Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าว - News

ช้างป่าจู่โจมและฆ่าชายคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยมขณะกำลังเก็บเห็ดป่า

Naree Srisuk

Published

on

ช้างป่าจู่โจมและฆ่าชายคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยมขณะกำลังเก็บเห็ดป่า

เพชรบูรณ์ – เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้นในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อชายหนุ่มจากจังหวัดมหาสารคามคนหนึ่ง ต้องมาเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจจากการถูกช้างป่าทำร้าย ขณะเข้าไปหาเห็ดในเขตป่าชุมชน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและนักหาของป่าในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเร่งนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังอย่างสูงสุดในช่วงฤดูฝนนี้

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำหนาว ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ในเขตป่าชุมชนบ้านทรัพย์สว่าง หมู่ 3 ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.เข็มชาติ ประจง ผู้กำกับการ สภ.น้ำหนาว พร้อมด้วยทีมกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหนาว และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลน้ำหนาว ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีเพื่อชันสูตรพลิกศพ

ตามรายงานข่าวจาก สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นผืนป่าชุมชนที่อยู่ถัดไปทางด้านหลังหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบบริเวณโดยรอบมีสภาพต้นไม้และต้นหญ้าแหลกลาญคล้ายถูกเหยียบย่ำจนราบเป็นหน้ากอง นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าช้างป่าขนาดใหญ่จำนวนมากกระจายอยู่เต็มพื้นที่

ในจุดเกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายสุภาพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม สภาพศพน่าสลดใจอย่างยิ่งเนื่องจากร่างกายถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ชิ้นส่วนอวัยวะภายในกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบขาข้างขวาตกอยู่ ส่วนขาข้างซ้ายถูกเหยียบจนจมลงไปในแอ่งน้ำ

จากการสอบสวนกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาด้วยกัน เล่าว่า นายสุภาพและกลุ่มเพื่อนได้พากันเดินทางมาจากจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเข้ามาเก็บเห็ดป่าในพื้นที่อำเภอน้ำหนาว โดยตั้งใจจะนำไปประกอบอาหารในครัวเรือนและบางส่วนจะนำไปขายเพื่อสร้างรายได้เสริม ในระหว่างที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเห็ดที่กำลังขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น คาดว่านายสุภาพเดินแยกไปเจอช้างป่าที่กำลังหากินอยู่ในบริเวณนั้นอย่างกระชั้นชิด ทำให้ช้างป่าเกิดอาการตกใจและพุ่งเข้าทำร้ายทันที เมื่อเห็นดังนั้นเพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศละทาง แต่นายสุภาพโชคร้ายหนีไม่ทัน จึงถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตในที่สุด

ช้างป่าจู่โจมและฆ่าชายคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยมขณะกำลังเก็บเห็ดป่า

หัวหน้าอุทยานฯ ชี้เหตุจาก “ช้างโทน” เครียดสะสมเพราะคนเข้าป่าจำนวนมาก

ต่อมา นายสมเกียรติ กาติ๊ป หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า ในช่วงนี้พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวและป่าชุมชนรอบ ๆ มีฝนตกชุก ส่งผลให้มีเห็ดป่าหลากหลายชนิดโผล่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นนี้ทำให้มีชาวบ้านทั้งจากในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงหลั่งไหลเข้ามาเก็บเห็ดป่ากันอย่างไม่ขาดสายเพื่อสร้างรายได้

สำหรับช้างป่าที่ก่อเหตุสลดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นช้างตัวผู้ที่หลุดหรือโดนขับออกจากฝูงมาหากินอยู่เพียงลำพัง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ช้างโทน” ยิ่งในช่วงนี้มีชาวบ้านเข้ามาหาเห็ดในป่าเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้ช้างป่าเกิดความเครียดสะสมเนื่องจากถูกรบกวนพื้นที่หากิน เมื่อช้างป่ามาเผชิญหน้ากับมนุษย์ในระยะประชั้นชิดจึงเกิดอาการตกใจ ตื่นตระหนก และเข้าไล่ทำร้ายจนเกิดความสูญเสีย

ในขณะนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเร่งออกติดตามร่องรอยของช้างป่าตัวดังกล่าวแล้ว เพื่อดำเนินการผลักดันให้กลับเข้าสู่ผืนป่าลึกที่ห่างไกลจากเขตชุมชน พร้อมทั้งจัดเวรยามเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย: วิธีเอาตัวรอดสำหรับคนหาของป่า

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในลักษณะนี้ซ้ำอีก หน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ฝากเน้นย้ำถึงข้อควรปฏิบัติและแนวทางการเอาตัวรอดสำหรับชาวบ้านที่จำเป็นต้องเข้าไปในเขตป่า ดังนี้:

  • เดินทางเป็นกลุ่ม: การไปหาของป่าควรไปกันเป็นกลุ่มหลาย ๆ คน ไม่ควรแยกตัวไปคนเดียวเด็ดขาด เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่มีใครทราบหรือช่วยเหลือได้ทันท่วงที
  • ห้ามเข้าไปในป่าลึก: ควรหาเห็ดหรือของป่าเฉพาะในเขตชุมชนที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามป้ายเตือนหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
  • หมั่นสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว: อย่าก้มหน้าก้มตาดูแต่พื้นเพื่อหาเห็ดเพียงอย่างเดียว ควรเงี่ยหูฟังเสียง สังเกตหักกิ่งไม้ หรือมองรอบตัวอยู่เสมอเพื่อตรวจดูว่ามีสัตว์ป่าอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า: หากพบเห็นรอยเท้าช้างป่าที่ยังใหม่ หรือได้ยินเสียงร้อง ควรรีบถอยห่างออกจากบริเวณนั้นทันทีอย่างสงบและรวดเร็วที่สุด ไม่ควรส่งเสียงดังให้ช้างตกใจ

เหตุการณ์สลดในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนราคาแพงที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า (Human-Elephant Conflict) ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่ธรรมชาติให้ผลผลิต การเข้าไปเก็บของป่าเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความปลอดภัยในชีวิตก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เช่นกัน

ดังนั้น ชาวบ้านทุกคนจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงนี้และร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้คนและสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และลดโอกาสในการเกิดความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ข่าวไทยยอดนิยม

เปิดปมสยอง! ช่างตัดผมโหดปิดร้านฆ่าหนุ่มวัย 26 อ้างป้องกันตัว แต่คลิปมัดตัวชัด ญาติลั่นต้องประหาร

สรุปชัด! ความจริงเบื้องหลังคลิป “ช้างคลั่ง” กลางงานบวชนาคสุโขทัย เทศบาลแจงไม่ใช่ช้างในขบวน

Continue Reading

ข่าว - News

กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง

Rebecca Kim

Published

on

กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง

กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนพิจารณาชะลอการเดินทางไปยังทวีปยุโรปในช่วงเวลานี้ คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำถึงประเทศเป้าหมายหลักอย่างฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ทางการขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสวัสดิภาพและทรัพย์สินของทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ยังคงผันแปรอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก

ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ประท้วงที่ลุกลามบานปลายในหลายเมืองใหญ่ทั่วทวีป ข่าวระบุว่ามีการจลาจลอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิม ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่สาธารณะ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวในยุโรปเต็มไปด้วยความเสี่ยง รัฐบาลของประเทศที่ได้รับผลกระทบกำลังเร่งดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อยับยั้งความรุนแรงและควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ

สรุปประเด็นสำคัญ 

  • กระทรวงการต่างประเทศเตือนคนไทยให้ชะลอทริปไปฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
  • สาเหตุหลักเกิดจากเหตุจลาจลรุนแรงและการประท้วงต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิมในหลายเมืองใหญ่
  • นักท่องเที่ยวชาวไทยควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม และติดตามประกาศเตือนภัยจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ตึงเครียดในฝรั่งเศสและอิตาลี

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาระบุถึงความน่าเป็นห่วงของเหตุการณ์นี้ ท่านชี้ให้เห็นว่าประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างหนักในหลายเมือง ขณะเดียวกันที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้นายกรัฐมนตรีอิตาลีต้องเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินเพื่อรับมือโดยด่วน

นอกจากนี้ การประท้วงยังได้ขยายวงกว้างและเริ่มลุกลามไปยังประเทศสเปนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลีจึงจำเป็นต้องเลื่อนการหารือทวิภาคีกับทางการไทยออกไปอย่างกะทันหัน รัฐบาลอิตาลีต้องการมุ่งเน้นทรัพยากรทั้งหมดไปที่การควบคุมเหตุการณ์จลาจลไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ นายสีหศักดิ์ย้ำว่าคนไทยควรตรวจสอบข้อมูลจากทางการ และสถานทูตอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเดินทางเสมอ

คำแนะนำสำหรับคนไทยที่ต้องเดินทางไปยุโรป

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – สำหรับพลเมืองไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ กระทรวงการต่างประเทศขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด

ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือสถานที่สาธารณะที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการปะทะ การติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศของรัฐบาลในประเทศเหล่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางกับสถานเอกอัครราชทูตไทยจะช่วยให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน

ทางการไทยยังแนะนำให้ผู้ที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางในระยะนี้ หากคุณจองตั๋วเครื่องบินและที่พักไว้แล้วแต่สามารถเลื่อนได้ การชะลอทริปออกไปก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต้องมาก่อนความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวเสมอ ทางกระทรวงจะยังคงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการอัปเดตคำแนะนำเพิ่มเติมหากเหตุการณ์ในยุโรปเริ่มคลี่คลายลง

ผลกระทบต่อการทูตและการค้าของไทย

เหตุการณ์ความวุ่นวายในยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มันยังมีผลต่อเนื่องถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจอีกด้วย การเลื่อนการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและอิตาลี ทำให้การหารือเรื่องความร่วมมือทางการค้าต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยและอิตาลียังคงมองเห็นโอกาสในการขยายตัวอีกมาก

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว บริษัททัวร์หลายแห่งในประเทศไทยเริ่มได้รับคำขอเลื่อนการเดินทางจากลูกค้าแล้ว นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญกับข่าวการประท้วงรายวัน สำนักข่าวและรายงานต่างประเทศ ระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจมีความยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและการบินจึงต้องเตรียมแผนสำรอง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ศุลกากรยึดไอโฟน 1,000 เครื่อง สกัดจับลอตใหญ่สุดในรอบปี

ตำรวจพัทยาจับกุม “อาหลี่” ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท

Continue Reading

ข่าว - News

ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

พัทยา – เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นที่แยกโพธิสาร บนถนนพัทยา-นาเกลือ จังหวัดชลบุรี รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถเก๋งและรถคันอื่นๆ หลายคัน รถเหล่านั้นกำลังจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจรีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุทันที พวกเขาเร่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ สภาพการจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดอย่างหนักเนื่องจากซากรถขวางถนน

ประเด็นสำคัญ

  • รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถที่จอดติดไฟแดงหลายคันที่แยกโพธิสาร พัทยา
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 7 ราย
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ

การช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุ

จากเหตุการณ์นี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 7 คน อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่บาดแผลเล็กน้อยไปจนถึงบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง ทีมกู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ พวกเขาทำการสอบปากคำพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกอย่างละเอียด คุณสามารถติดตามข้อมูลการจราจรและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ แหล่งข่าวท้องถิ่นพัทยา ทางตำรวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น

ตำรวจสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนชาวจีนในภาคเหนือของประเทศไทย

 

Continue Reading

ข่าว - News

งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน

Published

on

งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระจายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ล่าสุดพบว่างบประมาณก้อนแรกที่ได้รับอนุมัติมานั้นถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ต้องเร่งจัดหางบประมาณเพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างชัดเจน ท่านระบุว่าทางหน่วยงานได้ดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลจริง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นว่าวงเงินเดิมที่ได้รับการจัดสรรมากำลังจะหมดลงในไม่ช้า

ประเด็นสำคัญ

  • งบประมาณเยียวยาน้ำท่วมก้อนแรก 5,281 ล้านบาท ถูกใช้ไปแล้วกว่า 5,225 ล้านบาท
  • ขณะนี้เหลือเงินในกองทุนเพียง 66 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือระยะต่อไป
  • ปภ. เตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบเพิ่มอีก 10,508 ล้านบาท ครอบคลุม 1.48 ล้านครัวเรือน

งบประมาณเดิมเหลือเพียง 66 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางจำนวน 5,281 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ การคำนวณงบประมาณนี้อ้างอิงจากข้อมูลความเสียหายที่แต่ละจังหวัดรายงานเข้ามาในระบบอย่างละเอียด ซึ่ง ปภ. ยืนยันว่าไม่สามารถขอวงเงินเกินกว่าข้อมูลความเสียหายที่มีอยู่จริงในขณะนั้นได้ จนถึงปัจจุบันได้มีการประสานงานกับธนาคารอย่างใกล้ชิดเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง

ล่าสุด มีการใช้จ่ายเงินเยียวยาโอนให้ประชาชนไปแล้วถึง 5,225 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รวดเร็วของภาครัฐ แต่ก็หมายความว่ามีเงินเหลือในระบบเพียง 66 ล้านบาทเท่านั้น จำนวนเงินที่เหลือนี้ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังรอการเยียวยาอีกจำนวนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือไม่หยุดชะงัก

เตรียมเสนอ ครม. ขอวงเงินเพิ่ม 10,508 ล้านบาท

เพื่อแก้ไขปัญหางบประมาณขาดแคลน ปภ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว นายนิรัตน์ยืนยันว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยจะเสนอขอขยายวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 10,508 ล้านบาท งบประมาณก้อนใหม่นี้จะนำมาจากงบกลางของปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้สามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ทันที

เป้าหมายหลักของการของบเพิ่ม คือการดูแลประชาชนให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ถึง 1.48 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการรับประกันจากภาครัฐว่าผู้ประสบภัยทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินช่วยเหลืออย่างแน่นอน จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือตกหล่นจากระบบการเยียวยาในครั้งนี้

ขั้นตอนการโอนเงินที่รวดเร็วและโปร่งใส

หาก ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 10,508 ล้านบาทตามที่เสนอ ปภ. จะเริ่มกระบวนการทำงานในขั้นต่อไปทันที ทางหน่วยงานจะส่งข้อมูลรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินให้กับ ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้ประสบภัย ระบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ารวดเร็วและสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางเป็นไปอย่างราบรื่น

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถอุ่นใจได้ว่า กระบวนการช่วยเหลือจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ท่านอธิบดี ปภ. ย้ำว่าระบบการทำงานได้ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาสามารถติดตามข่าวสารจากทางราชการและผู้นำชุมชนได้อย่างใกล้ชิด

ความหวังของชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย

เงินเยียวยาก้อนนี้มีความหมายอย่างมากต่อการฟื้นฟูชีวิตของชาวบ้านในหลายจังหวัด หลายครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก การได้รับเงินชดเชยจะช่วยให้พวกเขาสามารถซ่อมแซมบ้านเรือนและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้จึงได้เร่งผลักดันงบประมาณให้ผ่านการอนุมัติโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 ตุลาคม จะเป็นก้าวสำคัญในการพิจารณาความต่อเนื่องของความช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ครัวเรือนกว่า 1.48 ล้านครัวเรือนจะได้รับข่าวดีและได้รับการโอนเงินเข้าบัญชี การทำงานที่รวดเร็วและโปร่งใสของกรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (DDPM) จะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้ผ่านพ้นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กาแฟเชียงราย ดอยช้าง ดอยวาวี ปางขอน ต่างกันยังไง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

 

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน
ข่าวธุรกิจ Business16 hours ago

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน

จับแล้ว! หนุ่มหัวร้อนทุบรถชกหน้าสาว อ้างฉุนถูกชนก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime17 hours ago

ตำรวจจับกุมแล้ว! ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ต่อยหน้าผู้หญิง โดยอ้างว่าโมโหจัด

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime17 hours ago

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

จับ 11 ต่างชาติหนีแก๊งสแกมเมอร์ ซุกไร่อ้อยแม่สอด
ข่าวอาชญากรรม - Crime17 hours ago

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G
ข่าวอาชญากรรม - Crime17 hours ago

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย - Chiang Rai News18 hours ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News18 hours ago

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

PHP2Shell
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

รับมือ PHP2Shell: ไทยเร่งอุดช่องโหว่สกัดแฮกเกอร์

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance3 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ข่าว - News4 weeks ago

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย
ข่าว - News3 weeks ago

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

ราคาทองคำวันนี้

24 October 2026, 09:03

Gold bar 96.5%
Buy
63,900.00
Sell
64,100.00
▼ -250
Gold ornament 96.5%
Buy
62,625.96
Sell
64,900.00

Baht per 1 baht-weight (15.244 g)
Source: Gold Traders Association

Download Our App

Trending