เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
เชียงราย – ประเทศไทย, 22 มีนาคม 2026 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 บรรยากาศเงียบสงบของบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลิ่นกาแฟสดลอยอยู่ทั่วพื้นที่ เสียงพูดคุยของผู้มาเยือนดังอย่างมีชีวิตชีวา…
เชียงราย – ประเทศไทย, 22 มีนาคม 2026 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 บรรยากาศเงียบสงบของบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลิ่นกาแฟสดลอยอยู่ทั่วพื้นที่ เสียงพูดคุยของผู้มาเยือนดังอย่างมีชีวิตชีวา และความภูมิใจของชาวสวนก็สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรก
เทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก ไม่ได้เป็นแค่งานท่องเที่ยวหรืออีเวนต์สำหรับคนรักกาแฟเท่านั้น แต่เป็นการประกาศตัวของชุมชนเล็ก ๆ ที่อยากเล่าเรื่องของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาให้คนภายนอกได้รู้จัก
ปางขอนตั้งอยู่บนความสูงราว 1,250 ถึง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่มีประมาณ 300 ครัวเรือน และหลายครอบครัวเป็นชาวอาข่า เกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้วิ่งตามกระแสกาแฟหายากที่มักถูกพูดถึงในเวทีประมูลราคาแพง แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับการดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ไปจนถึงคั่ว
เพราะความใส่ใจแบบนี้ กาแฟจากปางขอนจึงค่อย ๆ ยืนได้อย่างมั่นคงในเวทีโลก และพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสม่ำเสมอ ความรักในงาน และพลังของชุมชน สามารถพาไปได้ไกลไม่แพ้แหล่งกาแฟชื่อดังใด ๆ
2026/03/TOR_8599_11zon.webp" alt="หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก" width="2048" height="1365" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp?w=2048&ssl=1 2048w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp?resize=300%2C200&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp?resize=1024%2C683&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp?resize=768%2C512&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp?resize=1536%2C1024&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/TOR_8599_11zon.webp?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ทำไมเทศกาลกาแฟปางขอนจึงสำคัญกว่างานเฉลิมฉลองทั่วไป
ผู้จัดงานและคนในชุมชนพูดตรงกันว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้คนเห็นที่มาอย่างชัดเจน และได้ฟังเรื่องราวจากเจ้าของพื้นที่จริง ๆ ผู้เข้าร่วมได้เดินชมไร่กาแฟ ดูการสาธิตการเก็บเชอร์รีสุก การแปรรูปแบบ Natural และ Washed รวมถึงการประยุกต์วิธีแบบเคนยาที่เกษตรกรในพื้นที่นำมาปรับใช้เอง
นอกจากนั้น ยังมีการชิมกาแฟที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปางขอนอย่างชัดเจน ทั้งความเปรี้ยวสดใส ความหวานคล้ายแยม กลิ่นอายแครนเบอร์รี และโทนดอกไม้บาง ๆ ที่ทำให้รสชาติซับซ้อนแต่ดื่มง่าย
งานนี้ต่างจากงานกาแฟในเมืองใหญ่ เพราะจัดขึ้นในสนามโรงเรียนของหมู่บ้านและพื้นที่สวนโดยรอบ มีภูเขาหมอกและต้นไม้เขียวสดเป็นฉากหลัง ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นแค่กาแฟในแก้ว แต่ได้เห็นชีวิตจริงของเกษตรกรที่ช่วยกันเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นในอดีต ให้กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ยั่งยืน ผ่านแรงสนับสนุนจากโครงการหลวงและการรวมตัวของชุมชน
เกษตรกรคนหนึ่งเล่าว่า “เราไม่ได้แค่ปลูกกาแฟ แต่เราอยู่กับมันทุกวัน ดูแลต้น กลับเมล็ดบนลานตาก และพยายามให้ทุกเมล็ดเล่าเรื่องของเราได้”
ภายในงานมีทั้งทัวร์ไร่ เซสชันคัปปิง ร้านอาหารท้องถิ่นที่จับคู่กาแฟกับเมนูเหนือ และการแข่งขันดริปกาแฟที่มีบาริสต้าจากหลายพื้นที่มาร่วมสร้างสีสัน
กาแฟเชียงราย, จากจุดเริ่มต้นของโครงการหลวงสู่เวทีโลก
เชียงราย เป็นแหล่งผลิตกาแฟอาราบิก้าราว 60% ของไทย พื้นที่อย่างดอยช้าง ดอยตุง แม่สลอง และปางขอน เติบโตได้ดีเพราะอากาศเย็นและระดับความสูงที่เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่สูงของปางขอนหรือที่หลายคนรู้จักในชื่อดอยปางขอน
สภาพแวดล้อมของเชียงรายช่วยให้เมล็ดกาแฟพัฒนารสชาติได้ช้าและเต็มขึ้น ทั้งดินที่อุดมสมบูรณ์ หมอกยามเช้า และอุณหภูมิที่ต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืน จึงทำให้กาแฟมีมิติ ตั้งแต่โทนช็อกโกแลตและถั่ว ไปจนถึงผลไม้เมืองร้อนและชาดำ
การปลูกกาแฟในภาคเหนือเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 จากโครงการหลวงในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป้าหมายคือการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายและอยู่ได้จริง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นในอดีต ชุมชนชาติพันธุ์บนดอย เช่น อาข่าและลาหู่ จึงได้รับต้นกล้าอาราบิก้า ทั้ง Catimor, Typica, Caturra และ Bourbon พร้อมความรู้ด้านการปลูกแบบสมัยใหม่
ทุกวันนี้ สวนกาแฟจำนวนมากยังเป็นแปลงเล็ก ๆ ของครอบครัว เกษตรกรหลายรายใช้วิธีปลูกแบบอินทรีย์หรือใช้สารเคมีน้อยมาก พวกเขาคัดเก็บเฉพาะผลสุก และเริ่มทดลองวิธีแปรรูปใหม่ ๆ เช่น anaerobic fermentation, honey process และ Kenyan washed ซึ่งเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับเกษตรกรต่างประเทศบนโซเชียลมีเดีย
ข้อมูลเด่นของกาแฟเชียงราย
- ระดับความสูงส่วนใหญ่อยู่ที่ 1,200 ถึง 1,600 เมตร เหมาะกับกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง
- สายพันธุ์หลัก ได้แก่ Catimor, Typica, Bourbon และสายพันธุ์ลูกผสมต่าง ๆ
- Catimor พบมากในปางขอน เพราะทนโรคได้ดีและให้รสชาติสดใส
- วิธีแปรรูปที่น่าสนใจมีทั้งการตากบน raised beds, การหมักสองรอบแบบเคนยา และการหมักแบบ anaerobic ร่วมกับยีสต์
- หลายชุมชนทำงานผ่านสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ รวมถึงให้ความสำคัญกับราคาที่เป็นธรรมและการขายตรง
เพราะลงมือดูแลเองทุกขั้นตอน กาแฟเชียงรายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดท้องถิ่นอีกต่อไป ตอนนี้เมล็ดจากพื้นที่นี้ไปอยู่ในคาเฟ่สาย specialty ที่กรุงเทพฯ โรงคั่วในยุโรป และบางล็อตก็ไปถึงเวทีประกวดระดับนานาชาติ
กาแฟ Specialty เชียงรายกำลังเป็นที่จับตาในตลาดโลกอย่างไร
ตลาดกาแฟ specialty ของไทยโตขึ้นต่อเนื่อง โดยมีอัตราเพิ่มราว 15 ถึง 20% ต่อปี และเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่ถูกพูดถึงเสมอ แม้ดอยช้างจะยังเป็นต้นทางที่คนรู้จักมากที่สุด ผ่านแบรนด์ Doi Chaang Coffee ซึ่งเกษตรกรเป็นเจ้าของร่วมกันและส่งออกกาแฟ single-origin ไปหลายประเทศ แต่หมู่บ้านเล็กอย่างปางขอนก็กำลังสร้างชื่อของตัวเองได้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กาแฟไทยทำคะแนนได้ดีในเวที Cup of Excellence และ Thai Specialty Coffee Awards หลายล็อตจากเชียงรายได้คะแนนเกิน 85 คะแนน โรงคั่วต่างประเทศจำนวนไม่น้อยชื่นชอบสมดุลของกาแฟไทย เพราะให้ความหวานที่ชัด แก้วสะอาด และราคาเข้าถึงได้
กาแฟจากปางขอน โดยเฉพาะล็อตที่ดูแลโดยเกษตรกรรุ่นใหม่ มักให้โน้ตรสชาติอย่างแยม แครนเบอร์รี กลิ่นหวานคล้ายลูกอม หรือผลไม้เมืองร้อน ชาดำ และกลิ่นดอกไม้บางเบา รสเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากการใส่ใจในรายละเอียดทุกช่วง ตั้งแต่การกลับผลกาแฟบนลานตากหลายครั้งต่อวัน การควบคุมเวลาหมัก ไปจนถึงการคัดแยกอย่างละเอียด
การยอมรับจากตลาดโลกยังมาจากความร่วมมือโดยตรง โรงคั่วจากกรุงเทพฯ เช่น Roots และ Beanspire ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรปางขอน เพื่อช่วยพัฒนาการแปรรูปและทำให้ชุมชนได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็ช่วยให้การแลกเปลี่ยนความรู้เร็วขึ้น เกษตรกรอาข่าสามารถเรียนรู้เทคนิคจากเกษตรกรเคนยา นำมาปรับใช้ และทดลองต่อเนื่องในแต่ละฤดูกาล
ปัจจัยที่ทำให้กาแฟเชียงรายได้รับความสนใจมากขึ้น
- ความยั่งยืน, หลายสวนให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การปลูกป่า และความหลากหลายทางชีวภาพ
- การตรวจสอบย้อนกลับ, ล็อตเล็กทำให้รู้ที่มาชัดตั้งแต่ไร่ถึงแก้ว
- เรื่องราวที่ชัดเจน, วัฒนธรรมชนเผ่าบนดอยผสมกับแนวคิดใหม่ ทำให้คนดื่มรู้สึกเชื่อมโยง
- คุณภาพที่ดีขึ้นต่อเนื่อง, หลายล็อตทำคะแนนคัปปิงเกิน 85 คะแนน
- ราคาที่แข่งขันได้, เมื่อเทียบกับกาแฟชื่อดังจากอเมริกากลางหรือแอฟริกา
โรงคั่วรายหนึ่งที่มาร่วมงานพูดไว้ชัดเจนว่า “กาแฟปางขอนแข่งในตลาดโลกได้ ไม่ใช่เพราะเป็นสายพันธุ์ที่หายากที่สุด แต่เพราะทุกขั้นตอนทำด้วยความตั้งใจและความแม่นยำ”
ไฮไลต์จากเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกิจกรรมตลอดทั้งวันแบบใกล้ชิด ไม่ใช่แค่เดินชิมกาแฟแล้วจบ แต่ได้เห็นที่มาของรสชาติในแก้วแบบเต็ม ๆ
กิจกรรมเด่นภายในงาน
- เดินชมไร่พร้อมไกด์ท้องถิ่น ดูการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้พื้นถิ่น
- ชมการคั่วสดทั้งด้วยอุปกรณ์แบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่
- ร่วมคัปปิง เปรียบเทียบกาแฟแบบ Natural, Washed และล็อตทดลอง
- ชมการแสดงวัฒนธรรมอาข่า และเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมจากชุมชน
- ลองจับคู่กาแฟกับอาหารพื้นบ้าน ข้าวเหนียว ชาสมุนไพร และผักจากดอย
- ดูการแข่งขันบาริสต้ารุ่นเยาว์ที่ใช้เมล็ดจากปางขอนเป็นหัวใจหลัก
งานนี้ดึงดูดผู้คนจากเชียงราย เชียงใหม่ กรุงเทพฯ และยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจกาแฟเดินทางมาร่วมด้วย หลายคนกลับบ้านพร้อมเมล็ดกาแฟคั่วสด และความเข้าใจที่ลึกขึ้นว่า กาแฟหนึ่งแก้วต้องผ่านแรงงานและความพิถีพิถันมากแค่ไหน
ทางผู้จัดหวังให้งานนี้กลายเป็นประเพณีประจำปีของชุมชน เพราะนอกจากช่วยเรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแล้ว ยังทำให้เสียงของเกษตรกรเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ถูกกลบด้วยภาพลักษณ์เชิงการตลาด
อนาคตของปางขอนและกาแฟเชียงราย
ความสำเร็จของเทศกาลครั้งแรกสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นในวงการกาแฟเชียงราย จากเดิมที่หลายพื้นที่ผลิตกาแฟแบบสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป ตอนนี้หลายชุมชนเริ่มยืนในฐานะต้นกำเนิดกาแฟ specialty ที่มีเรื่องราว มีตัวตน และมีความภูมิใจในคุณภาพของตัวเอง
เกษตรกรรุ่นใหม่กำลังรับช่วงต่อจากคนรุ่นก่อน พวกเขานำแนวคิดใหม่เข้ามา แต่ก็ยังเคารพความรู้ดั้งเดิมของชุมชนไปพร้อมกัน นี่คือจุดแข็งสำคัญของปางขอน
แน่นอนว่าเส้นทางข้างหน้ายังมีความท้าทาย ทั้งเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนเร็ว ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และความผันผวนของตลาด แต่สิ่งที่เห็นจากปางขอนทำให้หลายคนยังเชื่อมั่นได้ว่า หากชุมชนควบคุมคุณภาพเองตั้งแต่ต้นทาง กาแฟก็จะไม่ใช่แค่รสชาติดีเท่านั้น แต่ยังช่วยพยุงรายได้ รักษาวัฒนธรรม และดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
สำหรับคนรักกาแฟทั่วโลก การมาเชียงรายในวันนี้จึงมีความหมายมากกว่าการชมวิวภูเขาหรือแวะวัดดัง เพราะคุณจะได้พบคนที่ปลูกเมล็ดกาแฟจริง ๆ ได้ฟังความพยายามของพวกเขา และได้ชิมความต่างที่เกิดจากความตั้งใจในทุกขั้นตอน
ไม่ว่าคุณจะดื่ม Catimor แบบ Natural Process จากปางขอนที่คาเฟ่ในกรุงเทพฯ หรือเดินทางไปเยือนหมู่บ้านด้วยตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ มุมเล็ก ๆ ของภาคเหนือแห่งนี้กำลังเขียนบทใหม่ให้วงการกาแฟโลก ด้วยถ้วยกาแฟที่ทำอย่างประณีตและจริงใจในทุกแก้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดเชียงรายกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องต่อแถวรอเป็นเวลานานหลายชั่วโมง
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ











