ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้” ในเชียงใหม่
เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายแหล่งผลิตยาเสพติดชนิดใหม่ที่เรียกว่า “พอร์ตซอมบี้” (Port Zombie) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในหมู่นักท่องเที่ยว
ในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้จับกุมชายชาวจีนและภรรยาชาวไทยพร้อมพวกอีกหลายคน ผู้ต้องหากลุ่มนี้ร่วมกันผลิตและผสมยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งขาย พวกเขามุ่งเป้าไปที่นักท่องราตรีชาวจีนตามสถานบันเทิงต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ:
- ตำรวจภาค 5 บุกทลายแหล่งผลิตยาเสพติด “พอร์ตซอมบี้” คาบ้านหรูในจังหวัดเชียงใหม่
- จับกุมผู้ต้องหาหลักเป็นสามีชาวจีนและภรรยาชาวไทย พร้อมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ
- ยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งสารเอโทมิเดต ยาเค ยาไอซ์ และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน
- แก๊งนี้เน้นผลิตและส่งขายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนตามสถานบันเทิง
ปฏิบัติการบุกค้นบ้านหรูเชียงใหม่
การตรวจค้นครั้งนี้ ตำรวจพบของกลางจำนวนมากซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถยึดสารเอโทมิเดต (Etomidate) ยาเคตามีน และยาไอซ์ได้หลายรายการ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนผสมหลักในการทำยาเสพติด
นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกเพียบ การบุกจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของ ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้มานานจนได้หลักฐานที่ชัดเจน
ปฏิบัติการนี้ใช้เวลาวางแผนอย่างรัดกุมหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ต้องหามีอาวุธปืนและอาจต่อสู้ได้ตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกจับกุมในครั้งนี้
“พอร์ตซอมบี้” คือยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน ยานี้เกิดจากการนำสารเอโทมิเดตซึ่งเป็นยาสลบในทางการแพทย์ มาผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ เช่น ยาเคและยาไอซ์
เมื่อเสพเข้าไป ผู้เสพจะมีอาการมึนงง ขาดสติ และเดินโซเซคล้ายกับซอมบี้ในภาพยนตร์ ยาชนิดนี้มีอันตรายต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ผู้เสพไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรืออาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป การแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องราตรีชาวจีน
จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งชาวจีนและคนไทยกลุ่มนี้ทำงานกันเป็นขบวนการใหญ่ พวกเขาเช่าบ้านหรูราคาแพงเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตลับ การทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ง่ายขึ้น
ยาเสพติดที่ผสมเสร็จแล้วจะถูกนำไปกระจายตามผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่เชียงใหม่ ลูกค้าหลักของพวกเขาคือนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
ธุรกิจมืดนี้สร้างรายได้ผิดกฎหมายให้กับแก๊งนี้อย่างมหาศาล ตำรวจเชื่อว่ายังมีเครือข่ายอื่นที่คอยให้ความช่วยเหลือในการฟอกเงิน และกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการนี้
ตำรวจเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างเด็ดขาด กฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ ทั้งในข้อหาผลิตและค้ายาเสพติด รวมถึงการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสถานบันเทิงต่างๆ อ่านมาตรการปราบปรามยาเสพติดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มียาเสพติดชนิดใหม่แพร่ระบาดในวงกว้าง
ตำรวจยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้เพิ่มเติม การปราบปรามครั้งนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับชาวเชียงใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน
เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มนักท่องเที่ยวอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจับกุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก
ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการร้านอาหารต่างเห็นด้วยกับการทำงานที่รวดเร็วของตำรวจ ทุกคนต้องการให้เมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
หากประชาชนพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ความร่วมมือจากทุกคนจะช่วยให้สังคมของเราปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจภาค 5 ยึดยาบ้า 15.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 254 กก.
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News20 hours agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

