ข่าวอาชญากรรม - Crime
แม่ของเด็กอายุ 2 ขวบที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดจากคนขับรถเมาสุราในจังหวัดลำปาง เรียกร้องค่าชดเชย 10 ล้านบาท
ลำปาง – เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศขึ้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองระดับท้องถิ่นดื่มเหล้าจนเมามายแล้วขับรถยนต์กระบะพุ่งชนประชาชน ส่งผลทำให้เด็กชายวัยเพียง 2 ขวบต้องเสียชีวิตลงอย่างน่าเวทนา ส่วนผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาหักถึงสองท่อน ล่าสุดทางอำเภอเมืองลำปางได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนด่วนที่สุด พร้อมยื่นหนังสือเสนอกระตุ้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงดาบไล่ออกจากตำแหน่งทันที ข่าวนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมไทยเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำตัวเหนือกฎหมายตามรายงานของ ไทยรัฐออนไลน์
ประเด็นสำคัญ
- สั่งพ้นตำแหน่งทันที: นายอำเภอเมืองลำปางเซ็นหนังสือด่วนที่สุดเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ นายเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พ้นจากตำแหน่งข้อหาเมาแล้วขับชนคนตาย ซึ่งถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง
- แม่ใจสลายเรียก 10 ล้าน ยันไม่เจรจา: นางเมย์ แม่ของน้องเติมฝันที่กำลังรักษาตัวจากอาการขาหักสองท่อน ประกาศลั่นไม่ขอเจอหน้าคู่กรณีอีกต่อไป โดยปฏิเสธการเจรจาทุกเงื่อนไขและจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในชั้นศาลเท่านั้น
- ความเชื่อสุดสะเทือนใจ: นายดุ๊ก พ่อของเด็กเผยเรื่องราวชวนขนลุกและเศร้าสลดว่ามีผีเสื้อตัวหนึ่งบินตามมาจากวัดและมาเฝ้าภรรยาอยู่ที่ข้างเตียงโรงพยาบาลตลอดทั้งวันทั้งคืน เชื่อว่าเป็นวิญญาณของลูกชายที่ยังเป็นห่วงแม่
ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีนี้ นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดเพื่อส่งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง โดยเนื้อความระบุว่าให้ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งปลด นายเดช ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้พ้นจากหน้าที่ทันที เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายนี้ขับรถยนต์ในขณะมึนเมาสุราอย่างหนัก
ทางคณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นพ้องต้องกันว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน ตัวเขาควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม แต่กลับทำตัวเหนือกฎหมายขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อและมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตาย
แม่เหยื่อเมาขับลั่นสายเกินไป ปิดห้องผู้ป่วยงดเยี่ยมทุกกรณี
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลลำปางเพื่อเข้าสอบปากคำ นางเมย์ แม่ของน้องเติมฝัน เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสภาพของนางเมย์ในตอนนี้ยังคงบาดเจ็บสาหัส ขาหักสองท่อน และแพทย์จำเป็นต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อนเนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่พร้อม ส่วนศพของน้องเติมฝันวัย 2 ขวบนั้น ตอนนี้ญาติได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดศรีเกิดเพื่อรอทำพิธีฌาปนกิจหลังจากที่ผู้เป็นแม่หายดีและออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
ในการสอบสวนครั้งนี้นางเมย์ได้ยื่นคำขาดเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท พร้อมระบุว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้เศษเสี้ยวของความสูญเสียลูกชายที่เธอและสามีเฝ้ารอคอยมาทั้งชีวิต ตอนนี้สภาพจิตใจของครอบครัวพังทลายจนไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีกแล้ว เธอยังฝากบอกคู่กรณีว่าไม่ต้องพยายามมาขอขมาหรือขอเจรจาอีกต่อไป เพราะมันสายเกินไปแล้วและเธอจะขอไปเจอกันที่ชั้นศาลเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เธอยังให้พยาบาลล็อกกุญแจห้องพักฟื้นและติดป้ายงดเยี่ยมเด็ดขาดเพราะไม่อยากพบหน้าฝ่ายคนชน
เรื่องลี้ลับชวนน้ำตาซึม ผีเสื้อแสนรู้บินเฝ้าไข้ไม่ยอมห่าง
อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความโศกเศร้าให้กับผู้ที่พบเห็นคือ นายดุ๊ก ซึ่งเป็นพ่อของน้องเติมฝัน ได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูผีเสื้อตัวหนึ่งที่บินไปมาอยู่ภายในห้องพักฟื้นของผู้ป่วย โดยนายดุ๊กเล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ผีเสื้อตัวนี้บินตามพวกตนมาจากที่วัดตั้งแต่วันแรกที่นำศพลูกไปตั้งบำเพ็ญกุศล และมันก็บินวนเวียนอยู่ภายในห้องผู้ป่วยพิเศษนี้โดยไม่ยอมบินหนีออกไปไหนเลยเป็นเวลานับสัปดาห์แล้ว
พ่อของเด็กเชื่ออย่างสนิทใจว่า ผีเสื้อตัวนี้คือวิญญาณของน้องเติมฝันที่ยังคงเป็นห่วงแม่ที่บาดเจ็บ ในช่วงเวลากลางวันผีเสื้อจะบินไปมาอยู่รอบๆ เตียง ส่วนในเวลากลางคืนก็จะบินมาเกาะนิ่งๆ อยู่ที่หัวเตียงตรงจุดที่แม่นอนรักษาตัวอยู่เสมอ สำหรับทางด้านคดีความนั้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายนี้แล้ว คือข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหายร้ายแรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เด็กชายวัย 15 ปีจากลำปางจมน้ำเสียชีวิตขณะพยายามไปเก็บลูกบาสเก็ตบอล
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบจากพ่อเลี้ยงใจโหด
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับมูลนิธิเป็นหนึ่งเข้าช่วยเหลือเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ เด็กคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนมีบาดแผลทั่วตัว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด
การเข้าช่วยเหลือครั้งนี้มาจากการแจ้งเบาะแสของพลเมืองดีในพื้นที่ พวกเขาสังเกตเห็นความผิดปกติและทนดูสภาพของเด็กไม่ไหว จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ตามรายงานจากสำนักข่าว ข่าวสด
สรุปประเด็นสำคัญ
- เด็กชายวัย 3 ขวบถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนมีบาดแผลฟกช้ำและรอยของมีคมบาดตามตัว
- พ่อเลี้ยงอ้างว่าเด็กเล่นซนจนหกล้มและโดนมีดบาดเอง พร้อมยอมรับว่าตนเองเสพยาเสพติดทุกวัน
- แม่แท้ๆ ของเด็กออกมายอมรับสารภาพในภายหลังว่า บาดแผลทั้งหมดเกิดจากการกระทำของพ่อเลี้ยงจริง
นางสาวต้นอ้อ ตัวแทนจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับการทารุณกรรมครั้งนี้ เธอเล่าว่าเด็กถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำทุกวันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศที่มีรอยถูกของมีคมบาดอย่างรุนแรง ซึ่งเด็กไม่เคยได้รับการพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ก่อนหน้านี้ ทางครูที่ศูนย์เด็กเล็กเคยสังเกตเห็นความผิดปกติและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ตอนนั้นเด็กถูกส่งตัวไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัดได้ประมาณสองเดือน แต่สุดท้ายแม่แท้ๆ ก็ไปรับตัวเด็กกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมอีกครั้ง นอกจากนี้ ภายในบ้านหลังดังกล่าวยังมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เด็กคนนี้เคยโดนทำร้ายจนแขนหักมาแล้วในอดีต แต่ในตอนนั้นแม่ของเด็กกลับอ้างว่าลูกหกล้มเองเพื่อปกป้องสามีใหม่ ทางมูลนิธิเป็นหนึ่งจึงต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อบุกเข้าช่วยเหลือเด็กโดยเร็วที่สุด เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้เด็กอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
คำอ้างของพ่อเลี้ยงและการยอมรับความจริง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพัก พวกเขาได้พบกับนายที อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง และนางสาวเอ อายุ 30 ปี แม่แท้ๆ ของเด็ก จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทียอมรับว่าเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีลักทรัพย์มาได้เพียงแปดเดือน ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานล้างรถและยังคงเสพยาเสพติดอยู่ทุกวัน
อย่างไรก็ตาม พ่อเลี้ยงรายนี้ยังคงให้การปฏิเสธเรื่องการทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยง เขาอ้างว่าบาดแผลตามตัวเกิดจากความซุกซนของเด็กที่หกล้มเอง ส่วนรอยมีดบาดก็เกิดจากการที่เด็กเอามีดมาเล่น เขาบอกว่าที่ไม่กล้าพาไปหาหมอ เพราะกลัวจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนทำร้ายเด็ก
แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ เมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กทนแรงกดดันไม่ไหวและยอมเปิดปากสารภาพกับเจ้าหน้าที่ เธอยอมรับว่าบาดแผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนร่างกายของลูกชายวัยสามขวบนั้น เป็นฝีมือของนายทีผู้เป็นพ่อเลี้ยงจริงๆ ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของสามีอย่างสิ้นเชิง
การดำเนินคดีและการปกป้องสิทธิเด็ก
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กไปสอบปากคำเพิ่มเติม ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุมมากที่สุด
หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป ส่วนตัวเด็กน้อยขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขาแล้ว
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของผลกระทบจากปัญหายาเสพติดที่มีต่อสถาบันครอบครัว เมื่อผู้นำครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มักจะนำมาซึ่งความรุนแรงและการขาดสติสัมปชัญญะ เด็กที่ไม่มีทางสู้จึงมักจะตกเป็นเหยื่อของการระบายอารมณ์อยู่เสมอ
การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของเหยื่อ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการสังเกตสัญญาณความรุนแรงก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ เพียงแค่ไม่เพิกเฉยเมื่อพบเห็นความผิดปกติ การแจ้งเบาะแสให้กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจช่วยต่อชีวิตและสร้างอนาคตใหม่ให้กับเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งได้ตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท
ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท
เชียงราย – เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 สิงหาคม เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในจังหวัดเชียงราย คนร้ายเป็นชาย 2 คนได้บุกเข้าปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพอย่างอุกอาจ ร้านทองแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาเชียงของ
ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ข่มขู่พนักงานและกวาดทองคำไปได้น้ำหนักรวม 184 บาท ทองคำที่ถูกขโมยไปนั้นมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 13 ล้านบาท หลังจากก่อเหตุ พวกเขาได้ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- คนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนบุกปล้นร้านทองในห้างโลตัสเชียงของ กวาดทองคำมูลค่า 13 ล้านบาท
- ผู้ก่อเหตุจอดรถทิ้งไว้ริมแม่น้ำโขง และหลบหนีข้ามแดนไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว
- ตำรวจทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว และศาลได้อนุมัติหมายจับเพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
คนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยและลาว จากนั้นได้หลบหนีข้ามฝั่งไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ล่าสุดวันนี้ (6 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้ง 2 คนแล้ว
ศาลอนุมัติหมายจับและตั้งข้อหาหนัก
พ.ต.ท.อิทธิพล ฉลาดธัญญกิจ พนักงานสอบสวน สภ.เชียงของ ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเทิง ศาลได้ออกหมายจับตามคำร้องเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา หนึ่งในผู้ต้องหาคือ นายคำทิด พรปะสิด ชายชาวลาววัย 28 ปี หรือมีอีกชื่อว่า นายสมชาย ทิพวัน
นายคำทิดถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง รวมถึงการร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะหลบหนี นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้าขณะก่อเหตุ คุณสามารถ [suspicious link removed]
ผู้ต้องหายังถูกตั้งข้อหายิงปืนในชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและตกใจ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายคำทิดมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568 และจะหมดอายุในวันที่ 10 เม.ย. 2578
เร่งประสานทางการลาวเพื่อติดตามจับกุม
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยและตำรวจ สภ.เชียงของ กำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายอย่างใกล้ชิด พวกเขาได้ประสานงานไปยังกองบัญชาการป้องกันความสงบ (ปกส.) แขวงบ่อแก้ว เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุมตัวนายคำทิดและพรรคพวก
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบเสื้อผ้าของผู้ต้องหาถูกทิ้งไว้ในเมืองห้วยทราย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอเชียงของ อย่างไรก็ตาม ตำรวจคาดการณ์ว่าคนร้ายทั้งคู่น่าจะหลบหนีออกจากพื้นที่เมืองห้วยทรายไปแล้ว การสืบสวนและค้นหาจึงยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
ขณะนี้ สถานีตำรวจเชียงของประกาศมอบรางวัล 100,000 บาท ให้แก่ผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย
ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากท่านพบเห็นผู้ต้องสงสัยหรือมีข้อมูลใดๆ ที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจเชียงของ โทรศัพท์ 053-791-426 หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเดินหน้า”หมอหนี้ชุมชน”กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน
โบเตน ประเทศลาว – ทางการ สปป.ลาว เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม">อาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยบุกทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางเมืองบ่อเต็น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา ขณะกำลังก่อเหตุหลอกลวงประชาชนผ่านโลกออนไลน์
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบุกจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
สรุปประเด็นสำคัญ
- รวบผู้ต้องหากว่าร้อยชีวิต: ตำรวจ สปป.ลาว บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ 135 คน พบมีคนไทยร่วมขบวนการถึง 22 คน
- ยึดของกลางจำนวนมาก: พบคอมพิวเตอร์เกือบ 200 เครื่อง โทรศัพท์มือถือเกือบ 2,000 เครื่อง พร้อมเงินสดหลากหลายสกุลเงิน
- เตือนภัยกลโกง: มิจฉาชีพใช้มุกหลอกลงทุน แชร์ลูกโซ่ และแอปพลิเคชันพนันปลอม เพื่อหลอกดูดเงินจากเหยื่อ
หน่วยเฉพาะกิจตำรวจแขวงหลวงน้ำทา ร่วมกับตำรวจเขตบ่อเต็น ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ พวกเขาบุกเข้าไปยังอาคารสภาการค้าสากล ซึ่งเป็นตึกสูง 10 ชั้น อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม ติดกับชายแดนประเทศจีน ซึ่งเป็นทำเลที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้กบดาน
เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปถึงชั้นที่ 10 ก็พบกับกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกคนถูกจับกุมตัวไว้ได้ทันที โดยไม่ทันได้ตั้งตัวหรือหลบหนี การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรัดกุมและรวดเร็วมาก
จากรายงานของสื่อข่าว MGR Online ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งหมด 135 คน มีหลากหลายสัญชาติปะปนกันไป ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 73 คน และผู้หญิง 62 คน ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก
เจาะลึกสัญชาติผู้ต้องหา และของกลางมหาศาล
สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกจับกุม พบว่าเป็นชาวเวียดนามมากที่สุดถึง 82 คน รองลงมาคือชาวไทยจำนวน 22 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ชาย 10 คนและผู้หญิง 12 คน นอกจากนี้ยังมีชาวลาว 21 คน ชาวจีน 8 คน และชาวกัมพูชาอีก 2 คน
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ ที่ใช้ในการกระทำความผิดได้เป็นจำนวนมหาศาล ของกลางประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 182 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือมากถึง 1,902 เครื่อง สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือหลัก ที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อผ่านโลกออนไลน์
นอกจากอุปกรณ์ไอทีแล้ว ตำรวจยังพบตู้เซฟจำนวน 8 ตู้ ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร เมื่อเปิดออกดูพบเงินสดหลากหลายสกุลเงิน ทั้งเงินกีบ เงินบาท เงินหยวน เงินดอลลาร์ และเงินดอง รวมมูลค่าหลายล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า แก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้ ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและแนบเนียน พวกเขามักจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย เพื่อตีสนิทและชักชวนให้เหยื่อนำเงินมาลงทุน การหลอกลวงมักจะอ้างว่า เหยื่อจะได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินจริง
กลโกงอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ การหลอกทำแชร์ลูกโซ่ และการอ้างว่าส่งของมีค่ามาให้ แต่ต้องโอนค่าภาษีล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์การพนัน หรือแอปพลิเคชันปลอม เพื่อหลอกให้คนโอนเงินเข้ามาเล่นแล้วเชิดเงินหนี

แฉกลยุทธ์มิจฉาชีพ และแนวทางการดำเนินคดี
ปัจจุบัน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัว ส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทา เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย ของทางการลาวอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ทางการลาวได้ประสานไปยังสถานทูต ของแต่ละประเทศเพื่อให้รับทราบเรื่องราวแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนทุกคน ให้ระมัดระวังการลงทุน ที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนหรือข้อเสนอที่ดูดีเกินไป หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยบนโลกออนไลน์ ควรหยุดคุยและรีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องตกเป็นเหยื่อ
การปราบปรามขบวนการเหล่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์ มักจะย้ายฐานปฏิบัติการไปตามแนวชายแดนเพื่อหลบหนี รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงต้องจับมือกันกวาดล้างอย่างจริงจัง
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่าย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ก็พัฒนารูปแบบไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน การมีสติและรู้เท่าทันกลโกง จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากภัยเงียบเหล่านี้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเหตุการณ์ยิงกันสุดเศร้าในเชียงราย!!เจ้าหน้าที่หมู่บ้านยิงคนร้ายใช้มีดทำร้ายเพื่อช่วยชีวิตลูกชาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoวิกฤตน้ำท่วมเชียงราย: แม่น้ำลาวและแม่น้ำกรณ์ทะลักตลิ่ง กระทบชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือน
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเครือข่ายประชาชนเชียงรายเรียกร้องยับยั้ง TOR ไทย-เมียนมา ชี้ไม่แก้ปัญหาเหมืองแร่แม่น้ำสายสำคัญ


