เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเพิ่มมาตรการควบคุมการจราจรบนท้องถนน หลังมีผู้เสียชีวิต 337 รายในรอบ 10 เดือน
เชียงราย – ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 หลังตัวเลขล่าสุดสะท้อนปัญหาเงียบที่เกิดขึ้นบนถนนในพื้นที่ตลอดปี 2025 โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี มีอุบัติเหตุจำนวนมาก บาดเจ็บสาหัส…
เชียงราย – ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 หลังตัวเลขล่าสุดสะท้อนปัญหาเงียบที่เกิดขึ้นบนถนนในพื้นที่ตลอดปี 2025 โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี มีอุบัติเหตุจำนวนมาก บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตเฉลี่ยมากกว่า 1 คนต่อวัน
รูปแบบพฤติกรรมเสี่ยงยังคงวนอยู่ในวงจรเดิม คือ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก
จากสถานการณ์นี้ ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย">จังหวัดเชียงรายจึงดึงพลังจากชุมชนให้ขึ้นมาอยู่ด่านหน้าในการป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยร่วมงานผ่านผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และอสม. ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในช่วง “7 วันควบคุมเข้มข้น” ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026
เป้าหมายระยะยาวถูกวางไว้อย่างชัดเจน คือ “เชียงราย เมืองปลอดภัยทุกเทศกาล”
จุดเริ่มต้นในเชียงราย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ห้องธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 2/2568
ที่ประชุมได้ทบทวนสถานการณ์ปัจจุบัน และกำหนดทิศทางมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 ตามรายงานของนครเชียงราย
รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดเชียงราย ช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคม 2025 พบว่า
- เกิดอุบัติเหตุรวม 1,962 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 10 เดือน
- มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1,682 ราย
- มีผู้เสียชีวิต 337 ราย
เมื่อเฉลี่ยออกมา เท่ากับว่ามีคนเสียชีวิตบนถนนเชียงรายมากกว่าวันละ 1 คนเกือบทุกวัน
เมื่อลงลึกไปที่ข้อมูล จะเห็นภาพชัดขึ้นทั้งในมิติรูปแบบและปัญหาระยะยาว
- ร้อยละ 75.08 ของผู้ประสบอุบัติเหตุ เป็นคนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเดียวกับจุดเกิดเหตุ
- กลุ่มอายุที่ประสบอุบัติเหตุสูงสุด คือ 20 ถึง 29 ปี คิดเป็นร้อยละ 20.06 สะท้อนความเสี่ยงของคนวัยทำงานตอนต้น
- ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด คือ 18.01 ถึง 21.00 น. คิดเป็นร้อยละ 21.20 ตรงกับช่วงเลิกงาน สังสรรค์ และเดินทางกลับบ้าน
- รถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้อยละ 86.61 หรือเกือบ 9 ใน 10 เหตุการณ์
- ประมาณร้อยละ 90 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไม่ได้ใช้เครื่องป้องกันภัย เช่น หมวกกันน็อก
ด้านพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงรายมีจำนวนอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตสูงที่สุด เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ร้อยละ 49.12 รองลงมาคือถนนขององค์การบริหารส่วนตำบลและถนนหมู่บ้าน ร้อยละ 33.22
ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่า ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ถนนสายหลักระดับประเทศ ถนนท้องถิ่นที่เชื่อมหมู่บ้านและชุมชนก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
เมื่อเห็นตัวเลขทั้งหมดบนโต๊ะ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ความปลอดภัยทางถนนในเชียงรายไม่ใช่เรื่อง “เทศกาล” เท่านั้น แต่เป็นโจทย์ตลอดทั้งปีที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ช่วงปีใหม่ 2026 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมให้เข้มข้นขึ้น
โฟกัสพฤติกรรมเสี่ยง
ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย ชี้ให้เห็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ 3 เรื่องสำคัญ คือ
- ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 62.91
- ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.73
- ตัดหน้าหรือเลี้ยวกะทันหัน ร้อยละ 23.14
เมื่อเชื่อมโยงสาเหตุเหล่านี้เข้ากับกลุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่อายุ 20 ถึง 29 ปี ภาพรวมยิ่งชัดขึ้น
หลายคนรู้สึกคุ้นเคยกับถนนในชุมชนของตัวเองเป็นอย่างดี รู้ทุกโค้ง ทุกทางแยก จึงกล้าเสี่ยงมากขึ้น การดื่มสังสรรค์ในหมู่บ้านเป็นเรื่องปกติ การไม่สวมหมวกกันน็อกกลายเป็น “ภาพชินตา” มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
รถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้อยละ 86.61 เป็นยานพาหนะหลักของคนเชียงราย ทั้งในเขตเมืองและชนบท
ชาวบ้านใช้รถจักรยานยนต์แทบทุกเรื่อง ทั้งไปทำงาน ไปไร่ไปนา ไปตลาด ไปหาเพื่อน หรือร่วมกิจกรรมในหมู่บ้าน
ในบริบทแบบนี้ การไม่สวมหมวกกันน็อกจึงไม่ใช่แค่การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร แต่กลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสในทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
ช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง 18.01 ถึง 21.00 น. เป็นช่วงที่คนจำนวนมากกำลังเปลี่ยนจากโหมดทำงานไปสู่การพักผ่อน ออกไปกินข้าว พบเพื่อน หรือขับรถกลับจากสวนไร่นา ในหลายพื้นที่ของเชียงราย ช่วงนี้ยังเป็นเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมบันเทิงยามค่ำ
เมื่อการขับรถในสภาพแสงน้อย ถนนมืด และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ความเสี่ยงก็พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพรวมความปลอดภัยทางถนนในเชียงราย
แม้ข้อมูลชุดนี้จะเป็นของจังหวัดเชียงรายโดยตรง แต่รูปแบบปัญหาคล้ายกับอีกหลายจังหวัดภาคเหนือที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยว
พื้นที่เหล่านี้มีทั้งเส้นทางของกรมทางหลวง ถนนเชื่อมหมู่บ้าน และการเดินทางของคนในพื้นที่สลับกับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอด โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งภูมิภาค
อำเภอเมืองเชียงรายที่มีอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตสูงสุด เป็นศูนย์กลางของทั้งจังหวัด ทั้งด้านราชการ การค้า การบริการ และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่อำเภอรอบนอกและจังหวัดใกล้เคียง
ข้อเท็จจริงที่ว่าอุบัติเหตุรุนแรงส่วนใหญ่เกิดบนถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ทำให้เห็นชัดว่า ปัญหาความปลอดภัยไม่ได้อยู่แค่ปลายทางบนถนนหมู่บ้านเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่เส้นทางสายหลักที่รองรับการเดินทางของทั้งภูมิภาค
ในขณะเดียวกัน ร้อยละ 75.08 ของผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นคนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเดียวกับที่เกิดเหตุ
ข้อมูลตรงนี้ทำให้ที่ประชุมย้ำว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมต้องเริ่มจากระดับชุมชน ครอบครัว และหมู่บ้าน ไม่สามารถหวังพึ่งเพียงการกวดขันจากหน่วยงานภายนอก
แปลงนโยบายระดับชาติให้เข้ากับบริบทเชียงราย
ในการประชุมครั้งนี้ จังหวัดเชียงรายได้นำทิศทางจากคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 มาใช้เป็นกรอบ แล้วปรับให้สอดคล้องกับสภาพจริงของพื้นที่
หัวใจคือการผสาน “กลไกชุมชน” เข้ากับ “การควบคุมเข้มบนเส้นทางหลัก”
แนวทางสำคัญที่ที่ประชุมเห็นชอบ ได้แก่
ให้ผู้นำชุมชนเป็นหัวขบวน
ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำชุมชน และอสม. จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการลดพฤติกรรมเสี่ยง
กลุ่มนี้จะช่วยสื่อสาร เตือน และย้ำกับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผ่านการประชุมหมู่บ้าน งานชุมชน และช่องทางสื่อสารท้องถิ่นที่คนเชื่อถือและติดตามอยู่แล้ว
จับตาการเดินทางแบบเหมารถเป็นกลุ่ม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจรถรับจ้างไม่ประจำทางที่มีการเช่าเหมาสำหรับเดินทางเป็นหมู่คณะช่วงเทศกาล เช่น รถตู้ รถมินิบัส และรถเช่าเหมาคันประเภทต่าง ๆ
กลุ่มรถเหล่านี้อาจมีคนขับที่ไม่คุ้นเส้นทางในเชียงราย หรือสภาพรถอาจไม่พร้อมใช้งาน หากเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว ความสูญเสียอาจสูงในทันทีจากจำนวนผู้โดยสารทั้งคัน
สื่อสารตรงกับครอบครัวและหัวหน้าครัวเรือน
จังหวัดจะทำงานผ่านหัวหน้าครอบครัวและผู้นำชุมชน เพื่อพูดคุยเรื่องผลกระทบจริงของการดื่มแล้วขับ การไม่สวมหมวกกันน็อก และการฝ่าฝืนกฎจราจร
สารที่ใช้จะเชื่อมโยงให้เห็นผลต่อคนในบ้าน ทั้งเรื่องชีวิต สุขภาพระยะยาว และภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมา
มาตรการเหล่านี้ตั้งเป้าสร้าง “แรงกดดันทางสังคมเชิงบวก” ให้การขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และขี่รถไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ทุกคนอยากให้คนในครอบครัวเดินทางไปกลับอย่างปลอดภัย
ช่วง 7 วันควบคุมเข้มงวด
สำหรับเทศกาลปีใหม่ 2026 จังหวัดเชียงรายกำหนดการทำงานหลัก 2 ระยะ คือ
- ระยะรณรงค์และสื่อสารประชาสัมพันธ์
- ระยะ 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026
ในทางปฏิบัติ ช่วง 7 วันนี้จำเป็นต้องมีการประสานงานใกล้ชิดทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ อปท. ไปจนถึงชุมชน โดยเน้นงานสำคัญ เช่น
- ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าผ่านช่องทางสื่อสารในชุมชน
- เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นที่ใช้รถจักรยานยนต์
- ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับจุดเสี่ยงบนถนนของกรมทางหลวง และถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลและหมู่บ้าน
แต่ละพื้นที่สามารถออกแบบกิจกรรมและมาตรการย่อยให้เหมาะกับของตัวเองได้ แต่ในปีนี้จังหวัดวางแนวคิดร่วมกันว่า “ชุมชนต้องมาก่อน” และใช้ “ข้อมูลอุบัติเหตุจริง” เป็นตัวชี้นำการทำงาน
ทีมปฏิบัติจะวิเคราะห์จุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ช่วงเวลาที่อุบัติเหตุพุ่งสูง และกลุ่มอายุที่เสี่ยงที่สุด เพื่อนำทรัพยากรที่มีจำกัดไปใช้ให้เกิดผลสูงสุด
จากตัวเลขสู่โจทย์เชิงโครงสร้าง
สถิติอุบัติเหตุในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 ในเชียงราย ไม่ได้เป็นเพียงการนับจำนวนเหตุการณ์ แต่ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ
วัฒนธรรมรถจักรยานยนต์ที่ขาดนิสัยสวมหมวกกันน็อก
รถจักรยานยนต์กลายเป็นยานพาหนะหลักของคนเชียงราย แต่การสวมหมวกกันน็อกยังไม่ใช่วิถีปกติในชีวิตประจำวันของหลายคน
ตัวเลขที่ระบุว่า ร้อยละ 90 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไม่ได้ใช้เครื่องป้องกันภัย บอกได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เพียงปัญหาทางกฎหมาย แต่เกี่ยวข้องกับทัศนคติ ความเคยชิน และสิ่งที่สังคมในพื้นที่ยอมรับร่วมกัน
ความเปราะบางของคนอายุ 20 ถึง 29 ปี
กลุ่มวัย 20 ถึง 29 ปี เป็นกำลังสำคัญของตลาดแรงงานในจังหวัด แต่กลับเป็นกลุ่มที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงที่สุด
ทุกครั้งที่คนวัยนี้เสียชีวิตหรือพิการจากอุบัติเหตุ ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่กับครอบครัว แต่ยังสะเทือนต่อกำลังคนของจังหวัด และทิศทางการพัฒนาระยะยาว
คนในพื้นที่กับถนนที่คุ้นเคย
ผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ในอำเภอเดียวกับจุดเกิดเหตุ
ข้อมูลนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงอยู่บนถนนที่ใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ถนนสายไกลหรือเส้นทางท่องเที่ยว การแก้ปัญหาจึงไม่อาจพึ่งแต่คำสั่งระดับชาติ จำเป็นต้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาท ตรวจสอบ และเตือนกันเองในระดับหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ความคุ้นชินกับถนนแปรเปลี่ยนเป็นความประมาทที่อันตรายถึงชีวิต
ในภาพรวม การที่เชียงรายเลือกนำกรอบนโยบายระดับประเทศมาปรับให้เป็นมาตรการที่ขับเคลื่อนผ่านชุมชน นับเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากเดิมที่เน้นงานบนถนนสายหลัก มาสู่การเริ่มต้นที่หน้าบ้านและในหมู่บ้านของคนในพื้นที่เอง
เชียงราย เมืองปลอดภัยทุกเทศกาล
การทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนช่วงปีใหม่ 2026 ของเชียงราย ไม่ได้มุ่งแค่ผ่านพ้น “7 วันอันตราย” แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระยะยาว ที่จะขยับไปสู่การเป็นเมืองที่ปลอดภัยในทุกเทศกาล
ถ้ามาตรการที่วางไว้ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มวัย 20 ถึง 29 ปีที่ใช้รถจักรยานยนต์ หากมีคนสวมหมวกกันน็อกเพิ่มขึ้น การดื่มแล้วขับลดลง และการใช้ความเร็วบนถนนสายหลักและถนนชุมชนลดลง จังหวัดก็มีโอกาสเห็นตัวเลขอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะไม่เกิดจากคำสั่งทางราชการหรือมติที่ประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ขับขี่ทุกคนในทุกครั้งที่สตาร์ทรถ
การสวมหมวกกันน็อก การปฏิเสธเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ การไม่ขับเร็วเกินสมควร และการเคารพป้ายจราจรรวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่น เป็นการเลือกที่ดูเรียบง่าย แต่ส่งผลมหาศาลต่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง
เมื่อใกล้ถึงช่วงปีใหม่ 2026 คำถามที่สำคัญสำหรับเชียงรายอาจไม่ใช่แค่ว่าจะตั้งด่านตรวจจุดไหนบ้าง แต่คือ แต่ละคนจะช่วยให้คนในครอบครัวและคนในชุมชนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและครบถ้วนได้อย่างไรในทุกการเดินทาง
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

