ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0
คืนวันที่ 13 มกราคม 2026 ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ก เกมคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรกจบลงด้วยชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกอัดแชมป์เก่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 จากประตูของ อองตวน เซเมนโย และตัวสำรองอย่าง รายาน แชร์กี ทำให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ถือไพ่เหนือกว่าก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่เอติฮัด สเตเดียม ขณะที่ทีมของเอ็ดดี ฮาว ต้องเจองานหนักขึ้นในการป้องกันแชมป์
เกมภายใต้ไฟสนามและบรรยากาศกดดันเต็มพิกัด นิวคาสเซิลสู้ได้ดีและมีโอกาสจะแจ้งหลายครั้ง แต่ซิตี้เฉียบขาดกว่าในจังหวะสำคัญ
ครึ่งแรกอึดอัด ทั้งคู่ยังไม่กล้าเปิดหน้า
45 นาทีแรกเป็นเกมแบบระวังตัว ทั้งสองทีมค่อยๆ วัดจังหวะกัน นิวคาสเซิลเริ่มได้คึกจากแรงเชียร์ในบ้าน และเกือบขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อ โยอาน วิสซา ได้โอกาสทองจากการต่อบอลของแอนโธนี กอร์ดอน กับเจค็อบ เมอร์ฟี แต่ยิงข้ามคานจากระยะใกล้แบบน่าเสียดาย
ฝั่งซิตี้ยังต่อเกมไม่ค่อยติดในช่วงต้น สร้างโอกาสชัดๆ ได้น้อย ครึ่งแรกเลยจบแบบไร้สกอร์ พร้อมความตึงเครียดที่สะสมไปถึงช่วงครึ่งหลัง

เซเมนโยปลดล็อก ซิตี้ขึ้นนำก่อน
พอกลับมาเล่นครึ่งหลัง เกมเริ่มเปิดมากขึ้น และในนาทีที่ 53 ซิตี้ได้ประตูสำคัญจาก อองตวน เซเมนโย แข้งใหม่ที่ลงเล่นให้ทีมเป็นนัดที่สอง เขาเข้าชาร์จจากบอลครอสเรียดทางซ้ายของเจเรมี โดคู แล้วจบสกอร์แบบนิ่งๆ เป็นประตูที่สองติดต่อกันของเขาในสีเสื้อฟ้า และทำให้แฟนเจ้าถิ่นเงียบลงทันที
เซเมนโยออกสตาร์ตกับซิตี้ได้สวย เขาเล่นด้วยความมั่นใจและกดดันแนวรับนิวคาสเซิลต่อเนื่อง
นิวคาสเซิลเร่งเครื่อง แต่ทราฟฟอร์ดช่วยทีมไว้
หลังเสียประตู นิวคาสเซิลตอบโต้ทันควัน พวกเขาดันเกมสูงและสร้างโอกาสใหญ่หลายครั้ง จน เจมส์ ทราฟฟอร์ด นายด่านซิตี้ต้องออกแรงเซฟ วิสซายิงให้เขาต้องปัดบอลไปชนคานแบบหวุดหวิด ขณะที่ บรูโน กิมาไรส์ ก็ซัดต่ำแรงจนไปกระแทกเสาเช่นกัน
ภาพรวมเจ้าบ้านมีช่วงที่กดได้ต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือความคมในจังหวะสุดท้าย โอกาสสำคัญหลุดมือไปหลายหน

ดราม่า VAR ยาว เซเมนโยโดนริบประตู
ความเดือดของเกมเพิ่มขึ้นเมื่อเซเมนโยส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้ง แต่ต้องหยุดรอการเช็ก VAR นานราว 5 นาทีครึ่ง ก่อนที่ผู้ตัดสินคริส คาวานาห์จะยกเลิกประตู โดยมองว่ามีจังหวะล้ำหน้าแบบตีความได้ในขั้นตอนขึ้นเกม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเออร์ลิง ฮาลันด์
จังหวะนี้ทำให้ทั้งนักเตะและแฟนบอลอารมณ์ขึ้น เกมยิ่งแข็งขึ้นตามไปด้วย และทั้งเกมมีใบเหลืองรวมถึง 8 ใบ
แชร์กีปิดกล่องท้ายเกม ซิตี้หนีเป็น 2 ลูก
ช่วงทดเวลา นิวคาสเซิลพยายามทุ่มสุดตัวเพื่อเอาคืนให้ได้ แต่กลับโดนสวนกลับ และในนาทีที่ 98 ตัวสำรองอย่าง รายาน แชร์กี ยิงเรียดเข้าไปไม่พลาด จากแอสซิสต์ของรายาน ไอต์-นูรี ปิดบัญชีให้ซิตี้ชนะ 2-0 แบบได้ใจ
ผลนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมความได้เปรียบชัดเจนก่อนนัดสองวันที่ 3 หรือ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ส่วน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยังมีโอกาส แต่การพลิกสถานการณ์ที่เอติฮัดต้องออกมาสมบูรณ์แบบกว่านี้

สถิติสำคัญของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| ครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 |
| ค่า xG โดยประมาณ | ~1.4 |
| โอกาสทองที่พลาด | 4 |
| เตะมุม | 7 |
| ใบเหลือง | 5 |
นิวคาสเซิลทำเกมได้น่ากลัวเป็นช่วงๆ แต่จบไม่คมพอ จึงต้องจ่ายราคาแพง
สถิติสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| ครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 11 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| ค่า xG โดยประมาณ | ~1.1 |
| โอกาสทองที่สร้างได้ | 3 |
| เตะมุม | 5 |
| ใบเหลือง | 3 |
ซิตี้ไม่จำเป็นต้องยิงเยอะ แต่ใช้โอกาสได้คุ้ม พร้อมมีทราฟฟอร์ดช่วยเซฟจังหวะสำคัญ ทำให้ผลการแข่งขันออกมาขาดกว่ารูปเกมบางช่วง
มุมมองหลังเกม
เอ็ดดี ฮาวยอมรับว่าประตูท้ายเกมเหมือนโดนหนักๆ แต่ยังยืนยันว่าคู่นี้ยังไม่จบ และชื่นชมลูกทีมที่สู้จนสุดทาง ด้านเป๊ป กวาร์ดิโอลาพอใจฟอร์มทีม โดยบอกว่าทุกคนทุ่มเทมากกับเกมที่ยากและคู่แข่งที่แข็ง
ชัยชนะนัดนี้ทำให้เส้นทางของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคาราบาวคัพยังไปต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม และนิวคาสเซิลต้องงัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา หากหวังกลับมาเอาตั๋วเข้าชิงให้ได้ในเลกสอง
ไบรท์ตันช็อกโอลด์ แทรฟฟอร์ด บุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ศึกเอฟเอ คัพ
ฟุตบอล
เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 4-1 ขึ้นนำจ่าฝูงลาลีกาโดยไม่มี เอ็มบาปเป้
วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงสองประตู และ “ราชวงศ์ขาว” คว้าชัยชนะอย่างสบายๆ จบสถิติไม่แพ้ใคร 11 นัดติดต่อกันของเรอัล โซเซียดาด
เรอัล มาดริด – หลังจากนั้น พวกเขาเดินทางไปเยือนสนามซานติอาโก เบร์นาเบว เพื่อพบกับเรอัล โซเซียดาด และคว้าชัยชนะไป 4-1 ในศึก ลา ลีกา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราวด้วยคะแนนนำ 2 แต้ม ก่อนที่ทีมของชาบีจะลงเล่นนัดต่อไป – รับชมไฮไลท์
โดยส่วนใหญ่ไม่มี คีเลียน เอ็มบาปเป้ (อาการบาดเจ็บที่เข่า) และ จู๊ด เบลลิงแฮม (อาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย) ทีมของอวาโรอา อาเบโลอา เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งในเกมรุกและที่สำคัญคือ คว้าชัยชนะในลีกเป็นนัดที่ 8 ติดต่อกัน เรอัล โซเซียดาด ต้องทบทวนรายงานเพื่อหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ติดต่อกัน 11 นัด

สรุปไฮไลท์การแข่งขัน
* นาทีที่ 5: เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 จากการยิงประตูของ ซาโล การ์เซีย หลังจากรับบอลจาก เทรนช์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากพักไปกว่าสองเดือน
* นาทีที่ 21: เจ้าบ้านตีเสมอ 1-1 จากประตูของ มิเกล โอยาร์ซาลาบ หลังจาก ดีน ฮุยเซ่น ทำฟาวล์เขา
* นาทีที่ 25: วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงประตูให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 2-1 ตามปกติ
* นาทีที่ 31: เฟเดริโก ลาเบร์เด ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษเข้ามุมบนขวาอย่างทรงพลัง ทำให้สกอร์เป็น 3-1 ก่อนหมดครึ่งแรก (ประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้)
* ประตูที่ 48: วินิซิอุส กลับมาทำประตูได้อีกครั้งหลังจากถูก อารัมบูรู ทำฟาวล์ แล้วยิงเข้ามุมล่าง ปิดท้ายชัยชนะ 4-1
เกมนี้เล่นได้อย่างประสานงานกันดี ควบคุมจังหวะได้อย่างชัดเจน มีการสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางฝั่งซ้ายที่วินิซิอุสสร้างความอันตรายได้อย่างสม่ำเสมอ เรอัล โซเซียดาดเริ่มต้นได้ค่อนข้างดี แต่ก็ประสบปัญหาในการสร้างโอกาสโต้กลับในครึ่งหลัง

สถิติและไฮไลท์ประจำวัน:
ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | คะแนน (โดยประมาณ) | หมายเหตุ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ | วิลล่า | 7.0 | เซฟลูกสำคัญหลายครั้ง ช่วยให้ทีมอยู่ในสนามได้ | เทรนเดต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ | แบ็กขวา | 18.5 | มีส่วนร่วมในการบุกที่ดีและแอสซิสต์ประตูแรก | วินิซิอุส จูเนียร์ | ปีกซ้าย | 2 (ตรวจสุขภาพ) | 9.0 | ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม | เพจ | ทีมขยายช่องว่าง | ซาโล การ์เซีย | 8.0 | เปิดบอลเร็ว | เฟเดริโก ลาเบร์เด | กองกลาง | 118.5 | ยิงประตูระยะไกลสุดสวย ควบคุมแดนกลางได้ดี | อัลวาโร่ อาเบโลอา (ผู้จัดการทีม) —- นำทีมคว้าชัยชนะในลีก 8 นัด
เหตุผลหลักของความสำเร็จนี้คือการเล่นแบบรอบด้านของทีม แม้จะขาดผู้เล่นหลักบางคน แต่ผู้เล่นตัวจริงและตัวสำรองก็ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกมรุกไหลลื่นและเกมรับแข็งแกร่ง

สถิติและไฮไลท์จากแฟนบอล: เรอัล โซเซียดาด คอนเสิร์ต
คะแนนประตู/แอสซิสต์ (โดยประมาณ): มิเกล โอยาร์ซาเบล (1 คะแนนในระบบสุริยะ) – 7.0 (ทำคะแนนได้), อเล็กซ์ อารัมบูรู (แบ็กขวา) – 5.5 (ทำผิดพลาดสองส่วนของร่างกาย), ดีน ฮุยเซ่น (กองหลัง) – 6.0.0 (กดดันอย่างต่อเนื่อง), ผู้จัดการทีม —- ไร้พ่าย 11 นัด, ควบคุมเกม
เรอัล โซเซียดาด มักจะตีเสมอได้ในช่วงต้นเกม โดยเน้นการโจมตีทั้งแนวนอนและแนวตั้ง รักษาความกดดันอย่างต่อเนื่อง และเสียประตูน้อยลง สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีมุมมองเพิ่มเติมดังนี้:
ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความพร้อมของพวกเขาในการแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ลาลีกา แม้จะไม่มีเอ็มบาปเป้ก็ตาม พวกเขายังคงสามารถทำตามแผนได้ และวินิซิอุส… จูเนียร์ ได้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่นคนอื่นมาคอยประกบอีกต่อไป
เรอัล โซเซียดาด ต้องกลับมาตั้งหลักให้ได้โดยเร็วหลังจากที่สถิติไร้พ่ายของพวกเขาหยุดลง เพื่อรักษาตำแหน่งในโซนคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรป
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาต้องรักษาความสม่ำเสมอเพื่ออยู่บนหัวตาราง โดยทำตามคำแนะนำที่จะเอาชนะจิโรน่าในวันจันทร์เพื่อลดช่องว่างคะแนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
ฟุตบอล
เบรนท์ฟอร์ด เสมอ อาร์เซนอล 1-1 อาร์เซนอลเสียแต้มในเส้นทางลุ้นแชมป์
เบรนท์ฟอร์ดโชว์ความแข็งแกร่งในบ้าน แบ่งแต้มกับจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในเกมล่าสุด คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนาม Gtech Community Stadium ส่งผลให้อาร์เซนอลนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 4 แต้ม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์เกมแบบจังหวะต่อจังหวะ
เกมนี้ใส่กันตลอด 90 นาที เบรนท์ฟอร์ดของโธมัส แฟรงค์ เล่นดุดันตามสไตล์ เน้นความแน่นและอาวุธลูกตั้งเตะ ส่วนอาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้า ครองบอลได้มากกว่า แต่จบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร
ครึ่งแรกยังไม่มีประตู อาร์เซนอลมีลุ้นจากลูกนิ่งหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับเจ้าถิ่น ขณะเดียวกัน เบรนท์ฟอร์ดยืนตำแหน่งกันดี แล้วคอยสวนกลับเมื่อมีช่อง
กลับมาครึ่งหลัง อาร์เซนอลเร่งเกมบุกชัดเจน และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 61 เมื่อ Noni Madueke โหม่งจากลูกครอสเข้าเขตโทษ ส่งทีมเยือนนำ 1-0 ประตูนี้ช่วยให้เกมของกันเนอร์ไหลลื่นขึ้น เพราะเป็นโอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกของพวกเขาในนัดนี้
อย่างไรก็ตาม เบรนท์ฟอร์ดไม่ถอย และใช้ทีเด็ดเดิมตอบโต้ได้ทันที นาทีที่ 71 Keane Lewis-Potter โหม่งตีเสมอ 1-1 จากจังหวะ long throw ของ Michael Kayode ที่ทำให้กรอบเขตโทษชุลมุน นี่คือรูปแบบที่เบรนท์ฟอร์ดทำได้อันตรายเสมอ โดยเฉพาะเวลาเจอทีมใหญ่

ช่วงท้ายเกมต่างฝ่ายต่างเปิดหน้าแลก อาร์เซนอลเกือบได้ประตูชัยจาก Gabriel Martinelli ที่หลุดไปยิงตัวต่อตัว แต่ Caoimhín Kelleher เซฟสำคัญช่วยทีมไว้ได้ ด้านเบรนท์ฟอร์ดก็มีโอกาสปิดเกมเหมือนกัน เมื่อ Igor Thiago ได้จังหวะจบสกอร์ แต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้
ผลเสมอนี้ทำให้อาร์เซนอลทำแต้มหลุดมือในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์ ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดได้แต้มล้ำค่าในบ้าน และย้ำชัดว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้
หลังเกม มิเกล อาร์เตต้า พูดถึงความผิดหวังว่า “เราเสียแต้มที่น่าผิดหวัง แต่เรายังควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องกลับไปโฟกัสเกมต่อไป” ส่วน โธมัส แฟรงค์ ชมทีมของเขาว่า “นี่คือจุดแข็งของเรา เราสู้ไม่ถอยแม้เจอจ่าฝูง”

ตารางคะแนนเบรนท์ฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 7 | Brentford | 25 | 12 | 3 | 10 | – | – | 39 |
(เบรนท์ฟอร์ดรั้งอันดับ 7 ฟอร์มในบ้านแข็ง และมักทำให้ทีมใหญ่เจองานหนัก)
ผู้เล่นตัวหลักของเบรนท์ฟอร์ด (ฤดูกาล 2025/26)
| ตำแหน่ง | ชื่อผู้เล่น | เบอร์ | สัญชาติ | อายุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| GK | Caoimhín Kelleher | 1 | ไอร์แลนด์ | 27 | นายทวารมือหนึ่ง, เซฟสำคัญหลายจังหวะ |
| DF | Aaron Hickey | 2 | สกอตแลนด์ | 23 | แบ็คขวาแข็งแกร่ง |
| DF | Rico Henry | 3 | อังกฤษ | 28 | แบ็คซ้ายตัวหลัก |
| DF | Ethan Pinnock | 5 | อังกฤษ | 32 | เซ็นเตอร์แบ็คมากประสบการณ์ |
| DF | Sepp van den Berg | 4 | เนเธอร์แลนด์ | 24 | เซ็นเตอร์แบ็คหน้าใหม่ |
| MF | Jordan Henderson | 6 | อังกฤษ | – | แกนหลักแดนกลาง, กัปตันทีม |
| FW | Keane Lewis-Potter | – | อังกฤษ | – | ทำประตูตีเสมอเกมนี้ |
| FW | Kevin Schade | 7 | เยอรมนี | – | ปีกความเร็วสูง |
ตารางคะแนนอาร์เซนอล (พรีเมียร์ลีก 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 25 | – | – | – | – | – | – |
(อาร์เซนอลยังนำเป็นจ่าฝูง แต่ระยะห่างลดเหลือ 4 แต้มจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจบเกมนี้)
ผู้เล่นตัวหลักของอาร์เซนอล (ฤดูกาล 2025/26)
| ตำแหน่ง | ชื่อผู้เล่น | เบอร์ | สัญชาติ | อายุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| GK | David Raya | 1 | สเปน | 30 | นายทวารตัวจริง |
| DF | William Saliba | 2 | ฝรั่งเศส | – | เซ็นเตอร์แบ็คตัวหลัก |
| DF | Gabriel | 6 | บราซิล | – | ยืนคุมแนวรับร่วมกับซาลีบา |
| DF | Ben White | 4 | อังกฤษ | – | เล่นได้หลายบทบาทในแนวรับ |
| MF | Martin Ødegaard | 8 | นอร์เวย์ | – | กัปตันทีม, ตัวทำเกม |
| FW | Bukayo Saka | 7 | อังกฤษ | – | ปีกขวาคนสำคัญ (อาจบาดเจ็บบางเกม) |
| FW | Gabriel Martinelli | 11 | บราซิล | 24 | พลาดโอกาสสำคัญช่วงท้าย |
| FW | Noni Madueke | – | อังกฤษ | – | โหม่งประตูนำ นาทีที่ 61 |
โดยรวมแล้ว เกมนี้สะท้อนความโหดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ชัด ต่อให้เป็นทีมอันดับ 1 ก็พลาดแต้มได้ทุกนัด โดยเฉพาะเมื่อเจอเบรนท์ฟอร์ดที่เล่นเป็นระบบ และอันตรายมากจากลูกตั้งเตะ
ฝั่งอาร์เซนอลน่าจะเสียดาย เพราะมีจังหวะปิดเกมแต่ทำไม่ได้ ส่วนแฟนเบรนท์ฟอร์ดมีเหตุผลให้ภูมิใจ เพราะทีมสู้ถึงที่สุด และเก็บแต้มสำคัญได้อีกครั้ง ต่อจากนี้ทั้งสองทีมต้องรีบปรับให้ไว เพื่อเดินหน้าลุ้นเป้าหมายของตัวเองในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
ฟุตบอล
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
แอตเลติโก มาดริด ทำแฟนบอลทั้งสเปนตะลึง หลังไล่ถล่ม บาร์เซโลนา 4-0 ในศึกโคปาเดลเรย์ ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเมโทรโปลิตาโน่ (ริยาด แอร์ เมโทรโปลิตาโน่) ภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่พาลูกทีมเล่นเกมสวนกลับได้คมกริบ และจบสกอร์ได้แบบไม่ไว้หน้า
แอตเลติโก มาดริด พบกับ บาร์เซโลนา – ชมไฮไลท์
อีกด้านหนึ่ง บาร์เซโลนาของ ฮันซี่ ฟลิค ซึ่งกำลังนำเป็นจ่าฝูงลาลีกา เจอคืนที่ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด โดยเฉพาะ 45 นาทีแรกที่โดนไปถึง 4 ประตู ทำให้นัดสองที่สปอติฟาย คัมป์ นู กลายเป็นงานหนักสุด ๆ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเตะ

ไฮไลต์เกม: ครึ่งแรกยิงกระจาย ครึ่งหลังคุมจังหวะจบงาน
เกมเปิดฉากได้ไม่นาน บาร์เซโลนาเสียหายจากความผิดพลาดของแนวรับ นาทีที่ 6 เอริค การ์เซีย พยายามคืนหลังให้ผู้รักษาประตู แต่บอลไหลผ่าน ฌอน การ์เซีย ที่ออกมาตัดสินใจพลาด สุดท้ายกลายเป็นประตูเข้าประตูตัวเอง ส่งให้แอตเลติโกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม
จากนั้นแค่ 8 นาที นาทีที่ 14 อันโตนี่ กรีซมันน์ อดีตผู้เล่นบาร์ซ่า รับบอลจากแดนกลางแล้วลากเข้าเขตโทษ ก่อนกดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายแบบเฉียบขาดเป็น 2-0 และเจ้าตัวก็ฉลองใส่อดีตทีมแบบสะใจ
เจ้าบ้านยังเดินเกมได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 33 แอตเลติโกสวนกลับเร็วจากแดนหลัง บอลไปถึง จูเลียน อัลวาเรซ ก่อนต่อให้ อเดโมลา ลุคแมน จับแล้วซัดไม่พลาด หนีเป็น 3-0

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+2 จูเลียน อัลวาเรซ จัดให้แฟนบอลทั้งสนามลุกฮือ ด้วยการยิงไกลนอกกรอบด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบมุมบนอย่างสวยงาม จบครึ่งแรกที่ 4-0
ครึ่งหลัง บาร์เซโลนาพยายามเร่งเกมเพื่อเอาประตูคืน อย่างไรก็ตาม แอตเลติโกยืนตำแหน่งแน่น และปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้โอกาสจบแบบจะแจ้งแทบไม่มา แม้ฟลิคส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ลามีน ยามาล ลงมาเพิ่มมิติเกมรุก แต่ก็ยังเจาะไม่เข้า สุดท้ายจบเกมด้วยชัยชนะขาดลอยของแอตเลติโก 4-0

สถิติทีมแอตเลติโก มาดริด
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ได้ | 4 |
| ประตูเสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 48% |
| ช็อตทั้งหมด | 12 (เข้ากรอบ 6) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | สูง |
| ผู้ทำประตู | Eric Garcia (OG), Griezmann, Lookman, Alvarez |
| ผู้เล่นเด่น | Griezmann, Alvarez, Lookman |
ภาพรวมแล้ว แอตเลติโกยังคงเป็นทีมสไตล์ซิเมโอเน่ที่แฟนบอลคุ้นตา พวกเขารับให้แน่น แล้วสวนกลับเร็วและตรงจุด ที่สำคัญคือแนวรุก 4 คนอย่าง Griezmann, Alvarez, Lookman และ Giuliano Simeone ช่วยกดดันแนวรับบาร์ซ่าจนเล่นเกมไลน์สูงได้ไม่ถนัด
สถิติทีมบาร์เซโลนา
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ได้ | 0 |
| ประตูเสีย | 4 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 52% |
| ช็อตทั้งหมด | 8 (เข้ากรอบ 2) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | ปานกลาง |
| โอกาสสำคัญ | น้อยมาก |
| ผู้เล่นเด่น | ยังไม่มีใครเด่นชัด |
ฝั่งบาร์เซโลนามีปัญหาชัดในแนวรับ โดยเฉพาะจังหวะเสียบอลและการยืนสูงที่โดนสวนกลับทันที นอกจากนี้ เกมรุกก็ขาดความเฉียบคม พอเสียประตูเร็ว ความมั่นใจก็ยิ่งหาย ทำให้รูปเกมยิ่งเข้าทางเจ้าบ้าน
ซิเมโอเน่ ชนะฟลิคแบบขาด ๆ ในเกมแท็กติก
หลังเกม ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ พูดประมาณว่า ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทีมเล่นด้วยพลังและความตั้งใจเต็มที่ และพร้อมสำหรับนัดสอง ส่วน ฮันซี่ ฟลิค ยอมรับว่านี่คือคืนที่แย่มาก เพราะทีมเสียประตูเร็วเกินไป แล้วแก้เกมกลับมาไม่ได้ เขายังขอโทษแฟนบอล และยืนยันว่าจะสู้ต่อในบ้าน
สำหรับนัดที่สอง จะเตะวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สปอติฟาย คัมป์ นู ซึ่งบาร์เซโลนาต้องยิงอย่างน้อย 4 ลูกและห้ามเสียประตู เพื่อมีโอกาสกลับมาเข้ารอบ และถ้าโดนสวนเสียเพิ่ม งานจะยากขึ้นไปอีก
ผลสกอร์นัดแรกทำให้แอตเลติโก มาดริด ขยับเข้าใกล้รอบชิงชนะเลิศมากขึ้น โดยทีมที่ผ่านเข้าชิงจะต้องไปเจอกับผู้ชนะระหว่าง เรอัล โซเซียดาด หรือ แอธเลติก บิลเบา ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชลซีสะดุดคาบ้าน! ลีดส์ ยูไนเต็ด ฮึดไล่เจ๊า 2-2 ชวดแต้มลุ้นท็อปโฟร์
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวระดับชาติ - National2 days ago“หมอปลา” พาเหยื่อหญิงไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหา “บิ๊กเทา” หมอผีชราชื่อดัง ว่าล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
-
ข่าวการเมือง6 days agoซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น คว้าชัยในการเลือกตั้งปี 2026 และก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างมั่นคง

