เชียงราย - Chiang Rai News
ความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสาย “เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ” อยู่ที่ 53%
เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ” เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)…
เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่วนการเวนคืนที่ดินจากทั้งหมด 8,800 แปลง ส่งมอบได้แล้ว 8,109 แปลง ยังเหลือรอดำเนินการอีก 987 แปลง โดยยังคงเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2571
ภาพรวมโครงการ และความคืบหน้างานก่อสร้าง
รฟท.รายงานว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย-เชียงของ มีระยะทาง 323.10 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 72,921 ล้านบาท ณ เดือนมกราคม 2569 งานโยธามีความก้าวหน้ารวม 53.421% ช้ากว่าแผนเล็กน้อย 0.220% (แผน 53.641%) ระยะเวลาก่อสร้างกำหนดไว้ 72 เดือน หรือ 6 ปี และตั้งเป้าแล้วเสร็จเพื่อเปิดเดินรถในปี 2571
แบ่งก่อสร้าง 3 สัญญา คืบหน้าแต่ละช่วง
สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว
ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ITD-NWR (บมจ.อิตาเลียนไทย-บมจ.เนาวรัตน์) วงเงิน 26,560 ล้านบาท งานหลักประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับรวมราว 103 กิโลเมตร มีสถานี 5 สถานี ป้ายหยุดรถ 2 แห่ง อุโมงค์ 2 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
ปัจจุบันคืบหน้า 51.530% และช้ากว่าแผน 6.919% (แผน 58.449%)
สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย
ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC2 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.บุรีรัมย์พนาสิทธิ์) วงเงิน 26,890 ล้านบาท งานประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับตลอดช่วง มีสถานี 4 สถานี ป้ายหยุดรถ 8 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
ความคืบหน้าอยู่ที่ 58.857% และทำได้เร็วกว่าแผน 3.837% (แผน 55.020%)
สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ
ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC3 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น) งานครอบคลุมทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับ มีสถานี 3 สถานี ป้ายหยุดรถ 3 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
ล่าสุดคืบหน้า 48.473% และเร็วกว่าแผน 3.331% (แผน 45.142%)

งานอุโมงค์ 4 แห่ง รวมระยะ 27.03 กิโลเมตร คืบหน้า 60-70%
งานเจาะอุโมงค์ตามแนวเส้นทางรวม 4 แห่ง ระยะทางรวม 27.03 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าแตกต่างกันไป ดังนี้
- อุโมงค์สอง จังหวัดแพร่ ความยาว 1.059 กิโลเมตร คืบหน้า 60.24% ช้ากว่าแผน 23.06%
- อุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง ความยาว 6.211 กิโลเมตร คืบหน้า 72.52% เร็วกว่าแผน 1.72%
- อุโมงค์แม่กา จังหวัดพะเยา ความยาว 2.7 กิโลเมตร คืบหน้า 71.53% เร็วกว่าแผน 7.51%
- อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความยาว 3.4 กิโลเมตร คืบหน้า 67.17% เร็วกว่าแผน 9.75%
คปก.เห็นชอบให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.รวม 105 แปลง
อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบให้ยินยอมหรืออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ
พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตครอบคลุม
- จังหวัดลำปาง 53 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 188 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา
- จังหวัดเชียงราย 42 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 173 ไร่ 23 ตารางวา
การอนุญาตเป็นไปตามกรอบกฎหมายสำหรับโครงการของรัฐที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม พร้อมกำหนดให้เก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามอัตราในข้อ 9 (3) ของระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563

เวนคืนที่ดินทั้งหมด 8,800 แปลง เหลือค้าง 987 แปลง
รฟท.ระบุว่า รถไฟทางคู่สายนี้เป็นเส้นทางใหม่ที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ผ่าน 59 ตำบล 17 อำเภอ และวางแผนสถานีรวม 26 แห่ง แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี สถานีขนาดเล็ก 9 สถานี และป้ายหยุดรถ 13 แห่ง
ด้านการเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ ต้องดำเนินการรวม 8,800 แปลง ปัจจุบันส่งมอบแล้ว 8,109 แปลง และยังเหลือ 987 แปลง โดยสรุปตามประเภทที่ดินได้ดังนี้
1) ที่ดินเอกชนตามเอกสารสิทธิ 7,209 แปลง
ส่งมอบแล้ว 6,766 แปลง เหลือ 659 แปลง
- สัญญาที่ 1 (เด่นชัย-งาว) เหลือ 8 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์, เจ้าของไม่ประสงค์ให้เวนคืน, เจ้าของเสียชีวิต, และกรณีไม่ถูกเวนคืน
- สัญญาที่ 2 (งาว-เชียงราย) เหลือ 409 แปลง ในพื้นที่ลำปาง พะเยา เชียงราย ส่วนใหญ่ยังรอเวนคืนเพิ่ม รวมถึงบางส่วนรอผลรังวัด, ไม่ยื่นรังวัด, เจ้าของเสียชีวิต, และติดภาระจำนอง
- สัญญาที่ 3 (เชียงราย-เชียงของ) เหลือ 242 แปลง ในพื้นที่เชียงราย มีทั้งรอผลรังวัด, บางแปลงรอเซ็นสัญญาเพราะรอบงบประมาณ, และบางส่วนยังมีประเด็นการรังวัด
2) ที่ดิน ส.ป.ก. 944 แปลง
ส่งมอบแล้ว 790 แปลง เหลือ 154 แปลง
- สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง บางส่วนรอผลรังวัด และบางส่วนเป็นข้อพิพาททับซ้อนเขตป่าไม้ระหว่างอุทธรณ์
- สัญญาที่ 2 เหลือ 16 แปลง ในพื้นที่ลำปางและพะเยา มีทั้งรอบงบทำสัญญา, กรณีเกษตรกรไม่ประสงค์ให้เวนคืน, และเวนคืนเพิ่มเติม
- สัญญาที่ 3 เหลือ 134 แปลง ในพื้นที่เชียงราย หลายแปลงยังรอรังวัด, รอเซ็นสัญญาเพราะงบประมาณ, และมีรายการเวนคืนเพิ่มเติม
3) ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ทค.) 116 แปลง
ส่งมอบแล้ว 90 แปลง เหลือ 26 แปลง
- สัญญาที่ 1 เหลือ 2 แปลง ในพื้นที่แพร่ เนื่องจากกรรมการยังไม่รับรองสิทธิ
- สัญญาที่ 2 เหลือ 3 แปลง ในพื้นที่ลำปาง บางส่วนรอบงบทำสัญญา และบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม
- สัญญาที่ 3 เหลือ 21 แปลง ในพื้นที่เชียงราย โดยบางแปลงรอตรวจสอบแนวเขตป่าไม้เพิ่มเติม ส่วนที่เหลือไม่มีข้อมูลรายละเอียด
4) ที่ดินป่าไม้ (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 238 แปลง
ส่งมอบแล้ว 213 แปลง เหลือ 25 แปลง ทั้งหมดอยู่ในสัญญาที่ 2 พื้นที่ลำปางและพะเยา โดยมีทั้งรอเวนคืนเพิ่ม, รอวงเงินทำสัญญา, และกรณีพิพาทในครอบครัว
5) ที่ดินภายใต้นโยบาย คทช. 324 แปลง
ส่งมอบแล้ว 248 แปลง เหลือ 76 แปลง
- สัญญาที่ 1 เหลือ 1 แปลง ในพื้นที่ลำปาง อยู่ระหว่างตรวจสอบและยืนยันสิทธิพื้นที่ทับซ้อน
- สัญญาที่ 2 เหลือ 75 แปลง ในพื้นที่ลำปาง ส่วนใหญ่รอบงบเพื่อทำสัญญา และมีบางส่วนต้องเวนคืนเพิ่ม
6) ที่ราชพัสดุ 18 แปลง
ยังรอส่งมอบทั้งหมด โดยแต่ละสัญญารอหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่จากอธิบดีกรมธนารักษ์
- สัญญาที่ 1 รอ 7 แปลง
- สัญญาที่ 2 รอ 6 แปลง
- สัญญาที่ 3 รอ 5 แปลง
7) ที่ดินประเภท น.ส.ล. 31 แปลง
ส่งมอบแล้ว 2 แปลง เหลือ 29 แปลง โดยส่วนใหญ่ยังรอรังวัดจากสำนักงานที่ดิน เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และถอนสภาพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย รวมถึงบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม
- สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง (แพร่)
- สัญญาที่ 2 เหลือ 17 แปลง (พะเยา)
- สัญญาที่ 3 เหลือ 8 แปลง (เชียงราย)
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

