ข่าว - News
ข่าวล่าสุด! ศาลกรุงเทพฯ พิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องสงสัย 2 ราย ในคดีวางระเบิดศาลพระเอรวัน
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ศาลอาญากรุงเทพฯ ภาคใต้ ได้อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มในคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศไทย โดยตัดสินประหารชีวิตจำเลยชาวอุยกูร์ 2 คน คือ บิลาล โมฮัมเหม็ด และ ไมริลี ยูซุฟ ในข้อหาวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ถือเป็นการปิดฉากหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาประหารชีวิต นายบิลาล และ นายไมไรลี สองผู้ต้องหาในคดีวางระเบิดแยกราชประสงค์เมื่อปี 2558.
- เหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และได้รับบาดเจ็บรวมกว่า 120 คน รวมถึงมีความพยายามก่อเหตุที่ท่าเรือแต่ไม่สำเร็จ.
- คดีนี้ถูกย้ายจากศาลทหารมายังศาลอาญากรุงเทพใต้ในปี 2562 ก่อนที่ศาลจะตัดสินให้รับโทษสูงสุดและสั่งชดใช้ค่าเสียหาย.
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เวลาประมาณ 18.00 น. เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร. บริเวณศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ผู้ก่อเหตุได้นำวัตถุระเบิดมาซุกซ่อนไว้. หลังจากนั้นพวกเขาจึงทำการจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่.
แรงระเบิดส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 20 คน. นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 53 คน และบาดเจ็บทั่วไปอีก 73 คน. เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก.
แผนการที่ล้มเหลวบริเวณท่าเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส
นอกเหนือจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์แล้ว คำพิพากษายังระบุถึงความพยายามก่อเหตุอีกจุดหนึ่งในวันเดียวกัน. ในช่วงกลางวันของวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ผู้ต้องหาได้นำระเบิดอีกหนึ่งชุดไปวางไว้ที่ท่าเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส. พวกเขาตั้งใจให้เกิดการระเบิดเพื่อหวังผลต่อชีวิตประชาชนที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น.
อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ระบบจุดชนวนระเบิดเกิดความขัดข้องและไม่ทำงานตามที่พวกเขาได้วางแผนไว้. การขัดข้องครั้งนี้ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือแห่งนี้. นี่คือหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาอันโหดร้ายและเตรียมการมาก่อนของผู้ก่อเหตุ.
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรัดการสืบสวนอย่างเต็มที่เพื่อหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญ. การทำงานอย่างหนักนำไปสู่การจับกุมตัวนายบิลาล โมฮำเหม็ด และนายไมไรลี ยูซูฟู ในเวลาต่อมา. การตรวจค้นแหล่งที่พักพิงของผู้ต้องหาพบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวนมาก.
เจ้าหน้าที่พบสารเคมี ฝักแคระเบิด และผงอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างระเบิดแสวงเครื่อง. สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุอันตรายร้ายแรงที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้ตามกฎหมาย. นอกจากนี้ยังพบว่านายบิลาลได้ลักลอบเดินทางเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย
เส้นทางของคดีจากศาลทหารสู่ศาลอาญา
คดีนี้มีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลาในการพิจารณายาวนานกว่าจะเดินทางมาถึงบทสรุป. ในช่วงแรก คดีถูกยื่นฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2558 ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ. กระบวนการในชั้นศาลทหารดำเนินไปอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ.
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2562 ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนทางกฎหมายครั้งสำคัญเกิดขึ้น. ศาลทหารมีคำสั่งให้โอนย้ายคดีนี้มาพิจารณาต่อที่ศาลอาญากรุงเทพใต้แทนเพื่อความเหมาะสม. กระบวนการสืบพยานได้ดำเนินมาจนกระทั่งศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 11 มิถุนายน 2569.
ในที่สุด ศาลได้พิจารณาจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกันอย่างมาก. ศาลจึงตัดสินว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดจริงในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน. รวมทั้งมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และมีวัตถุระเบิดร้ายแรงไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย.
ศาลมีคำสั่งให้ลงโทษสูงสุดด้วยการประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคนโดยไม่มีข้อยกเว้น. นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวมกว่า 1.4 ล้านบาท ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับผลกระทบ. คุณสามารถอ่านรายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็มได้ที่ เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์.
ผลกระทบต่อสังคมไทยและการยกระดับความปลอดภัย
เหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหมไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น. แต่มันยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของประเทศไทย. รัฐบาลจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยด่วน.
หลังจากเหตุการณ์นี้ ประเทศไทยได้ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะอย่างเข้มงวดมากขึ้น. มีการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดและยกระดับมาตรการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในจุดเสี่ยงอย่างจริงจัง. การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต.
การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมไทยให้ความสนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง. นอกเหนือจากค่าเสียหายแล้ว ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่. การดูแลเยียวยาจิตใจของผู้ที่สูญเสียคนที่รักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเงินได้.
ประชาชนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกโล่งใจและพอใจเมื่อได้รับทราบคำพิพากษาที่เด็ดขาดและเป็นธรรมของศาล. หลายคนมองว่ากระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ. บทเรียนจากคดีนี้จะคอยเตือนใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตาเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยในสังคม.
ข่าวไทยยอดนิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกจับร้านอาหารจีนที่ปฏิเสธการรับเงินบาทไทยในกรุงเทพฯ
โศกนาฏกรรมซ้ำรอย! รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถบัสในกรุงเทพฯ เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 15 ราย
ข่าว - News
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีคนตกลงไปในหลุมลึกบริเวณใกล้น้ำตกป่าหวาย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่มรื่นและสวยงาม จุดเกิดเหตุเป็นทางเดินชมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่กลับกลายเป็นสถานที่จบชีวิต เมื่อมีชายคนหนึ่งตัดสินใจกระโดดลงไปในหลุมลึกต่อหน้าผู้คน
หลุมดังกล่าวมีความลึกมากถึง 50-60 เมตร และยังมีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังจากชายคนนี้ตกลงไป เขาไม่ได้กลับขึ้นมาอีกเลย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงคาดการณ์ตั้งแต่ต้นว่าเขาอาจจะเสียชีวิตแล้ว หน่วยกู้ภัย สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ทันที
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 30 ปี เสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง หลังกระโดดลงหลุมลึกกว่า 50 เมตร ที่น้ำตกป่าหวาย
- สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาความรักที่ไม่สมหวัง เนื่องจากทั้งคู่เป็นญาติใกล้ชิดที่มีนามสกุลเดียวกัน
- ทีมกู้ภัยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและเชือกสลิงยาวพิเศษ เพื่อโรยตัวลงไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตด้วยความยากลำบาก
การนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย นายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด ได้สั่งการด่วนให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์กู้ชีพครบมือ มาร่วมภารกิจกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด การทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อันตราย
นอกจากนี้ ทีมงานต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการปีนเขา โรยตัวลงไปในหลุมลึกพร้อมกับเชือกสลิงยาว พวกเขาทำงานด้วยความระมัดระวัง จนในที่สุดก็สามารถนำเปลรัดร่างของผู้เสียชีวิตดึงขึ้นมาได้สำเร็จ ผู้ตายเป็นชายหนุ่มอายุ 30 ปี ชาวตำบลคีรีราษฎร์ สวมเสื้อยืดและกางเกงสีน้ำเงิน สภาพศพบ่งบอกถึงการกระแทกกับพื้นหลุมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป
ปมรักต้องห้ามที่จบลงด้วยน้ำตา
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คือเรื่องราวความรักที่แสนเศร้า ผู้ตายมีความรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ไม่สามารถคบกันได้ เนื่องจากทั้งคู่มีนามสกุลที่ใกล้เคียงกันและเป็นญาติใกล้ชิดกัน ทั้งสองคนจึงพากันมาเที่ยวที่อุทยานฯ เพื่อพูดคุยปรับทุกข์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตรักที่ไม่มีทางออก
เชื่อกันว่าทั้งคู่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยกันเพื่อหนีปัญหา ฝ่ายชายกระโดดลงไปในหลุมลึกและเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงไม่ได้ตามลงไป เธอทำได้เพียงร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกอยู่ริมหลุมและรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกคน ความผิดหวังในเรื่องความรักเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม การหาทางออกด้วยการจบชีวิตไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อปิดคดีและมอบความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
ข่าว - News
ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญเกิดขึ้นที่ สปป.ลาว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ กลุ่มคนร้ายเหิมเกริมถึงขั้นใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางแบบไร้ร่องรอย
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ทั้งเครื่องบินและยาเสพติดมูลค่ามหาศาล พร้อมรวบตัวผู้ต้องหาได้ถึง 13 ราย ข้อมูลเชิงลึกจาก MGR Online ระบุว่ามีทั้งนักบินและเจ้าหน้าที่สนามบินเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจลาวบุกยึดเครื่องบินส่วนตัวที่ลักลอบขนยาไอซ์กว่า 521 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางถึง 21 ใบ
- เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ต้องหาได้ 13 ราย ประกอบด้วยนักบิน ชาวต่างชาติ และพนักงานของท่าอากาศยานหลวงพระบาง
- เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดีที่แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ตำรวจสามารถซ้อนแผนจับกุมได้ทันก่อนเครื่องบินขึ้น
เบาะแสสำคัญจากพลเมืองดี
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้มาจากข้อมูลลับของพลเมืองดี เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงหลวงพระบางได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญ ข้อมูลระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเส้นทางอากาศ
ขบวนการนี้วางแผนใช้เครื่องบินส่วนตัวบินตรงจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมารับยาเสพติดที่เมืองหลวงพระบาง ตอนแรกคนร้ายกำหนดวันก่อเหตุไว้ในวันที่ 26 กันยายน แต่ต่อมาได้เลื่อนแผนการเป็นวันที่ 1 ตุลาคมแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ลดความพยายามลงแต่อย่างใด
ตำรวจลาวได้จัดกำลังเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลการบินอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสืบทราบว่าเครื่องบินเป้าหมายรหัส N73GP จะเดินทางออกจากต้นทางในเวลา 11.30 น. และมีกำหนดการเดินทางมาถึงสนามบินหลวงพระบางในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น.
นาทีจับกุมกลางรันเวย์
เมื่อเครื่องบินลำดังกล่าวร่อนลงจอดตามเวลาที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงตึงเครียด รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คันได้ขับมาจอดที่บริเวณด้านหน้าของท่าอากาศยาน จากนั้นพนักงานของสนามบินได้ช่วยกันนำกระเป๋าเดินทางจำนวน 23 ใบลงจากรถ
กระเป๋าทั้งหมดถูกเข็นผ่านเครื่องเอกซเรย์ของสนามบินอย่างแนบเนียน ก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นไปบนเครื่องบินส่วนตัวที่จอดติดเครื่องรออยู่อย่างรวดเร็ว เมื่อโหลดสัมภาระเสร็จสิ้น รถบรรทุกทั้งสองคันก็รีบขับออกไปจากพื้นที่สนามบินทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษจากกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทาจึงไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นกระเป๋าทั้งหมดบนเครื่องบิน ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นแบบฉิวเฉียดก่อนที่เครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสิ่งที่พบซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อพบว่าในกระเป๋าจำนวน 21 ใบเต็มไปด้วยถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงเหล่านี้ถูกประทับด้วยโลโก้รูปปลาทองเหมือนกันทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ
เปิดกระเป๋าเจอยานรกล็อตใหญ่
เมื่อเปิดดูภายในถุง พบว่าเป็นยาเสพติดประเภทไอซ์รวมจำนวนทั้งหมด 500 ห่อ ยาเสพติดล็อตนี้มีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 521 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบที่เหลือเป็นเพียงของใช้ส่วนตัวทั่วไปที่นำมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
หลักฐานที่ชัดเจนและมัดตัวแน่นหนานี้ ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คนในที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหามีทั้งนักบิน ผู้ช่วยนักบิน และนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติอีกหนึ่งคน
นอกจากนี้ยังมีพนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมอีก 3 คน และที่น่าตกใจที่สุดคือมีพนักงานของท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางร่วมขบวนการด้วยถึง 7 คน ทุกคนถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย
นอกเหนือจากยาไอซ์กว่าครึ่งตันและเครื่องบินส่วนตัวแล้ว ตำรวจยังสามารถติดตามยึดรถกระบะสีขาวได้อีก 1 คันเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการลาวในการกวาดล้างยาเสพติด และจะมีการเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ
ข่าว - News
เจ้าหน้าที่กู้ภัยตกตะลึงหลังจากสุนัขที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญและน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน้ำท่วมกำแพงเพชรวิกฤต! น้ำล้นคลองซัดบ้านจม คนหนีขึ้นหลังคา">กำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปช่วยเก็บซากสุนัขที่เสียชีวิตแล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อสุนัขตัวดังกล่าวฟื้นคืนชีพขึ้นมาบนรถกู้ภัย คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “น้ำตา คนเลว” พร้อมข้อความว่า “#ช่วยด้วย!ระทึกกลางวันแสกๆกู้ภัยโดนผีหลอก” วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเข้าชมสูงถึง 4 ล้านครั้งภายในชั่วข้ามคืน
นายธีระ พึ่งพัฒน์ อายุ 53 ปี อาสาสมัครกู้ภัย เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. บริเวณหมู่ 1 ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ทีมงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ช่วยนำร่างสุนัขเพศผู้ที่นอนตายนอกบ้านไปฝัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าสุนัขตัวอ่อนปวกเปียกและไม่มีการตอบสนองใดๆ จึงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้วอย่างแน่นอน และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของ หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร ต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปเก็บร่างสุนัขที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้วเพื่อนำไปฝังตามธรรมชาติ
- สุนัขฟื้นคืนชีพและลุกขึ้นยืนบนรถกู้ภัยหลังจากถูกห่อด้วยผ้าขาวเพียง 5 นาที
- คลิปเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล มียอดผู้เข้าชมทะลุ 4 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพสุนัข พวกเขาได้ใช้ผ้าขาวดิบห่อร่างของมันอย่างมิดชิด จากนั้นจึงยกขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเตรียมนำไปฝัง แต่หลังจากรถออกเดินทางไปได้เพียง 5 นาที เหตุการณ์ชวนขนลุกก็เกิดขึ้น จู่ๆ สุนัขที่ถูกห่อผ้าไว้ก็ฟื้นลุกขึ้นมายืนบนรถโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ วินาทีนั้นอาสาสมัครกู้ภัยที่นั่งอยู่ท้ายรถต่างตกใจสุดขีด
กระแสไวรัลและการตอบรับจากโซเชียล
หลายคนยอมรับว่าตกใจจนคิดว่าโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ จึงรีบตะโกนบอกให้คนขับจอดรถทันที เมื่อคนขับจอดรถและเดินมาเปิดท้ายกระบะ สุนัขตัวดังกล่าวก็กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงและตกตะลึงให้กับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะต่างมั่นใจว่าสุนัขหยุดหายใจไปแล้วก่อนหน้านี้
นายธีระยอมรับว่า นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตการทำงานกู้ภัยที่เจอเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ หลังจากตั้งสติได้ ทีมงานจึงนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปโพสต์ลงในกลุ่มโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและแชร์คลิปออกไปอย่างกว้างขวาง
บางคนรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของกู้ภัย ในขณะที่หลายคนรู้สึกยินดีที่สุนัขตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป หากพบสัตว์ที่ดูเหมือนเสียชีวิต ควรตรวจสอบการหายใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเสมอ ท้ายที่สุดนี้ ทีมกู้ภัยก็ยังคงได้รับคำชื่นชมในความทุ่มเทช่วยเหลือสังคมแม้จะต้องเจอกับเรื่องชวนตกใจก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! ชายคนหนึ่งยอมมอบตัวตำรวจหลังจากลากสุนัขไปไกล 2 กิโลเมตร
รวบแก๊งโจ๋หญิงกำแพงเพชร รุมทำร้ายเด็ก 13 มอบตัวแล้ว
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News24 hours agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

