ฟุตบอล
เรอัล มาดริด เอาชนะ เบนฟิก้า 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว เกมนี้เสียงเชียร์ดังตลอด 90 นาที เมื่อเรอัล มาดริดเปิดบ้านชนะเบนฟิก้า 2-1 ในเลกสองรอบเพลย์ออฟ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2025/26 รวมผลสองนัด “ราชันชุดขาว” ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 3-1 โดย วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นคนยิงประตูชัยช่วงท้ายเกม ในนาที 80 – รับชมไฮไลท์
นัดนี้มีเรื่องให้พูดหลายมุม ทั้งรายชื่อที่ขาดหายของผู้เล่นตัวหลัก และบรรยากาศต่อเนื่องจากเกมแรกที่ลิสบอนซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการเหยียดผิวต่อวินิซิอุส อย่างไรก็ตาม มาดริดยังคุมสติได้ดี และหาทางกลับมาเก็บชัยชนะตามเป้า
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 14: เบนฟิก้าบุกนำก่อนจากเกมสวนกลับ ราฟา ซิลวา จบสกอร์เฉียบคมให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 (รวมสองนัด 1-1)
- นาทีที่ 16: มาดริดตอบโต้ทันที ออเรเลียง ชูอาเมนี กดไกลด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาไกลเป็น 1-1 (รวมสองนัด 2-1) โดย เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ทำแอสซิสต์
- ช่วงครึ่งแรก: รูปเกมออกมาสูสี เบนฟิก้ารับแน่นและรอจังหวะสวน ส่วนมาดริดครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบยังไม่ต่อเนื่อง
- นาทีที่ 80: จังหวะชี้ขาดมาถึง วินิซิอุส จูเนียร์ รับบอลจากบัลเบร์เด้ ลากตัดเข้าใน แล้วซัดด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด มาดริดแซงนำ 2-1 (รวมสองนัด 3-1)
- ท้ายเกม: เบนฟิก้าเร่งเกมหวังตีเสมอ แต่แนวรับมาดริดยังยืนระยะได้ดี สุดท้ายเจ้าถิ่นปิดงาน เก็บตั๋วรอบ 16 ทีมได้สำเร็จ
วินิซิอุสที่ทำประตูได้ทั้งสองนัด (เลกแรกยิง 1-0) กลายเป็นตัวเด่นของซีรีส์นี้ เขายังเล่นด้วยความมุ่งมั่น แม้บางจังหวะจะเจอเสียงโห่จากฝั่งทีมเยือนก็ตาม
สถิติฝั่งเรอัล มาดริด (สรุปผู้เล่นหลัก)
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | นาทีลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | การผ่านบอลสำเร็จ (%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| GK | ติบอต์ กูร์กตัวส์ | 90 | – | – | 85 | เซฟช่วยทีมหลายครั้ง |
| DF | ดานิ การ์บาฆัล | 90 | 0 | 0 | 88 | เกมรับแน่น อ่านเกมดี |
| DF | อันโตนิโอ รือดิเกอร์ | 90 | 0 | 0 | 92 | คุมแนวรับและดวลลูกกลางอากาศ |
| MF | เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ | 90 | 0 | 2 | 90 | ทำสองแอสซิสต์สำคัญ |
| MF | ออเรเลียง ชูอาเมนี | 90 | 1 | 0 | 87 | ยิงตีเสมอเปลี่ยนโมเมนตัม |
| FW | วินิซิอุส จูเนียร์ | 90 | 1 | 0 | 82 | คนยิงประตูชัย |
| FW | อาร์ดา กุลเลอร์ | 75 | 0 | 0 | 85 | เคยมีจังหวะได้ประตูแต่ไม่เป็นผลหลังเช็ก VAR |
(สถิติโดยประมาณจากรายงานแมตช์ มาดริดครองบอลราว 60% ยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง)
สถิติฝั่งเบนฟิก้า (สรุปผู้เล่นหลัก)
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | นาทีลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | การผ่านบอลสำเร็จ (%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| GK | ผู้รักษาประตูหลัก | 90 | – | – | 80 | เซฟหลายจังหวะ ช่วยให้เกมสูสี |
| DF | นักเตะแนวรับหลัก | 90 | 0 | 0 | 85 | รับแน่นช่วงต้นเกม |
| MF | ราฟา ซิลวา | 85 | 1 | 0 | 82 | ยิงประตูขึ้นนำ แต่ถูกเปลี่ยนตัว |
| MF | เลอันโดร บาร์เรiro | 90 | 0 | 0 | 88 | ช่วยคุมจังหวะกลางสนาม |
| FW | วานเจลิส ปาฟลิดิส | 70 | 0 | 0 | 75 | มีส่วนกับเกมรุก แต่จบไม่คม |
(สถิติโดยประมาณ เบนฟิก้าครองบอลน้อยกว่า ยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง และมีโอกาสดีช่วงต้นเกม)
วิเคราะห์หลังเกม: มาดริดผ่านได้ตามเป้า แต่ยังมีจุดต้องแก้
แม้ผลออกมาชนะ แต่มาดริดไม่ได้ไหลลื่นตลอดเกม เพราะไม่มีทั้ง เกียง มัปเป้ และ จู๊ด เบลลิงแฮม (จากอาการบาดเจ็บและโทษแบน) ทำให้เกมรุกขาดความคมในบางช่วง อย่างไรก็ตาม แดนกลางอย่างบัลเบร์เด้และชูอาเมนียืนระยะได้ดี และช่วยพาทีมกลับมาได้จริง ส่วนวินิซิอุสยังเป็นตัวทีเด็ดที่คู่แข่งต้องระวังเสมอ
ขณะที่เบนฟิก้า ภายใต้การคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ (ตามข่าวบางส่วน) ทำผลงานได้น่าชื่นชม โดยเฉพาะครึ่งแรกที่ออกนำและทำให้เกมตึงมือ แต่เมื่อเสียประตูช่วงท้าย ทีมก็ไล่ไม่ทัน และต้องยุติเส้นทางในรายการนี้
ต่อจากนี้เรอัล มาดริดต้องรอผลจับสลากรอบ 16 ทีม ซึ่งอาจเจองานหนักอย่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงอย่างนั้น ชัยชนะนัดนี้ก็ย้ำชัดว่า มาดริดยังมีหัวใจของทีมใหญ่ และยังเอาตัวรอดในคืนที่กดดันได้เสมอ
(บทความนี้สรุปเกมเรอัล มาดริด พบ เบนฟิก้า จบที่ 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่สอง)
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เอาชนะ คาราบัก 3-2 การันตีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เอาชนะ คาราบัก 3-2 การันตีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีก
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ของเอ็ดดี้ ฮาว เดินหน้าต่อในฟุตบอลยุโรปตามเป้าหมาย หลังเลกแรกบุกไปถล่มคาราบัก 6-1 ที่อาเซอร์ไบจาน ก่อนกลับมาเก็บชัยที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค 3-2 ในคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดเป็น 9-3 และตีตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จ เป็นการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในรายการนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2005/06 – รับชมไฮไลท์
แม้จะถือความได้เปรียบจากเลกแรกแบบชัดเจน แต่นัดนี้ไม่ได้ง่ายไปทั้งหมด เพราะคาราบักเร่งเครื่องในครึ่งหลังและยิงได้สองลูก ทำให้เกมกลับมามีจังหวะให้ลุ้นตลอดช่วงท้าย ขณะเดียวกัน แฟนบอลกว่า 52,000 คนในสนามก็ได้เห็นนิวคาสเซิลเริ่มเกมได้ดุดัน และยังคุมสถานการณ์ได้จนจบ
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 4: นิวคาสเซิลขึ้นนำ 1-0, แซนโดร โตนาลี ตามซ้ำจังหวะที่วิลเลียม โอซูล่า ยิงติดเซฟ นายด่านคาราบักปัดออกมาเข้าทางพอดี สกอร์รวมขยับเป็น 7-1
- นาทีที่ 6: เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0, โจเอลินตัน ส่งบอลเข้าประตูจากเกมรุกต่อเนื่อง ทำให้ช่วง 6 นาทีแรกของเกมเร้าใจมาก สกอร์รวมเป็น 8-1
- นาทีที่ 50: คาราบักไล่มา 2-1, คามิโล ดูราน ยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน สกอร์รวมเป็น 8-2
- นาทีที่ 52: นิวคาสเซิลตอบโต้ทันทีเป็น 3-1, สเวน บอตมัน โหม่งจากลูกเตะมุมของเคียแรน ทริปเปียร์ สกอร์รวมหนีเป็น 9-2
- นาทีที่ 57: คาราบักไล่มาอีกเป็น 3-2, เอลวิน จาฟาร์กูลิเยฟ ซ้ำจุดโทษที่อารอน แรมส์เดล ปัดออกมาเข้าทาง แล้วปิดงานไม่พลาด
หลังพักครึ่ง นิวคาสเซิลผ่อนจังหวะลงบ้างตามรูปเกมที่นำอยู่มาก แต่คาราบักยังเดินหน้ากดดันและสร้างโอกาสได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นยังประคองเกมไว้ได้ดี และไม่ปล่อยให้สกอร์รวมสั่นคลอน
สถิติเด่นของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู/แอสซิสต์ในเกมนี้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| แซนโดร โตนาลี | กองกลาง | 1 ประตู | ยิงให้ทีมออกนำตั้งแต่นาทีที่ 4 |
| โจเอลินตัน | กองกลาง | 1 ประตู | บวกสกอร์เพิ่มในนาทีที่ 6 |
| สเวน บอตมัน | กองหลัง | 1 ประตู | โหม่งจากลูกเตะมุม |
| วิลเลียม โอซูล่า | กองหน้า | – | มีส่วนสร้างจังหวะสำคัญหลายครั้ง |
| เคียแรน ทริปเปียร์ | แบ็กขวา | 1 แอสซิสต์ | เปิดมุมให้บอตมันทำประตู |
| อารอน แรมส์เดล | ผู้รักษาประตู | – | เซฟจุดโทษได้ แต่โดนซ้ำ |
โดยรวมแล้วนิวคาสเซิลครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ยังมีจังหวะหลุดในเกมรับบางช่วง โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เสียสองประตู ทำให้ทีมต้องเร่งกลับมาคุมเกมให้แน่นขึ้น
สถิติเด่นของคาราบัก เอฟเค
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู/แอสซิสต์ในเกมนี้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| คามิโล ดูราน | กองหน้า | 1 ประตู | ยิงให้ทีมไล่มาในครึ่งหลัง |
| เอลวิน จาฟาร์กูลิเยฟ | กองกลาง/กองหน้า | 1 ประตู | ซ้ำจุดโทษที่ถูกปัด |
| มาเตอุส โคชัลสกี | ผู้รักษาประตู | – | มีจังหวะเซฟหลายครั้ง แต่โดนเร็วช่วงต้นเกม |
| ยานโควิช | – | – | ยิงจุดโทษแต่ติดเซฟ |
ถึงจะแพ้ แต่คาราบักทำให้เกมกลับมาสนุก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่กล้าเล่น กล้ากดดัน และยิงได้ถึงสองประตูจนแฟนทีมเยือนยังพอมีมุมให้ภูมิใจ
ฮาวพอใจผลงาน แต่ย้ำต้องลดความพลาด
หลังจบเกม เอ็ดดี้ ฮาว ชื่นชมภาพรวมของทีม เพราะลูกทีมยังเล่นจริงจังแม้นำห่างจากเลกแรก อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าต้องจัดการรายละเอียดในเกมรับให้ดีกว่านี้ หลังเสียประตูสองลูกในช่วงที่ทีมเริ่มผ่อนเกม
จากนี้นิวคาสเซิลต้องรอจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันศุกร์ โดยมีโอกาสเจอทีมใหญ่อย่างบาร์เซโลนาหรือเชลซี ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็เป็นอีกบททดสอบที่แฟนบอลอยากเห็น
การผ่านเข้ารอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสโมสร และช่วยตอกย้ำว่าทีมชุดนี้มีคุณภาพพอจะไปต่อในเวทียุโรป ทำให้แฟนๆ “แม็กพายส์” มีความหวังกับเส้นทางในฤดูกาลนี้มากขึ้นอีกขั้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
เอฟเวอร์ตันเปิดบ้านต้อนรับ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เกมสูสีกันตลอด 90 นาที ก่อนที่ทีมเยือนจะเฉือนชนะไป 1-0 จากประตูของเบนจามิน เชสโก้ ตัวสำรอง ในนาทีที่ 71 ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมของไมเคิล คาร์ริค ชนะติดต่อกัน 5 จาก 6 นัดหลังสุด และขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตารางคะแนน – ชมไฮไลท์การแข่งขัน

รูปเกม: แน่นทั้งคู่ โอกาสมีแต่จบไม่คม
ช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมเล่นแบบรัดกุม เอฟเวอร์ตันพยายามเพรสซิงสูงเพื่อกดดันตั้งแต่แดนบน ขณะที่แมนยูยืนเกมรับเป็นระเบียบและรอจังหวะสวนกลับ ทำให้ 45 นาทีแรกยังไม่มีประตู แม้ทั้งสองฝั่งจะมีโอกาสลุ้นอยู่บ้าง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบพอ
กลับมาครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันเริ่มเปิดเกมมากขึ้นเพื่อเอาประตูนำ อย่างไรก็ตาม แมนยูอ่านทางได้และใช้จังหวะสวนกลับเร็วเล่นงาน จนกลายเป็นประตูตัดสินในนาทีที่ 71
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 71 แมนยูขึ้นนำ 0-1: จังหวะสวนกลับ มาเตอุส คุนยา วางบอลยาวทะลุแนวรับให้ ไบรอัน เอ็มเบวโม หลุดเข้าไปก่อนจ่ายต่อให้ เบนจามิน เซสโก้ ที่เติมมาปิดงานไม่พลาด ส่งบอลผ่านมือ จอร์แดน พิกฟอร์ด เข้าไป
- ช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตันเกือบตีเสมอ แต่ลูกยิงของ เจมส์ การ์เนอร์ และจังหวะเข้าทำอีกหลายครั้งยังติดเซฟผู้รักษาประตูแมนยู
- ด้านแมนยูเองก็เกือบได้ประตูที่สองจากเคาน์เตอร์แอทแทค แต่แนวรับเจ้าบ้านช่วยกันเคลียร์ออกจากเส้นได้ทัน
- แม้เอฟเวอร์ตันจะครองบอลมากกว่าเล็กน้อย แต่แมนยูทำได้ดีกว่าในจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก และจบสกอร์ได้เฉียบกว่า
สำหรับเซสโก้ นี่คืออีกหนึ่งเกมที่เขาลงมาเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที และยังเป็นประตูที่ 3 ใน 4 นัดหลังสุดที่เขาทำได้ในฐานะตัวสำรอง ช่วยให้คาร์ริคพาทีมเดินหน้าต่อด้วยฟอร์มไร้พ่าย
สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 9 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 ครั้ง |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 ครั้ง |
| การเตะมุม | 4 ครั้ง |
| การเซฟ | 4 ครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 0.85 |
| ผู้ทำประตู | เบนจามิน เซสโก้ (71′) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | เบนจามิน เซสโก้ / ไบรอัน เอ็มเบวโม |
ภาพรวมแล้ว แมนยูเล่นอย่างมีวินัย รอจังหวะให้คู่แข่งพลาด และใช้ความเร็วเกมรุกสร้างความต่างได้ในช่วงสำคัญ
สถิติทีมเอฟเวอร์ตัน
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 12 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 ครั้ง |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 82% |
| ฟาวล์ | 10 ครั้ง |
| การเตะมุม | 6 ครั้ง |
| การเซฟ | 2 ครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 1.12 |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | จอร์แดน พิกฟอร์ด / เจมส์ การ์เนอร์ |
เอฟเวอร์ตันมีโอกาสมากกว่าและขึ้นเกมได้ต่อเนื่องในหลายช่วง แต่ยังมีปัญหาเดิมคือจบสกอร์ไม่เด็ดขาด อีกทั้งเสียประตูจากจังหวะโดนสวนกลับตอนดันเกมสูง
ผลหลังเกม: แมนยูยึดท็อปโฟร์ต่อ เอฟเวอร์ตันยังต้องเร่งแต้ม
สามแต้มเกมนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทิ้งแต้มเชลซี และยึดอันดับ 4 ได้ชัดขึ้น ส่งผลให้การลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้าดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ภายใต้การคุมทีมของไมเคิล คาร์ริค ที่กระแสเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องโอกาสได้คุมทีมแบบถาวร
ส่วนเอฟเวอร์ตันยังอยู่โซนกลางตาราง แต่ยังต้องรีบเก็บแต้มเพื่อหนีพื้นที่อันตราย แม้ภาพรวมในบ้านจะทำได้ดี ทว่าเรื่องความคมหน้าปากประตูก็ยังเป็นจุดที่ต้องแก้
เกมนี้เป็นอีกนัดที่บอกชัดว่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 เข้มข้นจริง ๆ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ทันที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ
ฟุตบอล
อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ
อาร์เซน่อลกลับขึ้นไปยืนหัวตารางพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง หลังบุกชนะท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 4-1 ในเกม North London Derby วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 ที่สนาม สนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ผลนี้ทำให้ทีมของมิเกล อาร์เตต้านำจ่าฝูงอีกหน ห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

ไฮไลท์สำคัญของเกม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
ตลอดเกมอาร์เซน่อลคุมจังหวะได้ดีกว่า ครองบอลแน่น และสร้างโอกาสต่อเนื่อง ส่วนสเปอร์สที่เพิ่งเริ่มงานกับกุนซือชั่วคราว อิกอร์ ทูดอร์ ในนัดแรก ช่วงต้นเกมพอมีทรง แต่พอเข้าครึ่งหลังแนวรับรับมือไม่ไหว
- นาที 32: อาร์เซน่อลออกนำ 1-0 จาก เอเบเรชิ เอเซ่ จังหวะสวนกลับเร็ว บอลเด้งเข้าทางก่อนเจ้าตัวกดคม ๆ เข้าไป
- นาที 34: สเปอร์สตามตีเสมอ 1-1 ทันทีเมื่อ แรนดัล โคโล มูอานี่ ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของเดแคลน ไรซ์ แล้วซัดผ่านมือผู้รักษาประตู นี่เป็นประตูพรีเมียร์ลีกลูกแรกของเขา
- นาที 47: เปิดครึ่งหลังไม่กี่อึดใจ อาร์เซน่อลแซงนำ 2-1 จาก วิคตอร์ โยคาเรส ที่ปั่นโค้งเสียบเสาไกลอย่างสวย
- นาที 61: เกมรุกทีมเยือนยังไหลลื่น ก่อน เอเบเรชิ เอเซ่ จะทำประตูที่สองของตัวเอง เป็นสกอร์ 3-1 จากจังหวะต่อบอลกดดันจนหลุดเข้าไปแตะจบสกอร์
- นาที 90+4: ช่วงทดเจ็บ โยคาเรส ปิดกล่องเป็น 4-1 วิ่งไล่บอลจนได้แล้วซัดเต็มแรงเข้าหลังคาตาข่าย
ภาพรวมเกมชัดเจนจากตัวเลข อาร์เซน่อลยิงรวม 20 ครั้ง ขณะที่สเปอร์สมีเพียง 6 ครั้ง นอกจากนี้ปืนใหญ่ยังเก็บชัยเหนือสเปอร์สทั้งไปและกลับในฤดูกาลเดียวกัน หลังเคยชนะ 4-1 ที่เอมิเรตส์เมื่อเดือนพฤศจิกายน
สถิติอาร์เซน่อล (สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล)
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 4 |
| ประตูที่เสีย | 1 |
| การครองบอล (%) | 62% |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 20 |
| ยิงเข้ากรอบ | 10 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 85% |
| ฟาวล์ | 9 |
| การเตะมุม | 7 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 3 (David Raya) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | Viktor Gyokeres, Eberechi Eze |
เกมรุกอาร์เซน่อลดูดุดันและเล่นกันเป็นทีม โดยเอเซ่กับโยคาเรสเป็นตัวจบสกอร์สำคัญ ช่วยให้ทีมเรียกความมั่นใจกลับมา หลังนัดก่อนทำได้แค่เสมอกับวูล์ฟส์
สถิติท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (สถิติการแข่งขันของท็อตแนม ฮอตสเปอร์)
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ประตูที่เสีย | 4 |
| การครองบอล (%) | 38% |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 6 |
| ยิงเข้ากรอบ | 2 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 |
| การเตะมุม | 3 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 6 (Guglielmo Vicario) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | Randal Kolo Muani |
ฝั่งสเปอร์สมีปัญหาใหญ่ในเกมรับ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เสียประตูเร็วและเสียรูปเกมไปเลย แม้โคโล มูอานี่จะเป็นคนที่พอสร้างความหวัง แต่ภาพรวมทีมยังขาดความนิ่ง และต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกับแนวทางของกุนซือคนใหม่
ผลต่ออันดับตารางและภาพต่อไป
หลังจบเกม อาร์เซน่อลมี 61 คะแนนจาก 28 นัด นำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่มี 56 คะแนน (แข่งน้อยกว่า 1 นัด) อยู่ 5 แต้ม อาร์เตต้าพูดหลังเกมว่า “นี่คือการกลับมาในแบบที่เราต้องการ ทีมแสดงให้เห็นทั้งหัวใจและคุณภาพ”
ขณะที่ท็อตแนมยังอยู่โซนล่างของตารางในอันดับ 16 และห่างพื้นที่ปลอดภัยเพียง 4 แต้ม ทูดอร์ยอมรับว่าเขาเห็นจุดที่ต่อยอดได้ แต่ทีมยังต้องทำงานหนักอีกมาก
ดาร์บี้ลอนดอนเหนือเกมนี้ย้ำชัดว่าอาร์เซน่อลคุมโทนได้ตลอดฤดูกาล และยังส่งสัญญาณไปถึงคู่แข่งบนเส้นทางแชมเปี้ยนส์ลีกว่า ทีมของอาร์เตต้ายังอันตรายเสมอเมื่อเกมรุกติดเครื่อง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หวย”ฮานอย”ประจำวันที่ 22/02/69
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoคู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoโจรขโมยทองจากกรุงเทพฯ ถูกจับกุมที่อำเภอแม่สุ่ย จังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจไซเบอร์จับกุมหญิงชาวยูเครนในคดีฉ้อโกงแบบพีระมิดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์











