Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

คดีร้อน! ผอ. ป.ป.ช. อ้าง “ไม่ได้ขับ” หลังรถกระบะชนไรเดอร์เสียชีวิต ตำรวจฟัน 3 ข้อหาหนัก ยันผลแอลกอฮอล์พุ่ง 189

Naree Srisuk

Published

on

คดีร้อน! ผอ. ป.ป.ช. อ้าง "ไม่ได้ขับ" หลังรถกระบะชนไรเดอร์เสียชีวิต ตำรวจฟัน 3 ข้อหาหนัก ยันผลแอลกอฮอล์พุ่ง 189

กรุงเทพฯ – อุบัติเหตุสุดสลดที่เกิดขึ้นบริเวณทางแยกบางรักน้อย จังหวัดนนทบุรี ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน รถกระบะคันหนึ่งชนกับรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ส่งอาหาร ทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศทันที เมื่อมีการเปิดเผยว่าคนขับรถกระบะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานต่อต้านการทุจริตที่สำคัญ คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ไทยรัฐออนไลน์ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับ นายจรงค์ เกราะเหมาะ อายุ 52 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ของสำนักงาน ป.ป.ช.

อุบัติเหตุครั้งนี้สร้างความเสียใจและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบางศรีเมืองได้เข้าควบคุมสถานการณ์ทันที และนำตัวผู้ขับขี่รถกระบะไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ

ในส่วนของการทำงานของเจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และ พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพรถกระบะและรถจักรยานยนต์อย่างละเอียด เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบและนำไปประกอบสำนวนคดีให้มีความชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด

วลีเด็ดจากผู้ต้องหา: “ต่อให้พี่เมา พี่ก็ไม่ได้ขับ”

ประเด็นที่ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างหนัก คือท่าทีและคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่สถานีตำรวจ มีรายงานระบุว่า ในบางช่วงบางตอน นายจรงค์ได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “พี่ไม่ได้ขับ ต่อให้พี่เมา พี่ก็ไม่ได้ขับ” ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ขัดแย้งกับสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่พบในที่เกิดเหตุ

ความสับสนยังเกิดขึ้นเมื่อเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมา โดยระบุว่า ข่าวที่นำเสนอออกไปนั้นดูมีความรุนแรงเกินกว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานเบื้องต้น ทางเลขาธิการอ้างว่าไม่มีการยืนยันเรื่องการเมาแล้วขับ และไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ เป็นเพียงอุบัติเหตุธรรมดาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวก็ถูกปัดตกไปเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนยันข้อมูลด้วยหลักฐานที่ชัดเจน

เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม พ.ต.อ.โชคชัย ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด ได้มีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของนายจรงค์ที่สถานีตำรวจแล้วอย่างแน่นอน และผลที่ออกมาก็ชัดเจนว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขนี้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ไปมาก

ด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนทั้งจากสถานที่เกิดเหตุและผลการตรวจร่างกาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงถึง 3 ข้อหา ได้แก่:

  • ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย: นี่คือความผิดหลักและเป็นข้อหาที่รุนแรงที่สุด
  • ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย: เป็นความผิดต่อเนื่องจากการขาดสติสัมปชัญญะในการควบคุมยานพาหนะ
  • ขับรถชนแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวต่อเจ้าพนักงาน: หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อข้อหา “ชนแล้วหนี”

ทางตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนและสื่อมวลชนว่า จะดำเนินการสืบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา โดยยืนยันว่าไม่มีความหนักใจใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าผู้ต้องหาจะเป็นข้าราชการระดับสูงก็ตาม

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม

คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วไป แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย เนื่องจากหน่วยงาน ป.ป.ช. มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สังคมจึงตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบและจรรยาบรรณ

การที่ตำรวจออกมายืนยันข้อเท็จจริงด้วยหลักฐาน และกล้าที่จะเดินหน้าแจ้งข้อกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นเรื่องที่สังคมชื่นชม เพราะแสดงให้เห็นว่ากฎหมายต้องบังคับใช้อย่างเท่าเทียม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงเพียงใด

การสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความสูญเสียในสังคมไทย คดีนี้นอกจากจะเป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว ยังเป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญให้กับผู้ขับขี่ทุกคน การตัดสินใจขับรถขณะมึนเมาเพียงครั้งเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตของผู้กระทำผิดและพรากชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปตลอดกาล

เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน หากคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ควรเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยเด็ดขาด ควรใช้บริการรถสาธารณะหรือให้ผู้ที่ไม่ได้ดื่มเป็นคนขับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่ไม่คาดคิดซ้ำรอยอีกต่อไป

ข่าวไทยยอดนิยม

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม

 

ข่าวอาชญากรรม - Crime

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

Naree Srisuk

Published

on

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ลำปาง – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา รถกระบะคันหนึ่งเสียหลักข้ามเลนพุ่งชนรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้เด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ผู้ขับขี่รถกระบะคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักขณะขับรถกลับบ้าน

ประเด็นสำคัญ

  • อุบัติเหตุร้ายแรง: อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเมาแล้วขับ ชนรถจักรยานยนต์ของนักเรียนหญิงวัย 14 ปี จนเสียชีวิตคาที่
  • แอลกอฮอล์เกินกำหนด: ตำรวจตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ก่อเหตุสูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน
  • การเยียวยาครอบครัว: ผู้ก่อเหตุเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและรับปากจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ผู้เสียชีวิตคือ น้องไข่มุก หรือ เด็กหญิงภาสิณี สุดสาคร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแม่ทะวิทยาคม เธอเป็นเด็กที่ขยันเรียน นิสัยดี และเป็นความหวังสูงสุดของครอบครัว นางกนกรัตน์ วัย 63 ปี ผู้เป็นย่าที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่เกิด เปิดใจทั้งน้ำตาว่าเธอรักหลานคนนี้มาก

น้องไข่มุกมีผลการเรียนดีเยี่ยมด้วยเกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.00 เธอยังมีความสามารถหลากหลายรอบด้าน ล่าสุดเพิ่งชนะเลิศการประกวดเขียนเรียงความเนื่องในวันครู นอกจากนี้ เธอกำลังตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขันวอลเลย์บอลในเร็วๆ นี้ แต่ความฝันทั้งหมดต้องจบลงเพราะคนเมาแล้วขับ

คำพูดสุดท้ายก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

ในเย็นวันเกิดเหตุ น้องไข่มุกกลับจากโรงเรียนและกินอาหารเย็นฝีมือย่าอย่างมีความสุข เธอขอเงินย่า 30 บาทเพื่อไปเติมอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ พร้อมบอกว่าจะขี่รถไปส่งเพื่อนที่บ้านก่อน ย่าไม่เคยคิดเลยว่านั่นจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายกับหลานสาวสุดที่รัก

หลังจากน้องขี่รถออกไปได้ไม่นาน ย่าก็ได้รับสายโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิต มีคนโทรมาบอกว่าหลานสาวถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว ย่าฝากข้อคิดเตือนใจถึงทุกคนในสังคมว่า หากดื่มสุราจนเมาก็ไม่ควรขับรถเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียแล้ว ชีวิตคนไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รถกระบะของอดีตผู้อำนวยการขับส่ายไปมาบนท้องถนน รถคันดังกล่าวเกือบจะเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นที่ขับสวนทางมาหลายครั้ง จนกระทั่งขับมาถึงบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์อำเภอแม่ทะ รถกระบะคันนี้ก็เสียหลักพุ่งข้ามเลน

จังหวะนั้นเอง น้องไข่มุกกำลังขี่รถจักรยานยนต์สวนทางมาพอดี ทำให้รถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเธออย่างจัง จนรถไถลตกลงไปข้างทาง ส่งผลให้น้องไข่มุกในชุดนักเรียนเสียชีวิตคาที่ทันที นี่คือเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้คนในพื้นที่อย่างมาก

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและพร้อมชดใช้

เช้าวันรุ่งขึ้น อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางมาร่วมงานศพเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เขานำเงินสดจำนวน 20,000 บาท มอบให้เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ เขายังรับปากว่าจะซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่มูลค่ากว่า 70,000 บาท เพื่อทดแทนคันที่พังเสียหาย

ผู้ก่อเหตุให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพทั้งหมดจนเสร็จสิ้น เขาพร้อมจะเยียวยาครอบครัวของน้องไข่มุกอย่างเต็มที่ โดยจะมีการเจรจาพูดคุยเรื่องค่าเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 24 กรกฎาคม

พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ทะ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่รถกระบะ ผลปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้มาก อดีตผู้อำนวยการรายนี้ให้การรับสารภาพว่าดื่มสุรามาจริง

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักคือ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนแม่ทะวิทยาคมได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักเรียนอันเป็นที่รัก ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MGR Online

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

แม่ของเด็กอายุ 2 ขวบที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดจากคนขับรถเมาสุราในจังหวัดลำปาง เรียกร้องค่าชดเชย 10 ล้านบาท

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

พะเยาตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้

เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน

ประเด็นสำคัญ

  • พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
  • จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
  • ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก

หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก

ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก

สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน

ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ

ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว

พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ ตอนนี้ทีมสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุทั้งหมด พวกเขาทำงานอย่างหนักและจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบศพอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลพะเยา

ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

Rebecca Kim

Published

on

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญ

  • วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
  • ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย

ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด

คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส

ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม

Continue Reading

SOi Dog FOundation

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime17 hours ago

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ตำรวจยึด "ยาไอซ์ครึ่งตัน" หลังไล่ล่ารถยนต์คันหนึ่งในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News17 hours ago

ตำรวจยึด “ยาไอซ์ครึ่งตัน” หลังไล่ล่ารถยนต์คันหนึ่งในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายเตรียมปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเหนือ
เชียงราย - Chiang Rai News20 hours ago

สนามบินเชียงรายทุ่มงบ 5.7 พันล้าน พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดันการท่องเที่ยวภาคเหนือ

ในจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่ม "กลยุทธ์ต่อต้านยาเสพติด" สำหรับเยาวชนในท้องถิ่น โดยอิงตามหลักการทำงานของสมอง
เชียงราย - Chiang Rai News21 hours ago

โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่ม “กลยุทธ์ต่อต้านยาเสพติด” สำหรับเยาวชนในท้องถิ่น โดยอิงตามหลักการทำงานของสมอง

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมชายสองคนฐานลักลอบขนเงิน 1.3 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News21 hours ago

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมชายสองคนฐานลักลอบขนเงิน 1.3 ล้านบาท

ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News21 hours ago

ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี "Young Talents Music Competition 2026"
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”

บการในแม่สายต่างยินดี!! ตำรวจเร่งปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ส่งผลให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

บรรดาผู้ประกอบการในแม่สายต่างยินดี!! ตำรวจเร่งปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ส่งผลให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

เครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง
ข่าว - News4 weeks ago

เครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกแทงอย่างโหดเหี้ยมบนท้องถนน: วัยรุ่นผู้ต้องสงสัย 3 คนเข้ามอบตัวแล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกแทงอย่างโหดเหี้ยมบนท้องถนน: วัยรุ่นผู้ต้องสงสัย 3 คนเข้ามอบตัวแล้ว

ปฏิบัติการขุดบิตคอยน์ใต้ดินถูกทลายในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ปฏิบัติการขุดบิตคอยน์ใต้ดินถูกทลายในภาคเหนือของประเทศไทย

ทหารเชียงรายบุกเข้าตรวจค้นแหล่งซ่อนยาเสพติดในป่า ยึดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น และเมทแอมเฟตามีน
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ทหารเชียงรายบุกเข้าตรวจค้นแหล่งซ่อนยาเสพติดในป่า ยึดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น และเมทแอมเฟตามีน

ปิดคดีสลดพัทยา! หนุ่มออสซี่รับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างทำไปเพื่อป้องกันตัว
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ปิดคดีสลดพัทยา! หนุ่มออสซี่รับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างทำไปเพื่อป้องกันตัว

นักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางโทรศัพท์มูลค่า 250,000 บาท
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

นักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางโทรศัพท์มูลค่า 250,000 บาท

ญี่ปุ่นขึ้นค่าวีซ่าท่องเที่ยวเป็น 15,000 เยน เริ่ม 1 ก.ค. 2026
ข่าว - News4 weeks ago

ญี่ปุ่นขึ้นค่าวีซ่าท่องเที่ยวเป็น 15,000 เยน เริ่ม 1 ก.ค. 2026

หญิงชาวเชียงรายอับอายขายหน้า หลังคนรักชาวนิวซีแลนด์โพสต์คลิปวิดีโอส่วนตัวของทั้งคู่ลงในอินเทอร์เน็ต
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

หญิงชาวเชียงรายอับอายขายหน้า หลังคนรักชาวนิวซีแลนด์โพสต์คลิปวิดีโอส่วนตัวของทั้งคู่ลงในอินเทอร์เน็ต

Download Our App

Trending