เชียงราย - Chiang Rai News
โรงพยาบาลฟรีชื่อดังของเชียงรายอาจปิดตัวลงใน 60 วัน เจ้าอาวาสวิงวอนขอความช่วยเหลือ
ชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก">เชียงราย – โรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ในจังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง สถานพยาบาลแห่งนี้เป็นที่พึ่งพิงหลักของผู้ป่วยยากไร้ในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันกลับได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขณะนี้ทางโรงพยาบาลมีงบประมาณเหลือสำหรับบริหารงานและดูแลผู้ป่วยฟรีอีกเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น
ประเด็นสำคัญ
- วิกฤตการเงินรุนแรง: โรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม มีงบประมาณเหลือใช้ในการบริหารจัดการและรักษาผู้ป่วยฟรีได้อีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น
- พิษเศรษฐกิจและท่องเที่ยว: ปัญหาราคาน้ำมันแพง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้ยอดเงินบริจาคของทางวัดลดลงอย่างต่อเนื่อง
- ขอรับการสนับสนุน: ทางโรงพยาบาลเปิดรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ผ่านบัญชีธนาคารของทางวัด เพื่อต่อลมหายใจและช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้ได้รับการรักษาต่อไป
โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของวัดห้วยปลากั้ง ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการทั้งระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ ตัวอาคารมีความโดดเด่นด้วยรูปทรงเรือยาว 108 เมตร มีความสูงถึง 7 ชั้น และสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 90 เตียง
ในแต่ละวัน มีประชาชนที่เจ็บป่วยและมีฐานะยากจนเดินทางมารับการรักษาเฉลี่ยถึง 300 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเปราะบางและผู้ที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข ทางโรงพยาบาลให้บริการรักษาฟรีโดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ที่นี่มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่คอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมกว่า 60 ชีวิต บุคลากรเหล่านี้ทำงานด้วยความเสียสละเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นแห่งความเมตตา
ตั้งแต่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ช่วยชีวิตผู้คนมาแล้วนับไม่ถ้วน โครงการนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงถึง 730 ล้านบาท โดยเกิดจากพลังแห่งศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ
เป้าหมายหลักคือการสร้างสถานพยาบาลที่หวังให้เป็นที่พึ่งของสังคมอย่างยั่งยืน ผู้ป่วยหลายคนไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายค่าเดินทาง แต่เมื่อมาที่นี่ พวกเขาได้รับการดูแลรักษาอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี
โรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สำหรับผู้ที่ไม่มีทางเลือกในชีวิต โดยเฉพาะบริการด้านทันตกรรมที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ต้นปี 2569 ปัญหาขาดแคลนงบประมาณก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้เงินในการบริหารจัดการเฉลี่ยเดือนละกว่า 6 ล้านบาท อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ MGR Online เพื่อให้ระบบสาธารณสุขต่างๆ ดำเนินต่อไปได้
แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน งบประมาณที่เหลืออยู่สามารถพยุงโรงพยาบาลได้อีกแค่ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น ข้อมูลนี้สร้างความกังวลให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก
พระไพศาลประชาทร วิ. หรือ พระอาจารย์พบโชค ติสฺสวํโส เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงนี้ ท่านกล่าวว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี โรงพยาบาลได้เปิดให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาฟรีมาโดยตลอด
ปัจจัยรุมเร้าที่ทำร้ายโรงพยาบาล
ปัจจุบันวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้ประชาชนต้องรัดเข็มขัดและระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวและทำบุญที่วัดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด รายได้หลักของวัดที่ลดลง ทำให้ไม่สามารถนำเงินมาสนับสนุนงบประมาณของโรงพยาบาลได้เหมือนในปีที่ผ่านๆ มา
ขณะนี้โรงพยาบาลกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอย่างหนัก ทั้งในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาชีวิตผู้ป่วย
นอกจากปัญหาเรื่องยาและอุปกรณ์แล้ว โรงพยาบาลยังขาดแคลนงบประมาณสำหรับดูแลเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครอีกด้วย บุคลากรเหล่านี้ทำงานอย่างหนักและเสียสละเวลาเพื่อดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล
หากสถานการณ์ทางการเงินยังคงวิกฤตเช่นนี้ต่อไป การให้บริการรักษาผู้ป่วยยากไร้อาจต้องหยุดชะงักลงในเร็ววัน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ป่วยที่ไม่มีทางเลือกอื่น
พระอาจารย์พบโชค เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขงบประมาณที่ลดลง แต่คือชีวิตของประชาชนที่ยังคงรอคอยความหวังและการรักษาอยู่ทุกวัน
ร่วมต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยและสังคม
แม้จะเผชิญกับความยากลำบากและอุปสรรคมากมาย ทางวัดยังคงยืนหยัดที่จะสานต่อเจตนารมณ์อันแรงกล้า ในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงทรัพย์สินของวัดห้วยปลากั้งเท่านั้น แต่เป็นของสังคมและผู้มีจิตศรัทธาทุกคนที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ทางโรงพยาบาลจึงได้ออกมาบอกบุญและขอความเมตตาจากคนไทยทั้งประเทศ
ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเงิน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคมได้โดยตรง ท่านสามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 118-1-21984-6 ชื่อบัญชี “วัดห้วยปลากั้ง”
ทุกการบริจาคของท่านคือการต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วย วัดห้วยปลากั้งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาของจังหวัดเชียงรายเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งมอบโอกาสให้กับสังคม การช่วยเหลือครั้งนี้จึงเป็นการมอบชีวิตใหม่ให้กับเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ฝนตกหนักทำให้แม่น้ำกอกขุ่นมัวอย่างอันตราย สร้างความวิตกกังวลในจังหวัดเชียงราย
รถตู้รับส่งนักเรียนชนกับรถบรรทุกส่งของในจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย – ประชาชนริมฝั่งชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งในอำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนที่ตกหนักทางตอนเหนือทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาย">แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยจะเร่งอุดรอยรั่วแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้ทัน แต่ตลาดท่าล้อในฝั่งเมียนมากลับถูกน้ำท่วมขังอย่างหนักแล้วในขณะนี้
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทยและเมียนมาเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ชาวบ้านทั้งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่างเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มวลน้ำป่าจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ตอนเหนือได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง ล่าสุดระดับน้ำได้เอ่อล้นขึ้นมาจนสัมผัสกับคานใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 แล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนที่อาศัยและค้าขายอยู่บริเวณริมตลิ่งอย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำสายพุ่งสูงฉับพลัน จนแตะคานใต้สะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1
- เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งอุดรอยรั่วของแนวกระสอบทราย (Big Bag) ป้องกันน้ำทะลัก
- ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็กได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะตลาดท่าล้อที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างแล้ว
แม้ว่าระดับน้ำในปัจจุบันจะยังไม่เอ่อล้นข้ามแนวกำแพงกั้นน้ำเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยรั่วซึมบริเวณแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ในบางจุด ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในพื้นที่ชั่วขณะ
หน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครต้องรีบระดมกำลังคนพร้อมเครื่องจักรกลหนัก ลงพื้นที่เพื่ออุดรอยรั่วและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ สำนักข่าวไทย รายงานว่าทุกคนต่างทำงานแข่งกับเวลา เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอแม่สายให้ปลอดภัยสูงสุด
ท่าขี้เหล็กวิกฤต น้ำท่วมตลาดสำคัญ
เมื่อมองข้ามแม่น้ำสายไปยังฝั่งประเทศเมียนมา สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด พื้นที่ลุ่มต่ำในเมืองท่าขี้เหล็กไม่สามารถต้านทานมวลน้ำที่หลากลงมาได้ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและแหล่งการค้าอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “ตลาดท่าล้อ” ซึ่งเป็นตลาดชายแดนชื่อดัง ตอนนี้ถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าต้องรีบขนย้ายสินค้าขึ้นที่สูง ท่ามกลางความทุลักทุเลและระดับน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยว
หน่วยงานท้องถิ่นยังคงออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายทั้งสองประเทศควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงแปรปรวนและอาจมีฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในพื้นที่ตอนเหนือ
การเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการเก็บสิ่งของมีค่าและการวางแผนอพยพ คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การตื่นตัวและติดตามข่าวสารจะช่วยลดความสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข
ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
- สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
- ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ
งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้
ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล
การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่สายได้ยึดยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบ บริเวณถนนบายพาส จังหวัดเชียงราย การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ทำให้สามารถสกัดกั้นเส้นทางการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ริมถนนอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
จุดที่พบของกลางอยู่บริเวณถนนหมายเลข 123 หรือเส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส: ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางทิ้งไว้ริมถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: ภายในกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวนรวมกว่า 400,000 เม็ด ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดด้านหลังป้ายโฆษณา
- ตำรวจเร่งขยายผล: เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตามล่าเครือข่ายยาเสพติดที่นำกระเป๋ามาทิ้งไว้
การลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบ กระเป๋าทั้งสองใบถูกซ่อนไว้ด้านหลังป้ายโฆษณาริมทางอย่างแนบเนียน บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีบุคคลต้องสงสัยอยู่ใกล้เคียงเลย ทางตำรวจจึงระมัดระวังและเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในทันที
ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระเป๋ามียาบ้าบรรจุอยู่จนเต็มแน่นทั้งสองใบ แต่ละใบมีห่อพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใบละ 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อพลาสติกมียาบ้าถูกห่อด้วยกระดาษไข พร้อมกับประทับตรา 999 เอาไว้อย่างชัดเจน
เมื่อตำรวจทำการนับจำนวนรวมทั้งหมด พบว่ามียาบ้ามากถึง 400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การตรวจพบครั้งนี้ช่วยสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
พลังของชุมชนช่วยสกัดยาเสพติด
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชาวบ้านสันผักฮี้ได้แสดงความเข้มแข็งในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หากชาวบ้านไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ
พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสระบุว่า กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ผิดสังเกต ทางตำรวจจึงขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณสามารถติดตามข่าวสารอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวท้องถิ่นเชียงราย ซึ่งรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้น ชุดสืบสวนได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ตำรวจกำลังค้นหารถยนต์หรือบุคคลปริศนาที่แอบนำกระเป๋าใบนี้มาทิ้งไว้กลางดึก
เพิ่มความเข้มงวดชายแดนแม่สาย
พื้นที่อำเภอแม่สาย ถือเป็นจุดที่มักพบการแอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม
ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบายพาส ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจตราเส้นทางเลี่ยงเมืองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนอย่างเด็ดขาด
พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข่าวอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญในการแกะรอยคนร้าย คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี









