ข่าวอาชญากรรม - Crime
หลานชายถูกจับกุมหลังก่อเหตุฆ่าลุงอย่างโหดเหี้ยมด้วยค้อนปอนด์
พะเยา – เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อชายหนุ่มวัย 23 ปี ก่อเหตุสลดฆาตกรรมน้าชายแท้ๆ ของตนเอง คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากพฤติการณ์ที่ค่อนข้างโหดเหี้ยมและเป็นเหตุการณ์ในครอบครัว ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายประสานมิตร หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในชื่อ “โจ้ หมูก้อน” เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่าทำร้าย นายผล ยั่วยวน อายุ 47 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายจนเสียชีวิต เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นที่บ้านพักในตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา
หลังจากการลงมือทำร้ายจนน้าชายเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุได้พยายามอำพรางคดีด้วยการนำร่างไปทิ้งไว้ริมถนนในพื้นที่อำเภอปง กระทั่งมีชาวบ้านสัญจรไปมาและพบศพเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา สภาพศพของนายผลน่าสลดใจอย่างยิ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์พบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกกหูขวาความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร และที่กกหูซ้ายอีก 2 แผลความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร บาดแผลลึกเหล่านี้บ่งบอกถึงการถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรงจนผู้ตายทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ประเด็นสำคัญ
- สาเหตุความขัดแย้ง: ผู้ต้องหาและน้าชายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเรื่องเงิน และผู้ตายมักจะบ่นเรื่องการทำงานของผู้ต้องหาเป็นประจำ
- พฤติการณ์ก่อเหตุ: ผู้ต้องหาใช้ของแข็ง ซึ่งคาดว่าเป็นค้อนและเสียม ฟาดเข้าที่ศีรษะน้าชายขณะนั่งพักผ่อนอยู่บนเปลใต้ถุนบ้าน
- การอำพรางที่ล้มเหลว: ผู้ต้องหานำร่างขึ้นรถกระบะไปทิ้ง แต่รถเกิดเสียกลางทาง จึงต้องทิ้งศพไว้ริมพงหญ้าข้างถนนแทน
สารภาพสิ้น “โจ้ หมูก้อน” เผยปมเดือดก่อนลงมือฆ่า
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายโจ้ได้ให้การรับสารภาพถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา วันนั้นเขามีปากเสียงกับนายผลซึ่งเป็นน้าชายอย่างรุนแรง ประเด็นหลักคือเรื่องเงินทองและการบ่นด่าเรื่องพฤติกรรมการทำงาน คำพูดเหล่านั้นทำให้เขาเกิดความโกรธแค้นอย่างหนักและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
ในช่วงจังหวะที่นายผลกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนเปลบริเวณใต้ถุนบ้าน นายโจ้จึงตัดสินใจใช้ของแข็งเข้าทำร้าย ทันทีที่สบโอกาส เขาฟาดไปที่บริเวณศีรษะและกกหูของน้าชายอย่างเต็มแรง การทำร้ายนี้รุนแรงมากจนทำให้นายผลเสียชีวิตลงทันทีในบริเวณใต้ถุนบ้าน หลังจากรู้ตัวว่าน้าชายเสียชีวิตแล้ว เขาก็เริ่มคิดหาวิธีปกปิดความผิดของตนเองอย่างเร่งด่วน
ผู้ก่อเหตุได้นำรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์ทอง ซึ่งเป็นรถของพ่อมาใช้ เขาอุ้มศพของน้าชายใส่ท้ายรถกระบะ แล้วขับออกไปตามถนนสายบ้านนาอ้อม-บ้านน้ำปุก จุดประสงค์หลักคือการนำร่างนี้ไปทิ้งในที่ลับตาคนเพื่ออำพรางคดี อย่างไรก็ตาม แผนการของเขาไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดไว้เลย
ขณะที่เขาขับรถขึ้นเนินบริเวณใกล้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำปุก รถกระบะกลับเกิดอาการขัดข้องและเครื่องดับกะทันหัน เมื่อไม่สามารถขับรถต่อไปได้ เขาจึงตัดสินใจอุ้มศพลงจากรถแล้วนำไปทิ้งไว้ในพงหญ้าริมถนนบริเวณนั้น จากนั้นเขาก็ถอยรถไปจอดห่างจากจุดที่ทิ้งศพประมาณ 100 เมตร แล้วเดินเท้ากลับบ้านพักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ล่าสุดในวันที่ 8 กันยายน พนักงานสอบสวน สภ.ปง ยังคงเดินหน้าสืบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อเก็บรายละเอียดทุกแง่มุม พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำเอกสารประกอบสำนวนคดีอย่างละเอียด ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมนำตัวนายโจ้ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพะเยาตามกระบวนการ ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้า สามารถอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ได้
ในส่วนของวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำคัญที่เจ้าหน้าที่เก็บไว้ตรวจสอบ นั่นคือ ค้อนและเสียมที่คาดว่าเป็นอาวุธ เบื้องต้นพบร่องรอยที่ลักษณะคล้ายกับคราบเลือดมนุษย์ติดอยู่บนวัตถุพยานบางรายการอย่างชัดเจน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด ผลลัพธ์จากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์นี้จะถูกนำมาใช้ประกอบสำนวนคดี เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเป็นทางการต่อไป
การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเน้นความรอบคอบ เพื่อให้การทำคดีนี้มีความโปร่งใสและมีหลักฐานที่แน่นหนา แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพไปแล้ว แต่ตามหลักการทางกฎหมาย เขายังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้รับการพิจารณาและมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาลยุติธรรม คดีสะเทือนขวัญในจังหวัดพะเยานี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง มันเตือนใจให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการควบคุมอารมณ์ และผลกระทบของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมักจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ลุงหลานหลงป่าเชียงม่วนรอดชีวิต หลังระดมกำลังค้นหานาน 6 วัน
ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยขบวนการค้ายาเสพติดได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย
กฟก.เชียงรายลุยแจกไก่พื้นเมือง หนุนชาวอำเภอพานสร้างรายได้
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด

