เชียงใหม่ - Chiang Mai
หมอดูชื่อดังเชียงใหม่ถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยง
เชียงใหม่ — กลายเป็นอาชญากรรม">ข่าวอาชญากรรมที่สร้างความสะเทือนใจและสั่นคลอนวงการความเชื่อสายมูเตลูเป็นอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกำลังบุกเข้าจับกุมตัว “หมอดูแก้กรรม” หรือที่หลายคนรู้จักในนามจอมขมังเวทชื่อดังประจำอำเภอหางดง หลังจากที่ภรรยาแท้ๆ ของเขา ทนพฤติกรรมอันเลวร้ายไม่ไหว ตัดสินใจขึ้นโรงพักเพื่อแจ้งความจับสามีตนเอง ในข้อหาออกอุบายหลอกลวงและล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงสาววัยเพียง 21 ปี โดยใช้เรื่องพิธีกรรมความเชื่อมาเป็นเครื่องมือบังหน้า ท่านสามารถอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ MGR Online
เหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อ นางเอ (นามสมมติ) ผู้เป็นแม่ของหญิงสาวผู้เสียหายและเป็นภรรยาของผู้ต้องหา ได้เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวลูกสาววัย 21 ปี ซึ่งมีอาการเซื่องซึม หวาดระแวง และเก็บตัวผิดปกติ เมื่อผู้เป็นแม่พยายามสอบถามและให้กำลังใจ ในที่สุดลูกสาวจึงยอมเปิดปากเล่าความจริงสุดช็อกว่า ตนเองได้ถูก นายกมลเทพ (สงวนนามสกุล) หรือ “อาจารย์เสือ” ผู้เป็นพ่อเลี้ยง ข่มขืนกระทำชำเรา
พฤติการณ์ในการก่อเหตุนั้น ถือว่ามีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยอาศัยความไว้วางใจของคนในครอบครัว โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2567
- ผู้ต้องหาได้ใช้อุบายหลอกให้ลูกเลี้ยงขับรถพาออกไปซื้อของใช้ส่วนตัว
- จากนั้นได้ทำการหลอกล่อและพาเหยื่อไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างว่าจะทำการ “ทำพิธีสะเดาะเคราะห์” ให้เป็นการส่วนตัว
- ท้ายที่สุดกลับฉวยโอกาสลงมือข่มขืนเหยื่อถึง 4-5 ครั้ง
- ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ต้องหายังใช้พฤติกรรมการพกพาอาวุธปืน ข่มขู่เหยื่อไม่ให้ปริปากบอกใคร ทำให้หญิงสาวต้องทนทุกข์ทรมานใจและหวาดกลัวมาตลอด
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ: บุกรวบถึงตำหนักพร้อมของกลางเพียบ
หลังจากได้รับแจ้งความและรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดง นำโดย พ.ต.อ.จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.หางดง พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและปราบปราม ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1250/2569 เข้าทำการปิดล้อมและบุกค้นตำหนักของผู้ต้องหา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายกมลเทพได้ พร้อมทั้งพบของกลางที่น่าตกใจอีกหลายรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- อาวุธปืนและเครื่องกระสุน: พบทั้งอาวุธปืนสั้นและปืนลมยาว ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของเหยื่อที่ระบุว่าผู้ต้องหามักพกปืนเพื่อข่มขู่
- ยาเสพติด: เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาบ้าจำนวน 8 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณหน้าบ้านพักของผู้ต้องหา
คำให้การสุดอึ้ง: พกปืนไว้ “ยิงภูตผีปีศาจ” ในป่าช้า
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการจับกุม นายกมลเทพยังคงให้การปฏิเสธเสียงแข็งในทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อปัดความผิด ตัวอย่างเช่น เขาอ้างว่าหากมีลูกศิษย์ผู้หญิงมาขอให้ทำพิธี ตนเองจะหลีกเลี่ยงการแตะต้องตัวโดยเด็ดขาด แม้กระทั่งการแปะทองคำเปลว ก็จะให้ผู้ช่วยหรือคนอื่นเป็นคนทำแทน นอกจากนี้ยังอ้างว่าสำนักของตนไม่ค่อยรับลูกค้าชาวไทย แต่จะเน้นให้บริการชาวต่างชาติมากกว่า
ส่วนประเด็นที่พบอาวุธปืนในครอบครองนั้น ผู้ต้องหาได้ให้คำชี้แจงที่เหนือความคาดหมาย โดยอ้างว่าตนเองเป็นคนชื่นชอบกีฬายิงปืน และมักจะพกอาวุธปืนเหล่านี้ไปทำพิธีกรรมในป่าช้ายามวิกาล โดยมีการลงอักขระยันต์ไว้บนกระบอกปืนเพื่อใช้สำหรับ “ยิงภูตผีปีศาจ” ตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ของตนเอง

ย้อนประวัติ “อาจารย์เสือ” จอมขมังเวทระดับอินเตอร์
สำหรับประวัติของ นายกมลเทพ หรือที่เหล่าลูกศิษย์ขนานนามว่า “อาจารย์เสือ” นั้น ไม่ได้เป็นเพียงหมอดูธรรมดาทั่วไป แต่เขาเป็นที่รู้จักในแวดวงความเชื่ออย่างกว้างขวาง โดยมักจะกล่าวอ้างตัวว่าเป็นศิษย์เอกของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีต วิชาที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา ได้แก่ การทำพิธีสืบชะตา ทำนายดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ สักยันต์อักขระ สักน้ำมัน รวมถึงการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง
ความน่าสนใจคือ ฐานลูกค้าของอาจารย์เสือมีความเป็นสากลอย่างมาก ภรรยาของผู้ต้องหาได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เธอรู้จักกับอดีตสามีมานานกว่า 8 ปี ในฐานะลูกศิษย์ที่คอยช่วยเหลือทำพิธี ก่อนจะตกลงปลงใจจดทะเบียนสมรสกันเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา สำนักนี้โด่งดังมากในหมู่ชาวต่างชาติ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักมาจากประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม ไต้หวัน จีน และฮ่องกง ซึ่งตัวผู้ต้องหาเองก็เคยเดินทางไปทำพิธีให้ลูกค้าในต่างประเทศมาแล้วหลายครั้ง
บทเรียนและข้อเตือนใจจากกรณีศึกษา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวอาชญากรรมทั่วไป แต่ยังเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในสังคมที่มิจฉาชีพมักนำ “ความเชื่อ” มาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์และทำร้ายผู้อื่น เพื่อความปลอดภัย สังคมควรตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้:
- มีสติในการพึ่งพาความเชื่อ: การทำพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ ไม่ควรมีข้อเรียกร้องที่ต้องกระทำในที่ลับตาคน หรือมีการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หากพบพฤติกรรมดังกล่าว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจไม่ปลอดภัย
- ครอบครัวคือเกราะป้องกัน: กรณีนี้ผู้ก่อเหตุคือบุคคลใกล้ตัว การที่แม่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกสาวและพร้อมที่จะช่วยเหลือ ถือเป็นสิ่งที่กล้าหาญอย่างยิ่ง สถาบันครอบครัวต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานอยู่เสมอ
- การแจ้งความดำเนินคดี: หากตกเป็นเหยื่อ ไม่ควรเก็บเงียบเพราะความกลัว การรวบรวมความกล้าเข้าแจ้งความ จะช่วยหยุดยั้งไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับผู้อื่นได้
ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดง ได้ทำการควบคุมตัวนายกมลเทพ พร้อมด้วยของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เบื้องต้นผู้ต้องหาจะต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งในส่วนของการล่วงละเมิดทางเพศ การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีนี้อย่างรัดกุมและให้ความเป็นธรรมกับฝั่งผู้เสียหายอย่างเต็มที่
ข่าวเชียงใหม่ยอดนิยม
ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ชาวจีนถูกจับกุมในเชียงใหม่ฐานถ่ายทำผิดกฎหมาย
ระทึกกลางวัดดังเชียงใหม่! กิ่งโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี หักทับชาวบ้านขณะทำบุญ บาดเจ็บระนาว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ทหารพรานปะทะเดือดแม่อาย วิสามัญแก๊งค้ายา ยึดฝิ่น 100 กิโล
เชียงใหม่ – กำลังทหารพรานไทยเปิดฉากยิงปะทะดุเดือดกับคาราวานยาเสพติด">ขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติกลางป่าลึก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ตึงเครียดนี้เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนหลังพบกลุ่มติดอาวุธลอบข้ามแดนเข้ามาในเขตไทย
หลังเสียงปืนสงบลงในช่วงเช้าตรู่ เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่จนพบฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ศพ พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางฝิ่นดิบน้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายของขบวนการหลายล้านบาท
ประเด็นสำคัญ
- การปะทะยาวนาน: ทหารพรานปะทะคาราวานค้ายากว่า 20 คน ตลอดทั้งคืนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
- ผลการปฏิบัติการ: วิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย
- ของกลางมูลค่าสูง: ตรวจยึดฝิ่นดิบน้ำหนักกว่า 102 กิโลกรัม มูลค่าปลายทางในประเทศหลายล้านบาท
ย้อนกลับไปช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ได้รับรายงานสายข่าวเรื่องการลักลอบขนยาเสพติด จึงนำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่บ้านนามะอื้น ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย
กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 20 คน สะพายเป้เดินเท้าลัดเลาะผ่านแนวป่า ทหารพรานจึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้หยุดตรวจค้นตามขั้นตอนกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายขบวนการกลับใช้อาวุธปืนสงครามยิงเปิดทางใส่เจ้าหน้าที่ก่อนทันที ทำให้ทหารพรานต้องตัดสินใจยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวอย่างหนักหน่วง ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะล่าถอยไปชั่วคราว
เฝ้าพื้นที่ทั้งคืนก่อนเข้าเคลียร์รุ่งสาง
เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเส้นเขตแดนประเทศเมียนมาเพียง 300 ถึง 500 เมตร ทำให้ตลอดทั้งคืนยังมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ เพราะฝ่ายตรงข้ามพยายามยิงกดดันหวังชิงสัมภาระคืน
ผู้บังคับการทหารพรานจึงสั่งการส่งกำลังเสริมและชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรึงพื้นที่ป่ารอบด้านอย่างรัดกุม ทหารทุกนายวางแนวป้องกันจนถึงเช้าวันถัดไปเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย
เมื่อแสงสว่างเปิดทาง คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และแพทย์โรงพยาบาลแม่อาย จึงร่วมกันเข้าตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียดรอบบริเวณ
ยึดฝิ่นดิบน้ำหนักรวมกว่า 102 กิโลกรัม
จากการตรวจสอบพบศพผู้ต้องสงสัยเพศชาย 1 ราย พร้อมตรวจพบรอยเลือดเป็นแนวยาวข้ามฝั่งชายแดน ซึ่งคาดว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกลากพากลับไปอีกหลายคน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดกระเป๋าเป้ดัดแปลงได้ทั้งหมด 5 ใบ ภายในบรรจุฝิ่นดิบอัดก้อนรวม 72 ก้อน น้ำหนักรวมอยู่ที่ 102.4 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นในพื้นที่ชายแดนกว่า 2 ล้านบาท
หากฝิ่นดิบล็อตนี้หลุดรอดเข้าไปในเขตเมืองชั้นใน มูลค่าจะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 50,000 บาท หรือหากนำไปแปรรูปเป็นเฮโรอีนจะมีมูลค่ามหาศาล ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เชียงใหม่เปิดตัว “รถรางไฟฟ้าสีเขียว” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองอัจฉริยะ
เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงใหม่ก้าวสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง การจับมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC นำโดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหน่วยงานหลักในพื้นที่เชียงใหม่ งานนี้ได้รับเกียรติจากนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และตัวแทนจากตำรวจภูธร ขนส่งจังหวัด รวมถึง ททท. มาร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง
เป้าหมายหลักของความร่วมมือคือการผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร">เมืองอัจฉริยะและเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ การลงนามนี้คือจุดเริ่มต้นของการลงมือทำจริงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนาระบบการเดินทางที่สะดวกและสะอาดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
Key Takeaways
- จังหวัดเชียงใหม่และ AWC ร่วมลงนาม MOU เพื่อพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและเมืองอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
- มีการนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) มาทดลองให้บริการจริง เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และเชื่อมโยงการเดินทางในตัวเมือง
- เตรียมเปิดตัว “Chiang Mai Tram By Lannatique” แทรมไฟฟ้านำเที่ยวแห่งแรกของไทยที่ใช้พลังงานสะอาด 100% เชื่อมโยง 40 แลนด์มาร์ก
ยกระดับขนส่งสาธารณะด้วยพลังงานสะอาด
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนาม คณะผู้บริหารและผู้ร่วมงานได้ร่วมกันทดสอบนั่งรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าหรือ EV Bus การทดลองวิ่งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการนำนวัตกรรมสีเขียวมาใช้งานจริง รถ EV Bus จะเข้ามาช่วยรองรับการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนในตัวเมืองเชียงใหม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางไปยังจุดต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
จุดเด่นที่สำคัญของการใช้รถไฟฟ้าคือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งพลังงานสะอาดจะช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่มักสร้างผลกระทบต่อพื้นที่เชียงใหม่ได้อย่างตรงจุด การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการจราจรเป็นก้าวสำคัญของเมือง การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ให้กับทุกคน
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ปราศจากมลพิษจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคง โครงการนี้จะสร้างประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

เปิดตัวแทรมไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย
ไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการเตรียมเปิดตัว “Chiang Mai Tram By Lannatique” ซึ่งเป็นรถแทรมไฟฟ้านำเที่ยวแห่งแรกของประเทศไทย โครงการนี้อยู่ภายใต้โครงการใหญ่ “ลานนาทีค เดสทิเนชั่น” ที่ต้องการผลักดันเชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก รถแทรมคันนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด 100% ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การเดินทางของโลกยุคใหม่
การออกแบบรถแทรมไฟฟ้าเป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและอัตลักษณ์ที่งดงามของศิลปะล้านนา รูปลักษณ์ที่โดดเด่นจะทำให้รถแทรมกลายเป็นจุดสนใจและสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองเชียงใหม่ รถแทรมจะวิ่งให้บริการเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์กว่า 40 แห่งรอบตัวเมือง นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการชมเมือง
การนำระบบแทรมไฟฟ้ามาใช้ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ เชียงใหม่กำลังแสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตสามารถก้าวเดินไปพร้อมกันได้ โครงการนี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา
เชียงใหม่ - Chiang Mai
งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา
เชียงใหม่ – เชียงใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่! กับงานมหกรรมเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมสุดอลังการภายใต้ชื่อ “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ในประเทศไทย งานเทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นอย่างตั้งใจเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็มุ่งหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสหรัฐฯ ให้ยั่งยืนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เทศกาลสุดพิเศษนี้ถูกจัดขึ้นอย่างตระการตา ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (สวน อบจ. เชียงใหม่) โดยมีกำหนดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 18 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางบรรยากาศปลายฝนต้นหนาวที่เย็นสบายของภาคเหนือ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยตลอดจนชาวต่างชาติ ต่างหลั่งไหลมาร่วมสัมผัสกลิ่นอายและเสน่ห์ของวัฒนธรรมอเมริกันกันอย่างคึกคักตั้งแต่เริ่มเปิดประตูงาน
ประเด็นสำคัญ
- งาน “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐฯ จัดขึ้นที่สวน อบจ. เชียงใหม่ วันที่ 16-18 ตุลาคม 2569
- ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสอาหารอเมริกันกว่า 40 ร้าน ดนตรีสด รถคลาสสิก นิทรรศการ และโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัว
- เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรีตลอดสุดสัปดาห์ โดยเริ่มเปิดงานช่วงเย็นในวันศุกร์ และช่วงเที่ยงในวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์
สัมผัสรสชาติอาหารและเสียงดนตรีสไตล์อเมริกันแท้ๆ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบริเวณงาน ผู้ร่วมงานจะได้พบกับบูธสินค้าและอาหารอเมริกันแท้ๆ มากกว่า 40 ร้านค้า ที่ตั้งเรียงรายต้อนรับทุกคน ร้านค้าเหล่านี้ต่างพร้อมใจกันขนเมนูยอดนิยมและสินค้าไลฟ์สไตล์จากผู้ประกอบการชั้นนำทั้งของไทยและสหรัฐฯ มาให้ทุกคนได้เลือกชิมและเลือกช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ บาร์บีคิว หรือของหวานสไตล์อเมริกันดั้งเดิม
นอกจากอาหารรสเลิศแล้ว บรรยากาศภายในงานยังถูกเติมเต็มด้วยดนตรีสดหลากหลายแนวที่สลับสับเปลี่ยนมาสร้างสีสันตลอดทั้งวัน เสียงดนตรีเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะแจซสุดคลาสสิก หรือการบรรเลงจากวงโยธวาทิตที่ยิ่งใหญ่ตระการตา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสวิงแดนซ์ที่เชิญชวนให้ผู้ร่วมงานทุกคนลุกขึ้นมาออกสเต็ปอย่างสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจได้อย่างยอดเยี่ยม

ตื่นตากับโซนยานยนต์คลาสสิกและกิจกรรมครอบครัว
นอกเหนือจากความบันเทิงบนเวทีและอาหารอร่อยแล้ว สายรักยานยนต์ยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโซนจัดแสดงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสไตล์อเมริกันยอดฮิต รถคลาสสิกที่หาชมได้ยากเหล่านี้ถูกนำมาจอดอวดโฉมให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างล้นหลาม
สำหรับกลุ่มครอบครัวและเด็กๆ ที่มาร่วมงาน ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่โซนกิจกรรมไลฟ์สไตล์และแอดเวนเจอร์ไว้รองรับอย่างครบครัน มีทั้งหน้าผาจำลองสำหรับสายลุย บ้านลมขนาดใหญ่ และเวิร์คชอป DIY ที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ พร้อมทั้งไฮไลต์สุดฮาอย่างการประกวดแต่งกายชุดคาวบอย และการแข่งขันเลียนเสียงไก่สไตล์อเมริกันที่เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดงาน

นิทรรศการศิลปะและกำหนดการเข้าร่วมงานฟรี
ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมงานยังได้รับความรู้และความบันเทิงทางศิลปะควบคู่กันไปอย่างลงตัว ผ่านบูทนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ของทางการสหรัฐฯ การจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยภายในงานสะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สวยงามระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมมิตรภาพในระดับประชาชน
งาน “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” พร้อมเปิดประตูแห่งความสุขให้ทุกคนเข้าชมฟรีตลอดสุดสัปดาห์นี้ สำหรับวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม งานเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. ส่วนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เปิดให้สนุกเต็มอิ่มตั้งแต่ 12.00 – 21.00 น. และส่งท้ายความประทับใจในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 – 20.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาร่วมสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมอเมริกันสุดพิเศษกลางเมืองเชียงใหม่ได้เลย!
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สุขภาพและการแพทย์ Health7 days ago
เปิดแล้ว! บ้านลำดวน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บริหารงานโดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

