Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สุขภาพและการแพทย์ Health

กระทรวงสาธารณสุขเตือนว่า จำนวนผู้ป่วยโรคฝีลิงในประเทศไทยเกิน 1,000 รายแล้วตั้งแต่ปี 2022

กรุงเทพฯ – ประเทศไทยพบผู้ป่วย mpox ( ชื่อเดิม monkeypox ) สะสม เกือบ 1,000 ราย นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดทั่วโลกในปี 2022 อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค (DDC) กระทรวงสาธารณสุข โดย ณ ช่วงกลางเดือนมกราคม 2026 ยอดยืนยันสะสมทั่วประเทศอยู่ราว ๆ 1,000…

Naree Srisuk

Published

on

จำนวนผู้ป่วยโรคฝีลิง (Mpox) ในประเทศไทยทะลุ 1,000 รายตั้งแต่ปี 2022

กรุงเทพฯ – ประเทศไทยพบผู้ป่วย mpox (ชื่อเดิม monkeypox) สะสม เกือบ 1,000 ราย นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดทั่วโลกในปี 2022 อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค (DDC) กระทรวงสาธารณสุข โดย ณ ช่วงกลางเดือนมกราคม 2026 ยอดยืนยันสะสมทั่วประเทศอยู่ราว ๆ 1,000 ราย และ กรุงเทพมหานคร ยังเป็นพื้นที่ที่รายงานผู้ติดเชื้อสูงสุดต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณ 97% เป็น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และหลายรายมีประวัติ มีเพศสัมพันธ์ กับคู่นอนที่ไม่คุ้นเคย

การอัปเดตครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมการเฝ้าระวังที่เข้มขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพราะการแพร่เชื้อยังเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นหลัก กรมควบคุมโรคเพิ่มการติดตามสถานการณ์ และกระจายวัคซีน mpox มากกว่า 2,175 โดส ไปยังพื้นที่สำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า

ผู้ป่วย mpox เพิ่มในจุดท่องเที่ยว คนไทยและนักท่องเที่ยวควรระวัง

โรคนี้ถูกเรียกว่า mpox มากขึ้น เพื่อช่วยลดตราบาปจากชื่อเดิม โดยภาพรวมในไทยพบมากในคนวัยทำงาน และมีรายงานพบทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หน่วยงานสาธารณสุขกังวลเป็นพิเศษในจุดที่คนหนาแน่น เพราะการสัมผัสตัวใกล้ชิดทำให้เสี่ยงแพร่เชื้อได้มากขึ้น

คำแนะนำสำคัญคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่มี ผื่นผิดปกติ ตุ่มน้ำ หรือ ตุ่มหนอง ควรรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเครื่องนอน หากมีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีผื่นขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที และแยกตัวเพื่อลดการแพร่เชื้อ

จังหวัดที่พบผู้ป่วย mpox สะสมสูง

ข้อมูลของ DDC ระบุว่าพื้นที่ที่พบผู้ป่วยสะสมมากตั้งแต่ปี 2022 ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร: 458 ราย (ชาย 454 ราย, หญิง 4 ราย) เป็นศูนย์กลางหลัก สอดคล้องกับจำนวนประชากร แหล่งบันเทิง และการเป็นฮับของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว
  • ชลบุรี: 85 ราย (ชาย 84 ราย, หญิง 1 ราย) มีพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีสถานบันเทิงจำนวนมาก
  • จังหวัดที่พบเพิ่มและได้รับการจัดสรรวัคซีนแบบเน้นกลุ่มเสี่ยง เช่น เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ซึ่งเชื่อมโยงกับการเดินทางและกิจกรรมท่องเที่ยว

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ป่วยมักกระจุกในเมืองใหญ่และพื้นที่ชายฝั่งที่มีกิจกรรมทางสังคมคึกคัก และการแพร่เชื้อสัมพันธ์กับเครือข่ายการสัมผัสใกล้ชิด

mpox ติดต่อได้อย่างไร และมาจากไหน

mpox เกิดจาก เชื้อไวรัส monkeypox ในกลุ่ม Orthopoxvirus ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับไวรัสไข้ทรพิษ โดยมีถิ่นกำเนิดใน แอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก และพบในสัตว์มานาน เช่น หนูและไพรเมต ในอดีตการติดเชื้อในคนพบไม่บ่อย มักเกิดจากการติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น การสัมผัสสัตว์ป่วย การถูกกัดหรือข่วน หรือการจัดการเนื้อสัตว์ป่า

แต่การระบาดทั่วโลกที่เริ่มในปี 2022 เปลี่ยนรูปแบบไปชัดเจน เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมาจาก การแพร่จากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยช่องทางหลัก ๆ ได้แก่

  • สัมผัสผิวหนังกับผื่น แผล ตุ่ม หรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง
  • การมีเพศสัมพันธ์ (ทั้งทางปาก ทางทวารหนัก หรืออวัยวะเพศ)
  • ละอองทางเดินหายใจจากการอยู่ใกล้หน้าใกล้ตากันนาน ๆ (พบได้น้อยกว่า)
  • สัมผัสสิ่งของปนเปื้อน เช่น ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า หรือผ้าขนหนู

mpox ไม่ใช่โรคที่แพร่ทางอากาศได้ง่ายแบบไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปต้องมีการสัมผัสค่อนข้างใกล้และนาน การระบาดรอบปี 2022 ทำให้เห็นว่าการติดต่อในกลุ่มที่มีความใกล้ชิดทางกายเกิดขึ้นได้เร็ว โดยเฉพาะในเครือข่ายที่มีการสัมผัสทางเพศ

วิธีป้องกัน mpox ให้เสี่ยงน้อยลง

การป้องกัน mpox เน้นลดการสัมผัสใกล้ชิดและทำพฤติกรรมที่ปลอดภัยมากขึ้น แนวทางที่ทำได้จริง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังกับคนที่มีผื่น ตุ่มน้ำ หรือรอยโรคที่น่าสงสัย
  • ใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ (ช่วยได้บางส่วน เพราะรอยโรคอาจอยู่ในจุดที่ปกปิดไม่ได้)
  • รักษาความสะอาด ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ ทำความสะอาดพื้นผิว และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
  • รับวัคซีน กลุ่มวัคซีนอย่าง JYNNEOS (หรือชนิดเทียบเท่า) ถูกจัดลำดับให้กับกลุ่มเสี่ยงในไทย
  • แยกตัวทันทีเมื่อมีอาการ และติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการตรวจ

การสังเกตอาการตั้งแต่แรก และตรวจให้เร็ว ช่วยลดโอกาสการระบาดเป็นวงกว้างได้มาก

ทำไมผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย

ทั้งข้อมูลในไทยและแนวโน้มทั่วโลกชี้ว่า กลุ่ม ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) เป็นสัดส่วนผู้ป่วยสูงมาก โดยในไทยอยู่ราว 97% สาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางระบาดวิทยา ไม่ได้เป็นเพราะร่างกายมีความไวต่อเชื้อมากกว่าใคร

ไวรัสแพร่ได้ดีในเครือข่ายที่มีการสัมผัสใกล้ชิดและมีคู่นอนหลายคน หรือมีคู่นอนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ซึ่งสอดคล้องกับประวัติของผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงการระบาดปี 2022 บางเหตุการณ์ในสถานที่ที่มีการใกล้ชิดกันมาก เช่น งานปาร์ตี้ ซาวน่า หรือการรวมกลุ่มระหว่างเดินทาง ช่วยเร่งการแพร่เชื้อได้

แม้ใครก็มีโอกาสติด mpox ได้ถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ แต่รูปแบบผู้ป่วยที่พบตอนนี้ทำให้การสื่อสารเชิงรุก การให้ความรู้ และการฉีดวัคซีนแบบตรงกลุ่ม มีความสำคัญมากขึ้น พร้อมย้ำว่า mpox ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รสนิยมทางเพศใดเพศหนึ่ง การติดเชื้อเกิดจากการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก

เมื่อการท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคัก การเฝ้าระวังยังต้องเดินต่อ กรมควบคุมโรคติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงความเสี่ยงจากสายพันธุ์ที่อาจนำเข้า และขอความร่วมมือให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน รวมถึงปฏิบัติตัวอย่างปลอดภัย เพื่อลดการแพร่เชื้อในชุมชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายลุยสู้โรคไต! เทศบาลนครฯ เปิดแคมเปญใหม่ ปูทางสู่เมืองแห่งสุขภาวะ

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายลุยสู้โรคไต! เทศบาลนครฯ เปิดแคมเปญใหม่ ปูทางสู่เมืองแห่งสุขภาวะ

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างชุมชนที่แข็งแรงและปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานใหญ่เพื่อต้านภัยโรคไตเรื้อรัง โดยงานนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองเชียงราย

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี บุญฤทธิ์ อายุยืน รองปลัดเทศบาล เป็นประธานเปิดโครงการ “ลดเสี่ยงไตวาย ขยายคุณภาพชีวิต” โครงการนี้เน้นให้ความรู้และดึงกลุ่มเสี่ยงมาร่วมกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการป้องกันโรคอย่างถูกวิธี

สรุปประเด็นสำคัญ 

  • เทศบาลนครเชียงรายเปิดตัวแคมเปญเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต หวังยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
  • ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่เรื่องการใช้ยา โภชนาการ ไปจนถึงขั้นตอนการรักษา
  • โครงการนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของผู้นำท้องถิ่น ในการผลักดันเชียงรายให้เป็น “Wellness City” อย่างยั่งยืน

เชียงรายลุยสู้โรคไต! เทศบาลนครฯ เปิดแคมเปญใหม่ ปูทางสู่เมืองแห่งสุขภาวะ

รวมพลังทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายทอดความรู้สู้โรคไต

ภายในงานนี้ ประชาชนได้รับความรู้จากทีมบุคลากรทางการแพทย์ชั้นนำ ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์แบบเจาะลึก แพทย์หญิงปาริชาติ คำลือ ได้มาบรรยายให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคไตและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องคอยระวังอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมี เภสัชกรหญิงธีราภรณ์ เอกบุตร มาเตือนภัยเรื่องการใช้ยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อาจทำร้ายไตโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกัน คุณธัญญาลักษณ์ ธราวิจิตรกุล พยาบาลวิชาชีพ ก็ได้มาอธิบายขั้นตอนการรักษาโรคไตวายเรื้อรังด้วยการฟอกไตให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

เรื่องอาหารการกินก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คุณพิมพ์พรรณ วิสุทธิกาญ นักโภชนาการ ได้มาสอนวิธีเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมสนุกกับฐานกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ที่ช่วยให้เข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

เชียงรายลุยสู้โรคไต! เทศบาลนครฯ เปิดแคมเปญใหม่ ปูทางสู่เมืองแห่งสุขภาวะ

ทำไมโรคไตถึงเป็นภัยเงียบที่ต้องระวัง?

ปัจจุบันโรคไตเรื้อรังถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติที่คนไทยจำนวนมากต้องเผชิญ หลายคนไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง เพราะในระยะเริ่มต้นมักจะไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็น การตรวจสุขภาพและการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

การที่หน่วยงานท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดแคมเปญเชิงรุก ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง ประชาชนจะได้ตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

โครงการที่สร้างสรรค์แบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริง ของนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ท่านมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เชียงรายก้าวเข้าสู่การเป็น “Wellness City” หรือเมืองแห่งสุขภาวะอย่างเต็มรูปแบบ

เป้าหมายสูงสุดของวิสัยทัศน์นี้ คือการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่แข็งแรง โดยเริ่มต้นจากหน่วยเล็กๆ อย่างครอบครัวและชุมชน หากคนในชุมชนมีสุขภาพที่ดี ก็จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาเมืองก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและข่าวสารของท้องถิ่น สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก เว็บไซต์เทศบาลนครเชียงราย หรือสืบค้นข้อมูลด้านสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันสร้างสุขภาพที่ดีให้กับทุกคนในครอบครัว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ด่วน! ปิดถนนทางหลวงหมายเลข 1232 เชียงราย ซ่อมทางหลังน้ำท่วม เริ่ม 10 ก.ค. นี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเปิดตัวแผนส่งเสริมการค้าปี 2026 เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

GAE ทางเลือกบรรเทาอาการปวดเข่าเสื่อมโดยไม่ผ่าตัดในไทย

Published

on

GAE ทางเลือกบรรเทาอาการปวดเข่าเสื่อมโดยไม่ผ่าตัดในไทย

ข้อเข่าเสื่อมอาจทำให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีน้ำหนักเกินเดินขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบาก แม้ใช้ยา ทำกายภาพบำบัด ปรับพฤติกรรม หรือฉีดยาเข้าข้อแล้ว ผู้ป่วยบางรายยังมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง ขณะที่ยังไม่พร้อมรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นและมีความเสี่ยงตามสุขภาพของแต่ละคน

ประเด็นสำคัญ

  • GAE ไม่ใช่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แพทย์จะสอดสายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือด แล้วใช้ภาพเอกซเรย์นำทางไปยังหลอดเลือดผิดปกติรอบข้อเข่า ก่อนปล่อยวัสดุขนาดเล็กเพื่อช่วยลดเลือดไปเลี้ยงบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและอาการปวด โดยยังคงหลีกเลี่ยงหลอดเลือดปกติ
  • เหมาะกับผู้ป่วยบางรายเท่านั้น โดยมักพิจารณาในผู้ที่ลองการรักษาแบบประคับประคองแล้วแต่ยังมีอาการ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะความรุนแรงของข้อเสื่อม โรคร่วม และสภาพหลอดเลือดมีผลต่อการรักษา
  • ผลลัพธ์ ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และบริการในไทยแตกต่างกันได้ ควรสอบถามสถานพยาบาลโดยตรงเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้เข้ารับการรักษา ขั้นตอน การติดตามผล และทางเลือกอื่นที่เหมาะกับคุณ

ต่อไป มาทำความเข้าใจหลักการของ GAE และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจรักษากัน.

GAE คืออะไร และช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมได้อย่างไร

GAE หรือ Genicular Artery Embolization คือหัตถการทางรังสีร่วมรักษาที่ช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อม โดยแพทย์จะใช้สายสวนขนาดเล็กเข้าไปยังหลอดเลือดรอบข้อเข่า แล้วปล่อยวัสดุอุดหลอดเลือดในจุดที่มีความผิดปกติ ขั้นตอนนี้ไม่ต้องผ่าตัดเปิดข้อ ไม่ตัดกระดูก และไม่เปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ผู้ป่วยบางรายยังมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง แม้รับประทานยา ทำกายภาพบำบัด ควบคุมน้ำหนัก หรือฉีดยาเข้าข้อแล้ว GAE จึงอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดอาการปวดและชะลอการผ่าตัดใหญ่ แต่ต้องผ่านการตรวจประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง

หลักการของ GAE ในการลดปวดเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดจากกระดูกอ่อนสึกเพียงอย่างเดียว การอักเสบของเยื่อบุข้ออาจทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณรอบข้อเพิ่มจำนวนขึ้นผิดปกติ พร้อมกับมีเส้นประสาทรับความรู้สึกงอกตามมา การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ข้อเข่าไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น และอาจทำให้อาการปวดยืดเยื้อ

GAE มุ่งลดเลือดที่ไปเลี้ยงหลอดเลือดผิดปกติเหล่านี้ โดยแพทย์จะฉีดอนุภาคขนาดเล็กผ่านสายสวนเพื่ออุดเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ หลอดเลือดปกติที่เลี้ยงกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และกระดูกยังคงทำงานตามปกติ

เมื่อการไหลเวียนในบริเวณอักเสบลดลง สารที่กระตุ้นการอักเสบและสัญญาณปวดอาจลดลงตาม ผู้ป่วยจึงอาจเดิน ลุกนั่ง หรือทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม GAE ไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกแล้วกลับมาเหมือนเดิม และไม่ใช่การรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน

ขั้นตอนการรักษาใช้เวลานานแค่ไหน

แพทย์มักทำ GAE ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวระหว่างการรักษา โดยเริ่มจากใส่สายสวนผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณขาหนีบหรือข้อมือ จากนั้นใช้ภาพเอกซเรย์หลอดเลือดแบบเรียลไทม์นำทางสายสวนไปยังหลอดเลือดรอบข้อเข่า

ก่อนปล่อยวัสดุอุดหลอดเลือด แพทย์จะตรวจดูรูปแบบการไหลเวียนและแยกหลอดเลือดผิดปกติออกจากหลอดเลือดที่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ ขั้นตอนทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนหลอดเลือดและความซับซ้อนของแต่ละคน

หลังทำหัตถการ ผู้ป่วยจะพักสังเกตอาการหลายชั่วโมง จึงมักกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน ควรมีญาติหรือผู้ดูแลพากลับบ้าน และหลีกเลี่ยงการออกแรงมากในช่วงแรก แพทย์จะนัดติดตามอาการเพื่อประเมินระดับความปวด การเดิน และการทำงานของข้อเข่า

ใครอาจเหมาะกับ GAE

โดยทั่วไป แพทย์อาจพิจารณา GAE ให้ผู้ที่มีลักษณะต่อไปนี้

  • มีอาการปวดเข่าเสื่อมต่อเนื่องจนรบกวนการเดิน การนอน หรือการใช้ชีวิต
  • ทดลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้นเพียงพอ
  • ยังไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
  • มีสุขภาพโดยรวมเหมาะกับการทำหัตถการผ่านหลอดเลือด
  • ได้รับการตรวจภาพข้อเข่าและประเมินสาเหตุของอาการปวดอย่างเหมาะสม

ในทางกลับกัน ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดส่วนปลายรุนแรง แพ้สารทึบรังสี มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ปวดเข่า อาจต้องใช้แนวทางรักษาแบบอื่น แพทย์จึงต้องพิจารณาทั้งระดับข้อเสื่อม โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และสภาพหลอดเลือดก่อนตัดสินใจ

ผลลัพธ์ของ GAE แตกต่างกันในแต่ละคน บางรายเริ่มรู้สึกปวดลดลงในช่วงแรก ขณะที่บางรายต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ อาการอาจดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีในผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม แต่ยังจำเป็นต้องติดตามข้อมูลระยะยาวและดูแลข้อเข่าด้วยการควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายที่เหมาะสม และทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ.

ใครเหมาะกับการรักษา GAE ในประเทศไทย

GAE อาจเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเข่าเสื่อมเรื้อรัง และยังใช้ชีวิตได้ลำบากแม้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว เช่น รับประทานยา กายภาพบำบัด ควบคุมน้ำหนัก หรือฉีดยาเข้าข้อ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักต้องการลดอาการปวดโดยยังไม่พร้อมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

อย่างไรก็ตาม อายุเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นเกณฑ์ตัดสิน แพทย์ต้องดูสาเหตุของอาการปวด ระดับความเสื่อม สุขภาพโดยรวม และความปลอดภัยของหลอดเลือดร่วมกัน GAE จึงควรเริ่มจากการประเมินเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การเลือกจากโฆษณาหรือผลลัพธ์ของคนอื่น

การตรวจประเมินก่อนทำ GAE ต้องดูเรื่องใดบ้าง

ก่อนทำ GAE แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อแยกให้ได้ว่าอาการปวดมาจากข้อเข่าเสื่อมจริงหรือเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เอ็น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท กระดูกสันหลัง หรือโรคข้ออักเสบชนิดอื่น การระบุตำแหน่งปวด ลักษณะปวด อาการบวม ข้อฝืด และข้อจำกัดในการเดินช่วยให้แพทย์วางแผนได้แม่นยำขึ้น

แพทย์อาจสอบถามเรื่องต่อไปนี้:

  • ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ และกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น
  • การรักษาที่เคยใช้ รวมถึงยา กายภาพบำบัด และการฉีดยา
  • โรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด
  • ประวัติเลือดออกง่าย แพ้ยา หรือแพ้สารทึบรังสี
  • ยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • โอกาสตั้งครรภ์หรือการตั้งครรภ์ในปัจจุบัน

การตรวจภาพข้อเข่า เช่น เอกซเรย์ ช่วยประเมินช่องข้อ กระดูกงอก ความผิดรูป และระดับข้อเสื่อม หากแพทย์ต้องการดูเนื้อเยื่ออ่อน อาจพิจารณา MRI ตามอาการ ส่วนการตรวจหลอดเลือดอาจทำเมื่อจำเป็น เพื่อดูเส้นทางหลอดเลือดและประเมินว่ามีบริเวณที่เหมาะสำหรับการรักษาหรือไม่

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจต้องตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต การแข็งตัวของเลือด และภาวะติดเชื้อ เพราะสารทึบรังสีที่ใช้ระหว่างหัตถการต้องผ่านการขับออกทางไต ผู้ที่มีโรคไตจึงควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ต้น แพทย์อาจปรับแผนการตรวจหรือเลือกวิธีที่ปลอดภัยกว่า

ผู้ที่มีหลอดเลือดส่วนปลายตีบรุนแรง เบาหวานควบคุมไม่ดี มีการติดเชื้อบริเวณที่จะใส่สายสวน หรือกำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งข้อมูลอย่างครบถ้วน การปกปิดประวัติสุขภาพอาจเพิ่มความเสี่ยงและทำให้วางแผนการรักษาไม่เหมาะสม

การตรวจประเมินที่ดีต้องตอบให้ได้สองเรื่อง คือ อาการปวดมีสาเหตุจากข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ และร่างกายพร้อมสำหรับการทำ GAE หรือไม่

เมื่อใดควรพิจารณาการผ่าตัดหรือวิธีรักษาอื่นแทน

GAE อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะเมื่อข้อเข่าเสื่อมรุนแรงจนผิดรูปมาก ข้อฝืดหรือยึดติดชัดเจน กระดูกเสียดสีกันอย่างมาก หรือมีความเสียหายที่ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด หากอาการปวดเกิดจากกระดูกหัก เนื้องอก การติดเชื้อ หรือโรคข้อชนิดอื่น การอุดหลอดเลือดรอบเข่าอาจไม่ช่วยแก้ต้นเหตุ

ผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดรุนแรง มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ แพ้สารทึบรังสีที่ควบคุมไม่ได้ หรือมีโรคร่วมที่ทำให้การใส่สายสวนไม่ปลอดภัย อาจต้องใช้แนวทางอื่น แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงเป็นรายคน และอาจแนะนำให้เลื่อนหัตถการจนกว่าจะควบคุมโรคประจำตัวได้

ทางเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่ การลดน้ำหนักและกายภาพบำบัด การใช้ยา การฉีดยาเข้าข้อ การส่องกล้องในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน รวมถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า หากข้อเสื่อมรุนแรงจนรบกวนการเดินและการใช้ชีวิตมาก การผ่าตัดอาจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ตรงกว่า GAE

การตัดสินใจควรทำร่วมกันระหว่างแพทย์ออร์โธปิดิกส์และแพทย์รังสีร่วมรักษา ทั้งสองฝ่ายจะช่วยประเมินว่าความปวดมาจากจุดใด GAE มีโอกาสช่วยได้มากแค่ไหน และควรเก็บทางเลือกใดไว้เป็นแผนต่อไป ก่อนนัดรักษา ผู้ป่วยควรเตรียมรายชื่อยา ผลเอกซเรย์เดิม และข้อมูลการรักษาที่เคยได้รับไปด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้ที่เหมาะกับ GAE

GAE เหมาะกับผู้สูงอายุทุกคนหรือไม่?

ไม่ใช่ อายุไม่ใช่เกณฑ์เดียว แพทย์ต้องดูระดับข้อเสื่อม สาเหตุของอาการปวด โรคประจำตัว สภาพหลอดเลือด และยาที่ใช้อยู่ก่อนตัดสินใจ

ถ้ายังไม่เคยลองกายภาพบำบัด สามารถทำ GAE ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน หากอาการยังไม่ดีขึ้นจึงค่อยประเมิน GAE ยกเว้นมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ทำให้แนวทางเดิมไม่เหมาะสม

ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดต้องหยุดยาหรือไม่?

อย่าหยุดยาเอง แพทย์จะประเมินชนิดยา ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงลิ่มเลือด หากจำเป็นต้องปรับยา ทีมรักษาจะให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล

ถ้าข้อเข่าเสื่อมรุนแรงมาก GAE ยังช่วยได้หรือไม่?

อาจช่วยลดอาการปวดในบางราย แต่ถ้าข้อผิดรูปมากหรือมีข้อยึดติด การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอาจเหมาะกว่า ผลตรวจภาพข้อเข่าและการตรวจร่างกายจะช่วยกำหนดทางเลือกที่ตรงกว่า.

ขั้นตอน GAE ตั้งแต่เตรียมตัวจนกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน

การทำ GAE แบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ การเตรียมตัวก่อนหัตถการ การพักสังเกตอาการหลังทำ และการดูแลตัวเองที่บ้าน แม้เป็นหัตถการแผลเล็กและผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน แต่รายละเอียดอาจแตกต่างตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และตำแหน่งที่แพทย์ใส่สายสวน

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ

ก่อนถึงวันนัด ควรเตรียมข้อมูลสุขภาพให้ครบ เพื่อให้ทีมรักษาประเมินความเสี่ยงและวางแผน GAE ได้เหมาะสม เอกสารและข้อมูลที่ควรนำไป ได้แก่

  • รายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมถึงยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด วิตามิน และอาหารเสริม
  • ประวัติแพ้ยา แพ้สารทึบรังสี หรือเคยมีอาการผิดปกติจากการตรวจเอกซเรย์
  • ผลเลือด เอกซเรย์ MRI และเอกสารการรักษาเดิม หากมี
  • ข้อมูลโรคประจำตัว เช่น โรคไต เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

แพทย์อาจแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนทำตามช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงปรับยาบางชนิดชั่วคราว อย่าหยุดยาหรือเปลี่ยนขนาดยาเอง เพราะคำแนะนำขึ้นอยู่กับสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละคน

หลังทำเสร็จ ผู้ป่วยจะพักดูอาการหลายชั่วโมง ทีมรักษาจะตรวจแผล ติดตามสัญญาณชีพ และประเมินการไหลเวียนของขาบริเวณที่ทำหัตถการ ควรจัดคนพากลับบ้านไว้ล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงการขับรถเอง เพราะยาคลายกังวล อาการปวด หรือความอ่อนเพลียอาจทำให้ตอบสนองช้าลง

เมื่อกลับถึงบ้าน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก โดยทั่วไปควรดูแลดังนี้

  • รักษาแผลบริเวณใส่สายสวนให้สะอาดและแห้ง ห้ามแกะหรือเกาแผล
  • ดื่มน้ำตามปริมาณที่ทีมรักษาแนะนำ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีข้อจำกัดจากโรคหัวใจหรือโรคไต
  • พักผ่อนและหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ออกกำลังแรง หรือเดินเป็นเวลานานในช่วงแรก
  • สังเกตเลือดออก รอยช้ำ ก้อนบวม อาการชา หรือปวดมากขึ้นบริเวณแผล
  • ไปตามนัดเพื่อติดตามอาการปวด การเดิน และการทำงานของข้อเข่า

รอยช้ำเล็กน้อยหรือความระบมบริเวณแผลอาจพบได้ในระยะแรก แต่หากเลือดไหลไม่หยุด ก้อนบวมโตเร็ว ขาข้างนั้นซีดหรือเย็น มีไข้ หายใจลำบาก หรือปวดมากผิดปกติ ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที

คำแนะนำข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะบุคคล ระยะเวลาพัก การกลับไปทำงาน และการเริ่มกายภาพบำบัดต้องให้แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้กำหนด เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีความเสี่ยงและการฟื้นตัวต่างกัน

ประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดของ GAE ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

GAE อาจช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมในผู้ป่วยที่รักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาแล้วได้ผลไม่เพียงพอ จุดเด่นคือใช้สายสวนขนาดเล็กและไม่ต้องเปิดข้อ จึงมักมีแผลเล็ก พักฟื้นสั้น และกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกันในหลายกรณี

อย่างไรก็ตาม GAE ลดหลอดเลือดผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนที่สึกหรือแก้ข้อเข่าผิดรูปโดยตรง ผู้ป่วยจึงต้องเข้าใจทั้งประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดก่อนเลือกวิธีนี้

GAE ต่างจากการฉีดยาและผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอย่างไร

การรักษาแต่ละแบบมีเป้าหมายต่างกัน จึงไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ตารางนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดขึ้น

วิธีรักษา วิธีการและเป้าหมาย ระยะพักฟื้นโดยทั่วไป ข้อจำกัดที่ควรรู้
การฉีดยาเข้าข้อ ฉีดยาสเตียรอยด์หรือสารอื่นเข้าไปในข้อ เพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด มักกลับไปทำกิจวัตรได้เร็ว แต่อาจมีอาการระบมบริเวณที่ฉีดช่วงสั้น ๆ ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ชั่วคราว และไม่เหมาะกับการฉีดซ้ำบ่อยโดยไม่มีแผนจากแพทย์
GAE ใส่สายสวนผ่านหลอดเลือด แล้วปล่อยอนุภาคขนาดเล็กเพื่ออุดหลอดเลือดผิดปกติรอบข้อเข่าที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน และค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ทำให้ข้อที่เสื่อมกลับมาเป็นปกติ ผลลัพธ์แตกต่างกัน และต้องประเมินสภาพหลอดเลือดก่อนทำ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า นำส่วนของข้อที่เสียหายออก แล้วใส่ข้อเข่าเทียมเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องนานกว่า GAE มีแผลผ่าตัดใหญ่กว่า เสี่ยงติดเชื้อ ลิ่มเลือด และภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด แม้จะช่วยผู้ที่ข้อเสื่อมรุนแรงได้ตรงจุดกว่า

GAE อาจเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง แต่ยังไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมผ่าตัดใหญ่ ส่วนการฉีดยาอาจเหมาะเมื่อจำเป็นต้องควบคุมอาการในระยะสั้น ขณะที่ผู้มีข้อเข่าผิดรูปมาก ข้อฝืดรุนแรง หรือกระดูกเสื่อมจนรบกวนการเดินมาก อาจได้ประโยชน์จากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามากกว่า

ความเสี่ยงและข้อจำกัดของ GAE

แม้ GAE จะเป็นหัตถการแผลเล็ก แต่ยังมีความเสี่ยงจากการใส่สายสวนและการใช้สารทึบรังสี ผู้ป่วยอาจมีรอยช้ำ เลือดออก หรือก้อนบวมบริเวณขาหนีบหรือข้อมือ นอกจากนี้ บางรายอาจมีอาการปวด บวม แสบร้อน หรือผิวหนังเปลี่ยนสีบริเวณเข่าชั่วคราวหลังรักษา

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงพบไม่บ่อย แต่การอุดหลอดเลือดผิดตำแหน่งอาจกระทบเนื้อเยื่อรอบข้างได้ ผู้ที่มีโรคไต แพ้สารทึบรังสี มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือมีโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการประเมิน

ผลการรักษาเองก็ไม่เท่ากันในทุกคน บางรายปวดลดลงชัดเจน ขณะที่บางรายตอบสนองเพียงเล็กน้อยหรือใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ GAE ไม่ได้หยุดความเสื่อมของข้อเข่า และอาจต้องรักษาวิธีอื่นเพิ่มเติมในอนาคต

ก่อนตัดสินใจ ควรถามแพทย์ว่าอาการปวดของคุณเกิดจากหลอดเลือดผิดปกติรอบข้อเข่าหรือไม่ และมีทางเลือกใดที่เหมาะกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประโยชน์และข้อจำกัดของ GAE

GAE ปลอดภัยกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือไม่?

GAE มีแผลเล็กและมักพักฟื้นสั้นกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับโรคประจำตัว สภาพหลอดเลือด ยาที่ใช้อยู่ และความชำนาญของทีมรักษา

GAE รักษาข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้หรือไม่?

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่า GAE ทำให้ข้อเข่าเสื่อมหายขาดหรือทำให้กระดูกอ่อนกลับคืนมา การรักษามุ่งลดอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ผู้ป่วยยังควรควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายที่เหมาะสม และทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ

ถ้า GAE ไม่ได้ผล ยังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้หรือไม่?

ในหลายกรณี GAE ไม่ได้ตัดทางเลือกการผ่าตัดในอนาคต แต่ควรแจ้งประวัติการรักษาและผลการทำ GAE ให้ศัลยแพทย์ทราบ เพื่อวางแผนอย่างเหมาะสม

ควรตัดสินใจจากอะไรเป็นหลัก?

ให้พิจารณาระดับอาการปวด ภาพเอกซเรย์ สาเหตุของอาการ โรคประจำตัว ระยะเวลาพักฟื้นที่ยอมรับได้ และเป้าหมายการรักษาของคุณ การขอความเห็นจากแพทย์รังสีร่วมรักษาและแพทย์ออร์โธปิดิกส์ช่วยให้เปรียบเทียบทางเลือกได้รอบด้านมากขึ้น

ค่าใช้จ่ายและวิธีเลือกสถานพยาบาลทำ GAE ในไทย

ค่าใช้จ่ายในการทำ GAE ในไทยแตกต่างกันตามสถานพยาบาล ทีมแพทย์ ประเภทห้องทำหัตถการ ค่าวัสดุอุดหลอดเลือด ค่าสารทึบรังสี ค่ายา และการตรวจประเมินก่อนรักษา ผู้ป่วยควรขอ ใบประเมินค่าใช้จ่ายรวมเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนตัดสินใจ ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว

ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์รังสีร่วมรักษาและทีมดูแลผู้ป่วยที่มีประสบการณ์ด้านหัตถการผ่านหลอดเลือด สถานที่ควรมีเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดสำหรับนำทางแบบเรียลไทม์ ระบบดูแลภาวะแทรกซ้อน และแผนติดตามผลหลังทำอย่างชัดเจน หากเป็นไปได้ ควรสอบถามว่ามีการประสานงานกับแพทย์ออร์โธปิดิกส์หรือไม่ เพราะอาการปวดเข่าอาจมีหลายสาเหตุและอาจต้องวางแผนรักษาร่วมกัน

คำถามสำคัญที่ควรถามแพทย์ก่อนเลือกทำ GAE

การพูดคุยก่อนรักษาควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับทีมแพทย์ คำถามต่อไปนี้ช่วยให้เห็นทั้งประโยชน์ ความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายที่แท้จริง

  • อาการปวดเข่าของฉันมาจากข้อเข่าเสื่อมและการอักเสบรอบข้อจริงหรือไม่ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เส้นเอ็น เส้นประสาท กระดูกสันหลัง หรือโรคข้ออักเสบ?
  • จากผลตรวจของฉัน GAE มีโอกาสช่วยลดอาการปวดมากน้อยเพียงใด และมีเหตุผลอะไรที่อาจทำให้ตอบสนองต่อการรักษาได้น้อย?
  • แพทย์ผู้ทำหัตถการมีประสบการณ์ทำ GAE มากน้อยเพียงใด และทำหัตถการลักษณะนี้เป็นประจำหรือไม่?
  • ก่อนทำต้องตรวจอะไรบ้าง เช่น เอกซเรย์ MRI ตรวจเลือด ตรวจการทำงานของไต หรือประเมินหลอดเลือด?
  • ต้องงดน้ำ งดอาหาร หรือปรับยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือดหรือไม่? หากต้องปรับยา ใครเป็นผู้กำหนดและควรเริ่มเมื่อใด?
  • ผลสำเร็จจะวัดจากอะไร ระดับความปวด ระยะทางที่เดินได้ การขึ้นบันได หรือความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน?
  • โดยทั่วไปต้องพักฟื้นกี่วัน และจะกลับไปทำงาน ขับรถ เดินไกล หรือออกกำลังกายได้เมื่อใด?
  • ความเสี่ยงเฉพาะตัวของฉันมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะโรคไต เบาหวาน โรคหลอดเลือด การแพ้สารทึบรังสี หรือปัญหาการแข็งตัวของเลือด?
  • ค่าใช้จ่ายที่แจ้งรวมค่าตรวจ ค่าห้องทำหัตถการ ค่าสายสวน วัสดุอุดหลอดเลือด สารทึบรังสี ค่ายา ค่าพักสังเกตอาการ และการนัดติดตามแล้วหรือยัง?
  • หากต้องใช้วัสดุอุดหลอดเลือดเพิ่ม หรือพบว่าต้องตรวจเพิ่มเติม จะมีค่าใช้จ่ายส่วนใดเพิ่มอีก?
  • หากอาการปวดไม่ดีขึ้นหรือกลับมาอีก มีทางเลือกใดต่อไป เช่น กายภาพบำบัด การฉีดยา การทำ GAE ซ้ำ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?
  • ต้องติดตามผลหลังทำเมื่อใด และควรติดต่อสถานพยาบาลทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติใด?

ขอให้แพทย์อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และขอดูแผนการรักษาโดยไม่รีบตัดสินใจจากโปรโมชั่นหรือคำรับรองผลลัพธ์ การเลือกสถานพยาบาลที่ดีควรพิจารณาความปลอดภัย ความเหมาะสมของผู้ป่วย และการดูแลต่อเนื่องควบคู่กับค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและการเลือกสถานพยาบาล

ค่าใช้จ่าย GAE ในไทยมีราคาเท่าไร?

ไม่มีราคากลางเดียว เพราะแต่ละแห่งใช้วัสดุ อุปกรณ์ และรูปแบบการดูแลแตกต่างกัน ค่าใช้จ่ายยังขึ้นกับจำนวนหลอดเลือดที่ต้องรักษาและการตรวจเพิ่มเติม ผู้ป่วยควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการอย่างชัดเจน

ทำ GAE ที่โรงพยาบาลใหญ่ปลอดภัยกว่าคลินิกหรือไม่?

ควรดูความพร้อมของทีมและสถานที่มากกว่าชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว สถานพยาบาลต้องมีแพทย์รังสีร่วมรักษา เครื่องมือที่เหมาะสม ห้องสังเกตอาการ และระบบรับมือภาวะแทรกซ้อน หากเป็นคลินิกเฉพาะทาง ควรสอบถามว่าทำหัตถการที่ใดและมีแผนส่งต่อฉุกเฉินอย่างไร

ควรขอความเห็นจากแพทย์มากกว่าหนึ่งคนหรือไม่?

การขอความเห็นเพิ่มเติมช่วยให้เปรียบเทียบ GAE กับการฉีดยา กายภาพบำบัด หรือการผ่าตัดได้รอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อผลตรวจยังไม่ชัดเจน หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหลายอย่าง

ควรเลือกสถานพยาบาลจากคำรับรองว่าไม่ต้องผ่าตัดหรือไม่?

ไม่ควรใช้คำโฆษณาเป็นเกณฑ์หลัก GAE อาจลดอาการปวดได้ แต่ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนหรือแก้ข้อเข่าผิดรูปทุกชนิด ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุของอาการและสุขภาพของแต่ละคน.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GAE และอาการปวดเข่าเสื่อม

GAE เป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะคนที่รักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้นเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และไม่สามารถทำให้กระดูกอ่อนที่สึกกลับมาเป็นปกติได้

GAE ช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมได้อย่างไร

GAE ช่วยลดการไหลเวียนเลือดไปยังหลอดเลือดผิดปกติขนาดเล็กที่เกิดขึ้นรอบเยื่อบุข้อเข่าซึ่งมีการอักเสบ แพทย์จะใช้สายสวนและภาพเอกซเรย์นำทาง เพื่อปล่อยอนุภาคขนาดเล็กในตำแหน่งที่ต้องการรักษา

เมื่อการอักเสบและสัญญาณปวดลดลง ผู้ป่วยบางรายอาจเดิน ลุกนั่ง หรือทำกิจวัตรได้สะดวกขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด ระดับข้อเสื่อม และสภาพหลอดเลือดของแต่ละคน

ทำ GAE แล้วต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอีกหรือไม่

การทำ GAE ไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในภายหลัง และในหลายกรณีสามารถใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการระหว่างที่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมผ่าตัดได้ อย่างไรก็ตาม GAE ไม่ได้แก้ข้อเข่าผิดรูป ข้อฝืดรุนแรง หรือความเสียหายของกระดูกอ่อนโดยตรง

หากข้อเสื่อมรุนแรงมากจนเดินลำบาก ขาผิดแนว หรือปวดแม้ขณะพัก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า ผู้ป่วยควรแจ้งประวัติการทำ GAE ให้ศัลยแพทย์ทราบ หากต้องวางแผนรักษาในอนาคต

หลังทำ GAE กี่วันจึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน หลังพักสังเกตอาการหลายชั่วโมง ในช่วงแรกอาจมีรอยช้ำ ระบมบริเวณใส่สายสวน หรือปวดบวมรอบเข่าชั่วคราว

การกลับไปทำงานและออกกำลังกายขึ้นกับชนิดงาน สุขภาพ และตำแหน่งที่ใส่สายสวน หลายรายเริ่มทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วัน และค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกแรงมากจนกว่าจะได้รับอนุญาต

GAE มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

แม้ GAE จะใช้แผลขนาดเล็ก แต่ยังเป็นหัตถการผ่านหลอดเลือด จึงอาจเกิดเลือดออก ก้อนบวม รอยช้ำ หรือการติดเชื้อบริเวณแผลได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้สารทึบรังสี หรือมีปัญหาจากการทำงานของไต

การอุดหลอดเลือดผิดตำแหน่งอาจกระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง แม้จะพบไม่บ่อยก็ตาม ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด มีโรคไต โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หรือเคยแพ้สารทึบรังสี ต้องแจ้งแพทย์ก่อนรักษา และไม่ควรหยุดยาเอง

อาการแบบใดหลังทำ GAE ที่ควรรีบพบแพทย์

ควรติดต่อสถานพยาบาลทันทีเมื่อมีเลือดออกจากแผลไม่หยุด ก้อนบวมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขาข้างที่ทำมีอาการชา ซีด เย็น หรือปวดมากผิดปกติ หากมีไข้สูง หายใจลำบาก หน้าบวม หรือมีผื่นหลังกลับบ้าน ควรเข้ารับการประเมินโดยเร็ว

อาการปวดเข่าหรือบวมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรก แต่ไม่ควรรอดูอาการเองเมื่ออาการรุนแรงขึ้น การติดตามผลตามนัดช่วยให้แพทย์ประเมินการตอบสนองและตรวจพบภาวะแทรกซ้อนได้เร็วขึ้น

ผลของ GAE อยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาที่อาการปวดลดลงแตกต่างกันในแต่ละคน ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสมบางรายอาจมีอาการดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่สามารถรับรองผลลัพธ์หรือระยะเวลาเดียวกันสำหรับทุกคนได้

หากอาการปวดกลับมา แพทย์อาจพิจารณาการรักษาอื่น การทำ GAE ซ้ำในบางกรณี หรือการผ่าตัดตามระดับความเสียหายของข้อ การควบคุมน้ำหนัก ทำกายภาพบำบัด และออกกำลังกายที่ลดแรงกระแทกยังมีส่วนช่วยดูแลข้อเข่าหลังรักษา

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนปรึกษาเรื่อง GAE

ก่อนเข้าพบแพทย์ ควรนำรายชื่อยาที่ใช้อยู่ ผลเอกซเรย์หรือ MRI และข้อมูลการรักษาที่เคยได้รับไปด้วย พร้อมจดลักษณะอาการปวด เช่น ปวดเวลาเดิน ปวดตอนขึ้นบันได หรือปวดตอนกลางคืน

แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้แยกสาเหตุของ knee pain และประเมินว่า GAE มีโอกาสช่วยได้หรือไม่ การตัดสินใจที่ดีควรเปรียบเทียบ GAE กับการรักษาอื่น โดยพิจารณาความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย ระยะพักฟื้น และเป้าหมายการใช้ชีวิตของคุณร่วมกัน

สรุป

GAE เป็นหัตถการผ่านสายสวนที่มุ่งลดหลอดเลือดผิดปกติและการอักเสบรอบข้อเข่า จึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยา ทำกายภาพบำบัด หรือฉีดยาเข้าข้อแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จุดเด่นคือแผลมีขนาดเล็ก ไม่ต้องเปิดข้อ และมักใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

อย่างไรก็ตาม GAE ไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกกลับมาเป็นปกติ และอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อเข่าผิดรูปมาก ข้อฝืดรุนแรง หรือมีปัญหาหลอดเลือดและโรคร่วมบางประเภท หัตถการนี้ยังมีความเสี่ยงจากการใส่สายสวนและการใช้สารทึบรังสี ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละคน

ผู้ที่สนใจควรนำผลเอกซเรย์หรือ MRI รายชื่อยา และประวัติการรักษาไปปรึกษาแพทย์รังสีร่วมรักษา หรือแพทย์กระดูกและข้อที่มีประสบการณ์ เพื่อเปรียบเทียบ GAE กับการฉีดยา กายภาพบำบัด และการผ่าตัดอย่างรอบด้าน การเลือกวิธีรักษา knee pain ที่เหมาะสมควรยึดสาเหตุของอาการ ความปลอดภัย และเป้าหมายการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อย

GAE เหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมทุกคนหรือไม่?

ไม่เหมาะกับทุกคน แพทย์ต้องประเมินสาเหตุของอาการ ระดับข้อเสื่อม สุขภาพโดยรวม สภาพหลอดเลือด และยาที่ใช้อยู่ก่อนตัดสินใจ

หลังทำ GAE ยังต้องดูแลข้อเข่าหรือไม่?

ยังต้องดูแลต่อเนื่อง เช่น ควบคุมน้ำหนัก ทำกายภาพบำบัด และออกกำลังกายที่ลดแรงกระแทกตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะ GAE ช่วยลดอาการปวด แต่ไม่ได้หยุดความเสื่อมของข้อเข่า.

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เตือนระวังอากาศร้อนจัดและพายุฤดูร้อนในภาคเหนือ: กรมอุตุฯ แนะประชาชนรักษาสุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Rebecca Kim

Published

on

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ "การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เทศบาลนครเชียงรายได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ริเริ่มและผลักดันโครงการ “ดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม” อย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีแบบครบวงจร ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

เป้าหมายหลักคือการให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวัน การสนับสนุนจากภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุในเทศบาลนครเชียงรายมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมีความสุขและมีคุณค่า

ประเด็นสำคัญ

  • การดูแลครบ 4 มิติ: โครงการเน้นการดูแลผู้สูงอายุแบบรอบด้าน ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
  • เป้าหมายชุมชนเขต 3: กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นสำหรับผู้สูงอายุเขต 3 รุ่นที่ 2 ครอบคลุม 5 ชุมชนหลักในเขตเทศบาลนครเชียงราย
  • เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ: มีกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ศิลปะบำบัด และการใช้แอปพลิเคชันเพื่อประเมินสุขภาพจิต
  • วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ: ได้รับเกียรติจากเภสัชกรชำนาญการ จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้ความรู้ที่ถูกต้องและปลอดภัย

พิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายภาธร์ รังษีกุลพิพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังมี นางพรทิพย์ จันทร์ตระกูล รักษาการผู้อำนวยการกองการแพทย์ และเจ้าหน้าที่จาก เว็บไซต์เทศบาลนครเชียงราย เข้าร่วมอำนวยความสะดวกและดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือที่สุด ทางเทศบาลได้เชิญ นายชเนวินทร์ หงษ์หิน เภสัชกรชำนาญการ จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาเป็นวิทยากรหลัก ความเชี่ยวชาญของวิทยากรช่วยให้ผู้สูงอายุมั่นใจได้ว่า ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและเกิดผลดีที่สุด

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ "การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เจาะลึกกิจกรรมฐานการเรียนรู้เพื่อวัยเก๋า

การอบรมในรอบนี้ เป็นการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในเขต 3 รุ่นที่ 2 ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนจากหลายชุมชนที่เข้มแข็ง ได้แก่ ชุมชนสันหนอง ชุมชนหน้าสนามกีฬา ชุมชนดอยสะเก็น ชุมชนสันขี้เบ้า และชุมชนสันติสุข ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างให้ความสนใจและตื่นตัวกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ทางเทศบาลได้จัดเตรียมไว้ให้

กิจกรรมไฮไลต์ของงานถูกแบ่งออกเป็นฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่เข้าใจง่าย เริ่มตั้งแต่การประเมินสุขภาพจิตผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการทำศิลปะบำบัดเพื่อผ่อนคลายความเครียด และฝึกสมาธิไปพร้อมๆ กัน

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ "การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

สูงวัยปลอดภัย ไม่ล้ม ไม่ลืม

เรื่องของสุขภาพกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ถูกละเลย ในงานมีการให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุหลายคนมักสับสน รวมถึงการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยสมุนไพรไทยพื้นบ้านที่หาได้ง่ายและมีประโยชน์ ทุกกิจกรรมถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปทำเองที่บ้านได้

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษภายใต้แนวคิด “สูงวัยปลอดภัย ไม่ล้ม ไม่ลืม” ที่เน้นการฝึกทักษะการทรงตัวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และการบริหารสมองเพื่อกระตุ้นความจำ กิจกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของเทศบาลนครเชียงราย ที่ต้องการสร้างรอยยิ้มและสุขภาพที่แข็งแรงให้กับผู้สูงอายุทุกคน

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ "การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สร้างสังคมแห่งความสุขอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการ “ดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม” ของเทศบาลนครเชียงราย ถือเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย การทำงานร่วมกันจากทุกฝ่าย ทั้งผู้นำชุมชน บุคลากรทางการแพทย์ และตัวผู้สูงอายุเอง จะช่วยสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง

ในอนาคต เทศบาลนครเชียงรายมีเป้าหมายที่จะขยายผลกิจกรรมดีๆ แบบนี้ไปยังชุมชนอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างเมืองที่น่าอยู่ ที่ซึ่งผู้สูงอายุทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง มีศักดิ์ศรี และมีความสุขในทุกๆ วันของการดำเนินชีวิต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เทศบาลเมืองเชียงรายชูพลัง “บ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน” จุดเทียนพรรษาปี 2569 สืบสานวิถีพุทธอย่างยั่งยืน

กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ

Continue Reading

SOi Dog FOundation

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
ข่าวกีฬา Sports6 hours ago

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News7 hours ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News7 hours ago

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News7 hours ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
เชียงราย - Chiang Rai News8 hours ago

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?
เทคโนโลยี - Tech9 hours ago

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงใหม่ - Chiang Mai21 hours ago

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
ข่าว - News1 day ago

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอล4 weeks ago

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย
ข่าว - News4 weeks ago

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว
ข่าว - News4 weeks ago

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว

ราคาน้ำมันดิ่งทั่วโลก! ข่าวดีผู้ใช้รถหลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ราคาน้ำมันดิ่งทั่วโลก! ข่าวดีผู้ใช้รถหลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
ฟุตบอล4 weeks ago

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่

พระวัดดังกำแพงเพชรทารุณสามเณรวัย 14 ปี ใช้บุหรี่จี้แผ่นหลัง
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

แฉพฤติกรรมโหด! พระวัดดังกำแพงเพชรทารุณสามเณรวัย 14 ปี ใช้บุหรี่จี้แผ่นหลัง

Download Our App

Trending