Connect with us

เชียงราย - Chiang Rai News

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

Published

on

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

เชียงราย – วันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 05:30 กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ภายใต้กองกำลังผาเมือง จัดกำลัง 2 ชุดลาดตระเวน ออกเฝ้าตรวจและสกัดกั้นกลุ่มต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติด พื้นที่ปฏิบัติการอยู่บริเวณใกล้บ้านผาหมี (พิกัด NC 901564) หมู่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ระหว่างลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยประมาณ 10 ถึง 15 คน สะพายกระสอบดัดแปลงลักษณะคล้ายเป้ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มดังกล่าวใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ ทำให้เกิดการยิงตอบโต้กันช่วงสั้น ๆ ประมาณ 5 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ต้องสงสัยทิ้งสัมภาระแล้วอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

หน่วยจึงส่งกำลังเพิ่มอีก 2 ชุดเข้าควบคุมพื้นที่ และราวเวลา 07:00 ได้เข้าตรวจค้นโดยละเอียด พบกระสอบดัดแปลง 11 ใบ ภายในเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาเม็ดเมทแอมเฟตามีน) ใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมประมาณ 2,200,000 เม็ด

ต่อมาเวลา 13:00 พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้พันเอกสุพรรณ ร้อยพุฒ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบของกลางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ จุดเกิดเหตุ

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

ของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

กองกำลังผาเมือง ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะทางของกองทัพบก ทำงานแนวหน้าในการสกัดการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พื้นที่ติดชายแดนเมียนมาควบคุมได้ยาก และอยู่ใกล้เขตสามเหลี่ยมทองคำ

ภารกิจส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ภูเขาสูงและทุรกันดาร เช่น แม่สาย แม่ฟ้าหลวง และเชียงแสน หน่วยใช้การลาดตระเวนต่อเนื่อง และวางกำลังซุ่มตามข้อมูลข่าวกรอง ปฏิบัติการหลายครั้งพบการปะทะกับขบวนการลักลอบที่พยายามขนยาเสพติดจากรัฐฉานของเมียนมาเข้ามาในไทย ทั้งยาเม็ด ไอซ์ เฮโรอีน และชนิดอื่น ๆ

ในช่วงปี 2024 ถึง 2025 หน่วยรายงานผลการจับกุมและยึดของกลางหลายคดี รวมถึงคดีใหญ่จำนวนมาก เพียงช่วงปีงบประมาณหนึ่งช่วง พบการยึดยาบ้ามากกว่า 175 ล้านเม็ด และไอซ์ราว 9 ตัน มูลค่าประมาณ 36,000 ล้านบาท หลายเหตุมีการยิงปะทะ ผู้ลำเลียงบางส่วนหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าเขา ขณะที่บางรายถูกสกัดได้ในจุดเกิดเหตุ สะท้อนความเสี่ยงและแรงกดดันของงานสกัดยาเสพติดตามแนวชายแดน

แม้การสกัดกั้นทำได้ต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมายังเป็นปัจจัยที่ทำให้การผลิตและการลำเลียงไม่หยุด กองกำลังผาเมืองจึงยังเป็นกำลังหลักด้านความมั่นคงชายแดนภาคเหนือในช่วงนี้

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Published

on

เชียงราย – งาน CRC Chiang Rai Road Classic 2025 จัดขึ้นที่ Singha Park Chiang Rai และปีนี้มีนักปั่นมากกว่า 2,500 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ความนิยมของงานยังแรงเหมือนเดิม หลังเดินหน้าจัดมายาวนานกว่า 11 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปั่นถนนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ

งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพของ Singha Park Chiang Rai ในฐานะจุดหมายสายกีฬา ที่นักปั่นหลายคนอยากมาเก็บประสบการณ์สักครั้ง

ปีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้จัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างดี พิธีเปิดมีคุณชัยพัฒน์ จาตุรงค์กุล รองกรรมการผู้จัดการ Singha Park Chiang Rai Co., Ltd. พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มาร่วมงานด้วย

ภาพรวมสะท้อนความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันเชียงรายให้เป็นจังหวัดที่พร้อมจัดงานกีฬาระดับใหญ่ต่อเนื่อง โดย Chiang Rai Road Classic เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวเชิงจักรยานที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเส้นทางสวยและบรรยากาศดี

ผู้ร่วมงานสามารถใช้จักรยานได้ทุกประเภท ทำให้เข้าถึงง่าย ทั้งมือใหม่และสายปั่นจริงจัง

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Chiang Rai Road Classic จุดนัดพบของคนรักจักรยานในไทย

งานมีให้เลือก 4 ระยะทาง ได้แก่ 25, 70, 100 และ 125 กม. ทุกเส้นทางพาไปผ่านจุดเด่นของเชียงรายและวิวธรรมชาติ ระหว่างทางได้ชมแนวเขาและแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดร่องขุ่น (White Temple), วัดห้วยปลากั้ง, Singha Park และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

ในฐานะผู้จัด Singha Park Chiang Rai เดินหน้าสร้างงานนี้ให้เป็นแรงขับของกีฬาและการท่องเที่ยวในเชียงราย เป้าหมายชัดเจนคือดึงคนมาเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และทำให้คนได้รู้จักเสน่ห์ของเชียงรายมากขึ้น

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

งานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเชียงรายมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่บรรยากาศเป็นสากล และรองรับนักปั่นจากหลายประเทศได้สบาย

นอกจากการปั่นแล้ว พื้นที่จัดงานยังคึกคัก มีบูธแบรนด์จักรยาน อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมหน้างานให้ร่วมสนุก Garmin Thailand ยังจัดแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพิ่มสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงาน ติดตามภาพและอัปเดตได้ที่ Facebook Page Chiang Rai Road Classic

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Chiang Rai Road Classic (CRC) เป็นงานปั่นที่หลายคนรอทุกปี จัดในจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยและอากาศดี งานนี้ร่วมจัดกับ Singha Park Chiang Rai และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Boon Rawd Brewery (Singha) และ Bangkok Airways รูปแบบงานเป็นการปั่นแบบไม่เน้นแข่งขัน จึงให้บรรยากาศเป็นมิตร เหมือนได้เจอเพื่อนนักปั่นอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มจัดราวปี 2015

จากจุดเริ่มที่อยากให้เชียงรายเป็นที่รู้จักในมุมของเส้นทางจักรยาน วันนี้งานเติบโตจนมียอดผู้เข้าร่วมสูงสุดของงานปั่นถนนในภาคเหนือ เส้นทางพาไปสัมผัสเชียงรายในหลายมุม ทั้งเนินเขา ทุ่งสีเขียว วัด ป่า และวิวรีสอร์ตตลอดทาง อีกจุดเด่นคือเปิดกว้างเรื่องประเภทจักรยาน และมีนักปั่นหลากหลายระดับ ทำให้ใครก็เข้าร่วมได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

Published

on

เชียงราย –  อากาศที่ร้อนขึ้นกำลังเปลี่ยนวิธีปลูกกาแฟในเชียงราย ช่วง 4 ถึง 5 ปีที่ผ่านมา สภาพอากาศเปลี่ยนชัดเจน ฤดูร้อนหลายพื้นที่แตะราว 30°C บ่อยขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เจอ อุณหภูมิสูงทำให้แปลงกาแฟในพื้นที่ต่ำรับผลกระทบมาก ต้นกาแฟเครียด โตช้าลง และทรงต้นอ่อนแรง

ปัญหายังไม่จบแค่ความร้อน ภัยแล้งและฝนที่มาตรงข้ามฤดูกาลกลายเป็นเรื่องที่เจอบ่อยขึ้น สิ่งเหล่านี้รบกวนช่วงออกดอกและช่วงเก็บเกี่ยว บางปีทำให้เสียหายหนัก โดยความเสียหายมักเกิดหลัก ๆ สองแบบ

อย่างแรกคือความร้อนจัดและแล้งในช่วงมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการออกดอก ถ้าอุณหภูมิพุ่งและฝนไม่มา ต้นกาแฟอาจออกดอกน้อย ดอกไม่สมบูรณ์ หรือดอกหลุดก่อนติดผล

เกษตรกรกาแฟเชียงรายเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน กระทบผลผลิตและคุณภาพ

อย่างที่สองคือฝนตกหนักผิดจังหวะ ซึ่งระยะหลังมักตกแรงขึ้นจนหลายคนเรียกว่า “เรนบอมบ์” (Rain Bomb) หากฝนเทลงมาตอนเริ่มติดผล อาจกระตุ้นโรคราดำบนเมล็ด ทำให้คุณภาพตก และถ้าฝนหนักมาในช่วงเชอร์รีสุก (ราวปลายพฤศจิกายนถึงมีนาคม) ผลกาแฟอาจปริ แตก หล่น เก็บไม่ทัน และเสียหายเพิ่ม

เพราะสภาพอากาศไม่นิ่งแบบเดิม เกษตรกรจำนวนหนึ่งเริ่มย้ายแปลงกาแฟขึ้นที่สูง เพื่อรักษาทั้งผลผลิตและคุณภาพ พื้นที่ที่เคยเหมาะปลูกเมื่อก่อน ตอนนี้หาจุดสมดุลระหว่างอุณหภูมิและฝนได้ยากกว่าเดิม

เกษตรกรกาแฟเชียงรายเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน กระทบผลผลิตและคุณภาพ

นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านใน Ban Pang Khon และ Pha Lang, เชียงราย กำลังเผชิญอยู่ เมื่อสภาพอากาศผันผวนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการสนับสนุนจาก PTT Oil and Retail Public Company Limited (OR) ผ่านทีม Café Amazon

OR ทำงานร่วมกับชุมชนผู้ปลูกกาแฟมานานกว่า 10 ปีในหลายพื้นที่ และนำประสบการณ์นั้นมาต่อยอดการพัฒนากาแฟบนพื้นที่สูงในเชียงราย ให้เป็นแนวทางปลูกที่ยั่งยืนมากขึ้น

เกษตรกรกาแฟเชียงรายเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน กระทบผลผลิตและคุณภาพ

การสนับสนุนครอบคลุมการอบรมภาคปฏิบัติ การยกระดับคุณภาพ และการรับซื้ออย่างเป็นธรรม โดยกาแฟถูกส่งต่อไปยังมากกว่า 4,500 สาขาของ Café Amazon ทั่วประเทศ ซึ่งรวมแล้วมีการให้บริการมากกว่า 400 ล้านแก้วต่อปีทั่วโลก

การทำงานต่อเนื่องช่วยให้คุณภาพกาแฟดีขึ้นทุกปี และทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวในสองหมู่บ้านดีขึ้นแบบเห็นได้จริง โครงการกาแฟยั่งยืนเดินหน้ามากว่าทศวรรษด้วยเครือข่ายพันธมิตร โดยยืนอยู่บนแกนสำคัญสองอย่างคือ “ความรู้” และ “มาตรฐาน” ไม่ใช่แค่การรับซื้ออย่างเดียว

ทีมยังทำงานในหลายจังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน และชุมพร เพื่อพัฒนาระบบปลูกที่ดีขึ้น พร้อมสร้างตลาดที่โปร่งใสและเป็นธรรม ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สม่ำเสมอมากขึ้น ไม่ต้องหวังเพียงผลตอบแทนระยะสั้น

แนวทางของ OR คือเติบโตไปพร้อมชุมชน ลงพื้นที่เมื่อเกิดปัญหา และช่วยหาทางออกที่ทำได้จริง เพื่อให้การปลูกกาแฟเป็นอาชีพที่มั่นคงในระยะยาว

วันนี้ผลกระทบจากสภาพอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้ว ฟาร์มกาแฟไทยกำลังเจออุณหภูมิสูงขึ้น ฝนที่เดาไม่ออก และฤดูกาลที่ไม่เหมือนเดิม

การย้ายแปลงขึ้นที่สูงช่วยได้บางส่วน แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เกษตรกรยังต้องมีความรู้ที่ใช้งานได้จริง แผนปรับตัวที่เหมาะกับพื้นที่ และแรงหนุนที่ไว้ใจได้ หากสภาพอากาศยังเปลี่ยนต่อไป กาแฟไทยจะอยู่รอดได้ไม่ใช่แค่เพราะความสูง แต่เพราะความเร็วในการปรับตัวของทั้งผู้ปลูกและผู้สนับสนุนด้วย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

มีผู้เสียชีวิต 3 รายจากการยิงปะทะกันบริเวณชายแดนแม่ไอ ระหว่างทหารลาดตระเวนชายแดนกับกลุ่มค้ายาเสพติด

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ศาลพิพากษาลงโทษครูฝึกทหาร 2 นาย คดีทหารเกณฑ์เสียชีวิตหลังถูกลงโทษที่ค่ายดังเชียงราย

Published

on

เชียงราย – ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาลงโทษครูฝึกทหาร 2 นาย จากเหตุทหารเกณฑ์วัย 27 ปีเสียชีวิต หลังถูกลงโทษในค่ายทหารชื่อดังของจังหวัดเชียงราย

เมื่อวันพฤหัสบดี ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจาก สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เป็นโจทก์ โดยภรรยาของผู้เสียชีวิต นางแก้วกัญญา แซ่หลี เข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วม พร้อมกับบิดาของผู้เสียชีวิต นายสุวิทย์ เวียงบรรพต

ผู้เสียชีวิตคือ พลทหารกิตติธอน ทหารเกณฑ์ผลัดแรก อายุ 27 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและปอดอักเสบ

จำเลยเป็นนายทหารยศร้อยโท (ครูฝึก) และนายทหารยศสิบเอก (ผู้ช่วยครูฝึก) ถูกฟ้องตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 6 และ 36 ประกอบมาตรา 83 แห่ง ประมวลกฎหมายอาญา คดีเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 ตอนกลางคืน ครูฝึกตรวจพบว่ามีทหารเกณฑ์หลายคนสูบบุหรี่ในเรือนนอน ซึ่งผิดระเบียบค่าย (อ้างอิงเหตุการณ์: incident in July 2023)

อัยการระบุว่า ร้อยโทอนุญาตให้ผู้ช่วยครูฝึกสั่งลงโทษแบบรวมทั้งหน่วย รวมถึงพลทหารกิตติธอน ให้ทำท่าฝึกทางกายตั้งแต่เวลา 19.30 น. ถึง 20.00 น. นานเกินสมควร จากนั้นสั่งให้ไปนอนนอกอาคารตลอดทั้งคืน

ศาลรับฟังว่า สภาพแวดล้อมในคืนนั้นหนักหน่วง ผู้เสียชีวิตมีเสื้อผ้าชื้น บางนายไม่มีเครื่องนอน และอากาศเย็นกว่าปกติ เพราะมีฝนตกมาก่อนในวันเดียวกัน

ฝ่ายโจทก์ชี้ว่า การลงโทษดังกล่าวขัดคำสั่งกองทัพ ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2566 ว่าด้วยการลงทัณฑ์และการออกกำลังกาย ซึ่งกำหนดกรอบการลงโทษด้วยการออกกำลังกายสำหรับทหารใหม่ไว้ชัดเจน ไม่เกิน 12 ท่า หรือไม่เกิน 12 นาทีต่อครั้ง

คำสั่งเดียวกันยังห้ามการลงโทษแบบ “เหมารวม” และเตือนให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่เสี่ยงก่อให้เกิดอันตราย อีกทั้งกำหนดให้มีช่วงพักอย่างน้อย 2 ถึง 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ภายในช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 21.00 น. อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

เหตุผลที่ศาลเห็นว่ามีความผิด

ศาลวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญคือ จำเลยทั้งสองกระทำตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ฝ่ายโจทก์นำพยาน 4 ปาก พร้อมโจทก์ร่วมทั้งสองมาเบิกความ โดยรายละเอียดที่เล่าไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกัน

ศาลยังพิจารณาคำบอกเล่าของภรรยาผู้เสียชีวิต ซึ่งมาจากสิ่งที่ผู้เสียชีวิตเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการถูกลงโทษ ศาลเห็นว่าเป็นลักษณะการเล่าความยากลำบากในชีวิตประจำวันของคู่ชีวิต มากกว่าจะเป็นการกล่าวหาเพื่อใส่ร้าย

พยานเอกสารสำคัญคือคำสั่งกองทัพวันที่ 14 มิถุนายน 2566 รวมถึงคำให้การบางส่วนของจำเลยที่สอดรับกับข้อเท็จจริงของฝ่ายโจทก์

ศาลเชื่อว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตมีสุขภาพปกติ อยู่ในค่ายตลอด หลังเหตุลงโทษผ่านไป 2 วัน ผู้เสียชีวิตเริ่มป่วย ต่อมาถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งในชั้นพิจารณามีการเรียกว่า “mud fever” และเสียชีวิตในอีก 9 วันหลังถูกลงโทษ

แพทย์เบิกความถึงลักษณะโรค และความเชื่อมโยงกับสภาพการลงโทษที่มีการกล่าวอ้าง ศาลเห็นว่าพยานฝ่ายจำเลยยังหักล้างน้ำหนักพยานของฝ่ายโจทก์ไม่ได้ จึงวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานกระทำการโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือเป็นการปฏิบัติที่ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามกฎหมายปี 2565

ศาลลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี และลดโทษลง 1 ใน 3 เนื่องจากเห็นว่าพยานฝ่ายจำเลยมีส่วนช่วยให้การพิจารณาคดีเดินหน้า เหลือจำคุกคนละ 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา, ต่อมา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ กำหนดหลักทรัพย์คนละ 60,000 บาท และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

วัยรุ่นปะทะกันกลางดึกที่เชียงราย เด็ก 13 ปีเสียชีวิต เจ็บอีก 5 ราย

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์: คนรุ่นใหม่เลือกเช่ามากกว่าซื้อ หลังจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้านพุ่งสูงถึง 40%

Continue Reading

Trending

Copyright © 2026 CTN