ฟุตบอล
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เอาชนะ คาราบัก 3-2 การันตีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีก
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ของเอ็ดดี้ ฮาว เดินหน้าต่อในฟุตบอลยุโรปตามเป้าหมาย หลังเลกแรกบุกไปถล่มคาราบัก 6-1 ที่อาเซอร์ไบจาน ก่อนกลับมาเก็บชัยที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค 3-2 ในคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดเป็น 9-3 และตีตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จ เป็นการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในรายการนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2005/06 – รับชมไฮไลท์
แม้จะถือความได้เปรียบจากเลกแรกแบบชัดเจน แต่นัดนี้ไม่ได้ง่ายไปทั้งหมด เพราะคาราบักเร่งเครื่องในครึ่งหลังและยิงได้สองลูก ทำให้เกมกลับมามีจังหวะให้ลุ้นตลอดช่วงท้าย ขณะเดียวกัน แฟนบอลกว่า 52,000 คนในสนามก็ได้เห็นนิวคาสเซิลเริ่มเกมได้ดุดัน และยังคุมสถานการณ์ได้จนจบ
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 4: นิวคาสเซิลขึ้นนำ 1-0, แซนโดร โตนาลี ตามซ้ำจังหวะที่วิลเลียม โอซูล่า ยิงติดเซฟ นายด่านคาราบักปัดออกมาเข้าทางพอดี สกอร์รวมขยับเป็น 7-1
- นาทีที่ 6: เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0, โจเอลินตัน ส่งบอลเข้าประตูจากเกมรุกต่อเนื่อง ทำให้ช่วง 6 นาทีแรกของเกมเร้าใจมาก สกอร์รวมเป็น 8-1
- นาทีที่ 50: คาราบักไล่มา 2-1, คามิโล ดูราน ยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน สกอร์รวมเป็น 8-2
- นาทีที่ 52: นิวคาสเซิลตอบโต้ทันทีเป็น 3-1, สเวน บอตมัน โหม่งจากลูกเตะมุมของเคียแรน ทริปเปียร์ สกอร์รวมหนีเป็น 9-2
- นาทีที่ 57: คาราบักไล่มาอีกเป็น 3-2, เอลวิน จาฟาร์กูลิเยฟ ซ้ำจุดโทษที่อารอน แรมส์เดล ปัดออกมาเข้าทาง แล้วปิดงานไม่พลาด
หลังพักครึ่ง นิวคาสเซิลผ่อนจังหวะลงบ้างตามรูปเกมที่นำอยู่มาก แต่คาราบักยังเดินหน้ากดดันและสร้างโอกาสได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นยังประคองเกมไว้ได้ดี และไม่ปล่อยให้สกอร์รวมสั่นคลอน
สถิติเด่นของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู/แอสซิสต์ในเกมนี้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| แซนโดร โตนาลี | กองกลาง | 1 ประตู | ยิงให้ทีมออกนำตั้งแต่นาทีที่ 4 |
| โจเอลินตัน | กองกลาง | 1 ประตู | บวกสกอร์เพิ่มในนาทีที่ 6 |
| สเวน บอตมัน | กองหลัง | 1 ประตู | โหม่งจากลูกเตะมุม |
| วิลเลียม โอซูล่า | กองหน้า | – | มีส่วนสร้างจังหวะสำคัญหลายครั้ง |
| เคียแรน ทริปเปียร์ | แบ็กขวา | 1 แอสซิสต์ | เปิดมุมให้บอตมันทำประตู |
| อารอน แรมส์เดล | ผู้รักษาประตู | – | เซฟจุดโทษได้ แต่โดนซ้ำ |
โดยรวมแล้วนิวคาสเซิลครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ยังมีจังหวะหลุดในเกมรับบางช่วง โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เสียสองประตู ทำให้ทีมต้องเร่งกลับมาคุมเกมให้แน่นขึ้น
สถิติเด่นของคาราบัก เอฟเค
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู/แอสซิสต์ในเกมนี้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| คามิโล ดูราน | กองหน้า | 1 ประตู | ยิงให้ทีมไล่มาในครึ่งหลัง |
| เอลวิน จาฟาร์กูลิเยฟ | กองกลาง/กองหน้า | 1 ประตู | ซ้ำจุดโทษที่ถูกปัด |
| มาเตอุส โคชัลสกี | ผู้รักษาประตู | – | มีจังหวะเซฟหลายครั้ง แต่โดนเร็วช่วงต้นเกม |
| ยานโควิช | – | – | ยิงจุดโทษแต่ติดเซฟ |
ถึงจะแพ้ แต่คาราบักทำให้เกมกลับมาสนุก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่กล้าเล่น กล้ากดดัน และยิงได้ถึงสองประตูจนแฟนทีมเยือนยังพอมีมุมให้ภูมิใจ
ฮาวพอใจผลงาน แต่ย้ำต้องลดความพลาด
หลังจบเกม เอ็ดดี้ ฮาว ชื่นชมภาพรวมของทีม เพราะลูกทีมยังเล่นจริงจังแม้นำห่างจากเลกแรก อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าต้องจัดการรายละเอียดในเกมรับให้ดีกว่านี้ หลังเสียประตูสองลูกในช่วงที่ทีมเริ่มผ่อนเกม
จากนี้นิวคาสเซิลต้องรอจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันศุกร์ โดยมีโอกาสเจอทีมใหญ่อย่างบาร์เซโลนาหรือเชลซี ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็เป็นอีกบททดสอบที่แฟนบอลอยากเห็น
การผ่านเข้ารอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสโมสร และช่วยตอกย้ำว่าทีมชุดนี้มีคุณภาพพอจะไปต่อในเวทียุโรป ทำให้แฟนๆ “แม็กพายส์” มีความหวังกับเส้นทางในฤดูกาลนี้มากขึ้นอีกขั้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
เอฟเวอร์ตันเปิดบ้านต้อนรับ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เกมสูสีกันตลอด 90 นาที ก่อนที่ทีมเยือนจะเฉือนชนะไป 1-0 จากประตูของเบนจามิน เชสโก้ ตัวสำรอง ในนาทีที่ 71 ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมของไมเคิล คาร์ริค ชนะติดต่อกัน 5 จาก 6 นัดหลังสุด และขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตารางคะแนน – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
รูปเกม: แน่นทั้งคู่ โอกาสมีแต่จบไม่คม
ช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมเล่นแบบรัดกุม เอฟเวอร์ตันพยายามเพรสซิงสูงเพื่อกดดันตั้งแต่แดนบน ขณะที่แมนยูยืนเกมรับเป็นระเบียบและรอจังหวะสวนกลับ ทำให้ 45 นาทีแรกยังไม่มีประตู แม้ทั้งสองฝั่งจะมีโอกาสลุ้นอยู่บ้าง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบพอ
กลับมาครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันเริ่มเปิดเกมมากขึ้นเพื่อเอาประตูนำ อย่างไรก็ตาม แมนยูอ่านทางได้และใช้จังหวะสวนกลับเร็วเล่นงาน จนกลายเป็นประตูตัดสินในนาทีที่ 71
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 71 แมนยูขึ้นนำ 0-1: จังหวะสวนกลับ มาเตอุส คุนยา วางบอลยาวทะลุแนวรับให้ ไบรอัน เอ็มเบวโม หลุดเข้าไปก่อนจ่ายต่อให้ เบนจามิน เซสโก้ ที่เติมมาปิดงานไม่พลาด ส่งบอลผ่านมือ จอร์แดน พิกฟอร์ด เข้าไป
- ช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตันเกือบตีเสมอ แต่ลูกยิงของ เจมส์ การ์เนอร์ และจังหวะเข้าทำอีกหลายครั้งยังติดเซฟผู้รักษาประตูแมนยู
- ด้านแมนยูเองก็เกือบได้ประตูที่สองจากเคาน์เตอร์แอทแทค แต่แนวรับเจ้าบ้านช่วยกันเคลียร์ออกจากเส้นได้ทัน
- แม้เอฟเวอร์ตันจะครองบอลมากกว่าเล็กน้อย แต่แมนยูทำได้ดีกว่าในจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก และจบสกอร์ได้เฉียบกว่า
สำหรับเซสโก้ นี่คืออีกหนึ่งเกมที่เขาลงมาเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที และยังเป็นประตูที่ 3 ใน 4 นัดหลังสุดที่เขาทำได้ในฐานะตัวสำรอง ช่วยให้คาร์ริคพาทีมเดินหน้าต่อด้วยฟอร์มไร้พ่าย
สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 9 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 ครั้ง |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 ครั้ง |
| การเตะมุม | 4 ครั้ง |
| การเซฟ | 4 ครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 0.85 |
| ผู้ทำประตู | เบนจามิน เซสโก้ (71′) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | เบนจามิน เซสโก้ / ไบรอัน เอ็มเบวโม |
ภาพรวมแล้ว แมนยูเล่นอย่างมีวินัย รอจังหวะให้คู่แข่งพลาด และใช้ความเร็วเกมรุกสร้างความต่างได้ในช่วงสำคัญ
สถิติทีมเอฟเวอร์ตัน
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 12 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 ครั้ง |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 82% |
| ฟาวล์ | 10 ครั้ง |
| การเตะมุม | 6 ครั้ง |
| การเซฟ | 2 ครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 1.12 |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | จอร์แดน พิกฟอร์ด / เจมส์ การ์เนอร์ |
เอฟเวอร์ตันมีโอกาสมากกว่าและขึ้นเกมได้ต่อเนื่องในหลายช่วง แต่ยังมีปัญหาเดิมคือจบสกอร์ไม่เด็ดขาด อีกทั้งเสียประตูจากจังหวะโดนสวนกลับตอนดันเกมสูง
ผลหลังเกม: แมนยูยึดท็อปโฟร์ต่อ เอฟเวอร์ตันยังต้องเร่งแต้ม
สามแต้มเกมนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทิ้งแต้มเชลซี และยึดอันดับ 4 ได้ชัดขึ้น ส่งผลให้การลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้าดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ภายใต้การคุมทีมของไมเคิล คาร์ริค ที่กระแสเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องโอกาสได้คุมทีมแบบถาวร
ส่วนเอฟเวอร์ตันยังอยู่โซนกลางตาราง แต่ยังต้องรีบเก็บแต้มเพื่อหนีพื้นที่อันตราย แม้ภาพรวมในบ้านจะทำได้ดี ทว่าเรื่องความคมหน้าปากประตูก็ยังเป็นจุดที่ต้องแก้
เกมนี้เป็นอีกนัดที่บอกชัดว่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 เข้มข้นจริง ๆ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ทันที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ
ฟุตบอล
อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ
อาร์เซน่อลกลับขึ้นไปยืนหัวตารางพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง หลังบุกชนะท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 4-1 ในเกม North London Derby วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 ที่สนาม สนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ผลนี้ทำให้ทีมของมิเกล อาร์เตต้านำจ่าฝูงอีกหน ห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด
ไฮไลท์สำคัญของเกม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
ตลอดเกมอาร์เซน่อลคุมจังหวะได้ดีกว่า ครองบอลแน่น และสร้างโอกาสต่อเนื่อง ส่วนสเปอร์สที่เพิ่งเริ่มงานกับกุนซือชั่วคราว อิกอร์ ทูดอร์ ในนัดแรก ช่วงต้นเกมพอมีทรง แต่พอเข้าครึ่งหลังแนวรับรับมือไม่ไหว
- นาที 32: อาร์เซน่อลออกนำ 1-0 จาก เอเบเรชิ เอเซ่ จังหวะสวนกลับเร็ว บอลเด้งเข้าทางก่อนเจ้าตัวกดคม ๆ เข้าไป
- นาที 34: สเปอร์สตามตีเสมอ 1-1 ทันทีเมื่อ แรนดัล โคโล มูอานี่ ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของเดแคลน ไรซ์ แล้วซัดผ่านมือผู้รักษาประตู นี่เป็นประตูพรีเมียร์ลีกลูกแรกของเขา
- นาที 47: เปิดครึ่งหลังไม่กี่อึดใจ อาร์เซน่อลแซงนำ 2-1 จาก วิคตอร์ โยคาเรส ที่ปั่นโค้งเสียบเสาไกลอย่างสวย
- นาที 61: เกมรุกทีมเยือนยังไหลลื่น ก่อน เอเบเรชิ เอเซ่ จะทำประตูที่สองของตัวเอง เป็นสกอร์ 3-1 จากจังหวะต่อบอลกดดันจนหลุดเข้าไปแตะจบสกอร์
- นาที 90+4: ช่วงทดเจ็บ โยคาเรส ปิดกล่องเป็น 4-1 วิ่งไล่บอลจนได้แล้วซัดเต็มแรงเข้าหลังคาตาข่าย
ภาพรวมเกมชัดเจนจากตัวเลข อาร์เซน่อลยิงรวม 20 ครั้ง ขณะที่สเปอร์สมีเพียง 6 ครั้ง นอกจากนี้ปืนใหญ่ยังเก็บชัยเหนือสเปอร์สทั้งไปและกลับในฤดูกาลเดียวกัน หลังเคยชนะ 4-1 ที่เอมิเรตส์เมื่อเดือนพฤศจิกายน
สถิติอาร์เซน่อล (สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล)
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 4 |
| ประตูที่เสีย | 1 |
| การครองบอล (%) | 62% |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 20 |
| ยิงเข้ากรอบ | 10 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 85% |
| ฟาวล์ | 9 |
| การเตะมุม | 7 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 3 (David Raya) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | Viktor Gyokeres, Eberechi Eze |
เกมรุกอาร์เซน่อลดูดุดันและเล่นกันเป็นทีม โดยเอเซ่กับโยคาเรสเป็นตัวจบสกอร์สำคัญ ช่วยให้ทีมเรียกความมั่นใจกลับมา หลังนัดก่อนทำได้แค่เสมอกับวูล์ฟส์
สถิติท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (สถิติการแข่งขันของท็อตแนม ฮอตสเปอร์)
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ประตูที่เสีย | 4 |
| การครองบอล (%) | 38% |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 6 |
| ยิงเข้ากรอบ | 2 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 |
| การเตะมุม | 3 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 6 (Guglielmo Vicario) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | Randal Kolo Muani |
ฝั่งสเปอร์สมีปัญหาใหญ่ในเกมรับ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เสียประตูเร็วและเสียรูปเกมไปเลย แม้โคโล มูอานี่จะเป็นคนที่พอสร้างความหวัง แต่ภาพรวมทีมยังขาดความนิ่ง และต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกับแนวทางของกุนซือคนใหม่
ผลต่ออันดับตารางและภาพต่อไป
หลังจบเกม อาร์เซน่อลมี 61 คะแนนจาก 28 นัด นำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่มี 56 คะแนน (แข่งน้อยกว่า 1 นัด) อยู่ 5 แต้ม อาร์เตต้าพูดหลังเกมว่า “นี่คือการกลับมาในแบบที่เราต้องการ ทีมแสดงให้เห็นทั้งหัวใจและคุณภาพ”
ขณะที่ท็อตแนมยังอยู่โซนล่างของตารางในอันดับ 16 และห่างพื้นที่ปลอดภัยเพียง 4 แต้ม ทูดอร์ยอมรับว่าเขาเห็นจุดที่ต่อยอดได้ แต่ทีมยังต้องทำงานหนักอีกมาก
ดาร์บี้ลอนดอนเหนือเกมนี้ย้ำชัดว่าอาร์เซน่อลคุมโทนได้ตลอดฤดูกาล และยังส่งสัญญาณไปถึงคู่แข่งบนเส้นทางแชมเปี้ยนส์ลีกว่า ทีมของอาร์เตต้ายังอันตรายเสมอเมื่อเกมรุกติดเครื่อง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หวย”ฮานอย”ประจำวันที่ 22/02/69
ฟุตบอล
ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะสุดระทึก 1-0 เหนือฟอเรสต์
เกมนี้ดราม่าจัดเต็มที่ซิตี้ กราวด์ เพราะลิเวอร์พูลของอาร์เน่ สล็อต บุกมาเก็บชัยชนะเหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แบบเฉียดฉิว 1-0 จากประตูช่วงทดเจ็บนาที 90+7 ของอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แถมยังมีจังหวะ VAR ให้พูดถึงจนกลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนบอลลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย – รับชมไฮไลท์
ฝั่งฟอเรสต์ของกุนซือวิตอร์ เปเรยรา เล่นมีวินัย เกมรับแน่น และได้โอกาสจบหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังฉวยจังหวะสำคัญได้ในช่วงท้าย ทำให้เสียงจากแฟนเจ้าถิ่นจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นเกมที่ทีมเยือน “ฉกแต้ม” กลับออกไป
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 20: มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ ลองส่องไกลให้ฟอเรสต์ แต่บอลหลุดกรอบไปแบบได้เสียว
- ภาพรวมครึ่งแรก: ลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก ครองบอลน้อยกว่า และแทบไม่มีจังหวะจบแบบจะแจ้ง สื่ออังกฤษหลายรายถึงกับยกให้เป็นครึ่งแรกที่น่าผิดหวังสุดๆ ของฤดูกาล
- ครึ่งหลัง: เกมของหงส์แดงเริ่มดีขึ้นหลังการปรับทีม โดยเฉพาะจังหวะเปลี่ยนตัวที่ทำให้เกมรุกมีความสด และขยับขึ้นไปกดดันได้มากกว่าเดิม
- ช่วงทดเจ็บ 90+: แม็ค อัลลิสเตอร์เคยส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่ VAR เช็กและตัดสินว่ามีจังหวะแฮนด์บอลก่อน จึงไม่ให้เป็นประตู
- นาที 90+7: ดราม่ามาอีกรอบ เมื่อจังหวะโขกของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ถูกสเตฟาน โอร์เตก้า ปัดออกมา บอลไปตกเข้าทางแม็ค อัลลิสเตอร์ซ้ำระยะใกล้เข้าไปเต็มแรง จากนั้น VAR ตรวจสอบอีกครั้ง และยืนยันให้เป็นประตู ลิเวอร์พูลนำ 1-0
- จบเกม: ลิเวอร์พูลคว้า 3 แต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 45 คะแนน ขยับขึ้นอันดับ 6 ส่วนฟอเรสต์ยังต้องดิ้นรนหนีโซนท้ายตารางต่อไป
แม้ผลจะเป็นใจ แต่รูปเกมโดยรวมทำให้ลิเวอร์พูลโดนวิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะ 45 นาทีแรกที่โดนฟอเรสต์คุมจังหวะได้ดีกว่า อย่างไรก็ดี ความอดทนและการเร่งเครื่องช่วงท้าย ช่วยให้ทีมของสล็อตรอดพ้นการสะดุดได้แบบหวุดหวิด ซึ่งสล็อตให้สัมภาษณ์หลังเกมในทำนองว่าเกมสูสี และทีมของเขาเป็นฝ่ายได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงเวลาสำคัญ
สถิติทีม ลิเวอร์พูล (Liverpool)
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| การครองบอล (%) | 53 |
| ยิงทั้งหมด | 10 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| xG (Expected Goals) | 1.76 |
| จังหวะอันตราย | เด่นขึ้นชัดเจนในครึ่งหลัง |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ประตูชัย) |
| ผู้รักษาประตู | อลิสซง (7/10) |
| กองหลังเด่น | เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, อิบราฮิมา โกนาเต้ (MOTM) |
| จุดเด่น | ใจสู้จนถึงช่วงทดเจ็บ |
ลิเวอร์พูลขึ้นชื่อเรื่องการยิงประตูช่วงท้ายเกมในพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว และประตูนี้ก็ย้ำภาพเดิมอีกครั้ง เพราะพวกเขามักมีทีเด็ดในช่วง 90+ นาที
สถิติทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (Nottingham Forest)
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| การครองบอล (%) | 47 |
| ยิงทั้งหมด | 18 |
| ยิงเข้ากรอบ | ไม่ระบุชัดเจน แต่มีลุ้นหลายครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 1.26 |
| จังหวะอันตราย | มีต่อเนื่อง โดยเฉพาะครึ่งแรก |
| ผู้เล่นเด่น | คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ |
| ผู้รักษาประตู | สเตฟาน โอร์เตก้า (มีเซฟสำคัญหลายจังหวะ) |
| จุดเด่น | เกมรับเป็นระบบ เกือบเก็บคลีนชีตได้ |
ฟอเรสต์ทำได้เกินคาดในหลายช่วง เพราะปิดพื้นที่ได้ดี และบีบให้ลิเวอร์พูลหาจังหวะเข้าทำยาก อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีในช่วงทดเจ็บ เปลี่ยนเกมที่น่าจะมีแต้ม ให้กลายเป็นมือเปล่า
บทสรุปและผลกระทบ
สามแต้มนี้ช่วยให้ลิเวอร์พูลยังเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป โดยเฉพาะโควตาแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า ขณะที่ฟอเรสต์เจ็บหนัก เพราะรูปเกมไม่ได้เป็นรองชัดเจน แต่กลับเสียประตูในจังหวะสุดท้ายพอดี
ท้ายที่สุด เกมนี้ตอกย้ำความโหดของพรีเมียร์ลีก เพราะเล่นดีแค่ไหนก็ยังไม่พอ ถ้าพลาดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเกม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แอสตัน วิลล่า ฮึดไล่เจ๊า ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงท้ายเกม
-
ข่าวระดับชาติ - National7 days ago
กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา
-
สุขภาพและการแพทย์6 days ago
หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเกี่ยวกับระดับ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
YouTube ประสบปัญหาขัดข้องครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก
-
บันเทิง - Entertainment6 days ago
เพลงของ Lil Poppa ได้รับความนิยมอย่างมากบน Spotify หลังจากมีการประกาศข่าวการเสียชีวิต













