Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

ความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสาย “เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ” อยู่ที่ 53%

เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ” เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)…

Published

on

เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ

เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของรถไฟแห่งภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่วนการเวนคืนที่ดินจากทั้งหมด 8,800 แปลง ส่งมอบได้แล้ว 8,109 แปลง ยังเหลือรอดำเนินการอีก 987 แปลง โดยยังคงเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2571

ภาพรวมโครงการ และความคืบหน้างานก่อสร้าง

รฟท.รายงานว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีระยะทาง 323.10 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 72,921 ล้านบาท ณ เดือนมกราคม 2569 งานโยธามีความก้าวหน้ารวม 53.421% ช้ากว่าแผนเล็กน้อย 0.220% (แผน 53.641%) ระยะเวลาก่อสร้างกำหนดไว้ 72 เดือน หรือ 6 ปี และตั้งเป้าแล้วเสร็จเพื่อเปิดเดินรถในปี 2571

แบ่งก่อสร้าง 3 สัญญา คืบหน้าแต่ละช่วง

สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว

ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ITD-NWR (บมจ.อิตาเลียนไทย-บมจ.เนาวรัตน์) วงเงิน 26,560 ล้านบาท งานหลักประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับรวมราว 103 กิโลเมตร มีสถานี 5 สถานี ป้ายหยุดรถ 2 แห่ง อุโมงค์ 2 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

ปัจจุบันคืบหน้า 51.530% และช้ากว่าแผน 6.919% (แผน 58.449%)

สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย

ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC2 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.บุรีรัมย์พนาสิทธิ์) วงเงิน 26,890 ล้านบาท งานประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับตลอดช่วง มีสถานี 4 สถานี ป้ายหยุดรถ 8 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

ความคืบหน้าอยู่ที่ 58.857% และทำได้เร็วกว่าแผน 3.837% (แผน 55.020%)

สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ

ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC3 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น) งานครอบคลุมทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับ มีสถานี 3 สถานี ป้ายหยุดรถ 3 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

ล่าสุดคืบหน้า 48.473% และเร็วกว่าแผน 3.331% (แผน 45.142%)

เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ

งานอุโมงค์ 4 แห่ง รวมระยะ 27.03 กิโลเมตร คืบหน้า 60-70%

งานเจาะอุโมงค์ตามแนวเส้นทางรวม 4 แห่ง ระยะทางรวม 27.03 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าแตกต่างกันไป ดังนี้

  • อุโมงค์สอง จังหวัดแพร่ ความยาว 1.059 กิโลเมตร คืบหน้า 60.24% ช้ากว่าแผน 23.06%
  • อุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง ความยาว 6.211 กิโลเมตร คืบหน้า 72.52% เร็วกว่าแผน 1.72%
  • อุโมงค์แม่กา จังหวัดพะเยา ความยาว 2.7 กิโลเมตร คืบหน้า 71.53% เร็วกว่าแผน 7.51%
  • อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความยาว 3.4 กิโลเมตร คืบหน้า 67.17% เร็วกว่าแผน 9.75%

คปก.เห็นชอบให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.รวม 105 แปลง

อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบให้ยินยอมหรืออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตครอบคลุม

  • จังหวัดลำปาง 53 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 188 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา
  • จังหวัดเชียงราย 42 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 173 ไร่ 23 ตารางวา

การอนุญาตเป็นไปตามกรอบกฎหมายสำหรับโครงการของรัฐที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม พร้อมกำหนดให้เก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามอัตราในข้อ 9 (3) ของระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563

เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ

เวนคืนที่ดินทั้งหมด 8,800 แปลง เหลือค้าง 987 แปลง

รฟท.ระบุว่า รถไฟทางคู่สายนี้เป็นเส้นทางใหม่ที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ผ่าน 59 ตำบล 17 อำเภอ และวางแผนสถานีรวม 26 แห่ง แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี สถานีขนาดเล็ก 9 สถานี และป้ายหยุดรถ 13 แห่ง

ด้านการเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ ต้องดำเนินการรวม 8,800 แปลง ปัจจุบันส่งมอบแล้ว 8,109 แปลง และยังเหลือ 987 แปลง โดยสรุปตามประเภทที่ดินได้ดังนี้

1) ที่ดินเอกชนตามเอกสารสิทธิ 7,209 แปลง

ส่งมอบแล้ว 6,766 แปลง เหลือ 659 แปลง

  • สัญญาที่ 1 (เด่นชัย-งาว) เหลือ 8 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์, เจ้าของไม่ประสงค์ให้เวนคืน, เจ้าของเสียชีวิต, และกรณีไม่ถูกเวนคืน
  • สัญญาที่ 2 (งาว-เชียงราย) เหลือ 409 แปลง ในพื้นที่ลำปาง พะเยา เชียงราย ส่วนใหญ่ยังรอเวนคืนเพิ่ม รวมถึงบางส่วนรอผลรังวัด, ไม่ยื่นรังวัด, เจ้าของเสียชีวิต, และติดภาระจำนอง
  • สัญญาที่ 3 (เชียงราย-เชียงของ) เหลือ 242 แปลง ในพื้นที่เชียงราย มีทั้งรอผลรังวัด, บางแปลงรอเซ็นสัญญาเพราะรอบงบประมาณ, และบางส่วนยังมีประเด็นการรังวัด

2) ที่ดิน ส.ป.ก. 944 แปลง

ส่งมอบแล้ว 790 แปลง เหลือ 154 แปลง

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง บางส่วนรอผลรังวัด และบางส่วนเป็นข้อพิพาททับซ้อนเขตป่าไม้ระหว่างอุทธรณ์
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 16 แปลง ในพื้นที่ลำปางและพะเยา มีทั้งรอบงบทำสัญญา, กรณีเกษตรกรไม่ประสงค์ให้เวนคืน, และเวนคืนเพิ่มเติม
  • สัญญาที่ 3 เหลือ 134 แปลง ในพื้นที่เชียงราย หลายแปลงยังรอรังวัด, รอเซ็นสัญญาเพราะงบประมาณ, และมีรายการเวนคืนเพิ่มเติม

3) ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ทค.) 116 แปลง

ส่งมอบแล้ว 90 แปลง เหลือ 26 แปลง

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 2 แปลง ในพื้นที่แพร่ เนื่องจากกรรมการยังไม่รับรองสิทธิ
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 3 แปลง ในพื้นที่ลำปาง บางส่วนรอบงบทำสัญญา และบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม
  • สัญญาที่ 3 เหลือ 21 แปลง ในพื้นที่เชียงราย โดยบางแปลงรอตรวจสอบแนวเขตป่าไม้เพิ่มเติม ส่วนที่เหลือไม่มีข้อมูลรายละเอียด

4) ที่ดินป่าไม้ (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 238 แปลง

ส่งมอบแล้ว 213 แปลง เหลือ 25 แปลง ทั้งหมดอยู่ในสัญญาที่ 2 พื้นที่ลำปางและพะเยา โดยมีทั้งรอเวนคืนเพิ่ม, รอวงเงินทำสัญญา, และกรณีพิพาทในครอบครัว

5) ที่ดินภายใต้นโยบาย คทช. 324 แปลง

ส่งมอบแล้ว 248 แปลง เหลือ 76 แปลง

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 1 แปลง ในพื้นที่ลำปาง อยู่ระหว่างตรวจสอบและยืนยันสิทธิพื้นที่ทับซ้อน
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 75 แปลง ในพื้นที่ลำปาง ส่วนใหญ่รอบงบเพื่อทำสัญญา และมีบางส่วนต้องเวนคืนเพิ่ม

6) ที่ราชพัสดุ 18 แปลง

ยังรอส่งมอบทั้งหมด โดยแต่ละสัญญารอหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่จากอธิบดีกรมธนารักษ์

  • สัญญาที่ 1 รอ 7 แปลง
  • สัญญาที่ 2 รอ 6 แปลง
  • สัญญาที่ 3 รอ 5 แปลง

7) ที่ดินประเภท น.ส.ล. 31 แปลง

ส่งมอบแล้ว 2 แปลง เหลือ 29 แปลง โดยส่วนใหญ่ยังรอรังวัดจากสำนักงานที่ดิน เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และถอนสภาพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย รวมถึงบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง (แพร่)
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 17 แปลง (พะเยา)
  • สัญญาที่ 3 เหลือ 8 แปลง (เชียงราย)

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending