ข่าว - News
ช้างป่าจู่โจมและฆ่าชายคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยมขณะกำลังเก็บเห็ดป่า
เพชรบูรณ์ – เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้นในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อชายหนุ่มจากจังหวัดมหาสารคามคนหนึ่ง ต้องมาเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจจากการถูกช้างป่าทำร้าย ขณะเข้าไปหาเห็ดในเขตป่าชุมชน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและนักหาของป่าในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเร่งนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังอย่างสูงสุดในช่วงฤดูฝนนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ทางเจ้าหน้าที่หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจ สภ.น้ำหนาว ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ในเขตป่าชุมชนบ้านทรัพย์สว่าง หมู่ 3 ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.เข็มชาติ ประจง ผู้กำกับการ สภ.น้ำหนาว พร้อมด้วยทีมกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหนาว และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลน้ำหนาว ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีเพื่อชันสูตรพลิกศพ
ตามรายงานข่าวจาก สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นผืนป่าชุมชนที่อยู่ถัดไปทางด้านหลังหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบบริเวณโดยรอบมีสภาพต้นไม้และต้นหญ้าแหลกลาญคล้ายถูกเหยียบย่ำจนราบเป็นหน้ากอง นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าช้างป่าขนาดใหญ่จำนวนมากกระจายอยู่เต็มพื้นที่
ในจุดเกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายสุภาพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม สภาพศพน่าสลดใจอย่างยิ่งเนื่องจากร่างกายถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ชิ้นส่วนอวัยวะภายในกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบขาข้างขวาตกอยู่ ส่วนขาข้างซ้ายถูกเหยียบจนจมลงไปในแอ่งน้ำ
จากการสอบสวนกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาด้วยกัน เล่าว่า นายสุภาพและกลุ่มเพื่อนได้พากันเดินทางมาจากจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเข้ามาเก็บเห็ดป่าในพื้นที่อำเภอน้ำหนาว โดยตั้งใจจะนำไปประกอบอาหารในครัวเรือนและบางส่วนจะนำไปขายเพื่อสร้างรายได้เสริม ในระหว่างที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเห็ดที่กำลังขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น คาดว่านายสุภาพเดินแยกไปเจอช้างป่าที่กำลังหากินอยู่ในบริเวณนั้นอย่างกระชั้นชิด ทำให้ช้างป่าเกิดอาการตกใจและพุ่งเข้าทำร้ายทันที เมื่อเห็นดังนั้นเพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศละทาง แต่นายสุภาพโชคร้ายหนีไม่ทัน จึงถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตในที่สุด
2026/05/21.jpeg" alt="ช้างป่าจู่โจมและฆ่าชายคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยมขณะกำลังเก็บเห็ดป่า" width="1024" height="602" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/21.jpeg?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/21.jpeg?resize=300%2C176&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/21.jpeg?resize=768%2C452&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
หัวหน้าอุทยานฯ ชี้เหตุจาก “ช้างโทน” เครียดสะสมเพราะคนเข้าป่าจำนวนมาก
ต่อมา นายสมเกียรติ กาติ๊ป หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า ในช่วงนี้พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวและป่าชุมชนรอบ ๆ มีฝนตกชุก ส่งผลให้มีเห็ดป่าหลากหลายชนิดโผล่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นนี้ทำให้มีชาวบ้านทั้งจากในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงหลั่งไหลเข้ามาเก็บเห็ดป่ากันอย่างไม่ขาดสายเพื่อสร้างรายได้
สำหรับช้างป่าที่ก่อเหตุสลดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นช้างตัวผู้ที่หลุดหรือโดนขับออกจากฝูงมาหากินอยู่เพียงลำพัง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ช้างโทน” ยิ่งในช่วงนี้มีชาวบ้านเข้ามาหาเห็ดในป่าเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้ช้างป่าเกิดความเครียดสะสมเนื่องจากถูกรบกวนพื้นที่หากิน เมื่อช้างป่ามาเผชิญหน้ากับมนุษย์ในระยะประชั้นชิดจึงเกิดอาการตกใจ ตื่นตระหนก และเข้าไล่ทำร้ายจนเกิดความสูญเสีย
ในขณะนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเร่งออกติดตามร่องรอยของช้างป่าตัวดังกล่าวแล้ว เพื่อดำเนินการผลักดันให้กลับเข้าสู่ผืนป่าลึกที่ห่างไกลจากเขตชุมชน พร้อมทั้งจัดเวรยามเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย: วิธีเอาตัวรอดสำหรับคนหาของป่า
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในลักษณะนี้ซ้ำอีก หน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ฝากเน้นย้ำถึงข้อควรปฏิบัติและแนวทางการเอาตัวรอดสำหรับชาวบ้านที่จำเป็นต้องเข้าไปในเขตป่า ดังนี้:
- เดินทางเป็นกลุ่ม: การไปหาของป่าควรไปกันเป็นกลุ่มหลาย ๆ คน ไม่ควรแยกตัวไปคนเดียวเด็ดขาด เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่มีใครทราบหรือช่วยเหลือได้ทันท่วงที
- ห้ามเข้าไปในป่าลึก: ควรหาเห็ดหรือของป่าเฉพาะในเขตชุมชนที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามป้ายเตือนหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
- หมั่นสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว: อย่าก้มหน้าก้มตาดูแต่พื้นเพื่อหาเห็ดเพียงอย่างเดียว ควรเงี่ยหูฟังเสียง สังเกตหักกิ่งไม้ หรือมองรอบตัวอยู่เสมอเพื่อตรวจดูว่ามีสัตว์ป่าอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่
- หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า: หากพบเห็นรอยเท้าช้างป่าที่ยังใหม่ หรือได้ยินเสียงร้อง ควรรีบถอยห่างออกจากบริเวณนั้นทันทีอย่างสงบและรวดเร็วที่สุด ไม่ควรส่งเสียงดังให้ช้างตกใจ
เหตุการณ์สลดในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนราคาแพงที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า (Human-Elephant Conflict) ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่ธรรมชาติให้ผลผลิต การเข้าไปเก็บของป่าเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความปลอดภัยในชีวิตก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เช่นกัน
ดังนั้น ชาวบ้านทุกคนจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงนี้และร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้คนและสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และลดโอกาสในการเกิดความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
ข่าวไทยยอดนิยม
เปิดปมสยอง! ช่างตัดผมโหดปิดร้านฆ่าหนุ่มวัย 26 อ้างป้องกันตัว แต่คลิปมัดตัวชัด ญาติลั่นต้องประหาร
สรุปชัด! ความจริงเบื้องหลังคลิป “ช้างคลั่ง” กลางงานบวชนาคสุโขทัย เทศบาลแจงไม่ใช่ช้างในขบวน
ข่าว - News
นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในสถานศึกษาชื่อดังของจังหวัดลำปาง เมื่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถูกเพื่อนร่วมชั้นทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องเรียนเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชายที่ทำหน้าที่จดชื่อเพื่อนส่งครู ทำให้เพื่อนอีกคนเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ชนวนเหตุเริ่มจากการที่เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุส่งเสียงดังและไม่สนใจทำงานกลุ่มในเวลาเรียน เมื่อถูกจดชื่อรายงานครูจึงเกิดบันดาลโทสะ คว้ากรรไกรในห้องเรียนแทงเพื่อนร่วมชั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บาดแผลฉกรรจ์ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องเย็บแผลถึง 16 เข็ม ทางครอบครัวผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันทีที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง
ประเด็นสำคัญ
- สาเหตุความรุนแรง: เหตุการณ์เกิดจากความขัดแย้งเรื่องการจดชื่อนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและใช้กรรไกรทำร้ายเพื่อนจนต้องเย็บถึง 16 เข็ม
- การเจรจาเยียวยา: ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางนำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมและขอโทษผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ โดยครอบครัวผู้เสียหายพอใจและเตรียมถอนแจ้งความ
- การปรับปรุงมาตรการ: โรงเรียนเตรียมยกเลิกระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนบนกระดาน เพื่อลดความขัดแย้งในวัยเดียวกัน และส่งตัวผู้ก่อเหตุเข้ารับการประเมินจิตใจ
2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg" alt="นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร" width="1920" height="1080" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1920&ssl=1 1920w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ความคืบหน้าล่าสุดในเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ได้นำคณะครูและสมาคมผู้ปกครองเข้าพบครอบครัวผู้เสียหาย ทางผู้บริหารได้มอบกระเช้าขอโทษและร่วมพูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ
มารดาของเด็กชายที่บาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาของโรงเรียน การลงโทษและดูแลเด็กต้องทำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังขอให้โรงเรียนประสานผู้ปกครองฝ่ายผู้ก่อเหตุ พาลูกไปตรวจสภาพจิตใจด้วย
โรงเรียนเตรียมปรับกฎห้องเรียน ลดขัดแย้งในกลุ่มนักเรียน
หลังจากการพูดคุยอย่างยาวนาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้าใจอันดีและได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย ครอบครัวผู้เสียหายระบุว่าเห็นความตั้งใจจริงของโรงเรียนในการแก้ปัญหา จึงเตรียมเดินทางไปถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ด้านผู้บริหารโรงเรียนระบุว่า ผู้ปกครองของเด็กผู้ก่อเหตุยอมรับผิดและพร้อมให้ความร่วมมือในการเยียวยาทุกขั้นตอน โรงเรียนจะนำเด็กเข้าสู่กระบวนการดูแลตามระเบียบของสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนรับปากจะทบทวนวิธีดูแลนักเรียนในห้องเรียนร่วมกับครูประจำชั้น โดยจะปรับเปลี่ยนระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนที่คุยกันบนกระดาน เนื่องจากวิธีนี้อาจสร้างแรงกดดันและความขัดแย้งในกลุ่มเด็กวัยเดียวกันโดยไม่จำเป็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
เหตุไฟฟ้ารั่วที่ค่ายพักแรมของโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย
ข่าว - News
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
แม่น้ำโขงในจังหวัดเหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย">เชียงราย – บดบังไปด้วยคราบน้ำตาและความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อครอบครัวและเพื่อนพ้องตำรวจเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณของข้าหลวงตัวน้อยอย่างสมเกียรติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ณ ร้านโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว
ทางด้านครอบครัวของ ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี ยังคงอยู่ในอาการช็อกและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างเข้าใจได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความวังเวียงขณะที่ญาติสนิทร่วมกันเคาะโลงศพเพื่อเรียกประคองดวงวิญญาณให้เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม ณ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสูญเสียบุคลากรตำรวจ: ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี วัย 24 ปี สังกัดตำรวจสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
- เพิ่งเริ่มต้นชีวิตราชการ: ผู้เสียชีวิตเพิ่งได้รับการประดับยศตำรวจมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางอัคคีภัยร้ายแรงในครั้งนี้
- ส่งร่างกลับมาตุภูมิ: ครอบครัวได้รับศพออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ณ ทำเนียบรัฐบาล การจากไปก่อนวัยอันควรสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้แก่เพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นอย่างมาก
ตามรายงานข่าวสารของสำนักข่าวชื่อดังอย่าง ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า มีกลุ่มเพื่อนข้าราชการตำรวจจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในพิธีรับร่าง หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเมื่อต้องส่งเพื่อนรักกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ในเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวดังกล่าวยังส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งนาย คือ สิบตำรวจตรี สิทธิโชค ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมงานของผู้ตายด้วยเช่นกัน
อนาคตที่ดับวูบลงในเวลาเพียง 3 เดือน
ผู้ร่วมพิธีเปิดเผยว่า ส.ต.ต.หญิง เปมิกา เพิ่งจะผ่านพิธีประดับยศข้าราชการตำรวจอย่างเป็นทางการมาได้เพียงแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น ความฝันในเส้นทางสีกากีที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องมาจบลงอย่างกะทันหันจากภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด
ในขณะนี้ร่างอันไร้วิญญาณได้ถูกเคลื่อนย้ายโดยรถกู้ภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งหน้าสู่บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่พรากชีวิตบุคลากรที่มีความสามารถไป แต่ยังสร้างบาดแผลลึกในใจให้กับครอบครัวและสะท้อนถึงความปลอดภัยในสถานบันเทิงที่ต้องได้รับการกวดขันอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ข่าว - News
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางกรุงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อเกิดเพลิงไหม้รุนแรงภายในร้านอาหารชื่อดังย่านลาดพร้าว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจำนวนมากถึง 27 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบรายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุร้ายเมื่อเวลาประมาณ 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุคือร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รถดับเพลิงจากหลายสถานีต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย: แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยส่วนใหญ่ติดอยู่ภายในบริเวณห้องน้ำของร้าน
- ผู้บาดเจ็บอีก 18 ราย: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีหลังจากช่วยเหลือออกมาได้
- ใช้เวลาควบคุมเพลิง 35 นาที: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก 4 สถานีหลักร่วมมือกันฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้สำเร็จ
เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้โครงสร้างอาคารอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในไม่สามารถมองเห็นทางออกได้สะดวก
รายงานข่าวจาก สำนักข่าว MGR Online ระบุว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมากในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องจัดกำลังพร้อมถังเคมีและสายฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 3 หัวฉีด เพื่อลุยฝ่ากลุ่มควันเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ
นักดับเพลิงต้องใช้เวลาทำงานอย่างต่อเนื่องประมาณ 35 นาที จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์และทำให้เพลิงสงบลงได้ จากนั้นทีมกู้ภัยได้เริ่มภารกิจค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บตามจุดต่างๆ ภายในตัวอาคารที่ถูกไฟไหม้เสียหาย
ความสูญเสียครั้งใหญ่และจุดพบศพสะเทือนใจ
จากการเดินสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงถึง 27 ราย โดยแบ่งออกเป็นผู้ชาย 9 ราย และผู้หญิงอีก 18 ราย นอนเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกและสำลักควัน
จุดที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือบริเวณห้องน้ำของร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตแออัดกันอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าผู้ตายพยายามวิ่งหนีเปลวไฟเข้าไปหลบภัยในห้องน้ำ แต่กลับติดอยู่ภายในและไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้เนื่องจากไฟล้อมรอบไว้หมดแล้ว
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดมีจำนวนทั้งหมด 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการถูกไฟลวกตามร่างกายและระบบทางเดินหายใจขัดข้อง โดยทีมแพทย์และพยาบาลได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่งรอบพื้นที่เกิดเหตุ
ขั้นตอนต่อไปและการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เนื่องจากโครงสร้างอาคารบางส่วนอาจจะมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลงมาหลังจากโดนความร้อนเป็นเวลานาน
ทีมกองพิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการสรุปว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากส่วนใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปความเสียหายทั้งหมดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ




