เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านบ้านดู จังหวัดเชียงราย ประท้วงโรงเผาขยะที่ตั้งอยู่กลางป่าชุมชนของพวกเขา
เชียงราย – ป่าชุมชนหมู่บ้านโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย กลายเป็นจุดรวมตัวของชาวบ้านราว 250 คน ที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้างโรงเผาขยะในพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่…
เชียงราย – ป่าชุมชนหมู่บ้านโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย กลายเป็นจุดรวมตัวของชาวบ้านราว 250 คน ที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้างโรงเผาขยะในพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ หลังทราบว่าเทศบาลตำบลบ้านดู่มีแผนใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดกำจัดขยะมูลฝอยระยะยาว 30 ปี
ชาวบ้านกังวลว่าหากมีโรงเผาขยะเกิดขึ้นจริง จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ถึง 7 หมู่บ้าน ทั้งเรื่องภูมิทัศน์ธรรมชาติที่ต้องหายไป กลิ่นเหม็นจากขยะ ควันเผาไหม้ ปัญหาสุขภาพ และน้ำเสียที่อาจไหลลงสู่พื้นที่การเกษตรและแหล่งน้ำของชุมชน
รวมตัวหน้าป่าชุมชน ยืนยัน “ไม่เอาโรงเผาขยะ”
เช้าวันที่ 15 ธ.ค. ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านในตำบลบ้านดู่ รวมตัวกันที่ป่าชุมชนหมู่บ้านโป่งพระบาท หมู่ 6 เพื่อแสดงจุดยืนไม่เอาโรงเผาขยะ โดยมีตัวแทนชุมชนขึ้นกล่าวปราศรัยและเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่
แกนนำที่ร่วมพูดคุยกับชาวบ้าน ประกอบด้วย นายจักรกฤษ กองสุเรือง ผู้ใหญ่บ้านโป่งพระบาท, นายสัญญา วงษ์สร้อยสน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านดู่ และนายสิงห์คำ มโนหาญ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านดู่ ซึ่งต่างออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับชาวบ้านว่า พื้นที่ป่าชุมชนควรอยู่กับคนในชุมชน ไม่ใช่กลายเป็นแหล่งกำจัดขยะ

ชาวบ้านโวย ไม่เคยมีประชาพิจารณ์ ไม่เคยชี้แจงโครงการ
นายจักรกฤษระบุว่า เรื่องการนำป่าชุมชนไปใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ไม่เคยมีการจัดประชาพิจารณ์ หรือประชุมชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจรายละเอียดโครงการเลยสักครั้ง
ชาวบ้านหลายคนเพิ่งมาทราบเรื่อง เมื่อเห็นป้ายของเทศบาลที่ติดประกาศในพื้นที่ ว่ากรมป่าไม้อนุญาตให้ใช้ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำสถานที่กำจัดขยะเป็นเวลา 30 ปี ทำให้เกิดความกังวลว่าทางเทศบาลอาจเดินหน้าโครงการและจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว โดยที่คนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจ
กังวลกระทบ 7 หมู่บ้าน ทั้งกลิ่นเหม็น ภูมิทัศน์ และสุขภาพ
ชาวบ้านชี้ว่า หากมีโรงคัดแยกและเผาขยะในบริเวณนี้จริง ผลกระทบจะลามไปถึง 7 หมู่บ้านในตำบลบ้านดู่ ได้แก่ หมู่ 1, 2, 5, 6, 13, 14 และ 18 เนื่องจากป่าชุมชนโป่งพระบาทตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านมาก
ผลกระทบที่ชาวบ้านกลัวมากที่สุด คือ
- ภูมิทัศน์ธรรมชาติของป่าชุมชนหายไป
- กลิ่นเน่าเหม็นของขยะรบกวนตลอดวัน
- ควันเผาไหม้ที่อาจมีสารพิษสะสมในร่างกาย
- ปัญหาสุขภาพของคนแก่ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
- น้ำเสียจากการจัดการขยะปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ
หลายครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่า ชุมชนเคยเผชิญปัญหาขยะลักลอบทิ้งมาก่อน จึงไม่อยากกลับไปเจอสภาพเดิมซ้ำอีก

ป่าชุมชนถูกตั้งขึ้น เพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งขยะ
นายจักรกฤษอธิบายว่า ที่ผ่านมาเคยมีคนนอกพื้นที่ลักลอบนำขยะเข้ามาทิ้งในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงร่วมกันหาทางออกด้วยการขอจัดตั้งเป็น “ป่าชุมชน” เพื่อให้มีฐานะทางกฎหมาย และใช้เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครนำขยะมาทิ้งอีก
การจัดตั้งป่าชุมชนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการอนุรักษ์ป่า แต่เป็นความพยายามของชาวบ้านที่จะปกป้องพื้นที่ต้นน้ำ และคุณภาพชีวิตของคนทั้ง 7 หมู่บ้านในระยะยาว ชาวบ้านจึงยิ่งรับไม่ได้เมื่อรู้ว่า พื้นที่ที่ช่วยกันรักษา กลับถูกกำหนดให้เป็นที่รองรับขยะ
เรียกร้องให้ทำประชามติ ให้คนในพื้นที่ตัดสินอนาคตป่า
นายจักรกฤษมองว่า เรื่องใหญ่ระดับนี้ควรให้ชาวบ้านทั้ง 7 หมู่บ้านมีสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกัน เขาเสนอให้จัดทำประชามติในพื้นที่ ว่าคนส่วนใหญ่ “ยอมรับ” หรือ “ไม่ยอมรับ” โรงคัดแยกและเผาขยะในป่าชุมชน
เขาย้ำว่า คนที่อยู่กับพื้นที่ทุกวัน เป็นกลุ่มที่ต้องรับผลกระทบโดยตรง จึงควรมีสิทธิ์กำหนดอนาคตของป่าและชุมชนตัวเองอย่างแท้จริง
อดีตผู้บริหารเทศบาลเผย เคยมีผลวิจัยชี้แล้วว่าไม่เหมาะ
ด้านนายสิงห์คำ มโนหาญ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านดู่ เล่าย้อนว่า ปัญหาเรื่องการใช้พื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้เพื่อกำจัดขยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2559 ตอนที่ตนยังทำงานในฝ่ายบริหารของเทศบาล
ในช่วงนั้น เทศบาลได้ยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ เพื่อวางแผนเป็นสถานที่กำจัดขยะของตำบล ต่อมาในปี 2561 มีการทำวิจัยประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ แต่ผลการศึกษาออกมาว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะกับการใช้เป็นแหล่งกำจัดขยะ
เมื่อสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านในช่วงนั้น ก็พบว่าไม่มีใครเห็นชอบให้ใช้พื้นที่นี้สร้างโรงกำจัดหรือเผาขยะเช่นกัน

เส้นเวลา “ป่าชุมชน” กับ “สถานที่กำจัดขยะ” ห่างกันแค่ 10 เดือน
จากข้อมูลรายงานข่าว พบว่า ป่าชุมชนหมู่บ้านโป่งพระบาทได้รับการจัดตั้งเป็นป่าชุมชน ตามคำร้องขอของชาวบ้านเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2568
ต่อมาในปีเดียวกัน เทศบาลตำบลบ้านดู่ได้ยื่นคำขอใช้พื้นที่เดียวกันไปยังกรมป่าไม้ เพื่อกำจัดขยะมูลฝอย และได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2568 ห่างจากวันจัดตั้งป่าชุมชนเพียง 10 เดือนเท่านั้น
ในปัจจุบัน เทศบาลได้นำป้ายไปติดไว้ในพื้นที่ ระบุข้อความว่า
“กรมป่าไม้อนุญาตให้เทศบาลตำบลบ้านดู่ เข้าทำประโยชน์ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยนางแล ป่าดอยยาว และป่าดอยพระบาท ท้องที่ตำบลบ้านดู่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่กำจัดขยะมูลฝอย เนื้อที่ 15 ไร่ 6 งาน 23 ตารางวา ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2568 จนถึงวันที่ 10 ก.ย. 2598”
หลังจากติดป้ายได้ไม่นาน มีคนนำสีไปพ่นและขีดเขียนทับข้อความ พร้อมทำเครื่องหมายกากบาทพร้อมคำว่า “ไม่เอาขยะ” แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ชุมชนไม่ยอมรับโครงการนี้
แกนนำชุมชนเตรียมยื่นเรื่องต่อหน่วยงานระดับชาติ
แกนนำชาวบ้านแนะนำให้ชุมชนรวมตัวกันยื่นหนังสือคัดค้านต่อหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมาธิการ วุฒิสภา และหน่วยงานที่ยังมีอำนาจตรวจสอบนโยบายของรัฐ แม้ในช่วงที่สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ
เป้าหมายของการยื่นหนังสือ คือทำให้เสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่ในทั้ง 7 หมู่บ้าน ถูกส่งต่อไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้การจัดการพื้นที่ป่าชุมชนโป่งพระบาท เดินไปตามความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่ถูกกำหนดจากเอกสารอนุญาตเพียงไม่กี่ฉบับ
ชาวบ้านจำนวนมากยังยืนยันว่า ป่าชุมชนแห่งนี้คือ “พื้นที่ชีวิต” ของคนทั้งตำบลบ้านดู่ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ว่างสำหรับกำจัดขยะของเมืองเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย – หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญในจังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลายโรงเรียนในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษาจังหวัดเชียงรายได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ: นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ: เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด: เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

