เชียงราย - Chiang Rai News
ส.ส.เชียงรายโต้วาทีแก้ปัญหาน้ำพิษ มลพิษทางอากาศ PM2.5 ยา และการซื้อเสียงเรียกร้อง
เชียงราย – เชียงรายจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.แบบคึกคัก ตั้งโจทย์ให้ตอบตรงประเด็นทั้งสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ฝุ่น PM 2.5 ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการซื้อสิทธิขายเสียง เมืองศิลปะ และปัญหาสถานะบุคคล โดย “ช่อ พรรณิการ์”…
เชียงราย – เชียงรายจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.แบบคึกคัก ตั้งโจทย์ให้ตอบตรงประเด็นทั้งสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ฝุ่น PM 2.5 ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการซื้อสิทธิขายเสียง เมืองศิลปะ และปัญหาสถานะบุคคล โดย “ช่อ พรรณิการ์” เข้าร่วมและพูดถึงไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบย้อนกลับ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงข้อมูลซื้อเสียงที่รุนแรง ระบุว่าต่อเขตอาจใช้เงินถึง 60 ล้านบาท
วันที่ 20 ม.ค. ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย จ.เชียงราย กลุ่ม Chiang Rai Watch ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักวิชานิติศาสตร์และสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย รวม 55 คนจากหลายพรรค
โจทย์หลักของเวทีเน้นปัญหาสารพิษในแม่น้ำ ยาเสพติดและสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ฝุ่น PM 2.5 การซื้อสิทธิขายเสียง การส่งเสริมเมืองศิลปะ และการแก้ปัญหาสถานะบุคคล
ภายในงานมีผู้สมัครจาก 10 พรรคเข้าร่วม อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคโอกาสใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวหน้า พรรคพลวัต และพรรคปวงชนชาวไทย พร้อมมีผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชน นักศึกษา เข้าฟังและร่วมซักถามเป็นระยะ
ผู้สมัครหลายพรรคเสนอทางออกเรื่องน้ำเสีย ฝุ่น และอาชญากรรมข้ามชาติ
นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคเพื่อไทย มองว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 คล้ายกรณีเหมืองแร่ คือคนไทยรับผลกระทบแต่ได้ประโยชน์น้อย ส่วนการทำเหมืองที่ไม่ได้มาตรฐานและปล่อยน้ำเสีย เชื่อมโยงกับปัญหาทุจริตในเมียนมา และควรคุยกับจีนที่เป็นผู้ซื้อแร่เหล่านั้นด้วย
นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคประชาชน ระบุว่าปัญหาสารพิษในแม่น้ำควรคุยแบบพหุภาคี ระหว่างไทย เมียนมา และจีน พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องมาตรฐานบำบัดน้ำเสียของเหมืองแต่ละประเภท เสนอให้ตรวจสอบที่มาของแร่ให้ชัด และต้องรู้ว่าแรร์เอิร์ทมาจากเหมืองใด ส่งต่อไปที่ไหน
น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคประชาชน เสนอให้หยิบปัญหาฝุ่นข้ามแดนเข้าสู่เวทีอาเซียน และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน พร้อมแสดงความเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังไม่ถูกนำมาใช้จริง
น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมผูกกับเรื่องประชาธิปไตยและความมั่นคงชายแดน จึงต้องใช้การต่างประเทศให้เป็นประโยชน์ และต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นตอของแรร์เอิร์ท โดยระบุว่าไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก เพราะมีการนำเข้าแล้วแต่งแร่ จึงควรถามให้ชัดว่าแร่ที่เข้ามานั้น “สะอาด” แค่ไหน
ในประเด็นซื้อสิทธิขายเสียง น.ส.พรรณิการ์อ้างข้อมูลที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนพบว่า บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีราคาสูงสุดถึงหัวละ 7,500 บาท ส่วนบางพื้นที่อยู่ที่ 2,000 ถึง 3,000 บาท และถ้าซื้อเสียงเพื่อให้ชนะทั้งเขต อาจต้องใช้เงินกว่า 60 ล้านบาท เธอย้ำว่าการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับประชาชน เพราะผู้ที่ทุ่มเงินเพื่อซื้อเสียงมักหวังผลตอบแทนจากตำแหน่ง และเสี่ยงพาไปสู่การทุจริตมากกว่าการทำงานเพื่อคนในพื้นที่
พรรคประชาธิปัตย์ชี้ต้องแก้ที่ต้นตอ ทั้งน้ำเสียและยาเสพติด
นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม่น้ำปนเปื้อนมีต้นตอจากประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ต้องกลับไปจัดการที่จุดเริ่ม โดยใช้กรอบข้อตกลงอาเซียนในการเจรจา และควรมีการจัดการชลประทานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวเชียงราย
ส่วนปัญหายาเสพติดและสแกมเมอร์ เขามองว่าเกี่ยวโยงกัน ต้องมีกฎหมายตรวจสอบที่มาทรัพย์สิน และจัดการบุคลากรที่เป็นอุปสรรค ขณะที่หมอกควันเสนอว่าแก้ได้ด้วยการ “ไม่รับซื้อ” พืชผลที่มาจากพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควัน
นายธนัยรัชต์ ศรีโชติ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคปวงชนไทย เสนอให้ใช้เทคโนโลยีทำ “บัตรสินแร่” เพื่อช่วยติดตามที่มา เรื่องน้ำเสนอแนวทางทำเขื่อนกักเก็บและปรับคุณภาพน้ำ รวมถึงขุดลอกคูคลองและลำน้ำสาขา พร้อมแยกแหล่งน้ำดิบให้ชัด ส่วนยาเสพติดและสแกมเมอร์จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่ไม่เข้าสู่วงจรนี้ สำหรับทุนจีนสีเทาเสนอใช้ AI ตรวจเส้นทางการเงินและลดปัญหานอมินี ด้านฝุ่น PM 2.5 เสนอให้เอาเศษวัชพืชไปทำปุ๋ยหมักหรือพลังงาน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าแก้ฝุ่น PM 2.5 ควรมองเป้าใหญ่ สนับสนุนพลังงานสะอาด เช่น เปิดพื้นที่ว่างให้ลงทุนโซลาร์เซลล์ และผลักดันเกษตรแบบประณีตแทนการปลูกแล้วเผา เพราะการเผาไม่ได้เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
นายสมนึก ใจจักร์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอแนวทางใช้ธรรมชาติลดผลกระทบ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟ 1.8 แสนไร่ มีไม้ใหญ่ช่วยคลุมและดูดซับหมอกควัน พร้อมมองว่าเมื่อคนมีรายได้มั่นคง จะช่วยลดปัญหายาเสพติดได้อีกทาง
นายธเนตร ติ๊บโท๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า หากได้ทำงานจะปรับแหล่งน้ำดิบไปใช้แม่น้ำลาวแทนแม่น้ำกก เพื่อลดความเสี่ยงสารพิษ ส่วนทุนเทาเสนอเพิ่มโทษผู้กระทำผิดและเพิ่มรางวัลนำจับ ขณะที่ปัญหาฝุ่นระบุว่าเชียงรายหลายช่วงไม่มีจุดความร้อนในพื้นที่ แต่ได้รับผลจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 5 พรรคพลวัต กล่าวว่าเชียงรายเคยเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่วันนี้กลับเผชิญมลพิษมากขึ้น เขาอยากเห็นรัฐบาลทำงานแบบเดินหน้า ไม่ใช่ประชุมแล้วจบ พร้อมเสนอให้ภาคการเมืองมีบทบาทมากขึ้น และต้องคุยไปถึงรัฐบาลเมียนมาและจีนเพื่อแก้ที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังมาแรง:
วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ









