Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าว - News

ข่าวล่าสุด! ศาลกรุงเทพฯ พิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องสงสัย 2 ราย ในคดีวางระเบิดศาลพระเอรวัน

Published

on

ข่าวล่าสุด! ศาลกรุงเทพฯ พิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องสงสัย 2 ราย ในคดีวางระเบิดศาลพระเอรวัน

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ศาลอาญากรุงเทพฯ ภาคใต้ ได้อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มในคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศไทย โดยตัดสินประหารชีวิตจำเลยชาวอุยกูร์ 2 คน คือ บิลาล โมฮัมเหม็ด และ ไมริลี ยูซุฟ ในข้อหาวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ถือเป็นการปิดฉากหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways

  • ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาประหารชีวิต นายบิลาล และ นายไมไรลี สองผู้ต้องหาในคดีวางระเบิดแยกราชประสงค์เมื่อปี 2558.
  • เหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และได้รับบาดเจ็บรวมกว่า 120 คน รวมถึงมีความพยายามก่อเหตุที่ท่าเรือแต่ไม่สำเร็จ.
  • คดีนี้ถูกย้ายจากศาลทหารมายังศาลอาญากรุงเทพใต้ในปี 2562 ก่อนที่ศาลจะตัดสินให้รับโทษสูงสุดและสั่งชดใช้ค่าเสียหาย.

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เวลาประมาณ 18.00 น. เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร. บริเวณศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ผู้ก่อเหตุได้นำวัตถุระเบิดมาซุกซ่อนไว้. หลังจากนั้นพวกเขาจึงทำการจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่.

แรงระเบิดส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 20 คน. นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 53 คน และบาดเจ็บทั่วไปอีก 73 คน. เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก.

แผนการที่ล้มเหลวบริเวณท่าเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส

นอกเหนือจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์แล้ว คำพิพากษายังระบุถึงความพยายามก่อเหตุอีกจุดหนึ่งในวันเดียวกัน. ในช่วงกลางวันของวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ผู้ต้องหาได้นำระเบิดอีกหนึ่งชุดไปวางไว้ที่ท่าเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส. พวกเขาตั้งใจให้เกิดการระเบิดเพื่อหวังผลต่อชีวิตประชาชนที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น.

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ระบบจุดชนวนระเบิดเกิดความขัดข้องและไม่ทำงานตามที่พวกเขาได้วางแผนไว้. การขัดข้องครั้งนี้ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือแห่งนี้. นี่คือหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาอันโหดร้ายและเตรียมการมาก่อนของผู้ก่อเหตุ.

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรัดการสืบสวนอย่างเต็มที่เพื่อหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญ. การทำงานอย่างหนักนำไปสู่การจับกุมตัวนายบิลาล โมฮำเหม็ด และนายไมไรลี ยูซูฟู ในเวลาต่อมา. การตรวจค้นแหล่งที่พักพิงของผู้ต้องหาพบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวนมาก.

เจ้าหน้าที่พบสารเคมี ฝักแคระเบิด และผงอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างระเบิดแสวงเครื่อง. สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุอันตรายร้ายแรงที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้ตามกฎหมาย. นอกจากนี้ยังพบว่านายบิลาลได้ลักลอบเดินทางเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย

เส้นทางของคดีจากศาลทหารสู่ศาลอาญา

คดีนี้มีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลาในการพิจารณายาวนานกว่าจะเดินทางมาถึงบทสรุป. ในช่วงแรก คดีถูกยื่นฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2558 ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ. กระบวนการในชั้นศาลทหารดำเนินไปอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ.

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2562 ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนทางกฎหมายครั้งสำคัญเกิดขึ้น. ศาลทหารมีคำสั่งให้โอนย้ายคดีนี้มาพิจารณาต่อที่ศาลอาญากรุงเทพใต้แทนเพื่อความเหมาะสม. กระบวนการสืบพยานได้ดำเนินมาจนกระทั่งศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 11 มิถุนายน 2569.

ในที่สุด ศาลได้พิจารณาจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกันอย่างมาก. ศาลจึงตัดสินว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดจริงในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน. รวมทั้งมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และมีวัตถุระเบิดร้ายแรงไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย.

ศาลมีคำสั่งให้ลงโทษสูงสุดด้วยการประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคนโดยไม่มีข้อยกเว้น. นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวมกว่า 1.4 ล้านบาท ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับผลกระทบ. คุณสามารถอ่านรายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็มได้ที่ เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์.

ผลกระทบต่อสังคมไทยและการยกระดับความปลอดภัย

เหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหมไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น. แต่มันยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของประเทศไทย. รัฐบาลจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยด่วน.

หลังจากเหตุการณ์นี้ ประเทศไทยได้ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะอย่างเข้มงวดมากขึ้น. มีการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดและยกระดับมาตรการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในจุดเสี่ยงอย่างจริงจัง. การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต.

การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมไทยให้ความสนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง. นอกเหนือจากค่าเสียหายแล้ว ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่. การดูแลเยียวยาจิตใจของผู้ที่สูญเสียคนที่รักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเงินได้.

ประชาชนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกโล่งใจและพอใจเมื่อได้รับทราบคำพิพากษาที่เด็ดขาดและเป็นธรรมของศาล. หลายคนมองว่ากระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ. บทเรียนจากคดีนี้จะคอยเตือนใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตาเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยในสังคม.

ข่าวไทยยอดนิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกจับร้านอาหารจีนที่ปฏิเสธการรับเงินบาทไทยในกรุงเทพฯ

โศกนาฏกรรมซ้ำรอย! รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถบัสในกรุงเทพฯ เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 15 ราย

ข่าว - News

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

CTN News

Published

on

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีคนตกลงไปในหลุมลึกบริเวณใกล้น้ำตกป่าหวาย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่มรื่นและสวยงาม จุดเกิดเหตุเป็นทางเดินชมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่กลับกลายเป็นสถานที่จบชีวิต เมื่อมีชายคนหนึ่งตัดสินใจกระโดดลงไปในหลุมลึกต่อหน้าผู้คน

หลุมดังกล่าวมีความลึกมากถึง 50-60 เมตร และยังมีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังจากชายคนนี้ตกลงไป เขาไม่ได้กลับขึ้นมาอีกเลย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงคาดการณ์ตั้งแต่ต้นว่าเขาอาจจะเสียชีวิตแล้ว หน่วยกู้ภัย สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ทันที

ประเด็นสำคัญ

  • ชายวัย 30 ปี เสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง หลังกระโดดลงหลุมลึกกว่า 50 เมตร ที่น้ำตกป่าหวาย
  • สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาความรักที่ไม่สมหวัง เนื่องจากทั้งคู่เป็นญาติใกล้ชิดที่มีนามสกุลเดียวกัน
  • ทีมกู้ภัยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและเชือกสลิงยาวพิเศษ เพื่อโรยตัวลงไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตด้วยความยากลำบาก

การนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย นายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด ได้สั่งการด่วนให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์กู้ชีพครบมือ มาร่วมภารกิจกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด การทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อันตราย

นอกจากนี้ ทีมงานต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการปีนเขา โรยตัวลงไปในหลุมลึกพร้อมกับเชือกสลิงยาว พวกเขาทำงานด้วยความระมัดระวัง จนในที่สุดก็สามารถนำเปลรัดร่างของผู้เสียชีวิตดึงขึ้นมาได้สำเร็จ ผู้ตายเป็นชายหนุ่มอายุ 30 ปี ชาวตำบลคีรีราษฎร์ สวมเสื้อยืดและกางเกงสีน้ำเงิน สภาพศพบ่งบอกถึงการกระแทกกับพื้นหลุมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป

ปมรักต้องห้ามที่จบลงด้วยน้ำตา

จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คือเรื่องราวความรักที่แสนเศร้า ผู้ตายมีความรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ไม่สามารถคบกันได้ เนื่องจากทั้งคู่มีนามสกุลที่ใกล้เคียงกันและเป็นญาติใกล้ชิดกัน ทั้งสองคนจึงพากันมาเที่ยวที่อุทยานฯ เพื่อพูดคุยปรับทุกข์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตรักที่ไม่มีทางออก

เชื่อกันว่าทั้งคู่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยกันเพื่อหนีปัญหา ฝ่ายชายกระโดดลงไปในหลุมลึกและเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงไม่ได้ตามลงไป เธอทำได้เพียงร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกอยู่ริมหลุมและรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกคน ความผิดหวังในเรื่องความรักเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม การหาทางออกด้วยการจบชีวิตไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อปิดคดีและมอบความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

Continue Reading

ข่าว - News

ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน

Naree Srisuk

Published

on

ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน

เหตุการณ์สุดระทึกขวัญเกิดขึ้นที่ สปป.ลาว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ กลุ่มคนร้ายเหิมเกริมถึงขั้นใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางแบบไร้ร่องรอย

ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ทั้งเครื่องบินและยาเสพติดมูลค่ามหาศาล พร้อมรวบตัวผู้ต้องหาได้ถึง 13 ราย ข้อมูลเชิงลึกจาก MGR Online ระบุว่ามีทั้งนักบินและเจ้าหน้าที่สนามบินเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วย

ประเด็นสำคัญ  

  • ตำรวจลาวบุกยึดเครื่องบินส่วนตัวที่ลักลอบขนยาไอซ์กว่า 521 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางถึง 21 ใบ
  • เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ต้องหาได้ 13 ราย ประกอบด้วยนักบิน ชาวต่างชาติ และพนักงานของท่าอากาศยานหลวงพระบาง
  • เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดีที่แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ตำรวจสามารถซ้อนแผนจับกุมได้ทันก่อนเครื่องบินขึ้น

ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน

เบาะแสสำคัญจากพลเมืองดี

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้มาจากข้อมูลลับของพลเมืองดี เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงหลวงพระบางได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญ ข้อมูลระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเส้นทางอากาศ

ขบวนการนี้วางแผนใช้เครื่องบินส่วนตัวบินตรงจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมารับยาเสพติดที่เมืองหลวงพระบาง ตอนแรกคนร้ายกำหนดวันก่อเหตุไว้ในวันที่ 26 กันยายน แต่ต่อมาได้เลื่อนแผนการเป็นวันที่ 1 ตุลาคมแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ลดความพยายามลงแต่อย่างใด

ตำรวจลาวได้จัดกำลังเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลการบินอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสืบทราบว่าเครื่องบินเป้าหมายรหัส N73GP จะเดินทางออกจากต้นทางในเวลา 11.30 น. และมีกำหนดการเดินทางมาถึงสนามบินหลวงพระบางในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น.

ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน

นาทีจับกุมกลางรันเวย์

เมื่อเครื่องบินลำดังกล่าวร่อนลงจอดตามเวลาที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงตึงเครียด รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คันได้ขับมาจอดที่บริเวณด้านหน้าของท่าอากาศยาน จากนั้นพนักงานของสนามบินได้ช่วยกันนำกระเป๋าเดินทางจำนวน 23 ใบลงจากรถ

กระเป๋าทั้งหมดถูกเข็นผ่านเครื่องเอกซเรย์ของสนามบินอย่างแนบเนียน ก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นไปบนเครื่องบินส่วนตัวที่จอดติดเครื่องรออยู่อย่างรวดเร็ว เมื่อโหลดสัมภาระเสร็จสิ้น รถบรรทุกทั้งสองคันก็รีบขับออกไปจากพื้นที่สนามบินทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษจากกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทาจึงไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นกระเป๋าทั้งหมดบนเครื่องบิน ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นแบบฉิวเฉียดก่อนที่เครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสิ่งที่พบซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อพบว่าในกระเป๋าจำนวน 21 ใบเต็มไปด้วยถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงเหล่านี้ถูกประทับด้วยโลโก้รูปปลาทองเหมือนกันทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ

ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน

เปิดกระเป๋าเจอยานรกล็อตใหญ่

เมื่อเปิดดูภายในถุง พบว่าเป็นยาเสพติดประเภทไอซ์รวมจำนวนทั้งหมด 500 ห่อ ยาเสพติดล็อตนี้มีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 521 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบที่เหลือเป็นเพียงของใช้ส่วนตัวทั่วไปที่นำมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

หลักฐานที่ชัดเจนและมัดตัวแน่นหนานี้ ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คนในที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหามีทั้งนักบิน ผู้ช่วยนักบิน และนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติอีกหนึ่งคน

นอกจากนี้ยังมีพนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมอีก 3 คน และที่น่าตกใจที่สุดคือมีพนักงานของท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางร่วมขบวนการด้วยถึง 7 คน ทุกคนถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย

นอกเหนือจากยาไอซ์กว่าครึ่งตันและเครื่องบินส่วนตัวแล้ว ตำรวจยังสามารถติดตามยึดรถกระบะสีขาวได้อีก 1 คันเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการลาวในการกวาดล้างยาเสพติด และจะมีการเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ

Continue Reading

ข่าว - News

เจ้าหน้าที่กู้ภัยตกตะลึงหลังจากสุนัขที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ

Rebecca Kim

Published

on

เจ้าหน้าที่กู้ภัยตกตะลึงหลังจากสุนัขที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ

เหตุการณ์สุดระทึกขวัญและน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน้ำท่วมกำแพงเพชรวิกฤต! น้ำล้นคลองซัดบ้านจม คนหนีขึ้นหลังคา">กำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปช่วยเก็บซากสุนัขที่เสียชีวิตแล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อสุนัขตัวดังกล่าวฟื้นคืนชีพขึ้นมาบนรถกู้ภัย คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “น้ำตา คนเลว” พร้อมข้อความว่า “#ช่วยด้วย!ระทึกกลางวันแสกๆกู้ภัยโดนผีหลอก” วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเข้าชมสูงถึง 4 ล้านครั้งภายในชั่วข้ามคืน

นายธีระ พึ่งพัฒน์ อายุ 53 ปี อาสาสมัครกู้ภัย เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. บริเวณหมู่ 1 ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ทีมงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ช่วยนำร่างสุนัขเพศผู้ที่นอนตายนอกบ้านไปฝัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าสุนัขตัวอ่อนปวกเปียกและไม่มีการตอบสนองใดๆ จึงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้วอย่างแน่นอน และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของ หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร ต่อไป

ประเด็นสำคัญ

  • กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปเก็บร่างสุนัขที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้วเพื่อนำไปฝังตามธรรมชาติ
  • สุนัขฟื้นคืนชีพและลุกขึ้นยืนบนรถกู้ภัยหลังจากถูกห่อด้วยผ้าขาวเพียง 5 นาที
  • คลิปเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล มียอดผู้เข้าชมทะลุ 4 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว

หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพสุนัข พวกเขาได้ใช้ผ้าขาวดิบห่อร่างของมันอย่างมิดชิด จากนั้นจึงยกขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเตรียมนำไปฝัง แต่หลังจากรถออกเดินทางไปได้เพียง 5 นาที เหตุการณ์ชวนขนลุกก็เกิดขึ้น จู่ๆ สุนัขที่ถูกห่อผ้าไว้ก็ฟื้นลุกขึ้นมายืนบนรถโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ วินาทีนั้นอาสาสมัครกู้ภัยที่นั่งอยู่ท้ายรถต่างตกใจสุดขีด

กระแสไวรัลและการตอบรับจากโซเชียล

หลายคนยอมรับว่าตกใจจนคิดว่าโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ จึงรีบตะโกนบอกให้คนขับจอดรถทันที เมื่อคนขับจอดรถและเดินมาเปิดท้ายกระบะ สุนัขตัวดังกล่าวก็กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงและตกตะลึงให้กับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะต่างมั่นใจว่าสุนัขหยุดหายใจไปแล้วก่อนหน้านี้

นายธีระยอมรับว่า นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตการทำงานกู้ภัยที่เจอเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ หลังจากตั้งสติได้ ทีมงานจึงนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปโพสต์ลงในกลุ่มโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและแชร์คลิปออกไปอย่างกว้างขวาง

บางคนรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของกู้ภัย ในขณะที่หลายคนรู้สึกยินดีที่สุนัขตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป หากพบสัตว์ที่ดูเหมือนเสียชีวิต ควรตรวจสอบการหายใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเสมอ ท้ายที่สุดนี้ ทีมกู้ภัยก็ยังคงได้รับคำชื่นชมในความทุ่มเทช่วยเหลือสังคมแม้จะต้องเจอกับเรื่องชวนตกใจก็ตาม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

น่าตกใจ!! ชายคนหนึ่งยอมมอบตัวตำรวจหลังจากลากสุนัขไปไกล 2 กิโลเมตร

รวบแก๊งโจ๋หญิงกำแพงเพชร รุมทำร้ายเด็ก 13 มอบตัวแล้ว

Continue Reading

SOi Dog FOundation

เชียงรายเกิดอุบัติเหตุ!! คนขับหนีออกจากรถที่ไฟลุกท่วมอย่างไม่เป็นอันตราย
เชียงราย - Chiang Rai News55 minutes ago

เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 hours ago

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

หน่วยลาดตระเวนชายแดนทางทะเลยึดยาเมทแอมเฟตามีน 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย - Chiang Rai News7 hours ago

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
สุขภาพและการแพทย์ Health7 hours ago

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว
เชียงราย - Chiang Rai News16 hours ago

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News24 hours ago

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ

นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข่าวการเมือง Politics1 day ago

นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
ข่าวการเมือง Politics1 day ago

สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า

ไทย-เมียนมา ผนึกกำลังข้ามแดน ปิดฉาก 9 ผู้ต้องหาหนีคดี ส่งตัวกลับดำเนินคดีถึงด่านแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
ข่าว - News4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
การเงิน -Finance4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
สุขภาพและการแพทย์ Health4 weeks ago

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569

ด่วน: กำแพงกั้นน้ำในท่าขี้เหล็กพังถล่ม กระแสน้ำเชี่ยวกรากทะลักเข้าท่วมเมืองชายแดน
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ด่วน: กำแพงกั้นน้ำในท่าขี้เหล็กพังถล่ม กระแสน้ำเชี่ยวกรากทะลักเข้าท่วมเมืองชายแดน

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

Download Our App

Trending