ฟุตบอล
บาร์เซโลนาเอาชนะ สลาเวีย ปราก 4-2 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก คลาสสิก
ปราก – สาธารณรัฐเช็ก – 21 มกราคม 2026 – เอฟซี บาร์เซโลน่าเก็บชัยชนะสำคัญ หลังบุกชนะสลาเวีย ปราก 4-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบลีก เฟส ที่สนามฟอร์ตูนา อารีนา เกมนี้ทีมของ ฮันซี ฟลิค โดนนำตั้งแต่ต้นเกม และยังเสียประตูตีเสมอก่อนพักครึ่ง แต่ครึ่งหลังเร่งเครื่องจนปิดเกมได้ตามเป้า เพิ่มโอกาสลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมแบบอัตโนมัติ
หลังจบแมตช์นี้ บาร์เซโลน่าขยับมาอยู่ที่อันดับ 9 มี 13 คะแนน ตามหลังท็อป 8 แค่หนึ่งอันดับ ซึ่งเป็นโซนที่จะได้เข้ารอบน็อกเอาต์ทันที และเมื่อหลายทีมมีแต้มเท่ากัน ชัยชนะนัดนี้จึงมีน้ำหนักมาก ก่อนเข้าสู่เกมนัดสุดท้ายของรอบลีก

โดนนำเร็ว แต่แฟร์มิน โลเปซยิงสองพาทีมกลับมา
เกมเปิดฉากด้วยความผิดพลาดที่บาร์ซาไม่คาดคิด นาทีที่ 10 สลาเวีย ปรากขึ้นนำจาก วาซิล คูเซย์ ที่เข้าชาร์จจ่อๆ จากจังหวะเตะมุมที่เจ้าถิ่นเล่นกันได้เนียน บอลจบที่หน้าประตูและถูกส่งเข้าตาข่ายท่ามกลางอากาศหนาวจัดในเมืองหลวงของเช็ก
หลังโดนนำ บาร์เซโลน่าค่อยๆ ตั้งเกมได้ และมาตีเสมอในนาทีที่ 34 จาก แฟร์มิน โลเปซ ที่ยิงมุมแคบในเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ยินดริช สตาเน็ค ที่เสาแรก โดยมีจังหวะเปลี่ยนทางเล็กน้อย
โลเปซยังเล่นได้คึกต่อเนื่อง และยิงให้ทีมแซงนำในนาทีที่ 42 เขาปั่นจากหน้าเขตโทษ บอลโค้งเสียบมุมบนอย่างเฉียบขาด กลายเป็นประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้
แต่สลาเวียไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 44 ก่อนหมดครึ่งแรก บาร์เซโลน่าเจอจังหวะช็อก เมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดนบอลจากลูกเตะมุมเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 2-2 และทั้งสองทีมเข้าห้องแต่งตัวด้วยผลเสมอ

ครึ่งหลังบาร์ซาคุมเกม ก่อนปิดบัญชี 4-2
ครึ่งหลังบาร์เซโลน่ากลับมาด้วยจังหวะเล่นที่ชัดขึ้น แต่ต้องเจอข่าวไม่ดีเมื่อ เปดรี มีอาการบาดเจ็บและเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องเปลี่ยนส่ง ดานี โอลโม ลงสนาม
โอลโมตอบแทนทันที ในนาทีที่ 63 เขาซัดไกลระยะราว 18 หลา บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบหมดจด ช่วยให้บาร์ซาขึ้นนำ 3-2
จากนั้นเลวานดอฟสกี้แก้ตัวได้สำเร็จ ในนาทีที่ 70 เขาวิ่งเข้าหาบอลจากจังหวะต่อเนื่องในเขตโทษ ก่อนเกี่ยวบอลส่งเข้าประตูจากระยะใกล้ เป็นประตูปิดเกม 4-2 (บางรายงานระบุว่าแอสซิสต์มาจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด)
ช่วงเวลาที่เหลือ บาร์เซโลน่าคุมจังหวะได้ดี ลดโอกาสให้เจ้าถิ่นสวนกลับ และปิดเกมด้วยสามแต้มที่ได้มาจากการเล่นที่หนักแน่นในครึ่งหลัง

สถิตินักเตะบาร์เซโลน่า
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | คีย์พาส | ยิง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แฟร์มิน โลเปซ | กองกลาง | 2 | 0 | – | – | ยิง 2 ประตู เด่นที่สุดของเกม |
| ดานี โอลโม | กองกลาง | 1 | 0 | – | – | ลงสำรองแล้วยิงไกลสุดสวย |
| โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ | กองหน้า | 1 | 0 | – | – | ทำเข้าประตูตัวเอง และยิงปิดเกม |
| เปดรี | กองกลาง | 0 | 0 | – | – | ถูกเปลี่ยนออกจากอาการเจ็บ |
| รวมทั้งทีม | – | 4 | – | – | – | ได้ประตูจากหลายจังหวะทั้งโอเพนเพลย์และเซ็ตพีซ |
สถิตินักเตะสลาเวีย ปราก
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | คีย์พาส | ยิง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| วาซิล คูเซย์ | กองหน้า | 1 | 0 | – | – | ยิงนำเร็วจากลูกเตะมุม |
| โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (OG) | – | 1 (OG) | – | – | – | บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง |
| รวมทั้งทีม | – | 2 | – | – | – | ทั้งสองประตูมาจากลูกนิ่ง |
เส้นทางของบาร์เซโลน่าหลังจากนี้
เกมนี้สะท้อนว่าบาร์เซโลน่ายังมีทีเด็ดในเกมรุก แม้ต้องรับมือกับปัญหาอย่างอาการเจ็บของเปดรี และการขาดหายของ ลามีน ยามาล จากโทษแบน ขณะเดียวกันผลงานยิงสองของแฟร์มิน โลเปซช่วยยกระดับทีมชัดเจน และการทำประตูของโอลโมกับเลวานดอฟสกี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ฝั่งสลาเวีย ปราก ถึงจะแพ้ แต่ยังอันตรายจากลูกตั้งเตะ และทำให้บาร์เซโลน่าต้องเหนื่อยอยู่พักใหญ่ ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้การแย่งพื้นที่ท็อป 8 ในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ยังเปิดกว้าง และต้องไปตัดสินกันต่อในนัดสุดท้ายของรอบลีก เฟส
ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือมาร์เซย์ 3-0
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ 1-1 กับ นครราชสีมา ในศึกไทยลีก 1
กว่างโซ้งมหาภัย ออกไปเยือน สวาทแคท แล้วเก็บ 1 แต้มกลับบ้านได้ตามเป้า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในโซนกลางตารางยังทำให้ทีมต้องเจอกับแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนเจ้าถิ่นยังรั้งอันดับสุดท้าย โอกาสหนีตกชั้นยิ่งแคบลง – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
นครราชสีมา, 13 มีนาคม 2569, เกมฟุตบอล BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง (ไทยลีก 1) นัดที่ 25 ฤดูกาล 2025/26 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านรับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
แมตช์นี้เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อพยุงความหวังอยู่รอด แม้จะออกนำเร็ว แต่สุดท้ายโดนตีเสมอช่วงทดเวลาครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังทั้งสองทีมแลกกันสนุก ทว่าไม่มีใครเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 4: นครราชสีมา ขึ้นนำ 1-0 จาก ยูกิ คุซาโนะ (Yuki Kusano) หลังรับบอลจาก ฮิโรทากะ มิตะ (Hirotaka Mita) แล้วจบสกอร์ได้เฉียบคมตั้งแต่ต้นเกม
- นาทีที่ 45+2: สิงห์ เชียงราย ตามตีเสมอ 1-1 โดย อิสึกิ เอโนโมโตะ (Itsuki Enomoto) ซัดก่อนหมดครึ่งแรก พาทีมกลับมาอยู่ในเกมทันที
- ครึ่งหลัง: โอกาสมีทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ กว่างโซ้ง ครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย ขณะที่ สวาทแคท เน้นสวนกลับหลายครั้ง แต่ยังขาดจังหวะจบที่ชัดเจน
ครบ 90 นาทีไม่มีสกอร์เพิ่ม สุดท้ายจบที่ 1-1 ตามผลการแข่งขันที่รายงานตรงกันจากหลายแหล่ง
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด: ทีมจากแดนเหนือที่ยังเดินหน้าสู้
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด นำทีมโดยกองหลังและกัปตัน Gionata Verzura ยังเล่นกันเป็นระบบ แม้ต้องออกไปเล่นนอกบ้าน เกมนี้ทีมได้ประตูจาก Itsuki Enomoto และยังมีตัวหลักแนวรับอย่าง Victor Cardozo กับ Hélio ที่ช่วยคุมพื้นที่หลังบ้านได้ดี
รายชื่อนักเตะหลัก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Apirak Worawong | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Gionata Verzura (กัปตัน) | ไทย | แนวรับสำคัญ |
| กองหลัง | Victor Cardozo | บราซิล | เสาหลักแดนหลัง |
| กองหลัง | Hélio | บราซิล | ความแข็งแกร่งสูง |
| กองกลาง | Sanukran Thinjom | ไทย | พลังงานสูง |
| กองกลาง | Itsuki Enomoto | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูในเกมนี้ |
| กองหน้า | Dudu | บราซิล | ความเร็วและเทคนิค |
| กองหน้า | Carlos Iury | บราซิล | ตัวเลือกเกมรุก |
ภาพรวมทีมยังผสมผู้เล่นไทยกับต่างชาติได้ลงตัว จึงสลับแผนการเล่นได้หลายแบบตามสถานการณ์
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี: ยังต้องเร่งเครื่องเพื่ออยู่รอด
ด้าน สวาทแคท เริ่มเกมได้ตามที่หวังจากประตูขึ้นนำเร็ว แต่หลังจากนั้นคุมจังหวะไม่อยู่ และเสียประตูก่อนพักครึ่ง ทำให้รูปเกมตึงมือขึ้น ทีมยังฝากความหวังไว้กับต่างชาติอย่าง Mateus Lima และ Yuki Kusano แต่ปัญหาเดิมคือเกมรับยังมีช่องให้คู่แข่งเล่นงาน
รายชื่อนักเตะหลัก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Nopphon Lakhonphon | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Bill Mamadou | สิงคโปร์ | แนวรับต่างชาติ |
| กองหลัง | Hein Phyo Win | เมียนมา | ความเร็วสูง |
| กองกลาง | Hirotaka Mita | ญี่ปุ่น | แอสซิสต์ประตูขึ้นนำ |
| กองกลาง | Leon James | ไทย | มิดฟิลด์สร้างสรรค์ |
| กองกลาง | Jork Becerra | โคลอมเบีย | พลังงานกลางสนาม |
| กองหน้า | Yuki Kusano | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูนำในเกมนี้ |
| กองหน้า | Mateus Lima | บราซิล | ตัวทำประตูหลัก |
เมื่อทีมมีแต้มรวมน้อยที่สุดในลีก เกมนี้จึงสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ผลเสมอทำให้ภารกิจหนีตกชั้นหนักขึ้นไปอีก
สรุปและมองไปข้างหน้า
ผล 1-1 ช่วยให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้แต้มเพิ่มเพื่อประคองอันดับในโซนกลางตาราง ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ยังต้องเร่งเก็บชัยชนะให้ได้เร็วที่สุด หากหวังขยับหนีพื้นที่อันตราย
ไทยลีกช่วงท้ายฤดูกาลยังเข้มข้น โดยเฉพาะโซนท้ายตารางที่ทุกแต้มเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที ดังนั้นทั้งสองทีมต้องเน้นความคมในจังหวะจบสกอร์ให้มากขึ้นในนัดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
ฟุตบอล
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
สิงคโปร์, 12 มีนาคม 2569 การแข่งขัน AFC Champions League Two 2025/26 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เล่นกันถึงใจ เมื่อ แทมปิเนส โรเวอร์ส เปิดบ้านที่ สนามกีฬาจาลันเบซาร์ รับการมาเยือนของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลจบที่ 2-2 แต่เมื่อรวมสองนัดแล้ว ทีมจากไทยเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 และนี่คือครั้งแรกที่แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปถึงรอบรองชนะเลิศของรายการนี้
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะฮึดกลับมาได้สองครั้งในเกมเดียว แต่เพราะนัดแรกแพ้ 1-2 ทำให้ไล่ไม่ทัน เกมนี้มีทั้งจังหวะสวยงามและช่วงกดดันต่อเนื่อง แฟนบอลทั้งสองฝั่งลุ้นกันจนจบ 90 นาที

สกอร์การแข่งขันและจังหวะสำคัญ – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 15: ธีรศิลป์ แดงดา ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ Bangkok United ขึ้นนำ 0-1 หลังต่อบอลสวยจาก วีระเทพ ปอมพันธุ์ และ Muhsen Al-Ghassani (ผลรวม 3-1)
- นาที 39: Trent Buhagiar ยิงเสาไกลตีเสมอให้ Tampines Rovers เป็น 1-1 เจ้าบ้านกลับมามีหวังอีกครั้ง
- นาที 42: ทีมเยือนตอบโต้เร็ว เมื่อ Ilias Alhaft กดเข้าไปให้ Bangkok United นำอีกครั้ง 1-2 (ผลรวม 3-2) และจบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ
- นาที 71: Koya Kazama ตามซ้ำจังหวะตัดกลับของ Seiga Sumi ส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ตีเสมอ 2-2 ช่วงท้าย Tampines Rovers โหมหนัก แต่ยิงเพิ่มไม่ได้

จบเกมที่สกอร์ 2-2 ทำให้กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลรวม 4-3 ส่วน Tampines Rovers ต้องหยุดเส้นทางไว้แบบน่าเสียดาย แต่ฟอร์มโดยรวมยังได้คำชมว่าเล่นเต็มที่
แทมปิเนส โรเวอร์ส หรือ “The Stags” แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ แม้โดนนำก่อน แต่ยังตั้งเกมกลับมาได้ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ครองบอลมากขึ้นและสร้างโอกาสต่อเนื่อง
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Kasey Rogers | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียเพิ่ม |
| กองหลัง | Shuya Yamashita, Jacob Mahler, Irfan Najeeb, Takeshi Yoshimoto | ยืนกันแน่นขึ้นหลังโดนเร็ว แต่ยังพลาดจังหวะสำคัญ |
| กองกลาง | Yuki Kobayashi, Nur Shahiran, Koya Kazama | Kazama ยิงประตูตีเสมอ เติมเกมดี |
| กองหน้า | Trent Buhagiar, Hide Higashikawa, Seiga Sumi | Buhagiar จบคม, Sumi ทำเกมและแอสซิสต์ |
เจ้าบ้านยืนระบบ 4-1-4-1 เน้นเพรสสูงและเล่นเร็ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอปัญหาเวลาโดนสวนกลับ เพราะแนวรับเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนเล่นง่ายขึ้น
จุดเด่นของ กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด
ฝั่ง True Bangkok United คุมจังหวะได้ดีแม้มาเยือน พวกเขาใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตัวหลัก โดยเฉพาะ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูตั้งแต่ต้นเกม
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Patiwat Khammai | อ่านเกมดี เซฟช่วงท้ายช่วยทีมประคองสกอร์ |
| กองหลัง | Everton (กัปตัน), Manuel Bihr, Wanchai Jarunongkran, Jakkaphan Praisuwan | เกมรับคุมพื้นที่ได้ แม้ไม่มี Philipe Maia |
| กองกลาง | Thitipan Puangchan, Weerathep Pomphan, Nebojsa Kosovic | Pomphan วางบอลแม่น มีส่วนกับประตูแรก |
| กองหน้า | Teerasil Dangda, Ilias Alhaft, Muhsen Al-Ghassani | Dangda และ Alhaft ยิงคนละลูก จบคมในจังหวะสำคัญ |
ทีมเยือนใช้ 4-4-1-1 เน้นรัดกุมแล้วสวนกลับเร็ว แผนนี้ช่วยให้ Bangkok United คุมความได้เปรียบของสกอร์รวมไว้จนจบเกม
สรุปหลังเกม
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะตกรอบ แต่ภาพรวมคือพวกเขาสู้แบบไม่ถอย และทำให้เกมนี้สนุกจนวินาทีสุดท้าย ส่วน Bangkok United แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในเกมใหญ่ และปิดจ๊อบด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศแบบมีประวัติศาสตร์ของสโมสร
นัดนี้ยังสะท้อนชัดว่าทีมจากอาเซียนสู้กันได้สูสี และคุณภาพเกมในภูมิภาคกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
ฟุตบอล
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
น็อตติงแฮม, อังกฤษ – 13 มีนาคม 2569 – ค่ำคืนที่ฝนเทลงมาไม่หยุดและลมพัดแรงที่สนาม City Ground จบลงด้วยความเจ็บปวดของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หลังพ่ายให้ เอฟซี มิทจิลลันด์ จากเดนมาร์ก 0-1 ในเกมเลกแรก ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569
แม้ฟอเรสต์จะเป็นฝ่ายคุมจังหวะเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ความเฉียบคมหน้าประตูยังไม่มา จึงเปิดช่องให้ทีมเยือนลงโทษในช่วงสำคัญ เมื่อ โช เก-ซุง (Cho Gue-sung) ตัวสำรองขึ้นโหม่งเป็นประตูชัยนาทีที่ 80 พามิทจิลลันด์คว้าชัยเหนือฟอเรสต์เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ หลังเคยชนะ 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อน – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- ฟอเรสต์ครองบอลเหนือกว่า และยิงรวม 22 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
- จังหวะลุ้นของเจ้าบ้านมีหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงไกลของ โอมารี ฮัทชินสัน ที่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ อีกหลายจังหวะบอลสะดุดพื้นเปียกจากฝน
- ฝั่งมิทจิลลันด์เน้นรับแน่นแล้วสวนกลับ แม้โอกาสจะไม่เยอะ แต่ได้ลุ้นจริงจัง และมีจังหวะยิงชนคานก่อนด้วย
- ประตูเดียวของเกม เกิดในนาทีที่ 80 เมื่อ โอสมาน ดิเยา (Ousmane Diao) เปิดบอลยาวจากฝั่งขวา โช เก-ซุง ขยับหนี โอลา ไอน่า ก่อนโหม่งผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ ตุงตาข่าย
- ช่วงท้ายฟอเรสต์พยายามเร่งตีเสมอ แต่แทบไม่ได้โอกาสจะแจ้งเพิ่ม สุดท้ายแพ้คาบ้าน และเป็นความพ่ายแพ้เกมเหย้าในถ้วยยุโรปนัดนี้
สภาพอากาศมีผลชัดเจนตลอดเกม เพราะฝนหนักทำให้พื้นสนามลื่น บอลเคลื่อนช้า ทั้งสองทีมจึงต้องเล่นแบบระวังมากขึ้น จังหวะต่อบอลสั้นผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย และเกมรุกต้องพึ่งลูกครอสกับลูกตั้งเตะมากขึ้น

มิทจิลลันด์ เหนียวแน่นนอกบ้าน, สำรองลงมาเปลี่ยนเกม
ทีมของ ไมค์ ตุลเบิร์ก เลือกยืนโซนรับให้แน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับแบบมีวินัย ถึงจะครองบอลน้อยกว่า แต่แนวรับทำงานกันเป็นชุด และรับมือแรงกดดันได้ดี ที่สำคัญคือพวกเขาใช้โอกาสน้อยนิดให้คุ้มค่า โดยเฉพาะจังหวะที่โช เก-ซุงลงมาแล้วสร้างความต่างทันที
ตารางข้อมูลทีม มิทจิลลันด์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| เอลิอัส ราฟน์ โอเลฟสัน | ผู้รักษาประตู | เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง เก็บคลีนชีต |
| โอสมาน ดิเยา | กองหลัง | เปิดบอลให้ประตูชัย |
| มาร์ติน เออร์ลิช | กองหลัง | อ่านเกมดี เคลียร์บอลหลายจังหวะ |
| มาดส์ เบช ซอเรนเซ่น | กองหลัง | คุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้แน่น |
| เควิน เอ็มบาบู | ปีกขวา | ช่วยเกมสวนกลับและเติมทางข้าง |
| ฟิลิป บิลลิง | กองกลาง | คุมจังหวะเกมกลางสนาม ช่วยตัดเกม |
| เดนิล คาสติโย | กองกลาง | เชื่อมเกมเวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุก |
| วิคเตอร์ บัค | ปีกซ้าย | อาศัยความเร็วพาบอลโต้กลับ |
| อารัล ซิมซิร์ | กองรุก | ขยับหาพื้นที่ สร้างจังหวะลุ้น |
| จูเนียร์ บรูมาโด | กองหน้า | วิ่งกดดันแนวรับเจ้าบ้านต่อเนื่อง |
| โช เก-ซุง (ลงสำรอง) | กองหน้า | ยิง 1 ประตู (น.80) เป็นคนตัดสินเกม |
นอกจากแผนรับลึกแล้ว การแก้เกมด้วยตัวสำรองก็ได้ผลเต็มๆ เพราะโชลงมาไม่นาน แต่เลือกจังหวะวิ่งและการเข้าทำได้เฉียบที่สุดของเกม
ฟอเรสต์ ครองเกมได้, แต่จบไม่คมเหมือนเดิม
ด้านฟอเรสต์ของ วิตอร์ เปเรย์รา เดินหน้าบุกตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะครึ่งแรกที่กดดันต่อเนื่อง พอเข้าครึ่งหลังยังคุมเกมได้อยู่ แต่ปัญหาเดิมยังตามมา นั่นคือยิงเยอะแต่ไม่เด็ดขาด บางจังหวะติดเซฟ บางจังหวะหลุดกรอบ และหลายครั้งเสียจังหวะเพราะพื้นสนามลื่นจากฝน
เมื่อยิงไม่เข้า เกมจึงไหลไปตามที่ทีมเยือนต้องการ และสุดท้ายโดนลงโทษจากลูกครอสเพียงครั้งสำคัญ ส่งผลให้ฟอเรสต์ไม่ชนะติดต่อกัน 5 นัดในทุกรายการ
ตารางข้อมูลทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| มัตซ์ เซลส์ | ผู้รักษาประตู | มีจังหวะเซฟช่วยทีม แต่กันลูกโหม่งไม่อยู่ |
| โอลา ไอน่า | กองหลัง/ปีก | เสียเหลี่ยมในจังหวะประกบก่อนเสียประตู |
| มูริลโล่ | กองหลัง | ยืนตำแหน่งดี แต่เกมรุกยังไม่ต่อเนื่อง |
| เฟลิเป้ โมราตู | กองหลัง | ช่วยคุมแนวรับแข็งแรง |
| ไจร์ คูนญ่า | กองหลัง | เติมเกมริมเส้นและช่วยขึ้นเกม |
| เอลเลียต แอนเดอร์สัน | กองกลาง | คุมจังหวะได้ดี ช่วยไล่เพรส |
| นิโคลัส ดอมิงเกซ | กองกลาง | ช่วยต่อบอลและพาบอลขึ้นหน้า |
| คัลลัม ฮัดสัน-โอโดอี้ | ปีก | สร้างโอกาสหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่ผ่าน |
| โอมารี ฮัทชินสัน | กองรุก | ยิงไกลได้ลุ้น แต่ไม่เป็นประตู |
| มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ | กองรุก | กัปตันทีม เก็บบอลดี พยายามปั้นเกม |
| อิกอร์ เจซุส | กองหน้า | ขยันกดดัน แต่หาช่องจบไม่ถนัด |
หลังเกม เปเรย์ร่าสรุปตรงๆ ว่าทีมเล่นดีพอจะยิงได้ 3-4 ลูก แต่ถ้าปิดสกอร์ไม่ได้ โอกาสก็จะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งทันที ดังนั้นเลกสองวันที่ 19 มีนาคม ฟอเรสต์ต้องบุกไปเดนมาร์กเพื่อแก้ตัว และต้องเร่งให้เกมรุกคมกว่านี้ หากหวังผ่านเข้ารอบต่อไป
โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นบทเรียนของฟอเรสต์เรื่องความเด็ดขาด ขณะที่มิทจิลลันด์ได้เปรียบชัดเจนก่อนกลับไปเล่นในบ้าน และยังย้ำอีกครั้งว่าพวกเขารับแน่นและฉกฉวยโอกาสได้ดีในรายการยุโรป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล7 days agoอาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoสั่งทบทวนความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เชียงราย หลังแผ่นดินไหวถี่ขึ้น
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
ฟุตบอล7 days agoแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1







