Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม

เชียงรายเดินหน้ามาตรการห้ามเผา 86 วัน รับมือฝุ่น PM2.5 ชูอากาศดีเพื่อสุขภาพและท่องเที่ยว

Rebecca Kim

Published

on

จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม

เชียงราย –  บรรยากาศในห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายวันนั้นเหมือนการประชุมช่วงหน้าแล้งทั่วไป แต่สารที่ย้ำชัดคือเรื่องใหญ่กว่าการดับไฟ เพราะเชียงรายกำลังสู้เพื่ออากาศที่คนในพื้นที่ต้องหายใจทุกวัน เมืองท่องเที่ยวและเมืองชายแดนที่เจอหมอกควันซ้ำๆ จนกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงอากาศนิ่งที่ฝุ่นสะสมง่าย

นายชูชีพ พงษ์ไชย ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการเข้มงวดงดเผาในที่โล่ง เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ปี 2569 โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการร่วมประชุม

แกนของปีนี้คือ “ยกระดับ” จากการขอความร่วมมือไปสู่คำสั่งที่ชัดเจน จังหวัดแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ

  • ระยะที่ 1 (1 ม.ค. ถึง 13 ก.พ.) เน้นขอความร่วมมือ ลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ ใช้วิธีไถกลบ ทำปุ๋ย จัดการเศษวัสดุ และหลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่ง
  • ระยะที่ 2 (14 ก.พ. ถึง 10 พ.ค.) ช่วงวิกฤตรวม 86 วัน ออกคำสั่งห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ครอบคลุมพื้นที่เกษตร เศษวัสดุทางการเกษตร ขยะมูลฝอย และวัชพืช ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

ผู้ว่าฯ ย้ำว่า งานป้องกันไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ต้องพึ่งพาความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการสื่อสารให้คนเข้าใจเหตุผลและทำตามจริง เพื่อให้อากาศปลอดภัยขึ้นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยลดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ท่องเที่ยวและรายได้ของชุมชน เป้าหมายคือให้คนเชียงรายและนักท่องเที่ยวได้หายใจในอากาศที่ดีขึ้นร่วมกัน

ตั้งเป้าชัด ลดจุดความร้อน และลดวันค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

มาตรการห้ามเผาครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้ “เรียบร้อย” อย่างเดียว จังหวัดตั้งเป้าผลลัพธ์ไว้ชัดเจน คือ ลดจุดความร้อนลง 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และลดจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน 15 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์

คำว่า “เกินมาตรฐาน” อิงเกณฑ์ PM2.5 ของประเทศไทยตามที่กรมควบคุมมลพิษเผยแพร่ โดยค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยรายปี 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นการลดวันเกินมาตรฐานจึงหมายถึงลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ทำตัวเลขให้ดูดี

แต่ในทางปฏิบัติ ความท้าทายของเชียงรายไม่ได้มีแค่การหยุดเผาในจังหวัด เพราะพื้นที่เป็นแอ่งล้อมเขา และยังมีควันข้ามแดนที่ควบคุมได้จำกัด ทำให้การทำให้มาตรการเห็นผลจริงต้องเข้มและต่อเนื่อง

ข้อมูลบทเรียนจาก “รายงานการวิเคราะห์พลวัตจุดความร้อนและการจัดการวิกฤตหมอกควัน จังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2568” ถูกนำมาใช้เป็นฐานคิดสำคัญของปี 2569 ประเด็นที่เห็นชัดคือ จำนวนจุดความร้อนลดลงมาก แต่พื้นที่เผาไหม้จริงลดลงไม่มากเท่าที่ควร

รายงานระบุว่า ช่วงฤดูไฟป่า 1 กุมภาพันธ์ ถึง 8 พฤษภาคม ปี 2568 จุดความร้อนสะสมลดจาก 3,885 จุด (ปี 2567) เหลือ 611 จุด ลดลงร้อยละ 84.3 แต่พื้นที่เผาไหม้จริงลดลงเพียงร้อยละ 16.33 จาก 62,521 ไร่ เหลือ 52,311 ไร่ นั่นสะท้อนว่าการจุดไฟอาจน้อยลง แต่ไฟแต่ละครั้งลุกลามหนักขึ้น หรือดับไม่ทัน

เมื่อมองในเชิงนโยบาย บทเรียนนี้เตือนว่าใช้ “จำนวนจุดความร้อน” เป็นตัวชี้วัดอย่างเดียวไม่พอ ไฟที่เริ่มจากจุดเล็กอาจขยายวงกว้างก่อนเจ้าหน้าที่เข้าถึง โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาสูง ป่าลึก และแนวรอยต่อเกษตรที่เข้ายาก

ดาวเทียมช่วยสั่งการเร็วขึ้น แต่ยังต้องแก้ที่เชื้อเพลิงและการเข้าถึงพื้นที่

การเฝ้าระวังจุดความร้อนของไทยอาศัยข้อมูลดาวเทียมที่หน่วยงานรัฐใช้ต่อเนื่อง โดย GISTDA มีข้อมูลจากหลายระบบ รวมถึง VIIRS ที่มีความละเอียดประมาณ 375 เมตร ซึ่งใช้กันแพร่หลายในการติดตามและวิเคราะห์พื้นที่ นอกจากนี้เอกสารวิชาการของกรมส่งเสริมการเกษตรก็อธิบายการใช้ข้อมูลดาวเทียมและระบบตรวจจับความร้อนเพื่อช่วยดูแลพื้นที่เกษตรและติดตามการเผา

อย่างไรก็ดี ตัวเลขปี 2568 บอกชัดว่า ต่อให้ตรวจพบเร็วขึ้น แต่ถ้าเข้าพื้นที่ช้า หรือมีเชื้อเพลิงสะสมมาก ไฟเพียงครั้งเดียวก็สร้างความเสียหายได้มาก ปี 2569 จึงเน้นทั้งคำสั่งห้ามเผา และการจัดการเชื้อเพลิงด้วยทางเลือกที่ทำได้จริง เช่น ไถกลบ ทำปุ๋ย จัดการเศษวัสดุทางการเกษตร รวมถึงควบคุมขยะและวัชพืชไม่ให้กลายเป็นเชื้อไฟ

ต่อให้ควบคุมการเผาในพื้นที่ได้ดีขึ้นบางช่วง เชียงรายยังต้องเจอความเสี่ยงจากหมอกควันข้ามแดนจากพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อทิศทางลมเปลี่ยน อำเภอชายแดนอย่างแม่สายและเชียงของมักได้รับผลกระทบมากกว่าพื้นที่อื่น

อีกเรื่องที่หนีไม่พ้นคือภูมิประเทศที่ทำให้มลพิษค้างในอากาศง่าย ช่วงหน้าแล้งภาคเหนือมักเกิดอุณหภูมิผกผัน อากาศอุ่นปิดทับอากาศเย็นด้านล่าง ฝุ่นจึงลอยออกยาก เมื่อควันในพื้นที่รวมกับควันข้ามแดน ค่าฝุ่นอาจพุ่งขึ้นได้แม้จุดความร้อนไม่สูงมาก นี่เป็นเหตุผลที่จังหวัดสื่อสารเรื่อง “ห้ามเผา” ควบคู่กับ “สุขภาพ” และ “ท่องเที่ยว” เพื่อให้คนเห็นภาพและร่วมมือจริงในระดับครัวเรือน

ดูแลสุขภาพควบคู่ ห้องปลอดฝุ่นและการป้องกันในวันวิกฤต

ด้านสาธารณสุขเป็นอีกเสาที่ช่วยลดความเสี่ยงในวันที่ค่าฝุ่นสูง ข้อมูลระบุว่าจังหวัดมีห้องปลอดฝุ่นในหน่วยบริการและพื้นที่สาธารณะรวม 903 แห่ง ขณะที่กรมอนามัยมีแนวทางจัดห้องปลอดฝุ่นแบบเป็นระบบ เช่น ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท ลดช่องรั่ว ทำความสะอาดแบบเช็ดถู และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มฝุ่น

เมื่อเดินทั้งสองทางพร้อมกัน ภาพของเชียงรายจึงไม่ใช่แค่ “สั่งห้ามแล้วจบ” แต่เป็นการลดต้นเหตุ พร้อมมีมาตรการรองรับเพื่อให้คนใช้ชีวิตได้ปลอดภัยขึ้นในช่วงที่ฝุ่นหนัก

สำหรับเชียงราย คุณภาพอากาศไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่มันสะท้อนภาพลักษณ์เมือง และส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวโดยตรง จากนั้นก็ไปถึงรายได้ของร้านค้า ที่พัก โฮมสเตย์ คนทำทัวร์ และชุมชนท่องเที่ยวในหลายอำเภอ

จังหวัดพยายามสื่อสารให้เข้าใจง่ายว่า ช่วงนี้การลดควันและงดเผา คือการดูแลคนในบ้านและคนมาเยือน ถ้ามาตรการ 86 วันทำให้อากาศดีขึ้นจริง เมืองได้ประโยชน์ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ คนในพื้นที่จะกระทบก่อน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

โจทย์ใหญ่ของการห้ามเผา คือการบังคับใช้ที่เป็นธรรม และทางเลือกของเกษตรกร

การห้ามเผาแบบเด็ดขาดจะเกิดผลได้ ต้องทำให้คนมีทางเลือกพอจะทำตาม เพราะในภาคเกษตร การเผามักถูกมองว่าเร็วและต้นทุนต่ำ ปี 2569 จึงผลักดันทางเลือก เช่น ไถกลบ ทำปุ๋ย และจัดการวัชพืชให้เหมาะสม

อีกด้านคือการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ และทำควบคู่กับการสื่อสารแบบเข้าใจคน เพื่อลดแรงปะทะระหว่างรัฐกับชุมชน การตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และมาตรการเชิงรุกตามที่ระบุไว้ จึงเป็นจุดที่จะบอกได้ว่าเชียงรายคุมสถานการณ์ได้มากแค่ไหนในช่วง 86 วันนี้

มาตรการปี 2569 ของเชียงรายคือการต่อยอดจากบทเรียนปี 2568 ที่ชี้ว่า ลดจุดความร้อนได้มาก ไม่ได้แปลว่าความเสียหายจะลดตามเสมอ ปีนี้จังหวัดเลือกเดินทางที่เข้มขึ้น ด้วยคำสั่งห้ามเผาทุกชนิด 86 วัน ตั้งเป้าลดจุดความร้อนและลดวันฝุ่นเกินมาตรฐาน พร้อมเสริมการสื่อสาร ทางเลือกจัดการเชื้อเพลิง และการดูแลสุขภาพผ่านห้องปลอดฝุ่น

เป้าหมายปลายทางไม่ใช่แค่ตัวเลขบนรายงาน แต่คือทำให้วันธรรมดาของคนเชียงรายกลับมาหายใจได้เต็มปอด และทำให้เมืองกลางหุบเขาและชายแดนมีความเชื่อมั่นพอจะต้อนรับผู้มาเยือนได้ โดยไม่ต้องคอยลุ้นว่าท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเทาเมื่อไร

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน

เชียงราย - Chiang Rai News

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

Rebecca Kim

Published

on

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

เชียงราย – จังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการศึกษา เมื่อจำนวนเด็กวัยเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับชั้นประถมศึกษา นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งในพื้นที่ชนบทและบนดอยสูงกำลังเสี่ยงที่จะถูกยุบหรือควบรวมกิจการ สิ่งนี้ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอย่างมากว่าอนาคตของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การลดลงของจำนวนเด็กหมายความว่าภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มคุณภาพการศึกษาต่อหัวให้เด็กเชียงรายอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ประเด็นสำคัญ 

  • สถิติชี้ชัดว่าจำนวนนักเรียนระดับชั้นประถมทั่วประเทศลดลงกว่า 4.49 แสนคนภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี
  • การยุบโรงเรียนบนดอยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ระยะทางการเดินทาง และภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์
  • จำนวนเด็กที่ลดลงคือโอกาสทองที่รัฐบาลจะสามารถจัดสรรงบประมาณต่อหัวให้สูงขึ้นและตรงจุดมากขึ้น

สถิติเด็กลดลง สะท้อนโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษา

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ระบุชัดเจนว่า จำนวนนักเรียนในประเทศไทยกำลังลดลงอย่างน่าตกใจ ในช่วงปีการศึกษา 2565 ถึง 2569 มีนักเรียนหายไปจากระบบถึง 6.79 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบห้าแสนคน

เฉพาะระดับประถมศึกษาเพียงอย่างเดียว มีจำนวนเด็กนักเรียนลดลงไปมากกว่า 3 แสนคน ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้หมายความว่าภาระงานด้านการศึกษาของรัฐจะน้อยลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างคำถามใหญ่เรื่องคุณภาพการเรียนการสอน

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เด็กกลุ่มเล็กๆ ในชนบทจะได้รับการศึกษาที่ดีเท่าเทียมกับที่อื่นหรือไม่ พวกเขาจะมีครูสอนครบทุกชั้นและมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยเหมือนเด็กในเมืองใหญ่หรือเปล่า นี่คือโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน

บริบทเชียงรายกับความซับซ้อนของโรงเรียนบนดอย

ปัญหาการยุบหรือควบรวมโรงเรียนในจังหวัดเชียงรายมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นของประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง พื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามแนวชายแดน การเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กๆ

การใช้เกณฑ์จำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวเพื่อยุบโรงเรียนจึงไม่ควรนำมาใช้แบบเดียวกันทั้งจังหวัด หากยุบโรงเรียนแล้วเด็กต้องเดินทางไกลขึ้น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด หรือผู้ปกครองต้องเสียค่าเดินทางแพงขึ้น นั่นจะกลายเป็นการผลักภาระให้ครอบครัวที่ยากจนอย่างไม่เป็นธรรม

รายงานสถานการณ์จาก UNICEF Thailand ชี้ว่าเด็กในชุมชนเปราะบางยังมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ของพวกเขายังคงถูกกำหนดโดยฐานะทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรของโรงเรียน และอุปสรรคด้านภาษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โรงเรียนขนาดเล็กคือหัวใจของชุมชนชายขอบ

สำหรับหลายหมู่บ้านบนดอย โรงเรียนประถมไม่ได้เป็นแค่สถานที่สำหรับเรียนหนังสือตามหลักสูตรเท่านั้น แต่มันคือศูนย์กลางของชุมชนที่คอยดูแลชีวิตและสุขภาพของเด็กๆ พวกเขาได้กินอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ ได้รับวัคซีนพื้นฐาน และได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน

โรงเรียนยังเป็นด่านแรกที่ช่วยคัดกรองปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความรุนแรง หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ครูในโรงเรียนเล็กๆ เหล่านี้คือคนที่ใกล้ชิดและเข้าใจบริบทชีวิตของเด็กแต่ละคนมากที่สุด

ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมโรงเรียน รัฐต้องลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบอย่างละเอียดเสียก่อน ต้องพิจารณาถึงระยะทางจริง ความปลอดภัยบนท้องถนนในฤดูฝน ตลอดจนความแตกต่างทางภาษาและชาติพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสในการเรียน

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดสรรงบประมาณใหม่

ในมุมมองเชิงบวก เมื่อจำนวนเด็กในระบบน้อยลง รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรใช้โอกาสนี้ในการจัดสรรงบประมาณให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น หากจำนวนเงินงบประมาณยังคงเท่าเดิมแต่จำนวนเด็กน้อยลง งบสนับสนุนต่อหัวของนักเรียนก็ควรจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวัน จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และจ้างครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน นี่คือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสร้างอนาคตของชาติ

จังหวัดเชียงรายควรเร่งจัดทำแผนที่ข้อมูลโรงเรียนระดับตำบล เพื่อสำรวจความต้องการและเติมเต็มทรัพยากรให้ตรงจุดที่สุด การศึกษาที่มีคุณภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเขาจะเกิดหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม

บทบาทของชุมชนในการอุ้มชูการศึกษา

การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานรัฐได้เพียงฝ่ายเดียว ชุมชนและผู้ปกครองในพื้นที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางของโรงเรียนด้วย เสียงของคนในพื้นที่คือข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริง

ผู้นำชุมชนสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต หากมีการควบรวมโรงเรียนจริง ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องรถรับส่งนักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัยในทุกฤดูกาล

ท้ายที่สุดแล้ว การยุบหรือคงไว้ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ข้อมูลข่าวสารจาก นครเชียงรายนิวส์ ช่วยย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่า เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเด็กเชียงรายทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

Naree Srisuk

Published

on

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงราย – ชาวบ้านและชุมชนลุ่มน้ำในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางน้ำอย่างหนักในขณะนี้ ปัญหานี้มีต้นตอมาจากการปล่อยสารเคมีของเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่ไหลข้ามพรมแดนมา สารพิษเหล่านี้กำลังทำลายวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ผู้เข้าร่วมงานต่างวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล อย่างหนัก พวกเขามองว่ารัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้าและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

  • มลพิษทำลายเศรษฐกิจ: สารโลหะหนักจากเหมืองกระทบแหล่งน้ำทำกิน พื้นที่เกษตรกว่า 65,000 ไร่ และทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกที่พัก
  • จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา: ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน เร่งหาแหล่งน้ำสำรองและตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง
  • เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาด: นักวิชาการเสนอใช้มาตรการ “1 เปิด 3 ตัด” ระงับการนำเข้าและส่งออกแร่เพื่อกดดันเหมืองในเมียนมา

วิกฤตน้ำปนเปื้อนกระทบปากท้องและการท่องเที่ยว

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 65,000 ไร่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำแม่สาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกษตรกรขาดความมั่นใจและไม่รู้ว่าจะหาน้ำสะอาดมาใช้ทดแทนได้จากที่ไหน หากน้ำประปาปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก

นอกจากนี้ ปัญหาน้ำเสียยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอำเภอแม่สาย ตัวแทนชุมชนสายลมจอยเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ไปแล้วถึงสองกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อความปลอดภัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก

วิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านสามารถจับปลา หาปู และเก็บพืชผักริมน้ำมาทำอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำหรือนำผลผลิตจากแหล่งน้ำมาบริโภคอีกแล้ว

เสียงสะท้อนจากสภาและตัวแทนประชาชน

นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาแล้ว เธอได้ตั้งกระทู้ถามและประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อผลักดันให้ปัญหาเหมืองเมียนมาเป็นวาระแห่งชาติ

ด้าน น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เธอมองว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้เท่าที่ควร เธอจึงได้เสนอแผนการทำงานแบ่งเป็นสามระยะเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

แผนดังกล่าวเริ่มจากการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และการตรวจสุขภาพของประชาชนในระยะเร่งด่วน จากนั้นจึงทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหมืองและสารเคมีในระยะกลาง ส่วนในระยะยาวคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีเจรจาระดับภูมิภาคและนานาชาติ

ทางออกและข้อเสนอแนะสู่อนาคต

ภาควิชาการได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าแร่ระหว่างประเทศ เขาเสนอมาตรการที่เรียกว่า “1 เปิด 3 ตัด” เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการนี้คือการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ รวมถึงเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ทำเหมือง ส่วนมาตรการ “ตัด” คือการระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ระงับการส่งออกสารเคมีไปเมียนมา และห้ามขนส่งแร่ผ่านไทยไปยังประเทศจีน

ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพน้ำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความหวาดระแวงและความไม่มั่นใจ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพน้ำกระจัดกระจายและมาจากหลายหน่วยงาน ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน

หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่ในอำเภอแม่สายเท่านั้น แต่มันจะลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของจังหวัดเชียงรายทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

เชียงราย – เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้จัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและทำความสะอาดบริเวณหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

จุดประสงค์หลักของงานคือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ งานจิตอาสาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างมีรอยยิ้มและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง

ประเด็นสำคัญ

  • ผู้นำลงพื้นที่จริง: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมข้าราชการและประชาชนทำความสะอาดหนองบัวอย่างใกล้ชิด
  • ใช้นวัตกรรมท้องถิ่นแก้ปัญหา: มีการนำเรือดันวัชพืชฝีมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมาใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาดขึ้น
  • รำลึกถึงรัชกาลที่ 9: กิจกรรมปล่อยปลาและพัฒนาพื้นที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างความยั่งยืน

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

นวัตกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อชุมชน

ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชที่หนองบัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมอาสาสมัครไปทดสอบเรือดันวัชพืชแบบพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การใช้เรือลำนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำความสะอาดและลดแรงงานคนได้อย่างมาก เปลี่ยนทางน้ำที่เคยตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชให้กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

สร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศและชุมชน

นอกจากการจัดเก็บขยะและวัชพืชแล้ว กลุ่มจิตอาสายังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดลงสู่หนองบัว การปล่อยปลาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น หนองบัวจึงไม่เป็นเพียงแค่หนองน้ำธรรมดา แต่ยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญของอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนอีกด้วย

กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในจังหวัดเชียงรายได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหวงแหนธรรมชาติ การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

Continue Reading

SOi Dog FOundation

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business24 minutes ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
เชียงราย - Chiang Rai News2 hours ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์
ฟุตบอล2 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 hours ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย - Chiang Rai News2 hours ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เชียงราย - Chiang Rai News19 hours ago

ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ข่าวกีฬา Sports19 hours ago

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News19 hours ago

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide4 weeks ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

Download Our App

Trending