เชียงราย - Chiang Rai News
เจ้าหน้าที่เข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญ จ.เชียงราย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่เชียงรายสั่งเก็บตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญจากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านเกมทั่วจังหวัด เพื่อตัดโอกาสเด็กเรียนรู้พฤติกรรมคล้ายการพนันที่แฝงมาในรูปแบบความสนุก ตู้คีบตุ๊กตาที่พบเห็นกันบ่อยในสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัว…
เชียงราย – เจ้าหน้าที่เชียงรายสั่งเก็บตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญจากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านเกมทั่วจังหวัด เพื่อตัดโอกาสเด็กเรียนรู้พฤติกรรมคล้ายการพนันที่แฝงมาในรูปแบบความสนุก
ตู้คีบตุ๊กตาที่พบเห็นกันบ่อยในสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัว มักล่อตาล่อใจด้วยของเล่นและแสงสี รวมถึงเสียงเพลงสดใส แม้ดูเหมือนสนุกปลอดภัย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเล่นรูปแบบนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับการพนันตั้งแต่เล็ก
คำสั่งให้ถอนตู้เกิดขึ้นหลังหลายครอบครัวร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด โดยแนวทางนี้เหมือนกับที่จังหวัดอื่นในไทยใช้จัดการตู้เกมที่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย “ตู้พวกนี้ไม่ใช่ของเล่น เด็กถูกชักจูงให้เสี่ยงโชค” พ.ต.อ. สมศักดิ์ พรมมา รองผู้กำกับ สภ.เมืองหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย ย้ำระหว่างแถลงข่าว ระบุมีผู้ปกครองมากมายแจ้งความเป็นห่วง เด็กใช้เงินค่าขนมหรือเงินเก็บเล่นซ้ำจนแทบไม่ได้รางวัล เรียกร้องเจ้าหน้าที่ดำเนินการเร็วเพื่อดูแลอนาคตเด็กไทย
ปัจจุบันมีตู้คีบประมาณ 150 เครื่องรอถอดออกจากจุดต่างๆ เช่น เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงรายและตลาดกลางคืน เจ้าหน้าที่และทีมสวัสดิการเด็กเริ่มเข้ายึดตู้ตั้งแต่วันจันทร์แล้ว โดยบางร้านถูกยึดมากถึง 42 ตู้
โทษปรับและคุกสำหรับผู้ฝ่าฝืน
เจ้าของเครื่องต้องเคลื่อนย้ายตู้ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นจะต้องเสียค่าปรับเครื่องละ 2,000 บาท หรืออาจถึงขั้นถูกจำคุก บางผู้ประกอบการเปิดใจว่าไม่รู้ว่าตู้เหล่านี้ผิดกฎ มีแต่คิดว่าเป็นแค่เกมสนุก “เอาออกดีกว่า เดี๋ยวมีปัญหา” ผู้จัดการห้างคนหนึ่งกล่าว
ตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ.2478 ของไทย ตู้คีบตุ๊กตาถูกจัดว่าเป็นอุปกรณ์การพนันที่ผิดกฎหมาย เอกสารแนบท้ายระบุชัดว่าเป็นการแข่งขันผลประโยชน์ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของตู้ เกมที่ใช้เงินเพื่อความเสี่ยงผลลัพธ์ไม่แน่นอนถือเป็นการพนัน ค่าหยอดแต่ละครั้งตั้งแต่ 10 ถึง 100 บาทโดยไม่มีรางวัลแน่นอน ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในปี 2547 ว่าตู้คีบฯ เปรียบได้กับตู้สล็อต เป็นเครื่องมือพนันที่เปิดให้สาธารณชน
แต่ที่ผ่านมาขั้นตอนบังคับใช้กฎหมายกลับไม่เด็ดขาด กระทรวงมหาดไทยเคยออกหนังสือสั่งห้ามออกใบอนุญาตตู้คีบตั้งแต่ปี 2549 ไทยเองเข้มงวดกับการพนันทุกรูปแบบ ยกเว้นลอตเตอรี่ของรัฐกับสนามม้า ปี 2563 กลุ่มเยาวชนเคลื่อนไหวเรื่องนี้สำเร็จสำรวจตู้กว่า 1,300 เครื่องใน 75 ห้างจาก 10 จังหวัด จนต้องออกคำสั่งห้ามอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ตู้เหล่านี้ก็กลับมาอีกหลังยุคโควิดโดยอาศัยจังหวะธุรกิจท่องเที่ยวฟื้น ที่เชียงรายปัญหาเงียบอยู่นานกว่าจะมีเสียงจากผู้ปกครอง
พิษตู้คีบตุ๊กตาต่อเด็ก
ตู้คีบมีโครงสร้างล่อใจให้เล่นซ้ำ เด็กบางคนรู้สึกว่าเล่นมีฝีมือแต่สุดท้ายผลขึ้นกับดวง “เจ้าของตู้ตั้งค่าให้ตู้จ่ายรางวัลต่ำแค่ 10-20% ส่วนใหญ่แขนกลจะอ่อนแรงจนหยิบไม่ได้” ดร.เอเรีย คอสราวี โครงการป้องกันการพนันเยาวชน YMCA ชี้ เด็กๆ ถูกจูงด้วยโอกาสชนะเล็กๆ ส่วนมากปล่อยรางวัลตกนิดเดียว บีบให้ลองใหม่อีก กลไกนี้เหมือนที่ใช้ในตู้สล็อตของคาสิโน เด็กจำนวนไม่น้อยมั่นใจว่าหยอดอีกนิดต้องได้แน่
สำรวจของคณะกรรมการการพนันสหราชอาณาจักรในปี 2022 พบ 1 ใน 3 ของเด็กอายุ 11-16 ปีเคยเล่นพนันในรอบปี และกว่า 70% เคยสัมผัสตู้คีบตุ๊กตาก่อนการพนันแบบอื่น ในไทย กลุ่มรณรงค์เยาวชนไร้การพนันเชื่อว่ายิ่งเริ่มเล่นตู้คีบเร็ว ยิ่งเสี่ยงเล่นพนันจริงในวัยรุ่น มีเด็กจำนวนมากควักเงินจนหมดแล้วคิดว่าดวงไม่ดี
ปัญหาแบบนี้มีให้เห็นในพื้นที่ต่างๆในเชียงราย เช่น ที่เวียงชัย นางนงลักษณ์ ศรีสุข แม่เลี้ยงเดี่ยวบอกว่า ลูกชายอายุ 12 ปีเพิ่งเสียเงิน 500 บาทให้กับตู้คีบในห้างเมื่อเดือนก่อน “เขากลับมาบ้านร้องไห้ ขอเล่นต่ออีกบอกว่าเกือบจะได้อยู่แล้ว พวกนี้ไม่ใช่เกมนะ มันสอนให้เสียเงินเป็นการพนัน”
ครูในโรงเรียนบ้านวัดศรีโพเงิน เผยว่าเด็กหลายคนยอมไม่กินข้าวกลางวันหลังเสียเงินหมดกับตู้คีบ แบบสำรวจเครือข่ายผู้ปกครองเชียงรายชี้ 65% เห็นว่าตู้คีบเป็น “ภัยซ่อนเร้นต่อเด็ก”
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เช่น เจ้าของร้านเกม แย้งว่าตู้คีบช่วยฝึกสมาธิและประสานมือกับสายตา ไม่ต่างกับวีดีโอเกม ความเห็นทางกฎหมายจากเชียงใหม่ในปี 2565 ถึงกับเทียบตู้คีบเป็นเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ ไม่ใช่เครื่องพนัน แต่ทางการกลางไม่เห็นด้วย “ไม่มีทักษะจริงในเกมนี้ ทุกอย่างขึ้นกับดวงและธุรกิจ เราไม่ได้แบนความสนุก แต่แบนกลอุบาย” นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเยาวชนฯ กล่าว
เชียงรายไม่ได้ทำเดี่ยวๆ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ภูเก็ตเขตถลางสั่งปิดตู้คีบ 50 เครื่อง สุราษฎร์ธานียึดไปกว่า 50 ตู้ ส่วนที่นครศรีธรรมราชบุกทลายร้านที่ขายรางวัลไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าค่าปรับจะเล็กน้อยเทียบกับกำไร แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่ม นักจิตวิทยาเด็กแนะนำให้ผู้ปกครองคอยดูพฤติกรรมการเล่นของลูก พูดคุยเรื่องแพ้ชนะ และส่งเสริมเกมที่อาศัยทักษะพร้อมรางวัลแน่นอนแทน
เชียงรายเริ่มเดินหน้าคัดแยกเด็กออกจากอิทธิพลของตู้เสี่ยงโชคเหล่านี้ สำหรับอาร์มและเพื่อนๆ บทเรียนสำคัญคือ ของรางวัลมีค่าเพราะความพยายาม ไม่ใช่เดิมพันเงินซ้ำไปซ้ำมา การเดินหน้าครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของไทยในการดูแลยาวชนให้ปลอดภัยจากการพนัน เริ่มต้นที่ละเครื่องทีละจุด
ข่าวที่กำลังเป็นกระแส:
เหตุการณ์น่าเศร้า: ผู้รับเหมาอายุ 61 ปี โกรธจัด หึงหวง แทงผู้ช่วยพยาบาลสาวจนเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ









