เชียงราย - Chiang Rai News
เหมืองแร่ใหม่จากเมียนมาร์ก่อให้เกิดมลพิษในแหล่งน้ำของเชียงราย
เชียงราย – แม่น้ำสายและแม่น้ำรวกกำลังเผชิญวิกฤตสารพิษตกค้างอย่างหนัก หลังจากประเทศเมียนมาอนุญาตให้กลุ่มทุนเหมืองแร่กว่า 20 รายเข้ามาเปิดกิจการในจังหวัดท่าขี้เหล็ก การดำเนินการของเหมืองแร่เหล่านี้ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ และชุมชนในพื้นที่ชายแดนไทย
ปัญหาโลหะหนักปนเปื้อนในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่วที่พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน กำลังสร้างความกังวลให้กับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลจากนักวิชาการระบุชัดเจนว่า การนำเข้าแร่ธาตุเหล่านี้ผ่านด่านพรมแดนไทยมีปริมาณมหาศาลในแต่ละปี และตัวเลขดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
ประเด็นสำคัญ
- เมียนมาไฟเขียวให้เอกชนเปิดเหมืองแร่ทองคำ แมงกานีส และตะกั่ว รวมกว่า 20 แห่งในจังหวัดท่าขี้เหล็ก
- ไทยมีการนำเข้าแร่ตะกั่วและแมงกานีสผ่านด่านพรมแดนแม่สายและเชียงแสนนับหมื่นตันในแต่ละปี
- กรมควบคุมมลพิษของไทยกำลังเร่งติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ เพื่อเฝ้าระวังสารพิษปนเปื้อน
อุตสาหกรรมเหมืองแร่เฟื่องฟูในท่าขี้เหล็ก
ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเมียนมาแบ่งเป็น เหมืองทองคำ 12 แห่ง เหมืองแมงกานีส 6 แห่ง และเหมืองตะกั่ว 2 แห่ง แร่ธาตุจำนวนมหาศาลที่ขุดได้ส่วนใหญ่ถูกส่งออกผ่านประเทศไทยเป็นเส้นทางหลัก
สถิติจากด่านศุลกากรแม่สายแสดงให้เห็นถึงปริมาณการนำเข้าแร่ตะกั่วที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยในปีงบประมาณ 2567 มีการนำเข้ากว่า 8,180 ตัน และตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 13,606 ตันในปี 2568 นอกจากนี้ ด่านศุลกากรเชียงแสนยังพบการนำเข้าแร่ซิลิคอนแมงกานีสและพลวงอีกหลายพันตันในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรรัฐฉานของเมียนมา ได้ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองแร่เหล่านี้ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีการเปิดเผยผลการตรวจสอบสู่สาธารณชนแต่อย่างใด การตรวจสอบดังกล่าวครอบคลุมถึงใบอนุญาต การจัดการน้ำเสีย และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ทว่าความโปร่งใสในการดำเนินงานยังคงเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ
ผลกระทบทางน้ำและการรับมือของไทย
ความเงียบงันและขาดความชัดเจนจากฝั่งเมียนมา ทำให้หน่วยงานภาครัฐฝั่งไทยต้องเร่งหาทางรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังก่อตัวขึ้น แม่น้ำรวกก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประชาชนทั้งสองฝั่ง หากปล่อยให้เกิดการปนเปื้อนโลหะหนักต่อไป ผลกระทบด้านสุขภาพของชาวบ้านจะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพื่อรับมือกับวิกฤตินี้ นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้นำทีมงานลงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำกก เป้าหมายหลักคือการสำรวจและคัดเลือกจุดติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถติดตามสถานการณ์มลพิษได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้กำหนดจุดติดตั้งบริเวณหน่วยบริการประชาชนหัวฝายสำหรับแม่น้ำสาย และบริเวณสถานีสูบน้ำของ อบต.เกาะช้าง สำหรับแม่น้ำรวก ระบบตรวจวัดอัตโนมัติเหล่านี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณแจ้งเตือนทันทีหากพบสารโลหะหนักในระดับที่เป็นอันตราย ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปกป้องสุขภาพและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย
นอกจากการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในระดับพื้นที่แล้ว ชุมชนท้องถิ่นยังเรียกร้องให้หน่วยงานระดับประเทศยกระดับการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การพึ่งพาเพียงเทคโนโลยีตรวจจับอาจไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์แบบ หากการปล่อยน้ำเสียและการทำเหมืองแร่ที่ไม่ได้มาตรฐานยังคงดำเนินต่อไปโดยไร้การควบคุมที่เข้มงวดจากทางการเมียนมา
ในอนาคต หากปริมาณการขุดเจาะเหมืองแร่ยังคงขยายตัวตามแนวชายแดน ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาระหนักในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางน้ำ การสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคีเพื่อกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมร่วมกันอย่างจริงจัง จึงเป็นความหวังและทางออกที่ยั่งยืนที่สุดในการก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เซ็นทรัลเชียงรายจัดยิ่งใหญ่ มวยไทยดาวรุ่ง 2026 ปั้นเยาวชน
เชียงราย-เชียงใหม่ ผนึกกำลังจัดงานท่องเที่ยวเชิงความหมาย
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวเชียงราย ร่วมตักบาตรเทโว พระสงฆ์ 127 รูป จากวัดดอยงำเมือง ถึง
เชียงราย – บรรยากาศยามเช้าในตัวเมืองเชียงรายเต็มไปด้วยความศรัทธาอันอบอุ่น เมื่อประชาชนนับพันคนพร้อมใจกันออกมาร่วมทำบุญใหญ่รับอรุณ คณะสงฆ์จำนวน 127 รูป เดินบิณฑบาตเป็นแถวยาวสวยงามลงมาจากบันไดวัดดอยงำเมืองสู่ท้องถนนอย่างสงบ
พิธีตักบาตรเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลาเจ็ดนาฬิกาของวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ เส้นทางบุญทอดยาวผ่านใจกลางเมืองไปจนถึงบริเวณแยกศาล ถนนธนาลัย ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนรอต้อนรับอย่างเนืองแน่น ผู้คนต่างเตรียมข้าวสารและอาหารแห้งมาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข เพื่อร่วมสืบสานประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาแต่โบราณกาล
สรุปประเด็นสำคัญ
- พระรัตนมุนีนำพระภิกษุสงฆ์ 127 รูป ออกรับบิณฑบาตจากวัดดอยงำเมืองถึงแยกศาล ถนนธนาลัย
- ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาลและประชาชน ร่วมทำบุญอย่างพร้อมเพรียง
- ประเพณีจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ พร้อมเสริมสิริมงคลแก่คนในชุมชน

พลังศรัทธาสายบุญเมืองเหนือ ข้าราชการและชาวบ้านร่วมใจ
งานบุญครั้งสำคัญนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นาย นรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ และ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมพิธีอย่างพร้อมหน้า การรวมพลังของผู้บริหารระดับจังหวัดในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างผู้นำกับชุมชนท้องถิ่น
ทางด้านตัวแทนท้องถิ่นนำโดย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และ นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ได้นำคณะทำงานเข้าร่วมอย่างคึกคัก ทุกคนร่วมใจกันส่งมอบกำลังใจและสิ่งของจำเป็นแด่คณะสงฆ์ตลอดสองฝั่งทางเดินอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ภาพความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในวันนี้จึงสะท้อนถึงความสามัคคีที่เหนียวแน่นของ จังหวัดเชียงราย ได้เป็นอย่างดี
ตลอดแนวเส้นทางตั้งแต่บันไดประวัติศาสตร์วัดดอยงำเมือง ชาวบ้านทุกวัยต่างนั่งพับเพียบพนมมือรับพรด้วยความสงบ เด็กเล็กและผู้สูงอายุต่างมีส่วนร่วมในกิจกรรมบุญครั้งนี้ร่วมกันอย่างกลมเกลียว รอยยิ้มและแววตาที่เปี่ยมด้วยความสุขสะท้อนให้เห็นว่าศรัทธาในพุทธศาสนายังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนอย่างแท้จริง

คุณค่าทางวัฒนธรรมและความหมายของตักบาตรเทโวโรหณะ
การจัดกิจกรรม ตักบาตรเทโวโรหณะ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีหลังวันออกพรรษาหนึ่งวัน พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญตามพุทธประวัติเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูกตเวทิตาและการกลับคืนสู่การเกื้อกูลมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ พระรัตนมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ได้เมตตาให้ศีลให้พรแก่พุทธศาสนิกชนทุกคนอย่างทั่วถึง ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้ชีวิตด้วยความมีสติ การแบ่งปัน และความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคม คำอวยพรที่มอบให้ชาวเชียงรายในวันนี้จึงเป็นเสมือนพลังใจสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรค
ทางด้านผู้นำเมืองอย่าง นายวันชัย จงสุทธานามณี ได้กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ในการรักษาประเพณีนี้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดย เทศบาลนครเชียงราย พร้อมให้การสนับสนุนการจัดงานเช่นนี้อย่างต่อเนื่องในทุกปี เพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ได้สัมผัสและซึมซับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของท้องถิ่นตนเองอย่างใกล้ชิด
งานบุญใหญ่ในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการถวายทานเพื่อความเป็นสิริมงคลส่วนบุคคลเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างคนในชุมชนทุกยุคสมัยเข้าด้วยกัน ท้ายที่สุดแล้ว ประเพณีตักบาตรเทโวเมืองเชียงรายจะยังคงทำหน้าที่เป็นมรดกทางจิตวิญญาณที่ส่องสว่างนำทางชีวิตผู้คนต่อไปอย่างไม่เสื่อมคลาย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิด Life Artist Exhibition โชว์งานผ้าดันเที่ยว
ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ด
เชียงราย – กองกำลังทหารไทยเปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดอย่างดุเดือดกลางดึก บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัยไร้การสูญเสีย ก่อนระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 4 ล้านเม็ด ปฏิบัติการสกัดกั้นครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงมาตรการลาดตระเวนที่เข้มขวด เพื่อป้องกันไม่ให้สารเสพติดไหลเข้าสู่ตอนในของประเทศ
เหตุการณ์ระทึกขวัญดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. ขณะที่กำลังพลจาก ร้อย.ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าตรวจบริเวณบ้านผาแตก หมู่ที่ 10 ตำบลเวียงพางคำ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนประมาณ 15 ถึง 20 คน กำลังสะพายกระสอบขนาดใหญ่ลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามายังเขตแดนไทย ทันทีที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ฝ่ายคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการดวลปืนยาวนานราว 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะล่าถอยและอาศัยความมืดหลบหนีข้ามฝั่งไป
สรุปสาระสำคัญ
|
การเปิดฉากยิงปะทะกันในความมืดใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก่อนที่เสียงปืนของฝ่ายตรงข้ามจะสงบลง ความชำนาญในภูมิประเทศและสภาพป่าทึบช่วยให้กลุ่มคนร้ายหลบหนีข้ามแนวเขตแดนไปได้ เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายสามารถควบคุมสถานการณ์และเอาชีวิตรอดได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังสิ้นเสียงปืน หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตากได้สั่งการวางกำลังโอบล้อมและปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เพื่อความปลอดภัยก่อนเข้าพิสูจน์ทราบในช่วงเช้าตรู่
เปิดผลตรวจยึดยาบ้าล็อตมหึมา 16 เป้สะพายหลัง
เมื่อเข้าสู่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ปะทะอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังจำนวน 16 กระสอบถูกทิ้งไว้กระจัดกระจาย ตรวจสอบภายในพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่กระสอบละประมาณ 250,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 4,000,000 เม็ด การสกัดจับครั้งนี้นับเป็นผลงานชิ้นสำคัญในการตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดก่อนกระจายสู่สังคมไทย
ของกลางทั้งหมดถูกรวบรวมส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้สั่งการและเครือข่ายผู้รับซื้อในพื้นที่ชั้นในของประเทศ ทั้งนี้ กองทัพเน้นย้ำความพร้อมในการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยและสกัดกั้นขบวนการผิดกฎหมายตามแนวตะเข็บชายแดนอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิด Life Artist Exhibition โชว์งานผ้าดันเที่ยว
ข่าวดี! ราคาน้ำมันจะลดลงวันนี้: น้ำมันดีเซล E20 และ B20 จะลดลงอย่างมาก
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิด Life Artist Exhibition โชว์งานผ้าดันเที่ยว
เชียงราย – วันอังคารที่ผ่านมา ใจกลางเมืองเชียงรายคึกคักไปด้วยกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเทศบาลนครเชียงราย เปิดนิทรรศการศิลปะครั้งสำคัญ ณ ลานทะเลหมอก ภายในศูนย์การค้าเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
พิธีเปิดงานมี นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เดินทางมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และ นายนิพนธ์ ใจนนท์ถี นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย ร่วมงานด้วยตนเอง
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่สร้างสรรค์ใหม่: ทกจ.เชียงราย ผนึกกำลัง เทศบาลนครเชียงราย จัดนิทรรศการ Life Artist Exhibition ณ ลานทะเลหมอก เซ็นทรัลเชียงราย เพื่อเปิดพื้นที่โชว์ผลงานศิลปะร่วมสมัย
- ชูภูมิปัญญาสู่อนาคต: งานนี้เน้นจัดแสดงงานผ้าทอพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ และงานศิลปะที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบยุคใหม่
- ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง: มุ่งสร้างรายได้จริงให้ศิลปินและช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมยกระดับเชียงรายสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
ศิลปะร่วมสมัยผสานภูมิปัญญาล้านนา
ภายในงาน Life Artist Exhibition ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบที่จัดวางไว้อย่างสวยงาม ชิ้นงานเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตชาวเหนือผ่านงานผ้าทอมือและงานหัตถกรรมพื้นบ้านได้อย่างน่าประทับใจ ศิลปินได้นำลวดลายโบราณมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
การนำเสนองานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือชุมชนได้เรียนรู้เทรนด์การออกแบบสมัยใหม่ร่วมกับศิลปินมืออาชีพ ผู้ร่วมงานจะได้เห็นกระบวนการคิดที่นำเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นของใช้และของตกแต่งบ้าน นอกจากนี้ สินค้าทุกชิ้นยังมีความพร้อมที่จะนำออกไปจำหน่ายในตลาดระดับสากลได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ผลงานศิลปะที่จัดแสดงไม่ได้เป็นเพียงแค่ของประดับ แต่เป็นเครื่องสะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสามารถเดินชื่นชมรายละเอียดของเส้นใยและสีสันธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญยังมีการจัดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของผลงานโดยตรงอีกด้วย
พลังแห่งเมืองศิลปะและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของศิลปะที่มีต่อการพัฒนาเมือง ศิลปะไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวันแต่เป็นหัวใจหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีคนเชียงรายมาเนิ่นนาน เทศบาลจึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนพื้นที่สาธารณะเพื่อให้คนรุ่นใหม่และช่างฝีมือได้มาปล่อยของกันอย่างเต็มที่
การรวมตัวของศิลปินในครั้งนี้จึงช่วยสร้างงานและสร้างรายได้หมุนเวียนในระดับฐานรากได้อย่างแท้จริง การส่งเสริมธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ยังช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ชื่นชอบงานศิลป์เข้ามาในพื้นที่ เมืองเชียงรายจึงมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเครือข่ายศิลปินเชียงรายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งานนี้สำเร็จขึ้นมาได้ การทำงานร่วมกันช่วยให้การวางแผนพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างตรงจุดและตอบโจทย์ชุมชน ส่งผลให้เกิดการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง
ชวนสัมผัสเสน่ห์งานผ้าที่เซ็นทรัลเชียงราย
ด้าน นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวเชิญชวนผู้คนให้มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง ผู้จัดงานตั้งใจเปิดพื้นที่กลางห้างดังเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงศิลปะท้องถิ่นได้ง่ายขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสเสน่ห์ของงานผ้าและงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
งานนิทรรศการนี้ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตในชุมชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างดีเยี่ยม ผู้เข้าชมสามารถเลือกซื้อของฝากและของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครติดไม้ติดมือกลับบ้าน การอุดหนุนผลงานเหล่านี้ถือเป็นการส่งกำลังใจตรงถึงช่างฝีมือในหมู่บ้านอย่างแท้จริง
ดังนั้นการมาเที่ยวงานนี้จึงเป็นมากกว่าการเดินชมนิทรรศการทั่วไป แต่คือการร่วมรักษาภูมิปัญญาให้คงอยู่คู่เมืองเหนือ ผู้สนใจสามารถแวะมาชม ช้อป และสัมผัสงานศิลปะได้ที่ลานทะเลหมอก เซ็นทรัลเชียงราย ได้แล้ววันนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมืองเชียงรายไปด้วยกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายปิดฉาก EGAT ยกน้ำหนัก โคราชผงาดแชมป์รวม
สายการบินไทยเวียดเจ็ทได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงรายและภูเก็ตแล้ว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 วันที่แล้ว
ตำรวจพัทยาจับกุม “อาหลี่” ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 วันที่แล้ว
เชียงใหม่เปิดตัว “รถรางไฟฟ้าสีเขียว” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองอัจฉริยะ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี

