผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย

ทั้งข้อมูลในไทยและแนวโน้มทั่วโลกชี้ว่า กลุ่ม ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) เป็นสัดส่วนผู้ป่วยสูงมาก โดยในไทยอยู่ราว 97% สาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางระบาดวิทยา ไม่ได้เป็นเพราะร่างกายมีความไวต่อเชื้อมากกว่าใคร

ไวรัสแพร่ได้ดีในเครือข่ายที่มีการสัมผัสใกล้ชิดและมีคู่นอนหลายคน หรือมีคู่นอนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ซึ่งสอดคล้องกับประวัติของผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงการระบาดปี 2022 บางเหตุการณ์ในสถานที่ที่มีการใกล้ชิดกันมาก เช่น งานปาร์ตี้ ซาวน่า หรือการรวมกลุ่มระหว่างเดินทาง ช่วยเร่งการแพร่เชื้อได้

แม้ใครก็มีโอกาสติด mpox ได้ถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ แต่รูปแบบผู้ป่วยที่พบตอนนี้ทำให้การสื่อสารเชิงรุก การให้ความรู้ และการฉีดวัคซีนแบบตรงกลุ่ม มีความสำคัญมากขึ้น พร้อมย้ำว่า mpox ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รสนิยมทางเพศใดเพศหนึ่ง การติดเชื้อเกิดจากการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก

เมื่อการท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคัก การเฝ้าระวังยังต้องเดินต่อ กรมควบคุมโรคติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงความเสี่ยงจากสายพันธุ์ที่อาจนำเข้า และขอความร่วมมือให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน รวมถึงปฏิบัติตัวอย่างปลอดภัย เพื่อลดการแพร่เชื้อในชุมชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายเปิดตัว “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

เชียงรายจังหวัดเชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ล่าสุดหน่วยงานท้องถิ่นได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อเป็นผู้นำเที่ยว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มีการเปิดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมมากมาย นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารสถานศึกษาและนักเรียนในพื้นที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานใหญ่ในการผลักดันเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ เป้าหมายหลักคือการสอนให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญของการท่องเที่ยววิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง พวกเขาจะสามารถนำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจและเป็นธรรมชาติ

ประเด็นสำคัญ  

  • ปั้นเยาวชนสู่มัคคุเทศก์: จังหวัดเชียงรายจัดอบรมเยาวชนเพื่อเตรียมพร้อมเป็นผู้นำเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน
  • เรียนรู้จากพื้นที่จริง: นักเรียนได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติในสถานที่จริง
  • ต่อยอดเมืองสุขภาพ: โครงการนี้ช่วยผลักดันให้จังหวัดเชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพที่ยั่งยืน

การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดสามวัน ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 สิงหาคม 2569 นักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น เนื้อหาเริ่มต้นจากการปูพื้นฐานแนวคิดเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน หลังจากนั้นจะเป็นการฝึกทักษะสำคัญที่มัคคุเทศก์ต้องมี เช่น การเล่าเรื่อง การใช้เสียง และการทำงานเป็นทีม

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้น่าสนใจและดึงดูดใจนักท่องเที่ยว การสื่อสารด้วยความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่วิทยากรเน้นย้ำตลอดการอบรม ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้เยาวชนพร้อมรับมือกับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบในอนาคตได้อย่างมืออาชีพ

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

การลงพื้นที่จริงเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

เพื่อเพิ่มประสบการณ์จริง นักเรียนจะได้ลงพื้นที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัด พวกเขาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านที่ศูนย์วัฒนธรรมอาข่าและควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ รวมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตเชิงสุขภาพที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเรื่องสมุนไพรที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม

จุดเด่นของงานนี้คือการให้นักเรียนได้แสดงฝีมือผ่านกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ กิจกรรมแรกคือ Young Wellness Guide Challenge ที่ให้เยาวชนลองทำหน้าที่มัคคุเทศก์จริง นอกจากนี้ยังมีการประกวด Mini Tour Guide Show เพื่อนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ข้อมูลสนับสนุนจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ากิจกรรมรูปแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็กๆ ในการนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นได้อย่างมาก

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเชียงราย

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างผู้สื่อความหมายรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง เยาวชนเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของบ้านเกิดตนเอง พวกเขาไม่เพียงแค่นำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาจังหวัดเชียงรายต่อไป

การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อเยาวชนเข้าใจและรักในท้องถิ่น พวกเขาจะปกป้องและดูแลทรัพยากรของตนเองอย่างดี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเชียงรายจึงมีอนาคตที่สดใสและพร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาชุมชนในรูปแบบเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม: โครงการอบรมนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?

คำตอบ: โครงการนี้มุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะเยาวชนในพื้นที่ให้กลายเป็นยุวมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนของจังหวัดเชียงรายให้เติบโต

คำถาม: นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ไปทัศนศึกษาที่ไหนบ้าง?

คำตอบ: แหล่งเรียนรู้หลักในโครงการนี้ ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ น้ำพุร้อนโป่งพระบาท และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด

คำถาม: โครงการนี้มีประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นอย่างไร?

คำตอบ: โครงการนี้ช่วยสร้างทักษะอาชีพให้เยาวชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสนับสนุนให้เชียงรายก้าวขึ้นเป็นเมืองสุขภาพระดับประเทศ ซึ่งจะนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

รักบี้เชียงรายระดมเยาวชนกว่า 600 ชีวิต โชว์พลังความสามัคคีเต็มสนาม

 

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

Rebecca Kim

Published

on

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้สร้างความสำเร็จครั้งใหญ่อีกครั้ง ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้สำเร็จด้วยดี โดยผู้ป่วยรายนี้ได้ลงทะเบียนรอรับการบริจาคอวัยวะมาเป็นเวลานาน

การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นการปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นรายที่ 3 ของโรงพยาบาล ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน นอกจากนี้ยังยืนยันว่าระบบบริการของโรงพยาบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลผู้ป่วยหนัก

ประเด็นสำคัญ 

  • โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569
  • ความสำเร็จนี้ช่วยลดเวลาการรอคอย และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ภาคเหนือ
  • ทีมแพทย์และโรงพยาบาลขอบคุณผู้บริจาคอวัยวะที่มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ให้กับผู้ป่วย

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ การประสานงาน และการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วย ไปจนถึงการผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจและรัดกุม

การปลูกถ่ายไตในพื้นที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงกรุงเทพฯ ทำให้ลดเวลาการรอคอยอวัยวะลงได้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตในภาคเหนือให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อนในเชียงราย

ทีมแพทย์ของ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการโรคร้ายแรง การผ่าตัดที่ซับซ้อนเช่นนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงมาก ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานสอดประสานกันเป็นทีมเดียว

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์จากการฟอกเลือด การฟอกเลือดแต่ละครั้งใช้เวลานานและทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ดังนั้นการได้รับโอกาสปลูกถ่ายไตจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้

ระบบบริการปลูกถ่ายอวัยวะของโรงพยาบาลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พร้อมรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน การมีศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญอยู่ใกล้บ้านถือเป็นเรื่องดีและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

เชิดชูผู้บริจาค ผู้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต”

นอกเหนือจากความสามารถของแพทย์แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้บริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ขอร่วมยกย่องและอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ ครอบครัวของผู้บริจาคได้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ที่มีค่าที่สุดให้กับเพื่อนมนุษย์

เมื่อผู้ป่วยได้รับการเปลี่ยนไตใหม่ ร่างกายจะกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติ พวกเขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และมีความสุขกับครอบครัวได้อีกครั้ง การบริจาคอวัยวะจึงเป็นการต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยที่เคยหมดหวังให้กลับมามีรอยยิ้มได้

โรงพยาบาลขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ครอบครัว และทีมงานผู้ดูแลทุกคน ความสำเร็จนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ระบบสาธารณสุขไทยก้าวหน้าต่อไป คุณสามารถติดตามข่าวสารสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ประเด็นสำคัญ

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก:สุราษฎร์ธานีเกมส์”

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก”

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้ชื่อโครงการ “Chiang Rai Wellness City” อย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โครงการนี้เน้นการนำจุดแข็งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น มาสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

เทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนธรรมดา เป็นการเน้นดูแลสุขภาพและฟื้นฟูจิตใจ จังหวัดเชียงรายจึงนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น น้ำพุร้อน ชา กาแฟ และสมุนไพร มาเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ประเด็นสำคัญ

  • เป้าหมายระดับโลก: เชียงรายเร่งพัฒนาเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ
  • การพัฒนาชุมชน: มีการจัดอบรม 4 หลักสูตรใหญ่ตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการและชาวบ้าน
  • กิจกรรมแจกรางวัล: เปิดตัวแคมเปญประกวดคลิปวิดีโอและบทความ ชิงรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 120,000 บาท

การผลักดันโครงการนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน นำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และ ททท. สำนักงานเชียงราย ทุกฝ่ายตั้งใจเตรียมความพร้อมให้คนในพื้นที่อย่างจริงจัง คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก สยามรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวต้นฉบับของการแถลงข่าวครั้งนี้

การทำงานครั้งนี้เน้นการพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และสร้างการรับรู้ไปพร้อมกัน ตลอดเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 จะมีกิจกรรมมากมาย เพื่อวางรากฐานให้เชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพอย่างแท้จริง

ด้านการพัฒนาคน จะมีการจัดอบรมอย่างเข้มข้นถึง 4 หลักสูตร เริ่มจาก “Chiang Rai Wellness Business Academy” ที่ช่วยเสริมความรู้ด้านการตลาดให้ธุรกิจสุขภาพ ต่อด้วยหลักสูตร “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” ที่สอนให้เด็กๆ ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร “นักสื่อความหมายท้องถิ่น” เพื่อยกระดับคนในพื้นที่ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ปิดท้ายด้วยหลักสูตร “Local Food Stylist” ที่สอนการจัดจานอาหารพื้นถิ่น ให้กลายเป็นเมนูสุขภาพที่น่าทานและมีราคา

การพัฒนาทักษะเหล่านี้ จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อชุมชนเข้มแข็ง การท่องเที่ยวก็จะเติบโตตามไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

แคมเปญสุดสร้างสรรค์ ดึงคนรุ่นใหม่โปรโมทเมือง

นอกจากการสอนคนในพื้นที่แล้ว เชียงรายยังจัดแคมเปญการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แคมเปญแรกคือการประกวดคลิปวิดีโอสั้น “Chiang Rai Wellness Moment” เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาแชร์ช่วงเวลาดีๆ เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 70,000 บาท

แคมเปญที่สองคือ “Wellness Storytelling” เป็นการประกวดบทความและภาพถ่ายสะท้อนวิถีชีวิต ผู้ชนะจะได้รับบัตรกำนัลที่พักและบริการสปา มูลค่ารวม 50,000 บาท แคมเปญเหล่านี้จะช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างดี

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ย้ำว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันชิงรางวัล แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าประสบการณ์จริง การพูดกันปากต่อปากบนโลกออนไลน์ จะช่วยให้คนรู้จักเมืองเชียงรายมากขึ้น

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

สัมผัสธรรมชาติกับแคมป์ปิ้งสุขภาพ และก้าวต่อไปของเชียงราย

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์คือ “Wellness Camping Life” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 งานนี้ชวนนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนและทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ระบุว่า ททท. พร้อมเดินหน้าโปรโมทผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยจะพาสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์มาร่วมทริป เพื่อช่วยรีวิวและสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวตามรอยมาเที่ยวเชียงราย

ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต ในอนาคตอันใกล้ เชียงรายจะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ และเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลกที่ทุกคนต้องห้ามพลาด

การเปลี่ยนผ่านสู่เมืองสุขภาพ ไม่เพียงแต่ดีต่อนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายด้วย เมื่อธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเศรษฐกิจดีขึ้น ความสุขของคนในพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending