เชียงราย - Chiang Rai News
น่าเศร้า! หญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายถูกรถกระบะชนขณะข้ามถนน
อุบัติเหตุรุนแรงบนถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี น.ส.สุภาพร ยูเบีย เสียชีวิตทันที ตำรวจพบรถเกี่ยวข้อง 2 คัน เดินหน้าตรวจกล้องวงจรปิด และเรียกคนขับให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุ
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าเศร้าอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายเสียชีวิตหลังจากวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยแทนที่จะใช้ทางม้าลายที่กำหนดไว้ เธอถูกรถกระบะชนอย่างแรงจนร่างกระเด็น จากนั้นรถอีกคันที่ตามมาไม่สามารถหลบได้และเหยียบซ้ำ ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์
เวลาประมาณ 22.40 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บนถนนชัยพฤกษ์ขาออก บริเวณหน้าเทศบาลตำบลบางพลับ อ.ปากเกร็ด หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

กลางถนนบริเวณช่องทางหลักเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบร่าง น.ส.สุภาพร ยูเบีย อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพนอนคว่ำหน้า เสื้อผ้าฉีกขาด แขนขาหักหลายจุด ศีรษะมีบาดแผลรุนแรง และมีคราบเลือดรวมถึงชิ้นส่วนร่างกายกระจายบนพื้นถนน
ถัดจากจุดพบร่างไปราว 50 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กอ 4459 นนทบุรี ด้านหน้ารถเสียหายหนัก คนขับคือ นายโชติชนก อายุ 29 ปี ชาว จ.นนทบุรี ยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน สส 109 กรุงเทพมหานคร อยู่ห่างออกไปอีกราว 50 ถึง 100 เมตร คนขับให้ข้อมูลว่า ขับตามหลังรถกระบะมา เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงเบรกไม่ทัน ทำให้ล้อรถทับร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่กลางถนน
จากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยในทันที คนขับรถกระบะให้การว่าใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. และหยุดรถไม่ทันเมื่อผู้เสียชีวิตวิ่งตัดหน้า
ทำไมหลายคนยังไม่ใช้สะพานลอย
แม้สะพานลอยทำไว้เพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่ในชีวิตจริงยังมีคนเลือกข้ามถนนด้านล่างด้วยหลายเหตุผล เช่น
- ไม่สะดวก เพราะต้องขึ้นลงบันไดสูง โดยเฉพาะตอนรีบหรือถือของ
- สภาพทางเดินไม่น่าใช้งาน เช่น แสงสว่างน้อย พื้นลื่นตอนฝนตก หรือโครงสร้างชำรุด
- ความเคยชิน หลายคนเลือกข้ามจุดสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่วงดึก
- การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ต่อเนื่อง ทำให้บางคนมองความเสี่ยงเป็นเรื่องไกลตัว
เหตุครั้งนี้ตอกย้ำชัดว่า การข้ามถนนผิดจุดอาจจบลงด้วยความสูญเสียที่ป้องกันได้
ย้อนดูเหตุคนเดินเท้าเสียชีวิตที่เคยเกิดขึ้น
ปัญหาคนเดินเท้าถูกชนจนเสียชีวิตเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในไทย และมีหลายกรณีที่สังคมจำได้ เช่น
- ปี 2562 น้องลิ้นจี่ (วิลาวัณย์ พุ่มมาลา) เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์ชน ขณะข้ามทางม้าลายแยกผังเมือง กรุงเทพฯ จนเกิดกระแสเรียกร้องความปลอดภัยคนข้ามถนน
- ปี 2562 น้องใบหม่อน นักเรียน ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครปฐม เสียชีวิตจากการถูกรถชน ขณะข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียน
- ปี 2565 หญิงวัย 57 ปี วิ่งออกกำลังกายและข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ก่อนถูกรถชนเสียชีวิตใต้สะพานลอย ลักษณะคล้ายเหตุล่าสุด
- สถิติที่อ้างอิงได้ กรมควบคุมโรคระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนเดินเท้าเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 506 ราย และบาดเจ็บเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5,870 ราย ขณะเดียวกัน Thai RSC รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมปี 2567 ถึง 2568 ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
- คดีที่พบได้บ่อย มีหลายกรณีคนเดินเท้าดื่มสุราแล้วข้ามถนนจนเกิดเหตุ โดยแนวคำพิพากษามักพิจารณาเรื่องความประมาทของผู้ขับขี่เป็นหลัก
- ปี 2567 ถึง 2568 ช่วงปีใหม่และเทศกาลต่าง ๆ คนเดินเท้ายังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะถนนหลายเลนและถนนที่รถใช้ความเร็วสูงในเขตชานเมือง
ข้อมูลจากมูลนิธิเมาไม่ขับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนตรงกันว่า คนเดินเท้าเป็นกลุ่มเปราะบาง และมักเสียเปรียบเมื่อเกิดเหตุบนถนนใหญ่
ข้อเสนอที่สังคมพูดถึงหลังเกิดเหตุ
หลังเหตุครั้งนี้ หลายฝ่ายกลับมาพูดถึงมาตรการความปลอดภัยอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอที่พบได้บ่อย เช่น
- เพิ่มไฟส่องสว่างและป้ายเตือนบริเวณสะพานลอยและจุดเสี่ยง
- ทำรั้วกั้นกลางถนน ลดการข้ามผิดจุด
- เพิ่มจุดตรวจ และจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- รณรงค์ให้ใช้ทางข้ามที่ถูกต้อง ผ่านสื่อและโรงเรียน โดยเน้นกลุ่มเยาวชน
- คุมความเร็วในเขตชุมชน และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดอันตราย
ด้านตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เดินหน้าสอบสวนต่อเนื่อง และอาจพิจารณาแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พร้อมตรวจสอบความเร็ว ปริมาณแอลกอฮอล์ และสภาพรถของทั้งสองคัน
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของ น.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นวัยรุ่นจากเชียงรายที่เข้ามาทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เพื่อนและคนใกล้ชิดต่างแสดงความอาลัย
อุบัติเหตุบนถนนไทยยังพรากชีวิตคนจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะคนเดินเท้า เหตุของน.ส.สุภาพรจึงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดว่า ทุกครั้งที่ข้ามถนนต้องให้ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ หากทุกฝ่ายช่วยกันจริงจัง โอกาสเกิดเหตุซ้ำย่อมลดลงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสั่นสะเทือน! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่แม่สาย
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – การเดินทางที่ยากลำบาก ทำให้โรงเรียนสามัคคีพัฒนา ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการดูแลนักเรียน โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ตำบลเทอดไทย ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเชียงรายไปกว่า 100 กิโลเมตร พื้นที่ตั้งบนดอยสูงทำให้การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นเรื่องยาก
ด้วยจำนวนนักเรียนที่มากถึง 900 ชีวิต การจัดการอาหารกลางวันจึงกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนหอพักอีกจำนวน 85 คน ที่ทางโรงเรียนต้องดูแลจัดเตรียมอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อในทุกๆ วัน
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนสามัคคีพัฒนาเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่า ให้กลายเป็นฟาร์มเกษตรเพื่อผลิตอาหารอย่างยั่งยืน
- การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี ช่วยพลิกวิกฤตค่าขนส่งอาหารที่แสนแพง ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนา
- โครงการนี้สอนให้เด็กนักเรียนรู้จักการพึ่งพาตนเอง และสร้างทักษะอาชีพสำหรับอนาคต
2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg" alt="โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน" width="1024" height="767" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg?resize=300%2C225&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg?resize=768%2C575&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ระยะทางที่ห่างไกลส่งผลให้ค่าขนส่งวัตถุดิบอาหารมีราคาแพงกว่าปกติหลายเท่าตัว นอกจากปัญหาเรื่องราคาแล้ว ทางโรงเรียนยังควบคุมความสดใหม่ของผักและเนื้อสัตว์ได้ยากลำบากมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้คณะครูต้องเร่งคิดหาวิธีการบริหารจัดการอาหารกลางวันรูปแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
เป้าหมายหลักคือการทำให้โรงเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดการพึ่งพิงวัตถุดิบจากภายนอก ด้วยต้นทุนค่าอาหารที่สูงขึ้นทุกวัน จึงเกิดเป็นแนวคิดการทำเกษตรแบบพอเพียงภายในพื้นที่ของโรงเรียน การปรับตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของชุมชน
จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อโรงเรียนได้รับโอกาสอันดีจากสังคม โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนอาหารกลางวันจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และทาง สิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่เข้ามาช่วยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ต่อยอดงบประมาณ สู่ฟาร์มไก่ไข่และแปลงผักปลอดสาร
แทนที่จะนำเงินทุนไปซื้อวัตถุดิบแบบวันต่อวัน ทางโรงเรียนกลับมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่านั้น พวกเขาเลือกที่จะนำงบประมาณที่ได้มาต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนให้กับเด็กนักเรียน การลงทุนในระยะยาวจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง
ทางโรงเรียนได้ร่วมกันสร้างโรงเรือนมาตรฐาน สำหรับเลี้ยงไก่ไข่จำนวนมากกว่า 250 ตัว พร้อมกันนี้ยังได้ปรับหน้าดินเพื่อทำแปลงปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด พื้นที่ว่างเปล่าในรั้วโรงเรียนจึงกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของทุกคน
ผลผลิตที่ได้จากฟาร์มในแต่ละวัน จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารกลางวัน ผักกาด กะหล่ำปลี และไข่ไก่สดๆ ถูกส่งตรงจากฟาร์มเข้าสู่โรงอาหารทุกเช้า ทำให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูง
การลงมือทำฟาร์มเกษตรในครั้งนี้ ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากกว่าแค่ความอิ่มท้องของนักเรียน ประการแรกคือมันช่วยลดต้นทุนค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้อย่างมหาศาล ทำให้โรงเรียนมีงบประมาณเหลือไปพัฒนาด้านอื่นๆ
ประการที่สองคือเด็กนักเรียนทุกคน จะได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูงและปลอดภัย สารเคมีตกค้างไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะผักทุกต้นและไข่ทุกฟองมาจากความใส่ใจของพวกเขาเอง
มากกว่าความอิ่มท้อง คือการสร้างห้องเรียนชีวิต
นอกเหนือจากเรื่องโภชนาการแล้ว โครงการนี้ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการนอกห้องเรียนได้อย่างดีเยี่ยม เด็กนักเรียนได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการให้อาหารไก่ การเก็บไข่ และการรดน้ำพรวนดินแปลงผัก
การทำงานเหล่านี้ถือเป็นการฝึกฝนทักษะอาชีพที่สำคัญ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ พวกเขารู้จักความรับผิดชอบ และเข้าใจถึงความสำคัญของการพึ่งพาตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ
สิ่งเหล่านี้คือวิชาชีวิตที่หาเรียนไม่ได้จากในหนังสือเรียนทั่วไป การปลูกฝังนิสัยรักการเกษตร จะช่วยให้พวกเขาสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ นับเป็นไอเดียต้นแบบที่ยอดเยี่ยมและควรนำไปปรับใช้อย่างกว้างขวาง
ในวันนี้ โครงการเกษตรอาหารกลางวันได้เปลี่ยนแปลงผักธรรมดา ให้กลายเป็นห้องเรียนชีวิตอย่างแท้จริง มันคือพื้นที่มหัศจรรย์ ที่สร้างทั้งความมั่นคงทางอาหาร ความรู้ และอนาคตที่สดใสให้กับเด็กๆ บนดอยสูงไปพร้อมกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”
โรงเรียนบ้านดอยหลาน บีพีพี จังหวัดเชียงราย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กีฬาใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าสนับสนุนเยาวชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ล่าสุดได้จัดการประกวดวงดนตรี “Young Talents Music Competition” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง งานนี้เปิดกว้างให้เด็กรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพที่ซ่อนอยู่อย่างเต็มที่ผ่านเสียงดนตรี กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างคึกคักใจกลางเมือง โดยได้รับความสนใจจากนักเรียนและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมเชียร์อย่างล้นหลาม
ประเด็นสำคัญ
- สนับสนุนความสามารถเยาวชน: เทศบาลนครเชียงรายมุ่งมั่นสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้เด็กๆ ได้แสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์
- ยกระดับทักษะดนตรี: ผู้เข้าแข่งขันได้รับคำแนะนำโดยตรงจากศิลปินระดับอาชีพ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในเส้นทางสายดนตรี
- สร้างสีสันให้เมือง: งานประกวดนี้ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยว และทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นของเชียงรายกลับมาคึกคัก
เวทีแห่งโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักดนตรี
การประกวดวงดนตรีในปี 2026 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยในจังหวัด เทศบาลนครเชียงรายตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของความฝันอันยิ่งใหญ่ เยาวชนจะได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก และสัมผัสความรู้สึกของการแสดงสดบนเวทีระดับมาตรฐาน
นอกจากบรรยากาศที่สนุกสนานแล้ว ผู้เข้าแข่งขันยังได้รับฟังความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา จากคณะกรรมการซึ่งเป็นนักดนตรีและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ สิ่งนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถค้นหาจุดแข็งและปรับปรุงจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นประสบการณ์นอกห้องเรียนที่มีค่าอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในอนาคต
ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะชีวิตผ่านเสียงเพลง
งานประกวดดนตรีเวทีนี้ไม่ได้ตั้งเป้าหมายแค่การค้นหาคนที่เล่นดนตรีเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว ทว่างานนี้ยังเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบโชว์ และการนำเสนอสไตล์ดนตรีที่แปลกใหม่ รวมถึงความสามารถในการสื่อสารอารมณ์เพลงไปยังผู้ชม ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในโลกปัจจุบัน
ผู้จัดงานเน้นย้ำเสมอว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่สร้างแรงบันดาลใจและหล่อหลอมจิตใจ การส่งเสริมกิจกรรมเชิงบวกเช่นนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของชาติ
2026/07/4-2.jpg" alt="เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี "Young Talents Music Competition 2026"" width="1024" height="683" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/4-2.jpg?w=840&ssl=1 840w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/4-2.jpg?resize=300%2C200&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/4-2.jpg?resize=768%2C512&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ดันเชียงรายสู่เมืองแห่งศิลปะและเสียงดนตรี
สำหรับวงดนตรีที่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ พวกเขาจะได้รับทุนการศึกษาก้อนโตเป็นรางวัล พร้อมทั้งโอกาสสำคัญในการขึ้นแสดงในงานเทศกาลระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค รางวัลเหล่านี้จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อม ให้พวกเขาก้าวไปสู่การเป็นศิลปินอาชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาไม่หยุดพัฒนาฝีมือต่อไป
ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของงานประกวดดนตรีครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้นำท้องถิ่นและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จังหวัดเชียงรายกำลังก้าวขึ้นเป็นเมืองที่โดดเด่นด้านศิลปะและดนตรีอย่างแท้จริง เราคงต้องรอติดตามผลงานกันต่อไปว่า ดาวรุ่งดวงใหม่เหล่านี้จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับชาวเชียงรายได้มากน้อยแค่ไหน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026
จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C
เชียงราย - Chiang Rai News
บรรดาผู้ประกอบการในแม่สายต่างยินดี!! ตำรวจเร่งปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ส่งผลให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ
ชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026">เชียงราย – วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาก พื้นที่บริเวณก่อนถึงจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 กลับมามีการจราจรที่คล่องตัว รถยนต์ของประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย
นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่สามารถแวะจอดรถข้างทางได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะบริเวณหน้าตลาดนายบุญยืนและหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่สาย สาเหตุหลักมาจากการที่รถบรรทุกและรถโดยสารป้ายทะเบียนเมียนมาหายไปจากริมถนน จากเดิมที่เคยมีรถเหล่านี้จอดแช่เพื่อรอรับผู้โดยสารอยู่ถึง 30-40 คัน ซึ่งปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ถนนมานานหลายปีแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- การจราจรบริเวณหน้าด่านแม่สายมีความคล่องตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากไม่มีรถรับจ้างเมียนมาจอดแช่ริมถนน
- เจ้าหน้าที่ไทยสั่งห้ามรถป้ายทะเบียนเมียนมาตั้งวินรับส่งผู้โดยสารหรือขนสินค้าในฝั่งไทยอย่างเด็ดขาด
- ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 5,000 บาท และถือเป็นการทำผิดกฎหมายแรงงานของประเทศไทยอย่างชัดเจน
ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่กวาดล้าง
ปัญหาการจอดรถกีดขวางที่เรื้อรังนี้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมือแก้ไขอย่างจริงจังและเด็ดขาด พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปวริศร์ อิทธิศิราวงศ์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทีมงานนี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และสำนักงานจัดหางาน
เจ้าหน้าที่ได้เรียกประชุมเจ้าของรถแท็กซี่ชาวเมียนมาร์ทั้งหมดที่สถานีตำรวจแม่สาย และออกคำสั่งอย่างเข้มงวดให้ยุติการกระทำดังกล่าว การจอดรถแท็กซี่เรียงแถวรอผู้โดยสารฝั่งไทยถือเป็นการประกอบกิจการแท็กซี่ที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังเป็นการแย่งงานจากคนไทยและละเมิดกฎหมายแรงงานอย่างชัดเจน
บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายในครั้งนี้มีความรุนแรงและบังคับใช้อย่างจริงจัง ชาวต่างชาติที่นำรถมารับจ้างโดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกปรับเป็นเงิน 5,000 บาท หากผู้กระทำผิดรายใดไม่ยอมจ่ายค่าปรับ จะถูกส่งตัวไปกักขังแทนค่าปรับในอัตราคืนละ 500 บาท จนครบกำหนดหรือเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 คืน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า รถจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถขับมาส่งผู้โดยสารในฝั่งไทยได้ตามปกติ แต่เมื่อส่งเสร็จแล้วต้องขับกลับประเทศทันที การจอดรอรับคนกลับไปถือว่าผิดกฎหมาย หากพบเห็นการฝ่าฝืนตั้งวินเถื่อนอีก เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
เชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด








