เชียงราย - Chiang Rai News
เจ้าหน้าที่เข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญ จ.เชียงราย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่เชียงรายสั่งเก็บตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญจากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านเกมทั่วจังหวัด เพื่อตัดโอกาสเด็กเรียนรู้พฤติกรรมคล้ายการพนันที่แฝงมาในรูปแบบความสนุก ตู้คีบตุ๊กตาที่พบเห็นกันบ่อยในสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัว…
เชียงราย – เจ้าหน้าที่เชียงรายสั่งเก็บตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญจากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านเกมทั่วจังหวัด เพื่อตัดโอกาสเด็กเรียนรู้พฤติกรรมคล้ายการพนันที่แฝงมาในรูปแบบความสนุก
ตู้คีบตุ๊กตาที่พบเห็นกันบ่อยในสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัว มักล่อตาล่อใจด้วยของเล่นและแสงสี รวมถึงเสียงเพลงสดใส แม้ดูเหมือนสนุกปลอดภัย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเล่นรูปแบบนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับการพนันตั้งแต่เล็ก
คำสั่งให้ถอนตู้เกิดขึ้นหลังหลายครอบครัวร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด โดยแนวทางนี้เหมือนกับที่จังหวัดอื่นในไทยใช้จัดการตู้เกมที่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย “ตู้พวกนี้ไม่ใช่ของเล่น เด็กถูกชักจูงให้เสี่ยงโชค” พ.ต.อ. สมศักดิ์ พรมมา รองผู้กำกับ สภ.เมืองตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย ย้ำระหว่างแถลงข่าว ระบุมีผู้ปกครองมากมายแจ้งความเป็นห่วง เด็กใช้เงินค่าขนมหรือเงินเก็บเล่นซ้ำจนแทบไม่ได้รางวัล เรียกร้องเจ้าหน้าที่ดำเนินการเร็วเพื่อดูแลอนาคตเด็กไทย
ปัจจุบันมีตู้คีบประมาณ 150 เครื่องรอถอดออกจากจุดต่างๆ เช่น เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงรายและตลาดกลางคืน เจ้าหน้าที่และทีมสวัสดิการเด็กเริ่มเข้ายึดตู้ตั้งแต่วันจันทร์แล้ว โดยบางร้านถูกยึดมากถึง 42 ตู้

โทษปรับและคุกสำหรับผู้ฝ่าฝืน
เจ้าของเครื่องต้องเคลื่อนย้ายตู้ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นจะต้องเสียค่าปรับเครื่องละ 2,000 บาท หรืออาจถึงขั้นถูกจำคุก บางผู้ประกอบการเปิดใจว่าไม่รู้ว่าตู้เหล่านี้ผิดกฎ มีแต่คิดว่าเป็นแค่เกมสนุก “เอาออกดีกว่า เดี๋ยวมีปัญหา” ผู้จัดการห้างคนหนึ่งกล่าว
ตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ.2478 ของไทย ตู้คีบตุ๊กตาถูกจัดว่าเป็นอุปกรณ์การพนันที่ผิดกฎหมาย เอกสารแนบท้ายระบุชัดว่าเป็นการแข่งขันผลประโยชน์ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของตู้ เกมที่ใช้เงินเพื่อความเสี่ยงผลลัพธ์ไม่แน่นอนถือเป็นการพนัน ค่าหยอดแต่ละครั้งตั้งแต่ 10 ถึง 100 บาทโดยไม่มีรางวัลแน่นอน ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในปี 2547 ว่าตู้คีบฯ เปรียบได้กับตู้สล็อต เป็นเครื่องมือพนันที่เปิดให้สาธารณชน
แต่ที่ผ่านมาขั้นตอนบังคับใช้กฎหมายกลับไม่เด็ดขาด กระทรวงมหาดไทยเคยออกหนังสือสั่งห้ามออกใบอนุญาตตู้คีบตั้งแต่ปี 2549 ไทยเองเข้มงวดกับการพนันทุกรูปแบบ ยกเว้นลอตเตอรี่ของรัฐกับสนามม้า ปี 2563 กลุ่มเยาวชนเคลื่อนไหวเรื่องนี้สำเร็จสำรวจตู้กว่า 1,300 เครื่องใน 75 ห้างจาก 10 จังหวัด จนต้องออกคำสั่งห้ามอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ตู้เหล่านี้ก็กลับมาอีกหลังยุคโควิดโดยอาศัยจังหวะธุรกิจท่องเที่ยวฟื้น ที่เชียงรายปัญหาเงียบอยู่นานกว่าจะมีเสียงจากผู้ปกครอง
พิษตู้คีบตุ๊กตาต่อเด็ก
ตู้คีบมีโครงสร้างล่อใจให้เล่นซ้ำ เด็กบางคนรู้สึกว่าเล่นมีฝีมือแต่สุดท้ายผลขึ้นกับดวง “เจ้าของตู้ตั้งค่าให้ตู้จ่ายรางวัลต่ำแค่ 10-20% ส่วนใหญ่แขนกลจะอ่อนแรงจนหยิบไม่ได้” ดร.เอเรีย คอสราวี โครงการป้องกันการพนันเยาวชน YMCA ชี้ เด็กๆ ถูกจูงด้วยโอกาสชนะเล็กๆ ส่วนมากปล่อยรางวัลตกนิดเดียว บีบให้ลองใหม่อีก กลไกนี้เหมือนที่ใช้ในตู้สล็อตของคาสิโน เด็กจำนวนไม่น้อยมั่นใจว่าหยอดอีกนิดต้องได้แน่
สำรวจของคณะกรรมการการพนันสหราชอาณาจักรในปี 2022 พบ 1 ใน 3 ของเด็กอายุ 11-16 ปีเคยเล่นพนันในรอบปี และกว่า 70% เคยสัมผัสตู้คีบตุ๊กตาก่อนการพนันแบบอื่น ในไทย กลุ่มรณรงค์เยาวชนไร้การพนันเชื่อว่ายิ่งเริ่มเล่นตู้คีบเร็ว ยิ่งเสี่ยงเล่นพนันจริงในวัยรุ่น มีเด็กจำนวนมากควักเงินจนหมดแล้วคิดว่าดวงไม่ดี
ปัญหาแบบนี้มีให้เห็นในพื้นที่ต่างๆในเชียงราย เช่น ที่เวียงชัย นางนงลักษณ์ ศรีสุข แม่เลี้ยงเดี่ยวบอกว่า ลูกชายอายุ 12 ปีเพิ่งเสียเงิน 500 บาทให้กับตู้คีบในห้างเมื่อเดือนก่อน “เขากลับมาบ้านร้องไห้ ขอเล่นต่ออีกบอกว่าเกือบจะได้อยู่แล้ว พวกนี้ไม่ใช่เกมนะ มันสอนให้เสียเงินเป็นการพนัน”
ครูในโรงเรียนบ้านวัดศรีโพเงิน เผยว่าเด็กหลายคนยอมไม่กินข้าวกลางวันหลังเสียเงินหมดกับตู้คีบ แบบสำรวจเครือข่ายผู้ปกครองเชียงรายชี้ 65% เห็นว่าตู้คีบเป็น “ภัยซ่อนเร้นต่อเด็ก”
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เช่น เจ้าของร้านเกม แย้งว่าตู้คีบช่วยฝึกสมาธิและประสานมือกับสายตา ไม่ต่างกับวีดีโอเกม ความเห็นทางกฎหมายจากเชียงใหม่ในปี 2565 ถึงกับเทียบตู้คีบเป็นเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ ไม่ใช่เครื่องพนัน แต่ทางการกลางไม่เห็นด้วย “ไม่มีทักษะจริงในเกมนี้ ทุกอย่างขึ้นกับดวงและธุรกิจ เราไม่ได้แบนความสนุก แต่แบนกลอุบาย” นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเยาวชนฯ กล่าว
เชียงรายไม่ได้ทำเดี่ยวๆ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ภูเก็ตเขตถลางสั่งปิดตู้คีบ 50 เครื่อง สุราษฎร์ธานียึดไปกว่า 50 ตู้ ส่วนที่นครศรีธรรมราชบุกทลายร้านที่ขายรางวัลไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าค่าปรับจะเล็กน้อยเทียบกับกำไร แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่ม นักจิตวิทยาเด็กแนะนำให้ผู้ปกครองคอยดูพฤติกรรมการเล่นของลูก พูดคุยเรื่องแพ้ชนะ และส่งเสริมเกมที่อาศัยทักษะพร้อมรางวัลแน่นอนแทน
เชียงรายเริ่มเดินหน้าคัดแยกเด็กออกจากอิทธิพลของตู้เสี่ยงโชคเหล่านี้ สำหรับอาร์มและเพื่อนๆ บทเรียนสำคัญคือ ของรางวัลมีค่าเพราะความพยายาม ไม่ใช่เดิมพันเงินซ้ำไปซ้ำมา การเดินหน้าครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของไทยในการดูแลยาวชนให้ปลอดภัยจากการพนัน เริ่มต้นที่ละเครื่องทีละจุด
ข่าวที่กำลังเป็นกระแส:
เหตุการณ์น่าเศร้า: ผู้รับเหมาอายุ 61 ปี โกรธจัด หึงหวง แทงผู้ช่วยพยาบาลสาวจนเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports6 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย


