เชียงราย - Chiang Rai News
ส.ส.เชียงรายโต้วาทีแก้ปัญหาน้ำพิษ มลพิษทางอากาศ PM2.5 ยา และการซื้อเสียงเรียกร้อง
เชียงราย – เชียงรายจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.แบบคึกคัก ตั้งโจทย์ให้ตอบตรงประเด็นทั้งสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ฝุ่น PM 2.5 ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการซื้อสิทธิขายเสียง เมืองศิลปะ และปัญหาสถานะบุคคล โดย “ช่อ พรรณิการ์”…
เชียงราย – เชียงรายจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.แบบคึกคัก ตั้งโจทย์ให้ตอบตรงประเด็นทั้งสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ฝุ่น PM 2.5 ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการซื้อสิทธิขายเสียง เมืองศิลปะ และปัญหาสถานะบุคคล โดย “ช่อ พรรณิการ์” เข้าร่วมและพูดถึงไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบย้อนกลับ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงข้อมูลซื้อเสียงที่รุนแรง ระบุว่าต่อเขตอาจใช้เงินถึง 60 ล้านบาท
วันที่ 20 ม.ค. ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย จ.เชียงราย กลุ่ม Chiang Rai Watch ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักวิชานิติศาสตร์และสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย รวม 55 คนจากหลายพรรค
โจทย์หลักของเวทีเน้นปัญหาสารพิษในแม่น้ำ ยาเสพติดและสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ฝุ่น PM 2.5 การซื้อสิทธิขายเสียง การส่งเสริมเมืองศิลปะ และการแก้ปัญหาสถานะบุคคล
ภายในงานมีผู้สมัครจาก 10 พรรคเข้าร่วม อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคโอกาสใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวหน้า พรรคพลวัต และพรรคปวงชนชาวไทย พร้อมมีผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชน นักศึกษา เข้าฟังและร่วมซักถามเป็นระยะ

ผู้สมัครหลายพรรคเสนอทางออกเรื่องน้ำเสีย ฝุ่น และอาชญากรรมข้ามชาติ
นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคเพื่อไทย มองว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 คล้ายกรณีเหมืองแร่ คือคนไทยรับผลกระทบแต่ได้ประโยชน์น้อย ส่วนการทำเหมืองที่ไม่ได้มาตรฐานและปล่อยน้ำเสีย เชื่อมโยงกับปัญหาทุจริตในเมียนมา และควรคุยกับจีนที่เป็นผู้ซื้อแร่เหล่านั้นด้วย
นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคประชาชน ระบุว่าปัญหาสารพิษในแม่น้ำควรคุยแบบพหุภาคี ระหว่างไทย เมียนมา และจีน พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องมาตรฐานบำบัดน้ำเสียของเหมืองแต่ละประเภท เสนอให้ตรวจสอบที่มาของแร่ให้ชัด และต้องรู้ว่าแรร์เอิร์ทมาจากเหมืองใด ส่งต่อไปที่ไหน
น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคประชาชน เสนอให้หยิบปัญหาฝุ่นข้ามแดนเข้าสู่เวทีอาเซียน และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน พร้อมแสดงความเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังไม่ถูกนำมาใช้จริง
น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมผูกกับเรื่องประชาธิปไตยและความมั่นคงชายแดน จึงต้องใช้การต่างประเทศให้เป็นประโยชน์ และต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นตอของแรร์เอิร์ท โดยระบุว่าไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก เพราะมีการนำเข้าแล้วแต่งแร่ จึงควรถามให้ชัดว่าแร่ที่เข้ามานั้น “สะอาด” แค่ไหน
ในประเด็นซื้อสิทธิขายเสียง น.ส.พรรณิการ์อ้างข้อมูลที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนพบว่า บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีราคาสูงสุดถึงหัวละ 7,500 บาท ส่วนบางพื้นที่อยู่ที่ 2,000 ถึง 3,000 บาท และถ้าซื้อเสียงเพื่อให้ชนะทั้งเขต อาจต้องใช้เงินกว่า 60 ล้านบาท เธอย้ำว่าการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับประชาชน เพราะผู้ที่ทุ่มเงินเพื่อซื้อเสียงมักหวังผลตอบแทนจากตำแหน่ง และเสี่ยงพาไปสู่การทุจริตมากกว่าการทำงานเพื่อคนในพื้นที่
พรรคประชาธิปัตย์ชี้ต้องแก้ที่ต้นตอ ทั้งน้ำเสียและยาเสพติด
นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม่น้ำปนเปื้อนมีต้นตอจากประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ต้องกลับไปจัดการที่จุดเริ่ม โดยใช้กรอบข้อตกลงอาเซียนในการเจรจา และควรมีการจัดการชลประทานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวเชียงราย
ส่วนปัญหายาเสพติดและสแกมเมอร์ เขามองว่าเกี่ยวโยงกัน ต้องมีกฎหมายตรวจสอบที่มาทรัพย์สิน และจัดการบุคลากรที่เป็นอุปสรรค ขณะที่หมอกควันเสนอว่าแก้ได้ด้วยการ “ไม่รับซื้อ” พืชผลที่มาจากพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควัน
นายธนัยรัชต์ ศรีโชติ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคปวงชนไทย เสนอให้ใช้เทคโนโลยีทำ “บัตรสินแร่” เพื่อช่วยติดตามที่มา เรื่องน้ำเสนอแนวทางทำเขื่อนกักเก็บและปรับคุณภาพน้ำ รวมถึงขุดลอกคูคลองและลำน้ำสาขา พร้อมแยกแหล่งน้ำดิบให้ชัด ส่วนยาเสพติดและสแกมเมอร์จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่ไม่เข้าสู่วงจรนี้ สำหรับทุนจีนสีเทาเสนอใช้ AI ตรวจเส้นทางการเงินและลดปัญหานอมินี ด้านฝุ่น PM 2.5 เสนอให้เอาเศษวัชพืชไปทำปุ๋ยหมักหรือพลังงาน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าแก้ฝุ่น PM 2.5 ควรมองเป้าใหญ่ สนับสนุนพลังงานสะอาด เช่น เปิดพื้นที่ว่างให้ลงทุนโซลาร์เซลล์ และผลักดันเกษตรแบบประณีตแทนการปลูกแล้วเผา เพราะการเผาไม่ได้เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
นายสมนึก ใจจักร์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอแนวทางใช้ธรรมชาติลดผลกระทบ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟ 1.8 แสนไร่ มีไม้ใหญ่ช่วยคลุมและดูดซับหมอกควัน พร้อมมองว่าเมื่อคนมีรายได้มั่นคง จะช่วยลดปัญหายาเสพติดได้อีกทาง
นายธเนตร ติ๊บโท๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า หากได้ทำงานจะปรับแหล่งน้ำดิบไปใช้แม่น้ำลาวแทนแม่น้ำกก เพื่อลดความเสี่ยงสารพิษ ส่วนทุนเทาเสนอเพิ่มโทษผู้กระทำผิดและเพิ่มรางวัลนำจับ ขณะที่ปัญหาฝุ่นระบุว่าเชียงรายหลายช่วงไม่มีจุดความร้อนในพื้นที่ แต่ได้รับผลจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 5 พรรคพลวัต กล่าวว่าเชียงรายเคยเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่วันนี้กลับเผชิญมลพิษมากขึ้น เขาอยากเห็นรัฐบาลทำงานแบบเดินหน้า ไม่ใช่ประชุมแล้วจบ พร้อมเสนอให้ภาคการเมืองมีบทบาทมากขึ้น และต้องคุยไปถึงรัฐบาลเมียนมาและจีนเพื่อแก้ที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังมาแรง:
วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports6 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย


