เชียงราย - Chiang Rai News
ความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสาย “เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ” อยู่ที่ 53%
เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ” เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)…
เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของรถไฟแห่งประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่วนการเวนคืนที่ดินจากทั้งหมด 8,800 แปลง ส่งมอบได้แล้ว 8,109 แปลง ยังเหลือรอดำเนินการอีก 987 แปลง โดยยังคงเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2571
ภาพรวมโครงการ และความคืบหน้างานก่อสร้าง
รฟท.รายงานว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีระยะทาง 323.10 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 72,921 ล้านบาท ณ เดือนมกราคม 2569 งานโยธามีความก้าวหน้ารวม 53.421% ช้ากว่าแผนเล็กน้อย 0.220% (แผน 53.641%) ระยะเวลาก่อสร้างกำหนดไว้ 72 เดือน หรือ 6 ปี และตั้งเป้าแล้วเสร็จเพื่อเปิดเดินรถในปี 2571
แบ่งก่อสร้าง 3 สัญญา คืบหน้าแต่ละช่วง
สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว
ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ITD-NWR (บมจ.อิตาเลียนไทย-บมจ.เนาวรัตน์) วงเงิน 26,560 ล้านบาท งานหลักประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับรวมราว 103 กิโลเมตร มีสถานี 5 สถานี ป้ายหยุดรถ 2 แห่ง อุโมงค์ 2 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
ปัจจุบันคืบหน้า 51.530% และช้ากว่าแผน 6.919% (แผน 58.449%)
สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย
ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC2 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.บุรีรัมย์พนาสิทธิ์) วงเงิน 26,890 ล้านบาท งานประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับตลอดช่วง มีสถานี 4 สถานี ป้ายหยุดรถ 8 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
ความคืบหน้าอยู่ที่ 58.857% และทำได้เร็วกว่าแผน 3.837% (แผน 55.020%)
สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ
ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC3 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น) งานครอบคลุมทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับ มีสถานี 3 สถานี ป้ายหยุดรถ 3 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
ล่าสุดคืบหน้า 48.473% และเร็วกว่าแผน 3.331% (แผน 45.142%)
งานอุโมงค์ 4 แห่ง รวมระยะ 27.03 กิโลเมตร คืบหน้า 60-70%
งานเจาะอุโมงค์ตามแนวเส้นทางรวม 4 แห่ง ระยะทางรวม 27.03 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าแตกต่างกันไป ดังนี้
- อุโมงค์สอง จังหวัดแพร่ ความยาว 1.059 กิโลเมตร คืบหน้า 60.24% ช้ากว่าแผน 23.06%
- อุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง ความยาว 6.211 กิโลเมตร คืบหน้า 72.52% เร็วกว่าแผน 1.72%
- อุโมงค์แม่กา จังหวัดพะเยา ความยาว 2.7 กิโลเมตร คืบหน้า 71.53% เร็วกว่าแผน 7.51%
- อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความยาว 3.4 กิโลเมตร คืบหน้า 67.17% เร็วกว่าแผน 9.75%
คปก.เห็นชอบให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.รวม 105 แปลง
อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบให้ยินยอมหรืออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ
พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตครอบคลุม
- จังหวัดลำปาง 53 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 188 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา
- จังหวัดเชียงราย 42 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 173 ไร่ 23 ตารางวา
การอนุญาตเป็นไปตามกรอบกฎหมายสำหรับโครงการของรัฐที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม พร้อมกำหนดให้เก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามอัตราในข้อ 9 (3) ของระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
เวนคืนที่ดินทั้งหมด 8,800 แปลง เหลือค้าง 987 แปลง
รฟท.ระบุว่า รถไฟทางคู่สายนี้เป็นเส้นทางใหม่ที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ผ่าน 59 ตำบล 17 อำเภอ และวางแผนสถานีรวม 26 แห่ง แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี สถานีขนาดเล็ก 9 สถานี และป้ายหยุดรถ 13 แห่ง
ด้านการเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ ต้องดำเนินการรวม 8,800 แปลง ปัจจุบันส่งมอบแล้ว 8,109 แปลง และยังเหลือ 987 แปลง โดยสรุปตามประเภทที่ดินได้ดังนี้
1) ที่ดินเอกชนตามเอกสารสิทธิ 7,209 แปลง
ส่งมอบแล้ว 6,766 แปลง เหลือ 659 แปลง
- สัญญาที่ 1 (เด่นชัย-งาว) เหลือ 8 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์, เจ้าของไม่ประสงค์ให้เวนคืน, เจ้าของเสียชีวิต, และกรณีไม่ถูกเวนคืน
- สัญญาที่ 2 (งาว-เชียงราย) เหลือ 409 แปลง ในพื้นที่ลำปาง พะเยา เชียงราย ส่วนใหญ่ยังรอเวนคืนเพิ่ม รวมถึงบางส่วนรอผลรังวัด, ไม่ยื่นรังวัด, เจ้าของเสียชีวิต, และติดภาระจำนอง
- สัญญาที่ 3 (เชียงราย-เชียงของ) เหลือ 242 แปลง ในพื้นที่เชียงราย มีทั้งรอผลรังวัด, บางแปลงรอเซ็นสัญญาเพราะรอบงบประมาณ, และบางส่วนยังมีประเด็นการรังวัด
2) ที่ดิน ส.ป.ก. 944 แปลง
ส่งมอบแล้ว 790 แปลง เหลือ 154 แปลง
- สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง บางส่วนรอผลรังวัด และบางส่วนเป็นข้อพิพาททับซ้อนเขตป่าไม้ระหว่างอุทธรณ์
- สัญญาที่ 2 เหลือ 16 แปลง ในพื้นที่ลำปางและพะเยา มีทั้งรอบงบทำสัญญา, กรณีเกษตรกรไม่ประสงค์ให้เวนคืน, และเวนคืนเพิ่มเติม
- สัญญาที่ 3 เหลือ 134 แปลง ในพื้นที่เชียงราย หลายแปลงยังรอรังวัด, รอเซ็นสัญญาเพราะงบประมาณ, และมีรายการเวนคืนเพิ่มเติม
3) ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ทค.) 116 แปลง
ส่งมอบแล้ว 90 แปลง เหลือ 26 แปลง
- สัญญาที่ 1 เหลือ 2 แปลง ในพื้นที่แพร่ เนื่องจากกรรมการยังไม่รับรองสิทธิ
- สัญญาที่ 2 เหลือ 3 แปลง ในพื้นที่ลำปาง บางส่วนรอบงบทำสัญญา และบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม
- สัญญาที่ 3 เหลือ 21 แปลง ในพื้นที่เชียงราย โดยบางแปลงรอตรวจสอบแนวเขตป่าไม้เพิ่มเติม ส่วนที่เหลือไม่มีข้อมูลรายละเอียด
4) ที่ดินป่าไม้ (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 238 แปลง
ส่งมอบแล้ว 213 แปลง เหลือ 25 แปลง ทั้งหมดอยู่ในสัญญาที่ 2 พื้นที่ลำปางและพะเยา โดยมีทั้งรอเวนคืนเพิ่ม, รอวงเงินทำสัญญา, และกรณีพิพาทในครอบครัว
5) ที่ดินภายใต้นโยบาย คทช. 324 แปลง
ส่งมอบแล้ว 248 แปลง เหลือ 76 แปลง
- สัญญาที่ 1 เหลือ 1 แปลง ในพื้นที่ลำปาง อยู่ระหว่างตรวจสอบและยืนยันสิทธิพื้นที่ทับซ้อน
- สัญญาที่ 2 เหลือ 75 แปลง ในพื้นที่ลำปาง ส่วนใหญ่รอบงบเพื่อทำสัญญา และมีบางส่วนต้องเวนคืนเพิ่ม
6) ที่ราชพัสดุ 18 แปลง
ยังรอส่งมอบทั้งหมด โดยแต่ละสัญญารอหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่จากอธิบดีกรมธนารักษ์
- สัญญาที่ 1 รอ 7 แปลง
- สัญญาที่ 2 รอ 6 แปลง
- สัญญาที่ 3 รอ 5 แปลง
7) ที่ดินประเภท น.ส.ล. 31 แปลง
ส่งมอบแล้ว 2 แปลง เหลือ 29 แปลง โดยส่วนใหญ่ยังรอรังวัดจากสำนักงานที่ดิน เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และถอนสภาพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย รวมถึงบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม
- สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง (แพร่)
- สัญญาที่ 2 เหลือ 17 แปลง (พะเยา)
- สัญญาที่ 3 เหลือ 8 แปลง (เชียงราย)
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ









