เชียงราย - Chiang Rai News
น่าเศร้า! หญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายถูกรถกระบะชนขณะข้ามถนน
อุบัติเหตุรุนแรงบนถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี น.ส.สุภาพร ยูเบีย เสียชีวิตทันที ตำรวจพบรถเกี่ยวข้อง 2 คัน เดินหน้าตรวจกล้องวงจรปิด และเรียกคนขับให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุ
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าเศร้าอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายเสียชีวิตหลังจากวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยแทนที่จะใช้ทางม้าลายที่กำหนดไว้ เธอถูกรถกระบะชนอย่างแรงจนร่างกระเด็น จากนั้นรถอีกคันที่ตามมาไม่สามารถหลบได้และเหยียบซ้ำ ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์
เวลาประมาณ 22.40 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บนถนนชัยพฤกษ์ขาออก บริเวณหน้าเทศบาลตำบลบางพลับ อ.ปากเกร็ด หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

กลางถนนบริเวณช่องทางหลักเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบร่าง น.ส.สุภาพร ยูเบีย อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพนอนคว่ำหน้า เสื้อผ้าฉีกขาด แขนขาหักหลายจุด ศีรษะมีบาดแผลรุนแรง และมีคราบเลือดรวมถึงชิ้นส่วนร่างกายกระจายบนพื้นถนน
ถัดจากจุดพบร่างไปราว 50 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กอ 4459 นนทบุรี ด้านหน้ารถเสียหายหนัก คนขับคือ นายโชติชนก อายุ 29 ปี ชาว จ.นนทบุรี ยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน สส 109 กรุงเทพมหานคร อยู่ห่างออกไปอีกราว 50 ถึง 100 เมตร คนขับให้ข้อมูลว่า ขับตามหลังรถกระบะมา เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงเบรกไม่ทัน ทำให้ล้อรถทับร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่กลางถนน
จากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยในทันที คนขับรถกระบะให้การว่าใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. และหยุดรถไม่ทันเมื่อผู้เสียชีวิตวิ่งตัดหน้า

ทำไมหลายคนยังไม่ใช้สะพานลอย
แม้สะพานลอยทำไว้เพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่ในชีวิตจริงยังมีคนเลือกข้ามถนนด้านล่างด้วยหลายเหตุผล เช่น
- ไม่สะดวก เพราะต้องขึ้นลงบันไดสูง โดยเฉพาะตอนรีบหรือถือของ
- สภาพทางเดินไม่น่าใช้งาน เช่น แสงสว่างน้อย พื้นลื่นตอนฝนตก หรือโครงสร้างชำรุด
- ความเคยชิน หลายคนเลือกข้ามจุดสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่วงดึก
- การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ต่อเนื่อง ทำให้บางคนมองความเสี่ยงเป็นเรื่องไกลตัว
เหตุครั้งนี้ตอกย้ำชัดว่า การข้ามถนนผิดจุดอาจจบลงด้วยความสูญเสียที่ป้องกันได้
ย้อนดูเหตุคนเดินเท้าเสียชีวิตที่เคยเกิดขึ้น
ปัญหาคนเดินเท้าถูกชนจนเสียชีวิตเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในไทย และมีหลายกรณีที่สังคมจำได้ เช่น
- ปี 2562 น้องลิ้นจี่ (วิลาวัณย์ พุ่มมาลา) เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์ชน ขณะข้ามทางม้าลายแยกผังเมือง กรุงเทพฯ จนเกิดกระแสเรียกร้องความปลอดภัยคนข้ามถนน
- ปี 2562 น้องใบหม่อน นักเรียน ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครปฐม เสียชีวิตจากการถูกรถชน ขณะข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียน
- ปี 2565 หญิงวัย 57 ปี วิ่งออกกำลังกายและข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ก่อนถูกรถชนเสียชีวิตใต้สะพานลอย ลักษณะคล้ายเหตุล่าสุด
- สถิติที่อ้างอิงได้ กรมควบคุมโรคระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนเดินเท้าเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 506 ราย และบาดเจ็บเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5,870 ราย ขณะเดียวกัน Thai RSC รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมปี 2567 ถึง 2568 ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
- คดีที่พบได้บ่อย มีหลายกรณีคนเดินเท้าดื่มสุราแล้วข้ามถนนจนเกิดเหตุ โดยแนวคำพิพากษามักพิจารณาเรื่องความประมาทของผู้ขับขี่เป็นหลัก
- ปี 2567 ถึง 2568 ช่วงปีใหม่และเทศกาลต่าง ๆ คนเดินเท้ายังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะถนนหลายเลนและถนนที่รถใช้ความเร็วสูงในเขตชานเมือง
ข้อมูลจากมูลนิธิเมาไม่ขับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนตรงกันว่า คนเดินเท้าเป็นกลุ่มเปราะบาง และมักเสียเปรียบเมื่อเกิดเหตุบนถนนใหญ่
ข้อเสนอที่สังคมพูดถึงหลังเกิดเหตุ
หลังเหตุครั้งนี้ หลายฝ่ายกลับมาพูดถึงมาตรการความปลอดภัยอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอที่พบได้บ่อย เช่น
- เพิ่มไฟส่องสว่างและป้ายเตือนบริเวณสะพานลอยและจุดเสี่ยง
- ทำรั้วกั้นกลางถนน ลดการข้ามผิดจุด
- เพิ่มจุดตรวจ และจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- รณรงค์ให้ใช้ทางข้ามที่ถูกต้อง ผ่านสื่อและโรงเรียน โดยเน้นกลุ่มเยาวชน
- คุมความเร็วในเขตชุมชน และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดอันตราย
ด้านตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เดินหน้าสอบสวนต่อเนื่อง และอาจพิจารณาแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พร้อมตรวจสอบความเร็ว ปริมาณแอลกอฮอล์ และสภาพรถของทั้งสองคัน
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของ น.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นวัยรุ่นจากเชียงรายที่เข้ามาทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เพื่อนและคนใกล้ชิดต่างแสดงความอาลัย
อุบัติเหตุบนถนนไทยยังพรากชีวิตคนจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะคนเดินเท้า เหตุของน.ส.สุภาพรจึงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดว่า ทุกครั้งที่ข้ามถนนต้องให้ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ หากทุกฝ่ายช่วยกันจริงจัง โอกาสเกิดเหตุซ้ำย่อมลดลงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสั่นสะเทือน! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่แม่สาย
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย - Chiang Rai News
อุบัติเหตุรถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะคันหนึ่งเสียหลักพลิกคว่ำ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณบ้านบาหรา ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เบื้องต้นพบว่ามีผู้ประสบเหตุทั้งหมด 8 คนและรอการช่วยเหลืออยู่ในจุดเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.42 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ศูนย์สั่งการนเรนทรเชียงรายจึงรีบประสานงานทันที โดยสั่งการให้หน่วย กู้ภัยสยามแม่สรวย เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน ทางหน่วยกู้ภัยได้จัดเตรียมรถพยาบาล 2 คัน พร้อมทีมอาสาสมัครลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- รถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย แต่โชคดีที่เป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและมีแผลถลอก
- ทีมกู้ภัยและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมมือกันส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
การประสานงานช่วยเหลือและสาเหตุของอุบัติเหตุ
เมื่อทีมกู้ภัยไปถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาได้ประสานงานกับหลายหน่วยงานเพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย การลำเลียงผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรถพยาบาลสยามแม่สรวย 003 และ 002 ช่วยนำส่งรวม 5 ราย ขณะที่รถพยาบาลโรงพยาบาลแม่สรวยและเจ้าหน้าที่จาก อบต.ท่าก๊อ ช่วยนำส่งอีก 3 ราย ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 รายมีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกายและอยู่ในอาการปลอดภัย ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลแม่สรวย เพื่อรับการตรวจร่างกายและรักษาต่อไป สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุรถคว่ำในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย-เชียงใหม่ ผนึกกำลังจัดงานท่องเที่ยวเชิงความหมาย
TANA เปิดสาขาในจังหวัดเชียงราย: ส่งเสริมงานหัตถกรรมท้องถิ่นและการออกแบบโดยชุมชน
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงราย-เชียงใหม่ ผนึกกำลังจัดงานท่องเที่ยวเชิงความหมาย
รถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย">เชียงราย – เทศบาลนครเชียงรายร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดฉากงานมหกรรมท่องเที่ยวเชิงความหมายอย่างยิ่งใหญ่ งานนี้เป็นการเชื่อมโยงสองเมืองแห่งการเรียนรู้ คือจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับชุมชน
งานดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 สถานที่จัดงานคือบริเวณสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Learning City, Knowledge Linked Tourism ซึ่งตั้งเป้าหมายหลักในการกระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก
ประเด็นสำคัญ
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 ณ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย
- มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างเชียงรายและเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
- ผู้ร่วมงานสามารถลงมือทำเวิร์กช็อปและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ถึง 6 ด้านหลัก
พิธีเปิดงานเพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเรียนรู้ เขาเชื่อว่าการพัฒนาเมืองจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียม
การนำทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดจะช่วยพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืน ด้านนายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวเสริมว่า งานนี้จะช่วยเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด การร่วมมือกับ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายต่างๆ จะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ทั้งสองจังหวัดพร้อมจับมือกันเพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า
ศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในยุคใหม่
ภายในงาน ร.ต.อ. ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 1 ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ท่านระบุว่าอนาคตของจังหวัดเชียงรายขึ้นอยู่กับพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน การเชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม ธุรกิจ และชุมชนเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
เศรษฐกิจสร้างสรรค์คือหนทางของการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว หากชุมชนสามารถนำเสน่ห์ของตนเองมาประยุกต์ใช้ จะเกิดเป็นโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ งานมหกรรมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มาแลกเปลี่ยนความคิด และเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา
กิจกรรมไฮไลต์และ 6 ด้านแห่งการเรียนรู้
ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับนิทรรศการและการสาธิตภูมิปัญญาที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อป การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน กิจกรรมทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือปฏิบัติจริงและสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ประสบการณ์การเรียนรู้ภายในงานถูกแบ่งออกเป็น 6 ด้านหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ ศิลปะ อาหาร ธรรมชาติ ศาสนา หัตถกรรม รวมถึงด้านนันทนาการและสุขภาพ ผู้เข้าชมสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมที่ตนเองสนใจ และพูดคุยสอบถามกับเจ้าขององค์ความรู้หรือปราชญ์ชาวบ้านได้โดยตรง
ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวภาคเหนือ
มหกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้เชียงรายและเชียงใหม่ การนำภูมิปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว จะช่วยให้ชุมชนและผู้ประกอบการเติบโตไปพร้อมๆ กัน ควบคู่ไปกับการรักษาเอกลักษณ์อันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป
ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพราะทุกการเดินทางของคุณ ไม่เพียงแต่สร้างความทรงจำที่ดี แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
รถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย">เชียงราย – สังคมไทยยังมีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้ชื่นชมกันเสมอในทุกวัน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หญิงพลเมืองดีท่านหนึ่งได้ทำความดีครั้งใหญ่ด้วยการเก็บกระเป๋าเงินได้ ภายในกระเป๋านั้นมีเงินสดมูลค่าสูงถึง 300,000 บาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ที่ยังมีอยู่ในสังคมของเราอย่างแท้จริง
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ ได้เดินผ่านบริเวณหน้าซอยเทศบาล 23 ตำบลเมืองพาน เธอสังเกตเห็นกระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่บนพื้นจึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเปิดดูก็ต้องตกใจเพราะพบว่ามีเงินสดจำนวนมากอยู่ข้างใน เธอไม่รอช้าและตัดสินใจนำกระเป๋าใบนี้ไปส่งมอบให้ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพาน ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป
สรุปประเด็นสำคัญ:
- พลเมืองดีพบเงินสด: นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ เก็บเงินสด 300,000 บาทได้ที่ซอยเทศบาล 23 อำเภอพาน
- ส่งมอบให้ตำรวจทันที: เธอรีบนำเงินทั้งหมดไปมอบให้ สภ.พาน เพื่อประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
- เจ้าของรับคืนใน 1 ชั่วโมง: นายบุญนัก ตันติ๊บ ติดต่อขอรับทรัพย์สินคืนอย่างรวดเร็ว โดยเงินยังอยู่ครบทุกบาท
ส่งมอบทรัพย์สินคืนครบทุกบาทภายใน 1 ชั่วโมง
หลังจากที่พลเมืองดีเข้าแจ้งความได้เพียงไม่นาน เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกันนั้นเอง นายบุญนัก ตันติ๊บ ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าตัวจริง ได้เดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนที่โรงพักด้วยอาการร้อนใจ เขาเล่าว่ารู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเงินหายไปโดยไม่รู้ตัว แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความหวังว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนกลับมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนของนายบุญนักให้แน่ชัด ผลการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในกระเป๋าและเงินสดทั้งหมด 300,000 บาทนั้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดสูญหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของเงินรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจในความดีของนางสาวดาวรุ่งเป็นอย่างมาก
การกระทำที่น่ายกย่องของนางสาวดาวรุ่งในครั้งนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไปในพื้นที่อย่างล้นหลาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตจากใจจริง การไม่คิดเอาของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม
เรื่องราวสุดประทับใจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าของเงินรอดพ้นจากความเดือดร้อน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมอยากทำความดีต่อไป ข่าวที่สร้างรอยยิ้มแบบนี้จึงสมควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง เพื่อยกย่องคนดีและสร้างแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนในประเทศต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย
-
สภาพอากาศ - Weather7 days ago
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

