เชียงราย - Chiang Rai News
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย – กรมทางหลวงเตรียมลงพื้นที่เดินหน้าก่อสร้างโครงการทางแยกต่างระดับ บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงชนบท ชร.1418 (แยกขัวแคร่ ทางเข้าสนามบินเชียงราย) ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังได้ผู้รับเหมาชนะประมูลและลงนามสัญญาแล้ว
งานก่อสร้างครั้งนี้ บริษัท อุดมศักดิ์ เชียงใหม่ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ วงเงินสัญญา 649.5 ล้านบาท ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ 650 ล้านบาทเล็กน้อย ใช้เวลาก่อสร้าง 1,080 วัน และคาดว่าแล้วเสร็จช่วงต้นปี 2572
รูปแบบโครงการเป็นทางลอดตามแนวทางหลวง (แนวทางเลี่ยงเมืองเชียงราย) เชื่อมต่อกับทางหลวงชนบท ชร.1418 โดยจัดเป็น 4 ช่องจราจร (ขาเข้า 2 ช่อง, ขาออก 2 ช่อง) ทางลอดกว้าง 18.20 เมตร ยาว 473.20 เมตร โครงสร้างใช้กำแพงกันดินแบบ Diaphragm Wall และทำหลังคาทางลอดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนพื้นที่ด้านบนทางลอดออกแบบเป็นจุดกลับรถ ขณะที่ช่วงทางขึ้นลงมีการถมดินให้สูงขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วม
นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังวางแนวคิดตกแต่งทางลอดให้มีเอกลักษณ์ โดยนำ “ด้วงกว่าง” หรือ “กว่างโซ้ง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมของเชียงรายและภาคเหนือ มาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการทำประติมากรรมตกแต่ง ทั้งบริเวณซุ้มทางเข้าและผนังอุโมงค์
ปัจจุบันแยกขัวแคร่ยังใช้สัญญาณไฟจราจร และมีรถหนาแน่นเพราะเป็นเส้นทางหลักไปด่านชายแดนแม่สาย รวมถึงเป็นทางเข้าสนามบินเชียงราย ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการปรับเป็นทางแยกต่างระดับด้วยทางลอด จะช่วยให้การเดินทางคล่องขึ้น รองรับการขนส่งสินค้าได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ อีกทั้งยังมีโอกาสกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 4-1 ขึ้นนำจ่าฝูงลาลีกาโดยไม่มี เอ็มบาปเป้
เชียงราย - Chiang Rai News
น่าเศร้า! หญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายถูกรถกระบะชนขณะข้ามถนน
อุบัติเหตุรุนแรงบนถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี น.ส.สุภาพร ยูเบีย เสียชีวิตทันที ตำรวจพบรถเกี่ยวข้อง 2 คัน เดินหน้าตรวจกล้องวงจรปิด และเรียกคนขับให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุ
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าเศร้าอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายเสียชีวิตหลังจากวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยแทนที่จะใช้ทางม้าลายที่กำหนดไว้ เธอถูกรถกระบะชนอย่างแรงจนร่างกระเด็น จากนั้นรถอีกคันที่ตามมาไม่สามารถหลบได้และเหยียบซ้ำ ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์
เวลาประมาณ 22.40 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บนถนนชัยพฤกษ์ขาออก บริเวณหน้าเทศบาลตำบลบางพลับ อ.ปากเกร็ด หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
กลางถนนบริเวณช่องทางหลักเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบร่าง น.ส.สุภาพร ยูเบีย อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพนอนคว่ำหน้า เสื้อผ้าฉีกขาด แขนขาหักหลายจุด ศีรษะมีบาดแผลรุนแรง และมีคราบเลือดรวมถึงชิ้นส่วนร่างกายกระจายบนพื้นถนน
ถัดจากจุดพบร่างไปราว 50 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กอ 4459 นนทบุรี ด้านหน้ารถเสียหายหนัก คนขับคือ นายโชติชนก อายุ 29 ปี ชาว จ.นนทบุรี ยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน สส 109 กรุงเทพมหานคร อยู่ห่างออกไปอีกราว 50 ถึง 100 เมตร คนขับให้ข้อมูลว่า ขับตามหลังรถกระบะมา เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงเบรกไม่ทัน ทำให้ล้อรถทับร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่กลางถนน
จากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยในทันที คนขับรถกระบะให้การว่าใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. และหยุดรถไม่ทันเมื่อผู้เสียชีวิตวิ่งตัดหน้า
ทำไมหลายคนยังไม่ใช้สะพานลอย
แม้สะพานลอยทำไว้เพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่ในชีวิตจริงยังมีคนเลือกข้ามถนนด้านล่างด้วยหลายเหตุผล เช่น
- ไม่สะดวก เพราะต้องขึ้นลงบันไดสูง โดยเฉพาะตอนรีบหรือถือของ
- สภาพทางเดินไม่น่าใช้งาน เช่น แสงสว่างน้อย พื้นลื่นตอนฝนตก หรือโครงสร้างชำรุด
- ความเคยชิน หลายคนเลือกข้ามจุดสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่วงดึก
- การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ต่อเนื่อง ทำให้บางคนมองความเสี่ยงเป็นเรื่องไกลตัว
เหตุครั้งนี้ตอกย้ำชัดว่า การข้ามถนนผิดจุดอาจจบลงด้วยความสูญเสียที่ป้องกันได้
ย้อนดูเหตุคนเดินเท้าเสียชีวิตที่เคยเกิดขึ้น
ปัญหาคนเดินเท้าถูกชนจนเสียชีวิตเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในไทย และมีหลายกรณีที่สังคมจำได้ เช่น
- ปี 2562 น้องลิ้นจี่ (วิลาวัณย์ พุ่มมาลา) เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์ชน ขณะข้ามทางม้าลายแยกผังเมือง กรุงเทพฯ จนเกิดกระแสเรียกร้องความปลอดภัยคนข้ามถนน
- ปี 2562 น้องใบหม่อน นักเรียน ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครปฐม เสียชีวิตจากการถูกรถชน ขณะข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียน
- ปี 2565 หญิงวัย 57 ปี วิ่งออกกำลังกายและข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ก่อนถูกรถชนเสียชีวิตใต้สะพานลอย ลักษณะคล้ายเหตุล่าสุด
- สถิติที่อ้างอิงได้ กรมควบคุมโรคระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนเดินเท้าเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 506 ราย และบาดเจ็บเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5,870 ราย ขณะเดียวกัน Thai RSC รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมปี 2567 ถึง 2568 ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
- คดีที่พบได้บ่อย มีหลายกรณีคนเดินเท้าดื่มสุราแล้วข้ามถนนจนเกิดเหตุ โดยแนวคำพิพากษามักพิจารณาเรื่องความประมาทของผู้ขับขี่เป็นหลัก
- ปี 2567 ถึง 2568 ช่วงปีใหม่และเทศกาลต่าง ๆ คนเดินเท้ายังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะถนนหลายเลนและถนนที่รถใช้ความเร็วสูงในเขตชานเมือง
ข้อมูลจากมูลนิธิเมาไม่ขับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนตรงกันว่า คนเดินเท้าเป็นกลุ่มเปราะบาง และมักเสียเปรียบเมื่อเกิดเหตุบนถนนใหญ่
ข้อเสนอที่สังคมพูดถึงหลังเกิดเหตุ
หลังเหตุครั้งนี้ หลายฝ่ายกลับมาพูดถึงมาตรการความปลอดภัยอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอที่พบได้บ่อย เช่น
- เพิ่มไฟส่องสว่างและป้ายเตือนบริเวณสะพานลอยและจุดเสี่ยง
- ทำรั้วกั้นกลางถนน ลดการข้ามผิดจุด
- เพิ่มจุดตรวจ และจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- รณรงค์ให้ใช้ทางข้ามที่ถูกต้อง ผ่านสื่อและโรงเรียน โดยเน้นกลุ่มเยาวชน
- คุมความเร็วในเขตชุมชน และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดอันตราย
ด้านตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เดินหน้าสอบสวนต่อเนื่อง และอาจพิจารณาแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พร้อมตรวจสอบความเร็ว ปริมาณแอลกอฮอล์ และสภาพรถของทั้งสองคัน
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของ น.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นวัยรุ่นจากเชียงรายที่เข้ามาทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เพื่อนและคนใกล้ชิดต่างแสดงความอาลัย
อุบัติเหตุบนถนนไทยยังพรากชีวิตคนจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะคนเดินเท้า เหตุของน.ส.สุภาพรจึงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดว่า ทุกครั้งที่ข้ามถนนต้องให้ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ หากทุกฝ่ายช่วยกันจริงจัง โอกาสเกิดเหตุซ้ำย่อมลดลงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสั่นสะเทือน! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่แม่สาย
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายสั่นสะเทือน! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่แม่สาย
เชียงราย – 09.37 น. เกิดเหตุ “แผ่นดินไหวเชียงราย” ขนาด 3.3 ลึก 3 กม. บริเวณ ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย ประชาชนหลายพื้นที่แจ้งรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ในอำเภอ “แม่จัน-แม่สาย-แม่ฟ้าหลวง”
วันเวลาเกิดเหตุ: 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.37.58 น. ตามเวลาประเทศไทย (ตรงกับเวลา 02.37.58 น. ตามเวลามาตรฐานสากล UTC)
ขนาดแผ่นดินไหว (Magnitude): 3.3
ความลึก: 3 กิโลเมตร
พิกัดศูนย์กลาง: ละติจูด 20.304 องศาเหนือ, ลองจิจูด 99.957 องศาตะวันออก
เวลาประกาศข้อมูล: 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.41.51 น. ตามเวลาประเทศไทย
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดในระดับตื้นเพียง 3 กิโลเมตร จึงทำให้หลายคนรู้สึกถึงแรงสั่นได้ค่อนข้างชัด แม้ขนาดจะอยู่ที่ 3.3 และไม่ได้จัดว่าแรงมากนัก
จากการแจ้งรับรู้แรงสั่นสะเทือนของประชาชน พบรายงานในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย เช่น ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน (บ้านหัวฝาย หมู่ 11) ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางราว 2 กิโลเมตร โดยมีผู้รายงานว่าได้ยินเสียงคล้ายระเบิด หรือคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ก่อนจะรู้สึกถึงแรงสั่นตามมา บ้านเดี่ยวมากกว่า 1 ชั้นรับรู้ได้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานจากตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย (อาคารเรียนโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์) อาคารเรียน 1 ชั้น ระบุว่ารู้สึกสั่นคล้ายรถบรรทุกหนักวิ่งผ่าน และสั่นอยู่ประมาณ 1 วินาที นอกจากนี้ ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย (บ้านถ้ำปลา หมู่ 3) บ้านเดี่ยว 1 ชั้นก็มีประชาชนรับรู้แรงสั่นได้เช่นกัน
อีกจุดหนึ่งคือ ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน (อาคารเชียงแสนประชานุสรณ์) ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานไม่เกิน 5 ชั้น โดยมีรายงานจากชั้น 2 ว่ารู้สึกเวียนศีรษะ และเห็นน้ำในขวดขยับเล็กน้อย ส่วนพื้นที่ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง บ้านเดี่ยว 1 ชั้น มีผู้แจ้งว่ารับรู้แรงสั่นสะเทือนช่วงสั้น ๆ
ภาพรวมสถานการณ์เบื้องต้น ยังไม่พบรายงานความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังติดตามข้อมูลต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากแหล่งทางการเป็นหลัก
แผ่นดินไหวขนาด 3.3 มักทำให้รู้สึกได้ในพื้นที่ใกล้ศูนย์กลาง โดยเฉพาะเมื่อเกิดตื้นแบบครั้งนี้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่หลายจุดจะรับรู้แรงสั่นได้ แม้จะเกิดขึ้นไม่นาน
ประชาชนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย หากมีอาฟเตอร์ช็อกหรือเหตุการณ์ต่อเนื่อง
อ้างอิงจาก: กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา
จังหวัดเชียงรายทางภาคเหนือของไทยตั้งอยู่ในเขตที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกค่อนข้างมาก ภายในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจึงได้รับอิทธิพลจากแนวรอยเลื่อนมีพลังหลายแนว ผลคือเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กบ่อยครั้ง และบางช่วงก็มีเหตุการณ์ที่แรงขึ้นเป็นครั้งคราว โดยรอยเลื่อนหลักที่เกี่ยวข้องมีทั้งรอยเลื่อนแม่จัน และกลุ่มรอยเลื่อนแม่ลาว รวมถึงแนวรอยเลื่อนใกล้เคียงในภูมิภาคที่ช่วยเพิ่มความเสี่ยงโดยรวม
รอยเลื่อนแม่จันเป็นรอยเลื่อนแบบเลื่อนตามแนวระดับชนิดเลื่อนซ้าย แนวรอยเลื่อนพาดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ยาวราว 118 กิโลเมตร และต่อเนื่องเข้าไปในลาว แนวนี้เคยเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสำคัญในอดีต เช่น แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ในลาวเมื่อปี 2007 ที่ทำให้เชียงรายรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจนและมีความเสียหายบางส่วน อีกทั้งข้อมูลธรณีวิทยาเชิงอดีตยังชี้ว่าแนวรอยเลื่อนนี้มีศักยภาพก่อเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่านี้ได้
อีกแนวที่คนไทยคุ้นชื่อมากคือกลุ่มรอยเลื่อนแม่ลาว ซึ่งวางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือไปตะวันตกเฉียงใต้ และตัดผ่านหลายอำเภอ เช่น แม่ลาว แม่สรวย และเมืองเชียงราย กลุ่มรอยเลื่อนนี้เป็นต้นเหตุของแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในยุคปัจจุบันของไทย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2014 ขนาดประมาณ 6.3 (หรือ Mw 6.1 ถึง 6.2) เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเสียหายกว้างขวางต่ออาคาร โรงเรียน วัด และโครงสร้างพื้นฐานในอำเภอแม่ลาวและพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมามากกว่า 1,000 ครั้ง
นอกจากแนวหลักทั้งสองแล้ว แนวรอยเลื่อนระดับภูมิภาค เช่น บางส่วนของเขตรอยเลื่อนพะเยา ก็มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงด้านแผ่นดินไหวของเชียงรายด้วย โดยภาพรวมแล้วเชียงรายมักบันทึกแรงสั่นสะเทือนขนาดไม่สูง ส่วนใหญ่ต่ำกว่าขนาด 4 อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดยังสะท้อนว่าแรงเค้นทางธรณีแปรสัณฐานยังคงมีอยู่ในพื้นที่
ตัวอย่างเหตุการณ์ล่าสุดคือแผ่นดินไหวตื้นขนาด 3.3 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 มีศูนย์กลางอยู่ในอำเภอแม่สาย ที่ความลึกประมาณ 3 กิโลเมตร หลายพื้นที่รับรู้แรงสั่นได้ เช่น แม่ฟ้าหลวง ปงงาม แม่จัน และเวียงพางคำ แต่ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ ก่อนหน้านั้นหนึ่งวันยังเกิดเหตุขนาดเล็กมากราว 1.3 ใกล้เคียงกัน ซึ่งย้ำว่าโซนนี้ยังมีการปลดปล่อยพลังงานเป็นระยะ
แผ่นดินไหวและแนวรอยเลื่อนในเชียงราย (สรุป)
- รอยเลื่อนแม่จัน: รอยเลื่อนมีพลังแบบเลื่อนซ้าย ยาวราว 118 ถึง 150 กิโลเมตรในไทย มีหลักฐานเหตุการณ์ใหญ่ในอดีต (เช่น ราว M6.9 เมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อน) และเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว M6.3 ในลาวปี 2007 ที่เชียงรายรู้สึกแรงชัด
- กลุ่มรอยเลื่อนแม่ลาว: วางตัวแนวตะวันออกเฉียงเหนือถึงตะวันตกเฉียงใต้ เป็นสาเหตุแผ่นดินไหวแม่ลาวปี 2014 ขนาดราว 6.3 ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
- กิจกรรมล่าสุด (2026): วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 แผ่นดินไหวขนาด 3.3 ลึก 3 กิโลเมตร ศูนย์กลางในอำเภอแม่สาย รู้สึกได้ในหลายตำบลแต่ไม่เสียหาย และมีเหตุขนาด 1.3 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ใกล้กัน
- บริบทพื้นที่: เพราะอยู่ใกล้พรมแดนเมียนมาและลาว เชียงรายจึงเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวข้ามแดนมากขึ้น แม้แรงสั่นเล็กจะเกิดบ่อย แต่เหตุใหญ่เกิดไม่ถี่
- การเฝ้าระวัง: ข้อมูลติดตามจากกรมอุตุนิยมวิทยา และแหล่งข้อมูลต่างประเทศอย่าง VolcanoDiscovery สอดคล้องกันว่า ช่วงต้นปี 2026 ส่วนใหญ่เป็นแผ่นดินไหวตื้นและไม่ก่อความเสียหาย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย - Chiang Rai News
14 คู่รักเข้าพิธีแต่งงานในวันวาเลนไทน์ ณ งานเทศกาลบอลลูนสิงห์ปาร์ค 2026
เชียงราย – กิจกรรม “บอลลูนแห่งรัก: จดทะเบียนสมรสและประกาศความรักบนท้องฟ้า” เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติสิงห์ปาร์ค 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับคู่รักที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความหมาย ในปีนี้ คู่รักที่ได้รับเลือก 14 คู่ ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศาจากบอลลูนลมร้อนเหนือจังหวัดเชียงราย ล้อมรอบด้วยบอลลูนหลากสีสันกว่า 30 ลูกจาก 13 ประเทศ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและกลายเป็นความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับคู่รักหลายคู่
คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด เล่าว่า สิงห์ปาร์คฯ อยากผลักดันเชียงรายให้เป็น World Class Love Destination โดยเฉพาะกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนบอลลูนที่ได้รับความสนใจทุกปี เพราะช่วยเติมช่วงเวลาพิเศษให้คู่รัก พร้อมพาแขกผู้มาเยือนได้เห็นเสน่ห์ของเชียงรายในอีกมุมหนึ่ง นอกจากนี้งานยังรวมความสุขไว้หลายแบบ ทั้งความโรแมนติกบนฟ้า การชมศิลปวัฒนธรรมอย่างโขนกลางแปลง และความสนุกจากคอนเสิร์ตตลอด 5 วัน 5 คืน ซึ่งช่วยให้การท่องเที่ยวคึกคัก และสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมสำหรับคู่รักประกอบด้วยโปรแกรมเต็มวันพร้อมการแสดงบอลลูนเรืองแสงสุดตระการตา คอนเสิร์ตทั่วไป 5 รอบตลอด 5 วัน การแข่งขันระดับนานาชาติชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท และการแสดงโขนกลางแจ้งสุดพิเศษ “มังโขนกันต์ ชันศักดิ์เกษรธมิล มหามิตร” โดยกลุ่มวังนาเมืองร่วมกับเยาวชนกว่า 200 คนจากเชียงราย
สามารถซื้อบัตรได้ทางออนไลน์ที่ Eventpass หรือที่ร้านค้าสิงห์ปาร์คเชียงรายและร้านค้าบ้านแดงตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเพจเฟซบุ๊ก: สิงห์ปาร์คเชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวระดับชาติ - National5 days ago
“หมอปลา” พาเหยื่อหญิงไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหา “บิ๊กเทา” หมอผีชราชื่อดัง ว่าล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คนขับรถประสบอุบัติเหตุในลำปางหลังจากหลับในขณะขับรถ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days ago
บริษัท ทรู เทเลคอม และหน่วยงานในอำเภอแม่สาย ได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังศูนย์รับสายหลอกลวง
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days ago
เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว







