เชียงราย - Chiang Rai News
น่าเศร้า! หญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายถูกรถกระบะชนขณะข้ามถนน
อุบัติเหตุรุนแรงบนถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี น.ส.สุภาพร ยูเบีย เสียชีวิตทันที ตำรวจพบรถเกี่ยวข้อง 2 คัน เดินหน้าตรวจกล้องวงจรปิด และเรียกคนขับให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุ
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าเศร้าอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายเสียชีวิตหลังจากวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยแทนที่จะใช้ทางม้าลายที่กำหนดไว้ เธอถูกรถกระบะชนอย่างแรงจนร่างกระเด็น จากนั้นรถอีกคันที่ตามมาไม่สามารถหลบได้และเหยียบซ้ำ ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์
เวลาประมาณ 22.40 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บนถนนชัยพฤกษ์ขาออก บริเวณหน้าเทศบาลตำบลบางพลับ อ.ปากเกร็ด หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงรายถูกรถกระบะชนขณะข้ามถนน" width="1024" height="594" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/636936753_980798654507941_5540493267312942085_n.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/636936753_980798654507941_5540493267312942085_n-300x174.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/636936753_980798654507941_5540493267312942085_n-768x446.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />
กลางถนนบริเวณช่องทางหลักเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบร่าง น.ส.สุภาพร ยูเบีย อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพนอนคว่ำหน้า เสื้อผ้าฉีกขาด แขนขาหักหลายจุด ศีรษะมีบาดแผลรุนแรง และมีคราบเลือดรวมถึงชิ้นส่วนร่างกายกระจายบนพื้นถนน
ถัดจากจุดพบร่างไปราว 50 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กอ 4459 นนทบุรี ด้านหน้ารถเสียหายหนัก คนขับคือ นายโชติชนก อายุ 29 ปี ชาว จ.นนทบุรี ยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน สส 109 กรุงเทพมหานคร อยู่ห่างออกไปอีกราว 50 ถึง 100 เมตร คนขับให้ข้อมูลว่า ขับตามหลังรถกระบะมา เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงเบรกไม่ทัน ทำให้ล้อรถทับร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่กลางถนน
จากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยในทันที คนขับรถกระบะให้การว่าใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. และหยุดรถไม่ทันเมื่อผู้เสียชีวิตวิ่งตัดหน้า

ทำไมหลายคนยังไม่ใช้สะพานลอย
แม้สะพานลอยทำไว้เพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่ในชีวิตจริงยังมีคนเลือกข้ามถนนด้านล่างด้วยหลายเหตุผล เช่น
- ไม่สะดวก เพราะต้องขึ้นลงบันไดสูง โดยเฉพาะตอนรีบหรือถือของ
- สภาพทางเดินไม่น่าใช้งาน เช่น แสงสว่างน้อย พื้นลื่นตอนฝนตก หรือโครงสร้างชำรุด
- ความเคยชิน หลายคนเลือกข้ามจุดสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่วงดึก
- การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ต่อเนื่อง ทำให้บางคนมองความเสี่ยงเป็นเรื่องไกลตัว
เหตุครั้งนี้ตอกย้ำชัดว่า การข้ามถนนผิดจุดอาจจบลงด้วยความสูญเสียที่ป้องกันได้
ย้อนดูเหตุคนเดินเท้าเสียชีวิตที่เคยเกิดขึ้น
ปัญหาคนเดินเท้าถูกชนจนเสียชีวิตเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในไทย และมีหลายกรณีที่สังคมจำได้ เช่น
- ปี 2562 น้องลิ้นจี่ (วิลาวัณย์ พุ่มมาลา) เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์ชน ขณะข้ามทางม้าลายแยกผังเมือง กรุงเทพฯ จนเกิดกระแสเรียกร้องความปลอดภัยคนข้ามถนน
- ปี 2562 น้องใบหม่อน นักเรียน ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครปฐม เสียชีวิตจากการถูกรถชน ขณะข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียน
- ปี 2565 หญิงวัย 57 ปี วิ่งออกกำลังกายและข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ก่อนถูกรถชนเสียชีวิตใต้สะพานลอย ลักษณะคล้ายเหตุล่าสุด
- สถิติที่อ้างอิงได้ กรมควบคุมโรคระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนเดินเท้าเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 506 ราย และบาดเจ็บเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5,870 ราย ขณะเดียวกัน Thai RSC รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมปี 2567 ถึง 2568 ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
- คดีที่พบได้บ่อย มีหลายกรณีคนเดินเท้าดื่มสุราแล้วข้ามถนนจนเกิดเหตุ โดยแนวคำพิพากษามักพิจารณาเรื่องความประมาทของผู้ขับขี่เป็นหลัก
- ปี 2567 ถึง 2568 ช่วงปีใหม่และเทศกาลต่าง ๆ คนเดินเท้ายังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะถนนหลายเลนและถนนที่รถใช้ความเร็วสูงในเขตชานเมือง
ข้อมูลจากมูลนิธิเมาไม่ขับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนตรงกันว่า คนเดินเท้าเป็นกลุ่มเปราะบาง และมักเสียเปรียบเมื่อเกิดเหตุบนถนนใหญ่
ข้อเสนอที่สังคมพูดถึงหลังเกิดเหตุ
หลังเหตุครั้งนี้ หลายฝ่ายกลับมาพูดถึงมาตรการความปลอดภัยอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอที่พบได้บ่อย เช่น
- เพิ่มไฟส่องสว่างและป้ายเตือนบริเวณสะพานลอยและจุดเสี่ยง
- ทำรั้วกั้นกลางถนน ลดการข้ามผิดจุด
- เพิ่มจุดตรวจ และจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- รณรงค์ให้ใช้ทางข้ามที่ถูกต้อง ผ่านสื่อและโรงเรียน โดยเน้นกลุ่มเยาวชน
- คุมความเร็วในเขตชุมชน และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดอันตราย
ด้านตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เดินหน้าสอบสวนต่อเนื่อง และอาจพิจารณาแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พร้อมตรวจสอบความเร็ว ปริมาณแอลกอฮอล์ และสภาพรถของทั้งสองคัน
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของ น.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นวัยรุ่นจากเชียงรายที่เข้ามาทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เพื่อนและคนใกล้ชิดต่างแสดงความอาลัย
อุบัติเหตุบนถนนไทยยังพรากชีวิตคนจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะคนเดินเท้า เหตุของน.ส.สุภาพรจึงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดว่า ทุกครั้งที่ข้ามถนนต้องให้ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ หากทุกฝ่ายช่วยกันจริงจัง โอกาสเกิดเหตุซ้ำย่อมลดลงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสั่นสะเทือน! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่แม่สาย
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย - Chiang Rai News
ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว
เชียงราย – วันที่ 7 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายกลับมาน่าเป็นห่วงและตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในฝั่งประเทศเมียนมารายงานตัวเลขที่น่าตกใจ ปริมาณน้ำฝนที่สถานีบ้านโจตาดา ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปประมาณ 25 กิโลเมตร พุ่งสูงถึง 89.4 มิลลิเมตรในช่วงเช้า ระดับน้ำในพื้นที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 77.41 ของความจุ ทำให้หลายฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับมวลน้ำระลอกใหม่
บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 สถานการณ์ยิ่งวิกฤติมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนวัดได้สูงถึง 102.44 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่เกินกว่าตลิ่งจะรับไหว โชคดีที่ฝั่งไทยยังคงมีแนวกั้นน้ำช่วยป้องกันไว้ ทำให้น้ำยังไม่ล้นเข้ามา แต่น่าเสียดายที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แนวบิ๊กแบ็คต้านทานกระแสน้ำไม่ไหว ทำให้น้ำล้นทะลักเข้าท่วมชุมชนฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ:
- ฝนตกหนักทำให้น้ำแม่น้ำสายพุ่งสูงใกล้จุดวิกฤติที่ 4.30 เมตร ล่าสุดแตะระดับ 4.07 เมตรแล้ว
- แนวป้องกันบิ๊กแบ็คฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พังทลาย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน
- พบรอยรั่วที่ถุงบิ๊กแบ็คฝั่งไทย ชุมชนเกาะทราย ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่เคยเตือนชายสูงวัยที่ชอบแอบรื้อแนวกั้น
ส่วนฝั่งไทยก็เกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 อำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่พบว่าถุงบิ๊กแบ็คที่วางป้องกันน้ำริมอาคารโรงแรมมีรอยรั่วและรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด รอยรั่วเหล่านี้ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนเกาะทราย และกำลังไหลเข้าไปยังเขตชั้นในทางฝั่งตะวันออกอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างต้องรีบตื่นขึ้นมาขนของขึ้นที่สูงกันอย่างยากลำบาก
เรื่องที่น่าตกใจคือ จุดที่น้ำรั่วเข้ามานี้เป็นจุดเดียวกับที่เคยมีปัญหามาก่อนหน้านี้ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เคยลงพื้นที่ไปเจรจาและตักเตือนชายสูงวัยคนหนึ่งมาแล้วถึง 3-4 ครั้ง ชายคนดังกล่าวมักจะมีพฤติกรรมแอบรื้อแนวบิ๊กแบ็คออก เพียงเพื่อต้องการจะเดินเข้าไปในอาคารได้สะดวกขึ้น โดยครั้งล่าสุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเตือนอย่างจริงจังคือเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ยังเกิดรูโหว่จนน้ำทะลักเข้ามาได้อีกจนได้
จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว" width="2048" height="1536" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n.jpg 2048w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-300x225.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-1024x768.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-768x576.jpg 768w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-1536x1152.jpg 1536w" sizes="auto, (max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />
ระดับน้ำจ่อแตะเส้นวิกฤติ เฝ้าระวังสูงสุด
นายวรายุทธ ค่อมบุญ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ระดับน้ำในแม่น้ำสายบริเวณบ้านถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ วัดได้ที่ความลึกประมาณ 4.07 เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากและกระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด ระดับน้ำวิกฤติที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เต็มรูปแบบคือ 4.30 เมตร นั่นหมายความว่าตอนนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นก็จะถึงจุดอันตรายแล้ว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือซ่อมแซมแนวกั้นน้ำและอุดรอยรั่วที่เสียหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำให้เตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา หากสถานการณ์เลวร้ายลงอาจต้องมีการอพยพ คุณสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ การเตรียมตัวล่วงหน้าและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับภัยธรรมชาติในเวลานี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
เชียงราย - Chiang Rai News
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมานาน ล่าสุดได้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม โดยมีนายชินกรณ์ บั้งเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของพื้นที่ โดยมีงบประมาณสนับสนุนสูงถึง 329,784,000 บาท ทางโครงการได้ตกลงว่าจ้าง บริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลัก สัญญาการทำงานได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 16 มกราคม 2572 การเปิดเวทีพูดคุยครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
ประเด็นสำคัญ
- โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 329 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2572
- มีการลงนาม “ข้อตกลงคุณธรรม” เพื่อรับประกันความโปร่งใส โดยเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน
- เป้าหมายหลักของโครงการคือการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ช่วยให้การเดินทางในเมืองเชียงรายรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากงานก่อสร้างทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับความโปร่งใสอย่างสูงสุด ภายในงานประชุมได้มีการจัดทำ “บันทึกข้อตกลงคุณธรรม” ขึ้นระหว่างสามฝ่ายหลัก ฝ่ายแรกคือบริษัทผู้รับจ้างที่ให้คำมั่นว่าจะทำงานตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พวกเขาต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย จัดการจราจรระหว่างการทำงาน และลดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ฝ่ายที่สองคือประชาชนในพื้นที่ที่จะเข้ามาเป็นหูเป็นตา ช่วยติดตามและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสม

อบต.แม่ข้าวต้ม หนุนเต็มที่เพื่อประโยชน์ชุมชน
สำหรับฝ่ายที่สามคือ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎระเบียบ การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการนี้จะช่วยให้โครงการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน ว่างบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า
ทางด้านองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม ก็พร้อมให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างนี้อย่างเต็มที่ นายชินกรณ์ บั้งเงิน ยืนยันว่าทางชุมชนยินดีให้ความร่วมมือภายใต้หลักการมีส่วนร่วม การให้ชาวบ้านเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะช่วยป้องกันปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคต ทำให้การทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
เมื่อสะพานข้ามแยกแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางในจังหวัดเชียงราย ผู้ใช้รถใช้ถนนจะสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาคอขวดบริเวณทางแยกได้อย่างชะงัด นับเป็นโครงการพัฒนาที่ไม่ได้เน้นแค่ความเจริญทางวัตถุ แต่ยังใส่ใจคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและรักษามาตรฐานการทำงานที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็นอ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
เชียงราย - Chiang Rai News
จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ
น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย กรณีมีบุคคลโพสต์ข้อความพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุดเหตุการณ์ความขัดแย้งนี้จบลงด้วยความเข้าใจอันดี เมื่อผู้โพสต์ตัดสินใจเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ด้วยตัวเอง ชายคนดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่อเจ้าพนักงานอย่างเป็นทางการ เขายอมรับว่าทำไปเพราะความอารมณ์ชั่ววูบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมรับปากอย่างหนักแน่นว่าจะระมัดระวังและไม่ให้เกิดเหตุการณ์พาดพิงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดกระแสดราม่า: มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความเชิงลบ พาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ขณะกำลังดูแลการจราจร
- จบด้วยความเข้าใจ: เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้โพสต์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกล่าวขอโทษ และสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมนี้อีก
- ตำรวจเปิดกว้าง: เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนสอบถามข้อมูลโดยตรง หากมีข้อสงสัย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์
บทเรียนจากโลกโซเชียลสู่การแก้ปัญหาในโลกความจริง
พื้นที่ตำบลบ้านดู่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีชุมชนหนาแน่น ทำให้การจราจรในบางช่วงเวลาค่อนข้างติดขัด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าการใช้ถนนในชั่วโมงเร่งด่วนมักทำให้ผู้ขับขี่เกิดความหงุดหงิดได้ง่าย จนบางครั้งนำไปสู่การพิมพ์ข้อความระบายอารมณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่กระทบกระทั่งเจ้าพนักงาน ย่อมส่งผลเสียต่อความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานเสมอ
เมื่อผู้โพสต์ได้พูดคุยอย่างเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็เข้าใจถึงข้อจำกัดและเจตนาที่แท้จริงของตำรวจในการรักษาความปลอดภัย บรรยากาศระหว่างการสนทนาเป็นไปอย่างประนีประนอมและเป็นมิตร
สภ.บ้านดู่ ย้ำชัด พร้อมเปิดรับฟังทุกปัญหาของประชาชน
ทางด้านตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้ออกมากล่าวขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญและเข้าใจความเหนื่อยยากของการทำงาน พวกเขายืนยันว่าตำรวจคือที่พึ่งของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น หากใครมีข้อสงสัยหรือรู้สึกไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจหรือจัดการจราจร เจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีให้คำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาเสมอ
นอกจากนี้ ทางสถานีตำรวจยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง การตั้งคำถามสามารถทำได้ แต่ควรประสานงานหรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด หากชุมชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ สังคมในพื้นที่ก็จะปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
ข่าวกีฬา Sports5 days agoเชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoกองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย


