สุขภาพและการแพทย์ Health
การติดเชื้อเอชไอวีพุ่งสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชนไทยอายุ 15-24 ปี
**เอชไอวีในเยาวชนไทยเพิ่มขึ้น: สัญญาณเสี่ยงที่ต้องรีบรับมือ**
**ข้อมูลกรมควบคุมโรคชี้ ปีที่ผ่านมาเจอผู้ติดเชื้อใหม่ 13,357 ราย, กลุ่มอายุ 15-24 ปีคิดเป็น 35%, สาเหตุหลักมาจากเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน**
กรุงเทพฯ – ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สะท้อนภาพที่น่าห่วง เพราะประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่จำนวนมาก ในปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับการวินิจฉัยใหม่ 13,357 ราย ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีสะสมที่ยังมีชีวิตอยู่เพิ่มเป็น 547,556 ราย
ที่น่ากังวลที่สุดคือ สัดส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 35% อยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปี ซึ่งเป็นวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ไกลตัวอีกต่อไป แต่ใกล้กับนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน มหาวิทยาลัย และชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกประเด็นสำคัญคือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันว่า 96.4% ของการติดเชื้อเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน แนวโน้มนี้มักเชื่อมกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในกลุ่มเยาวชน เช่น การนัดเจอผ่านแอปหาคู่ การใช้ถุงยางลดลง และความเข้าใจผิดว่า ถ้ามียาต้านแล้วเอชไอวีก็ไม่น่ากลัว แม้บางแหล่งข้อมูลคาดว่าในปี 2568 ผู้ติดเชื้อใหม่อาจลดลงเหลือราว 8,000-9,000 ราย แต่สัดส่วนในกลุ่มเยาวชนยังสูง และหลายพื้นที่ยังเพิ่มเร็ว
เยาวชนกลายเป็นกลุ่มหลักของผู้ติดเชื้อรายใหม่
กลุ่มอายุ 15-24 ปี กลายเป็นจุดที่ต้องจับตา เพราะหลายปัจจัยมาเจอกันพอดี ทั้งการเริ่มทดลองมีเพศสัมพันธ์ ความเข้าถึงคอนเทนต์ออนไลน์ที่กระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยง และความกลัวโรคที่ลดลงจากความก้าวหน้าของการรักษา ผลคือ หลายคนตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือป้องกันไม่สม่ำเสมอ
ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกจัดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่หลายร้อยรายต่อปี โดยพบมากในกลุ่ม MSM (ชายรักชาย) และในเยาวชนบางส่วน นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังระบุว่า บางจังหวัดเห็นแนวโน้มผู้ติดเชื้อวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้น หน่วยงานรัฐและภาคีอย่าง Aids Healthcare Foundation (AHF) Thailand จึงเดินหน้าแคมเปญ “Just Use It” เพื่อชวนให้ใช้ถุงยาง และช่วยลดการตีตราเรื่องเอชไอวี
อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “กลุ่มเสี่ยงหลัก” อีกแล้ว เพราะกระจายไปถึงเยาวชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานตอนต้นด้วย ที่สำคัญคือ เมื่อโรงเรียนและครอบครัวให้ความรู้เรื่องเพศแบบไม่ครอบคลุม เด็กจำนวนหนึ่งจึงโตมากับข้อมูลไม่ครบ และตัดสินใจจากความเชื่อหรือคำบอกต่อ
อุตสาหกรรมบริการทางเพศไทย, บทเรียนเก่า และความเสี่ยงที่ยังอยู่
ในอดีต อุตสาหกรรมบริการทางเพศเคยเป็นปัจจัยสำคัญของการระบาดเอชไอวี ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้น 1990 อัตราติดเชื้อในกลุ่มผู้ให้บริการและลูกค้าเพิ่มขึ้นมาก รัฐบาลไทยจึงเริ่มโครงการ “100% ถุงยาง” ในปี 2534 เพื่อผลักดันให้ใช้ถุงยางในสถานบริการทุกแห่ง
โครงการดังกล่าวได้ผลชัดเจน เพราะการใช้ถุงยางในเพศสัมพันธ์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นจนเกิน 90% ภายในไม่กี่ปี ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ลดลงเร็ว และเคยถูกยกเป็นตัวอย่างในต่างประเทศ
แต่ปัจจุบัน รูปแบบบริการเปลี่ยนไป ซ่องแบบเดิมลดลงก็จริง อย่างไรก็ตาม บริการทางอ้อมยังมีอยู่ เช่น บาร์ นวดแผนไทย สปา หรือการนัดหมายผ่านออนไลน์ นั่นทำให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเยาวชนที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ยังเสี่ยงถ้าขาดการป้องกัน แม้ภาพรวมวันนี้การติดเชื้อจำนวนมากจะเกิดจากเพศสัมพันธ์นอกระบบบริการ และในกลุ่ม MSM มากขึ้น แต่เครือข่ายทางเพศที่มีความเสี่ยงสูงยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
ป้องกันเอชไอวีในไทยทำได้จริง, เครื่องมือมีพร้อม
การป้องกันเอชไอวีไม่ได้ยาก และทำได้ผลดีมาก ไทยมีบริการรองรับทั้งโรงพยาบาลรัฐ คลินิกชุมชน และหน่วยบริการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนในหลายพื้นที่
วิธีหลักที่ทำได้ทันที ได้แก่
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
เลือกถุงยางแบบ latex หรือ polyurethane และใช้คู่กับน้ำยาหล่อลื่นแบบฐานน้ำเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก หลายหน่วยบริการมีถุงยางแจกฟรี เช่น โรงพยาบาลรัฐ ศูนย์สุขภาพชุมชน และจุดบริการต่างๆ - ตรวจเอชไอวีสม่ำเสมอ
คนไทยตรวจฟรีได้ปีละ 2 ครั้งที่หน่วยบริการรัฐ หรือเลือกใช้ชุดตรวจด้วยตนเอง (HIV Self-Test) ที่หาซื้อได้ตามร้านยา เมื่อรู้สถานะเร็ว ก็เริ่มรักษาได้เร็ว และลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่น - ใช้ PrEP (ยาป้องกันก่อนสัมผัส)
ยากินทุกวัน (เช่น tenofovir/emtricitabine) ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่า 99% เมื่อกินต่อเนื่อง ไทยเริ่มครอบคลุม PrEP ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ตั้งแต่ปี 2562 และขยายจุดบริการกว่า 300 แห่ง รวมถึงศูนย์ KPLHS (Key Population-Led Health Services) นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกแบบฉีดออกฤทธิ์ยาวในโครงการทดลองตามข้อมูลปีล่าสุด - ใช้ PEP (ยาป้องกันหลังสัมผัส)
ถ้าเกิดเหตุเสี่ยง เช่น ถุงยางแตก หรือมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน ให้ไปพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมง จากนั้นกินยาต่อเนื่อง 28 วัน เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ - ลดจำนวนคู่นอน และคุยกันให้ชัด
การพูดเรื่องสถานะเอชไอวีกับคู่นอนช่วยลดความเสี่ยงได้มาก นอกจากนี้ ควรเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตอนมึนเมาหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลสารเสพติด เพราะมักทำให้ตัดสินใจพลาด - ไม่ใช้เข็มร่วมกัน
สำหรับผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด ควรใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง และเข้าร่วมบริการลดอันตรายที่มีในบางพื้นที่
แนวทางที่ถูกใช้บ่อยคือการป้องกันแบบผสมผสาน (Combination Prevention) ซึ่งรวม PrEP, การใช้ถุงยาง และการตรวจสม่ำเสมอ หลายจังหวัดมีคลินิกเยาวชนและบริการแบบ one-stop ที่เน้นความเป็นมิตร และลดการตีตรา
มองไปข้างหน้า, โอกาสยุติเอดส์ยังมี แต่ต้องผ่านด่านเยาวชน
ประเทศไทยลงทุนงบภายในประเทศต่อเนื่อง และตั้งเป้าลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ต่ำกว่า 1,000 รายต่อปีภายในปี 2573 อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อที่เพิ่มในเยาวชนยังเป็นอุปสรรคใหญ่ เพราะยังมีทั้งการตีตรา ความรู้เรื่องเพศที่ไม่ครอบคลุม และการเข้าถึง PrEP ที่ยังไม่ทั่วถึง
ภาครัฐจึงผลักดันให้เพิ่มการให้ความรู้ ทำแคมเปญสื่อสารที่เข้าถึงเยาวชน และผูกบริการสุขภาพเข้ากับชีวิตจริงมากขึ้น เมื่อใช้เครื่องมือที่มีอยู่ เช่น PrEP และ ART (เมื่อรักษาจน viral load ตรวจไม่พบ โอกาสแพร่เชื้อแทบเป็นศูนย์) เป้าหมายการยุติเอดส์ในฐานะภัยคุกคามด้านสาธารณสุขก็ยังเป็นไปได้
สุดท้ายแล้ว ทุกคนช่วยกันได้ด้วยการตรวจ ใช้การป้องกัน และเข้ารับบริการที่มีให้ฟรี เพราะเอชไอวีป้องกันได้ เมื่อรู้ให้พอและทำให้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าเศร้า! หญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายถูกรถกระบะชนขณะข้ามถนน
สุขภาพและการแพทย์ Health
แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดยนายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง จากกรมควบคุมโรค และนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา จากกรมอนามัย เป้าหมายหลักคือการตรวจสอบกรณีที่มีการพบสารหนูเจือปนอยู่ในแม่น้ำสาย การทำงานครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของชาวบ้านอย่างเร่งด่วน
ทีมงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นำโดยนายแพทย์เอกชัย คำลือ ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มกำลัง เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูสถานการณ์จริงที่บริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน จากนั้นคณะทำงานได้แบ่งกลุ่มกันไปเยี่ยมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ เพื่อเริ่มขั้นตอนการดูแลประชาชนตามแผนที่วางไว้
ประเด็นสำคัญ
- การเฝ้าระวังเชิงรุก: เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงลงพื้นที่แม่สาย เพื่อจัดการปัญหาสารหนูในแม่น้ำสายอย่างเร่งด่วน
- การตรวจสุขภาพเชิงลึก: มีการตรวจปัสสาวะชาวบ้านเพื่อหาสารหนู พร้อมวางแผนเฝ้าระวังต่อเนื่องถึง 5 ปี
- การคุมเข้มน้ำดื่มน้ำใช้: เจ้าหน้าที่เร่งตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและตู้น้ำหยอดเหรียญ เพื่อให้ชาวบ้านใช้น้ำได้อย่างปลอดภัย
คณะทำงานจาก กรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองสุขภาพของประชาชนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย เจ้าหน้าที่ได้ซักประวัติและประเมินความเสี่ยงของชาวบ้านที่อาจสัมผัสกับสารหนูในสิ่งแวดล้อม มีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อนำไปตรวจหาปริมาณสารหนูอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้และคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ชาวบ้านรู้วิธีป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงต่างๆ
เพื่อการดูแลที่ยั่งยืน กรมควบคุมโรคได้กำหนดแผนการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง แผนงานนี้มีระยะเวลาดำเนินการถึง 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ถึง 2572 ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสุขภาพจะถูกนำมาใช้เพื่อวางแผนการดูแลรักษาระยะยาว หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ระบบจะส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์ทันที
การเข้ารับการตรวจคัดกรองในครั้งนี้ เป็นเพียงมาตรการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มาตรวจจะมีสารหนูในร่างกายเกินมาตรฐาน หน่วยงานสาธารณสุขต้องการข้อมูลที่แท้จริงเพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงภาพรวม การทำงานแบบนี้ช่วยให้ชาวบ้านอุ่นใจได้ว่า พวกเขาจะไม่ถูกทอดทิ้งและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
คุมเข้มคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคในชุมชน
ในเวลาเดียวกัน คณะทำงานจากกรมอนามัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำกินน้ำใช้ในหลายจุดที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย บ้านสันมานะ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะช้าง มีการเก็บตัวอย่างน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญและระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อนำไปตรวจหาสารหนูและสารปนเปื้อนอื่นๆ อย่างละเอียด
กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้นำชุมชนและประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ได้อธิบายถึงวิธีการจัดการน้ำสะอาดและแนวทางการใช้น้ำอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน การสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ช่วยลดความกังวลของชาวบ้านลงได้มาก ทำให้ทุกคนรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อต้องใช้น้ำในพื้นที่
นอกจากนี้ การสนับสนุนทางวิชาการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เจ้าหน้าที่ได้สอนวิธีการตรวจสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้นให้กับคนในพื้นที่ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน จะช่วยให้การเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
วางแผนระยะยาวเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน คณะทำงานยังมีกำหนดการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามระบบเฝ้าระวังและวางแผนการส่งต่อผู้ป่วย หากตรวจพบว่ามีชาวบ้านที่มีปริมาณสารหนูในร่างกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน โรงพยาบาลจะต้องพร้อมให้การดูแลและรักษาอย่างทันท่วงที
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน การบูรณาการความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย และเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การทำงานที่เป็นระบบจะช่วยให้การเฝ้าระวังสุขภาพและการตรวจสอบคุณภาพน้ำดำเนินไปอย่างราบรื่น
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานรัฐที่มีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายเตือนภัยสารหนูพุ่ง 28 เท่า
ด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม
สุขภาพและการแพทย์ Health
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย ได้จัดงานมหกรรมสุขภาพครั้งใหญ่แห่งปี งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sriburin Health Expo 2026 THE Health Experience 2026” โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย งานสำคัญนี้มาพร้อมแนวคิด “Discover Your Health. Design Your Future.” ซึ่งเน้นย้ำถึงการออกแบบสุขภาพที่ดีเพื่ออนาคตของคุณ
นพ.อิทธิพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และโรบินสัน เชียงราย เข้าร่วมด้วย รวมถึงสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงรายก็มาร่วมทำข่าวในงานนี้อย่างคับคั่ง
ประเด็นสำคัญ:
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จัดงานแฟร์สุขภาพยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัล เชียงราย เพื่อรณรงค์การดูแลตัวเอง
- ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพเฉพาะทางและให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ประชาชนที่สนใจสามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
ไฮไลท์กิจกรรมและการตรวจสุขภาพเฉพาะทาง
ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมาร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิด มีทั้งการตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจกระดูกและข้อ รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหาการนอนหลับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชาวเชียงรายรู้เท่าทันโรคและสามารถป้องกันได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Doctor Talk ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับความรู้กลับไปดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
วางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม
การส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือเป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษมาให้เลือกมากมาย แพ็กเกจเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสมาร่วมงานที่เซ็นทรัลเชียงราย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณยังสามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นนี้ได้โดยตรงที่โรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้จองยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: งาน Sriburin Health Expo 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่?
A: งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
Q: สามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ถึงวันไหน?
A: สามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ โดยตรง
Q: มีการตรวจสุขภาพด้านใดบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้?
A: มีการให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น สุขภาพหัวใจ กระดูกและข้อ ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
สุขภาพและการแพทย์ Health
สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม
ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริมสุขภาพจาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน
โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย
มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของขวัญที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

