ข่าวอาชญากรรม - Crime
คดีฉ้อโกงปิดฉากแล้ว! ตำรวจจับกุม “ปาล์มมี่” หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ในปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ (CIB) ได้จับกุมหญิงสาวอายุ 23 ปี ในข้อหาเกี่ยวข้องกับแก๊งฉ้อโกงธนาคารที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีชื่อว่า นางสาวพลอยไพลิน (หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปาล์มมี่”) เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่โหดเหี้ยมซึ่งใช้ความกลัว ชุดตำรวจปลอม และเอกสารปลอมเพื่อหลอกลวงเงินจากผู้บริสุทธิ์
การบุกรวบตัวครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิต 2 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานในกรุงเทพฯ ตำรวจจึงนำกำลังเข้าล้อมจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- รวบตัวคาหมอชิต 2: ตำรวจชุดคอมมานโดนำกำลังเข้าจับกุม น.ส.พลอยไพลิน ผู้ต้องหาแก๊งบัญชีม้าวัย 23 ปีได้สำเร็จขณะกำลังหลบหนี
- จัดฉากเนียนหลอกเหยื่อ: แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ลงทุนสวมเครื่องแบบตำรวจและวิดีโอคอลหาเหยื่อ พร้อมใช้เอกสารราชการปลอมเพื่อข่มขู่ให้หวาดกลัว
- สูญเงินกว่า 4.5 แสนบาท: เหยื่อตกใจกลัวว่าตนเองจะติดคุกคดีฟอกเงิน จึงยอมโอนเงินทั้งหมดในบัญชีไปให้คนร้ายเพื่อ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน”
เหตุการณ์หลอกลวงครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางปี พ.ศ. 2568 เมื่อเหยื่อเคราะห์ร้ายได้รับสายโทรศัพท์ลึกลับจากหมายเลขแปลก ปลายสายเป็นผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นพนักงานของธนาคารกรุงไทย พร้อมระบุรหัสประจำตัวพนักงานอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
คนร้ายแจ้งข้อมูลปลอมว่า เหยื่อได้ไปเปิดบัญชีธนาคารที่สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น และพบว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีผิดปกติถึง 600,000 บาท จากนั้นก็อ้างว่ามีคนแปลกหน้ามาทำเรื่องถอนเงินก้อนนี้ออกไปที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดสุรินทร์
เรื่องราวทั้งหมดถูกแต่งขึ้นเพื่อทำให้เหยื่อตกใจ คนร้ายยังขู่สำทับว่าบัญชีนี้มีความเชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินระดับประเทศ เมื่อเห็นเหยื่อเริ่มมีอาการตื่นตระหนก จึงรีบโอนสายให้คุยกับคนที่อ้างว่าเป็นผู้จัดการธนาคารทันที
ลงทุนจัดฉาก วิดีโอคอลในชุดตำรวจ
ความน่ากลัวของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้คือการวางแผนมาอย่างเป็นระบบ พวกเขาหลอกให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ที่ตั้งชื่อบัญชีว่า “สภ.เมืองสุรินทร์” จากนั้นก็ทำการโทรศัพท์แบบวิดีโอคอลหาเหยื่อทันทีเพื่อกดดัน
ในสายวิดีโอคอลนั้น เหยื่อได้เห็นภาพชายคนหนึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจยศร้อยตำรวจโทอย่างชัดเจน ชายคนนั้นสั่งให้เหยื่อถ่ายภาพหน้าบัตรประจำตัวประชาชนส่งมาให้ พร้อมสั่งเด็ดขาดว่าห้ามวางสายและห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร
หากนำเรื่องการตรวจสอบนี้ไปบอกคนอื่น คนร้ายขู่ว่าเหยื่อจะมีความผิดทางกฎหมายและมีโทษจำคุก 3-5 ปี คำขู่ที่รุนแรงประกอบกับภาพเครื่องแบบตำรวจ ทำให้เหยื่อเกิดความหวาดกลัวอย่างหนักและยอมทำตามคำสั่ง
สร้างหลักฐานปลอม หลอกโอนเงินจนหมดตัว
เพื่อทำให้เหยื่อเชื่อใจแบบสนิทใจ คนร้ายได้ส่งภาพการจับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงินมาให้ดูทางไลน์ รวมทั้งส่งภาพเอกสารที่มีข้อมูลบัญชีธนาคารของเหยื่อครบถ้วน จากนั้นก็มีชายอีกคนอ้างตัวเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจโทรมาสมทบ
เมื่อเหยื่อเริ่มลังเลและขอดูหน้าเพื่อความมั่นใจ คนร้ายก็กดวิดีโอคอลมาอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นภาพชายนั่งสวมเครื่องแบบตำรวจอยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากให้ดูคล้ายสถานีตำรวจของจริง ภาพที่สมจริงทำให้เหยื่อไม่กล้าสงสัยอีกต่อไป
ในที่สุด คนร้ายก็ออกอุบายว่า หากเหยื่อต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จะต้องโอนเงินทั้งหมดในบัญชีไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยรับปากว่าจะโอนเงินคืนให้ใน 1 สัปดาห์ เหยื่อจึงหลงเชื่อและโอนเงินไปถึง 452,000 บาท
ไหวตัวทัน แจ้งความล่าตัวขบวนการบัญชีม้า
หลังจากที่เหยื่อโอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มตั้งสติได้และรู้สึกถึงความผิดปกติ เหยื่อตัดสินใจติดต่อไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น และสาขาสุรินทร์ ตามที่คนร้ายกล่าวอ้างในตอนแรกเพื่อสอบถามความจริง
เจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริงยืนยันว่าไม่มีการเปิดบัญชีชื่อของเหยื่อตามที่คนร้ายบอก และไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น เหยื่อจึงรู้ตัวทันทีว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเข้าแล้ว จึงรีบแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีทันที
ต่อมาเหยื่อได้รวบรวมหลักฐานและเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจไซเบอร์ การสืบสวนอย่างจริงจังนำไปสู่การจับกุม น.ส.พลอยไพลิน ในที่สุด คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับได้ที่เว็บไซต์ ปราการนิวส์ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้
คำสารภาพและข้อคิดจากผู้ต้องหา
น.ส.พลอยไพลิน หรือปาล์มมี่ ถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการเปิดบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินจากการกระทำความผิดทางกฎหมาย
บทลงโทษสำหรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนั้นรุนแรงมาก ผู้ต้องหาสาวรายนี้ได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปถึงคนทั่วไปว่า การรับจ้างเปิดบัญชีม้าเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยนั้นไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ
ความผิดพลาดจากการเห็นแก่เงินเพียงแค่ครั้งเดียว อาจส่งผลกระทบและทำลายอนาคตไปตลอดชีวิต การถูกดำเนินคดีอาญาเป็นเรื่องร้ายแรงที่ทุกคนควรหลีกเลี่ยงและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด
วิธีป้องกันตนเองจากภัยคอลเซ็นเตอร์
คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นดีที่เตือนให้ประชาชนทุกคนต้องระมัดระวังตัว สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอย้ำเตือนว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์ไปหาประชาชนเพื่อขอตรวจสอบบัญชีหรือให้โอนเงิน
หากมีใครโทรมาอ้างว่าเป็นตำรวจหรือพนักงานธนาคาร แล้วขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ ให้ฟันธงได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน ขอให้คุณตั้งสติและรีบกดตัดสายทิ้งทันที อย่าเสียเวลาพูดคุยกับคนกลุ่มนี้
นอกจากนี้ ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือส่งภาพถ่ายบัตรประชาชนให้คนแปลกหน้าทางออนไลน์โดยเด็ดขาด หากคุณมีความสงสัย ให้โทรศัพท์สอบถามสายด่วนของหน่วยงานราชการหรือธนาคารด้วยตนเองเสมอ
แนวทางการรับมือหากเผลอโอนเงินไปแล้ว
แม้ว่าเราจะระมัดระวังตัวดีแค่ไหน แต่บางครั้งความกลัวก็อาจทำให้เราพลาดพลั้งได้ หากคุณรู้ตัวว่าเผลอโอนเงินให้แก๊งมิจฉาชีพไปแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติและหยุดการติดต่อกับคนร้ายทันที
ขั้นตอนต่อไปคือการรีบโทรศัพท์ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีของคุณ เพื่อขออายัดบัญชีและระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันหลายธนาคารมีสายด่วนสำหรับภัยไซเบอร์ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
หลังจากนั้น ให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น ประวัติการโทร ภาพหน้าจอแชท และสลิปการโอนเงิน เพื่อนำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของตำรวจไซเบอร์โดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีคดียาเสพติด อายุ 25 ปี ในแม่จัน
ตำรวจจับกุมพนักงานบาร์ชาย ข้อหาข่มขืนนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษวัย 34 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศเมียนมาบุกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในเขตตัวเมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบผลิตยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว การเข้าตรวจค้นอย่างรวดเร็วทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด
ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาจำนวนสองคน เป็นชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน ทราบชื่อคือ นาย Sai Ngin อายุ 31 ปี และนางสาว Ma Nan San Fong อายุ 29 ปี ทั้งสองคนถูกพบตัวอยู่ภายในบ้านพร้อมกับของกลางจำนวนมากที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทางการในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ: ตำรวจเมียนมาบุกค้นบ้านในท่าขี้เหล็กเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หลังพบข้อมูลการผลิตยาเสพติด
- การจับกุมและยึดของกลาง: รวบตัวนาย Sai Ngin และนางสาว Ma Nan San Fong พร้อมสารตั้งต้นมูลค่ามหาศาล
- เป้าหมายต่อไป: เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
รายละเอียดของกลางมูลค่ามหาศาล
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการที่มีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะน้ำมันคีตามีนในแกลลอนรวมกว่า 26.15 ลิตร ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึง 7.845 พันล้านจัต นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด มูลค่า 80,000 จัต และผงคีตามีนอีก 30 กรัม มูลค่า 270,000 จัต
สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ยังพบโรลออนระงับกลิ่นกายปริมาณ 9 ลิตร มูลค่า 45,000 จัต และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ซึ่งคาดว่าถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการผลิตและติดต่อซื้อขายยาเสพติด ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตบตาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มผู้กระทำผิด
สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติดเมียนมา หรือ CCDAC Myanmar ได้เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด ทางหน่วยงานได้ตั้งข้อหาหนักเกี่ยวกับคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขยายผลการสืบสวน เป้าหมายสำคัญคือการหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
เชียงราย – ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหน่วยงานรัฐได้เร่งปราบปรามอย่างหนักเพื่อตัดตอนขบวนการเหล่านี้ สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย ปปส.ภาค 1 ได้เปิดปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น
ปฏิบัติการนี้อยู่ภายใต้การนำของ นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 1 เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันช่วยให้สามารถแกะรอยและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้รวมกว่า 1.16 ล้านเม็ด ที่ลักลอบซุกซ่อนมาในถังน้ำมันพลาสติก
- จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการรับ ลำเลียง และกระจายยาเสพติด
- อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 1.83 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรการเงินของเครือข่าย
การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานด้านข่าวกรองและการสืบสวนที่รัดกุม เมื่อวันที่ 13 และ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจค้นคลังพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในพัสดุที่เตรียมจัดส่ง พวกเขาพบยาบ้าจำนวนถึง 500,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกยัดไว้ในถังน้ำมันพลาสติกจำนวน 5 ถังเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
การค้นพบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานทันที หลังจากนั้น พวกเขาได้วางแผนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้รับปลายทางต่อไป
การใช้วิธีส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชนเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดมักปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็มีการปรับแผนและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นกัน

ขยายผลจับกุมและทลายแหล่งพักยาเสพติด
หลังจากยึดของกลางล็อตแรกได้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาต่อมา ปปส.ภาค 1 ได้ประสานงานกับตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังผสมได้บุกเข้าจับกุมเป้าหมายตามที่ได้สืบสวนไว้
ปฏิบัติการนี้นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ผู้ต้องหาเหล่านี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับและลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้ พวกเขายังทำหน้าที่พักเก็บและเตรียมกระจายยาบ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย
เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นฐานปฏิบัติการ บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแกะและแยกยาบ้าออกจากถังน้ำมัน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีกถึง 661,000 เม็ด
รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จากปฏิบัติการทั้งสองจุดเป็นจำนวนมหาศาล ยาบ้าที่ถูกยึดได้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,161,000 เม็ด การยึดยาเสพติดจำนวนนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายลงสู่ชุมชนและเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก

ตัดท่อน้ำเลี้ยง ทลายวงจรการเงินเครือข่าย
นอกจากการจับกุมและยึดยาเสพติดแล้ว การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กฎหมายนี้มุ่งเน้นการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อการค้าและผู้ที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม
ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ตรวจสอบประกอบด้วยยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ตู้ฮุนได รุ่น H1 สีดำ อีก 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,830,000 บาท
การยึดทรัพย์สินเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม การดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจะช่วยตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากใครพบเห็นเบาะแสหรือได้รับความเดือดร้อนจากยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ประชาชนสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สายด่วนนี้เป็นที่พึ่งสำหรับทุกปัญหายาเสพติดในชุมชน ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากล เราต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อหนุ่มพิการอาชีพขายลอตเตอรี่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายเอง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุลงมืออย่างโหดเหี้ยมเพื่อล้างหนี้เพียงเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ นำไปสู่การจับกุมนายเอก อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าลงมือฆ่านายทัตธพงษ์ อายุ 45 ปี ผู้พิการขายลอตเตอรี่ โดยอ้างว่าบันดาลโทสะจากการถูกทวงหนี้ค่าหวย
ประเด็นสำคัญ
- เพื่อนสนิทรับสารภาพ: นายเอกยอมรับว่าฆ่าเพื่อนสนิทที่เป็นผู้พิการ เพื่อล้างหนี้สินค่าหวยจำนวน 5,000 บาท
- ซ่อนเร้นอำพรางศพ: ผู้ก่อเหตุนำร่างผู้เสียชีวิตยัดใส่กระสอบปุ๋ย ก่อนนำไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อปิดบังความผิด
- ตำรวจเร่งสอบสวนปมชิงทรัพย์: เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ตายอาจมีเงินสดติดตัวกว่า 30,000 บาท
การหายตัวไปและการค้นหา
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ญาติได้เข้าแจ้งความว่าผู้ตายหายตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ แผงลอตเตอรี่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ร่วมกันระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ในช่วงแรก การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากและเต็มไปด้วยความหวังที่จะพบเขายังมีชีวิตอยู่
จุดเปลี่ยนของคดีนี้มาจากการทำงานอย่างหนักของฝ่ายสืบสวน ซึ่งได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย ตำรวจจึงตัดสินใจเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำอย่างละเอียด จนกระทั่งเขายอมเปิดปากรับสารภาพในที่สุด
ปมสังหารโหดล้างหนี้หวย
ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่เงินเชื่อจากผู้ตายจนเป็นหนี้สะสมถึง 10,000 บาท เขาได้จ่ายคืนไปแล้วครึ่งหนึ่ง จึงเหลือหนี้ค้างชำระอีกเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ในวันเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้นัดพบกันเพื่อพูดคุยเรื่องการชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
นายเอกอ้างว่าตนเองดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา เมื่อพบกันที่บริเวณทางเข้าสวนยางพารา ทั้งสองคนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ตายได้ขู่ว่าจะไปทวงเงินจากภรรยาและแม่ยายของผู้ก่อเหตุ คำพูดนี้ทำให้นายเอกเกิดความโมโหสุดขีด จึงลงมือบีบคอผู้ตายจนล้มลงกับพื้น
หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้ฟาดซ้ำที่ร่างของผู้ตายจนแน่นิ่งไป เมื่อตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว เขาจึงลากร่างไร้วิญญาณเข้าไปซ่อนในสวนยางพารา จากนั้นได้ไปหากระสอบปุ๋ยมาใส่ศพ แล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อหวังจะทำลายหลักฐาน
ปฏิบัติการค้นพบร่างผู้เสียชีวิต
หลังจากการรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุและจุดทิ้งศพทันที เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หน้ากากอนามัย และท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ในสวนยางพารา นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกถอดป้ายทะเบียนไปซ่อนไว้ที่ห้างนาของยายผู้ต้องหาอีกด้วย ตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์
ในส่วนของการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำน่านอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็ได้รับแจ้งว่าพบศพถูกบรรจุในกระสอบ ลอยไปติดกิ่งไม้ที่บริเวณบ้านดอนแก่ง ตำบลตาลชุม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งศพไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร
สภาพศพเมื่อถูกพบนั้นเริ่มขึ้นอืด โดยมีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้ถูกมัดไว้แน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงกู้ร่างขึ้นมาและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ
แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ทางตำรวจยังคงตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น ญาติของผู้ตายระบุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายอาจพกเงินสดติดตัวไปมากกว่า 30,000 บาท เนื่องจากเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คดีนี้อาจมีแรงจูงใจอื่นซ่อนเร้นอยู่
เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเคยให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับจุดทิ้งศพ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาไปงมหาในสระน้ำถึง 4 แห่ง ก่อนที่เขาจะยอมรับความจริงในภายหลัง
คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากปัญหาหนี้สินเพียงเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างถึงที่สุด ครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงอยู่ในความโศกเศร้าและหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ
ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
-
ข่าวกีฬา Sports6 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

