ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 5.3 ล้านเม็ด
เชียงราย – เกิดเหตุรถยนต์ปาเจโรขับอยู่บนถนนชายแดนช่วงกลางดึก ก่อนเจอจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ คนขับเร่งเครื่องและหักเลี้ยวกลับกะทันหัน แต่คุมรถไม่อยู่จนตกไหล่ทาง จากนั้นคนขับเปิดประตูวิ่งหนีหายไปในความมืด เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในรถและตรวจตามแนวถนน พบของกลางเป็นยาบ้าล็อตใหญ่รวมมากกว่า 5,300,000 เม็ด พร้อมบัตรประชาชนของชายชาวอำเภอสีคิ้ว
ก่อนเกิดเหตุ ทหาร ร้อย.ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับชุดปฏิบัติการ ร้อย.คทร. และชุดปฏิบัติการสุนัขทหารที่ 10 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดแบบไม่ประจำที่ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณถนนพื้นที่บ้านเหมืองแดงใต้ หมู่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดชายแดนไทย-เมียนมา
เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัย เป็นรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร แบบ 7 ที่นั่ง สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับมาตามถนนสายดังกล่าว
เมื่อรถเข้าใกล้จุดตรวจ ห่างราว 500 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณฐานปฏิบัติการนเรศวร บก.มว.ม.2 ร้อย.ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก คนขับกลับหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็วเพื่อวนกลับทางเดิม ทำให้รถเสียหลักตกลงไปที่ไหล่ทางหน้าฐานปฏิบัติการ และไม่สามารถขับขึ้นถนนได้ คนที่อยู่ในรถจึงรีบลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนี
เปิดรถพบกระสอบยาบ้าเต็มคัน รวม 4.72 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถ พบกระสอบฟางห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำบรรทุกมาเต็มคัน เบื้องต้นจำนวน 24 ใบ เมื่อตรวจดูพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)
- กระสอบละ 200,000 เม็ด จำนวน 23 ใบ
- กระสอบละ 120,000 เม็ด จำนวน 1 ใบ
รวมยาบ้าในรถประมาณ 4,720,000 เม็ด
ภายในรถยังพบเอกสารส่วนตัว เป็นบัตรประจำตัวประชาชนของชายอายุ 29 ปี ชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ลาดตระเวนต่อ พบกระเป๋าซุกในพงหญ้าอีก 6.2 แสนเม็ด
ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 9 ก.พ. 2569 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (ม.2) กองกำลังผาเมือง จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่บ้านเหมืองแดงใต้ หมู่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางซุกในพงหญ้าและมีหญ้าแห้งกลบไว้ เมื่อตรวจสอบพบเป็นยาบ้า
- กระเป๋าสีชมพู ประมาณ 260,000 เม็ด
- กระเป๋าสีขาว ประมาณ 360,000 เม็ด
รวมของกลางจากกระเป๋าทั้งหมดประมาณ 620,000 เม็ด
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
เชียงราย – เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 รายในพื้นที่ป่าหมู่ 18 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย โดยทั้งสองกรณีมีข้อสงสัยในลักษณะการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบว่าทั้งสองเหตุเกี่ยวข้องกันหรือไม่
พ.ต.อ.สง่า ศรีวิชัย ผกก.สภ.แม่ยาว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. เวลาประมาณ 14.00 น. มีชาวบ้านแจ้งพบศพชาย 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่กลางป่าในพื้นที่หมู่ 18 ต.แม่ยาว เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน สภาพเริ่มเน่า
จากการตรวจดูบริเวณเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่คาดว่าก่อนเสียชีวิตผู้ตายน่าจะนั่งพักอยู่จุดดังกล่าว เพราะไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือบาดแผลจากการถูกทำร้าย
ก่อนหน้านี้ในคืนวันที่ 1 ก.พ. พื้นที่เดียวกันมีเหตุชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนและถูกเผาเพื่ออำพราง ทราบชื่อคือ นายสรวุฒิ อายุ 32 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ตำรวจยังติดตามตัวผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่พบ
ต่อมาระหว่างที่ตำรวจเร่งไล่หาผู้ต้องสงสัย กลับพบศพรายที่สองดังกล่าว และเมื่อญาติของผู้ต้องสงสัยไปดูศพ ก็ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวอยู่
อย่างไรก็ตาม การตรวจศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย เมื่อตรวจเอกซเรย์ก็ไม่พบหัวกระสุน กระดูกไม่พบการแตกหัก ตำรวจจึงเร่งสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
รายงานระบุว่า จุดพบศพนายสรวุฒิที่ถูกยิงและเผา อยู่ห่างจากกระท่อมกลางป่าประมาณ 50 เมตร จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสรวุฒิพักอยู่ในกระท่อมกับเพื่อนอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน หลังเกิดเหตุมีเพื่อนหนึ่งคนหายตัวไป จึงเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ออกติดตาม กระทั่งพบผู้เสียชีวิตอีกรายห่างจากจุดแรกประมาณ 5 กิโลเมตร
ใกล้ร่างผู้เสียชีวิตรายที่สอง พบอาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์วางอยู่ 1 กระบอก ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานและความเชื่อมโยงของการเสียชีวิตทั้ง 2 ราย เพื่อสรุปภาพรวมของคดีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
หน่วยเฉพาะกิจผาเมืองทำลายไร่ฝิ่นในจังหวัดน่าน
นาน – ทหารพราน 32 ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย เดินเท้าขึ้นดอยภูแว อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ลุยพื้นที่ลาดชันกว่า 40 องศา ท่ามกลางอากาศร้อนจัดราว 40 องศาเซลเซียส ก่อนปิดงานไร่ฝิ่นที่กำลังออกดอกเต็มที่ ย้ำการปราบยาเสพติดแบบเข้มข้นในพื้นที่
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงเวลา 13.00-16.00 น. กองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 นำโดย พันเอกปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 ประสานร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งช้าง ตำรวจ สภ.ทุ่งช้าง และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 325 รวมกำลังราว 30 นาย ออกลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณดอยภูแว หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบปลูกฝิ่น
เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าพื้นที่ใกล้บ้านปางแก หมู่ 7 ซึ่งเป็นภูเขาสูงและชัน ก่อนพบแปลงปลูกฝิ่นประมาณ 1 ไร่ สภาพสมบูรณ์ราวร้อยละ 90 ต้นฝิ่นสูงประมาณ 60-80 เซนติเมตร อายุราว 3 เดือน ความหนาแน่นราวร้อยละ 80 ของพื้นที่ และอยู่ในช่วงออกดอกบานเต็มที่ พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนกรีดเอาน้ำฝิ่นดิบ
ระหว่างตรวจสอบไม่พบบุคคลต้องสงสัยในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเป็นการลักลอบปลูกและหลบหนีไปก่อน จากนั้นได้ตัดและเผาทำลายฝิ่นทั้งหมดในพื้นที่ พร้อมเดินหน้าสืบสวนหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกลับมาปลูกพืชเสพติดซ้ำในพื้นที่เดิมอีกครั้ง
การปลูกฝิ่นในภาคเหนือของประเทศไทย
ในปี 2026 การปลูกฝิ่นในภาคเหนือของไทยแทบไม่เหลือให้เห็นแล้ว ต่างจากอดีตที่เคยเป็นส่วนสำคัญของพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ผลจากการทำงานต่อเนื่องของภาครัฐมาหลายทศวรรษ รวมถึงโครงการหลวงที่เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 9 ทำให้การปลูกฝิ่นผิดกฎหมายถูกกวาดล้างจนเกือบหมดตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2010
โครงการพัฒนาทางเลือกช่วยให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง ม้ง และลาหู่ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เปลี่ยนมาปลูกพืชถูกกฎหมายที่ขายได้จริง เช่น กาแฟ ชา ผลไม้ และไม้ดอก รายได้ดีขึ้น และชุมชนห่างไกลก็เชื่อมกับเศรษฐกิจหลักมากขึ้น
แม้ยังมีจุดเล็กๆ ที่พบการปลูกผิดกฎหมายเป็นครั้งคราว (เช่น ประมาณ 13 เฮกตาร์จากการสำรวจในอาเซียน) เจ้าหน้าที่ไทยมักเข้าจัดการอย่างรวดเร็วด้วยการเฝ้าระวัง การทำงานร่วมกับชุมชน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะที่เมียนมายังมีการผลิตฝิ่นสูงขึ้นจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและกดดันพื้นที่ชายแดน โมเดลภาคเหนือของไทยยังถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาด้วยการพัฒนา มากกว่าพึ่งเศรษฐกิจยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาไอซ์ได้ 232 กิโลกรัม หลังปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติด
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่งในข้อหาฉ้อโกงธนาคารเป็นเงิน 21 ล้านบาท
กรุงเทพฯ – ตำรวจ บก.ปอศ.จับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่ง หลังถูกกล่าวหาว่าปลอมเอกสารของบริษัทมหาชน เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร ทำให้เกิดความเสียหายรวมกว่า 21 ล้านบาท
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ชุดจับกุมของ กก.5 บก.ปอศ. เข้าจับกุม นางโกลัญญา หรือวิไลลักษณ์ กลับดี อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลอาญา 2 หมาย ข้อหา “ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม” จับได้บริเวณหน้าบ้านพักใน ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ตำรวจระบุว่า ย้อนไปปี 2562 มีสถาบันการเงินเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับบริษัทที่มีนางโกลัญญาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ หลังพบพฤติการณ์นำเอกสารปลอมไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อ จนธนาคารหลงเชื่อและอนุมัติวงเงิน ส่งผลให้เสียหายมากกว่า 21 ล้านบาท
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นกรรมการบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตแผ่นปูนซีเมนต์สำเร็จรูปเพื่อจำหน่าย และเคยเป็นลูกค้าเก่าของธนาคารผู้เสียหาย มีประวัติขอกู้มาก่อน ต่อมามีการติดต่อขอสินเชื่อจำนวน 21 ล้านบาท โดยนำเอกสาร เช่น ใบเรียกเก็บเงิน และใบส่งมอบงาน ที่อ้างว่าเป็นรายการค้าระหว่างบริษัทของผู้ต้องหากับบริษัทมหาชนรายหนึ่ง ไปยื่นประกอบคำขอ ทำให้ธนาคารเชื่อว่าเป็นรายได้หรือยอดรับชำระจริง จึงอนุมัติสินเชื่อตามเอกสารที่นำมาแสดง
ภายหลังบริษัทมหาชนที่ถูกอ้างชื่อเข้าตรวจสอบ และยืนยันว่าใบเรียกเก็บเงินกับใบส่งมอบงานดังกล่าวไม่ใช่เอกสารของบริษัท เป็นเอกสารปลอม โดยผู้ต้องหาใช้ช่องทางจากการเคยเป็นคู่ค้า นำเลขที่เอกสารเดิมไปดัดแปลงแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ ก่อนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ในวัดป่านานกว่า 6 ปี กระทั่งกลับมาพักในพื้นที่นนทบุรี จึงเข้าจับกุมได้
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเงินที่ได้จากสินเชื่อนำไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจของตน ซึ่งปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว นอกจากนี้ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เช็คฯ มากกว่า 47 คดี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
-
ข่าวการเมือง7 days ago
กกต.เชียงรายลงหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 คลาดเคลื่อน 3 ราย ผู้สมัครร้องเรียน หวั่นคนสับสน
-
ข่าวระดับชาติ - National7 days ago
OBEC กำลังสอบสวนกรณีครูหญิงคนหนึ่งในเชียงใหม่ฆ่าตัวตายเนื่องจาก ‘ทำงานหนักเกินไป’
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ด่านชายแดนเชียงรายปะทะกับผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัม
-
ข่าวการเมือง7 days ago
ชัยธวัฒน์ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดเชียงรายเพื่อสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน








