ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องสงสัยซื้อเสียงในอำเภอพาน
เชียงราย – วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีซื้อเสียงเลือกตั้งได้ขณะอยู่ในรถเก๋ง หลังตรวจพบเงินสดจำนวนมากและเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเตรียมนำเงินไปแจกเพื่อสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองหนึ่งในพื้นที่
ก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในอำเภอพานว่า มีกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหวผิดปกติเกี่ยวกับการรวบรวมรายชื่อและจัดเตรียมเงินสดในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง จึงวางกำลังเฝ้าระวังและติดตามรถต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งมาสด้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับออกจากบ้านหลังหนึ่งในตำบลสันกลาง อำเภอพาน โดยมีอดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) เป็นคนขับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตรวจค้นตามขั้นตอน
ผลตรวจค้นพบเงินสดพร้อมเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 124 ราย ผู้ต้องหารับว่าเตรียมนำไปใช้ซื้อเสียง โดยตั้งใจจะนำไปแจกในวันถัดไปเพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคการเมืองหนึ่งในจังหวัดเชียงราย
ผู้ต้องหาให้การว่า มีคนรู้จักในพื้นที่ติดต่อให้ไปรับเงินจากบ้านดังกล่าว เมื่อไปถึงได้ยื่นรายชื่อที่เตรียมไว้ แล้วรับเงินสดจากคนในบ้าน ซึ่งมีผู้หญิง 2 คน รูปร่างท้วม และผู้ชาย 3 คน อายุราว 30 ถึง 40 ปี ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า
ระหว่างควบคุมตัว มีสายโทรศัพท์จากบุคคลที่ผู้ต้องหาอ้างถึงโทรเข้ามายังโทรศัพท์ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จดบันทึกรายละเอียดไว้เพื่อใช้ประกอบการสอบสวน และเตรียมขยายผลหาความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง
ของกลางที่ตรวจยึดได้ มีดังนี้
* เอกสารโพลสำรวจผู้สนับสนุนผู้สมัคร 7 แผ่น
* ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท 128 ใบ
* ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท 4 ใบ
* โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หลังผู้ต้องหาให้ข้อมูลพาดพิงเครือข่ายทางการเมืองในพื้นที่ และอ้างถึงความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเกี่ยวข้องโดยตรง
ตำรวจระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง โดยจะส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก หากพบการกระทำผิดเป็นขบวนการหรือมีผู้ร่วมเกี่ยวข้องเพิ่มเติม จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกห้ามทั่วประเทศในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมเด็กชายอายุ 15 ปี ที่ถูกล่อลวงทางออนไลน์ให้ไปปล้นร้านขายทอง
หาดใหญ่ – ตำรวจจับกุมเด็กชายอายุ 15 ปี ในข้อหาปล้นร้านทองในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเขาอ้างว่าทำตาม “ภารกิจ” ที่เพื่อนที่รู้จักกันผ่านเกมออนไลน์แนะนำ ตำรวจเชื่อว่าจุดหมายปลายทางของเขาคือประเทศลาว ซึ่งเพื่อนออนไลน์คนนั้นอาศัยอยู่
ตำรวจกล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 18:36 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เด็กชายคนดังกล่าวเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในหาดใหญ่และขโมยทองคำน้ำหนักรวม 33 บาท โดยใช้ค้อนทุบตู้กระจก
ความคืบหน้าและการไล่เรียงเหตุการณ์ (อัปเดต 5 ก.พ. 2569)
รายงานล่าสุดระบุว่า จากการสอบถามเพื่อนใกล้ชิด เพื่อนเรียกผู้ก่อเหตุว่า “หล่อ” โดยก่อนเกิดเหตุราว 2 วัน เจ้าตัวเคยบอกเพื่อนว่าไม่อยากอยู่บ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองหรัง อ.นาหม่อม จ.สงขลา แล้ว และตั้งใจจะขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯ
ก่อนวันเกิดเหตุ
ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ผู้ก่อเหตุไปเปิดห้องพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่งแถวอำเภอนาหม่อม ใกล้บ้าน แล้วพักค้าง 1 คืน
วันเกิดเหตุ (3 ก.พ. 2569)
ช่วงเที่ยง ผู้ก่อเหตุออกจากรีสอร์ตไปซื้อของเตรียมก่อเหตุที่ร้านทุกอย่างยี่สิบแถวที่พัก รายการที่ซื้อมีค้อน ถุงเท้า และหน้ากากสำหรับปิดบังใบหน้า
ช่วงบ่ายประมาณ 13.00 น. เดินไปในวัดแม่เปียะ อ.นาหม่อม
เวลา 15.30 น. มีการระบุว่า ผู้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของแรงงานก่อสร้างชาวเมียนมาที่จอดไว้ในวัดแม่เปียะ หมู่ 2 ต.นาหม่อม แล้วขี่รถคันดังกล่าวไปก่อเหตุที่หาดใหญ่
หลังชิงทองเสร็จ ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้ริมคลองในพื้นที่ ต.นาหม่อม
เส้นทางหลบหนีหลังเกิดเหตุ
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า ช่วงเช้าหลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเดินทางไปสนามบินหาดใหญ่ บินไปลงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ จากนั้นต่อรถทัวร์จากหมอชิตไปจังหวัดอุบลราชธานี
มีรายงานด้วยว่า เป้าหมายต่อไปคือจะเดินทางไปอำเภอเขมราฐ เพื่อข้ามชายแดนไปยัง สปป.ลาว
การส่งต่อทองและของกลางที่ยึดคืนได้
ส่วนทองที่ชิงมา มีการฝากส่งผ่านไรเดอร์ไปยังอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านซอย 4 ถนนนิพันธ์สงเคราะห์ 5 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยซ่อนทองไว้ในถุงผงซักฟอก ปิดทับด้วยเสื้อสีดำ และใส่ในกระเป๋าถือผู้หญิงอีกชั้น
ตำรวจตรวจยึดทองคำของกลางกลับมาได้รวม 30 บาท ยังขาดอีก 3 บาท เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลว่า ทองที่หายไปถูกนำไปซ่อนที่ไหน หรือถูกนำไปขายให้ใคร รวมถึงตรวจสอบเจตนาที่แท้จริงว่าตั้งใจนำทองทั้งหมดไปใช้ทำอะไร และจะส่งไปที่ใด
ตำรวจขยายผลหาคนช่วยเหลือ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีใครให้ความช่วยเหลือหรืออยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน แม้ตอนลงมือจะทำเพียงลำพัง แต่สามารถหลบหนีไปไกลถึงจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ตำรวจประเมินว่าอาจมีความตั้งใจจะหนีออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานชัดว่ามีคนช่วยเหลือในการหลบหนี โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีเพื่อนอยู่ที่อุบลราชธานี จึงเดินทางไปที่นั่น
คำให้การเรื่อง “ภารกิจในเกม” และปลายทาง สปป.ลาว
อีกด้านหนึ่ง จากการสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุอ้างว่าแรงจูงใจเกี่ยวข้องกับการเล่นเกมชนิดหนึ่ง และมีเพื่อนร่วมเล่นเกมซึ่งเป็นชาวลาวแนะนำให้ทำ “ภารกิจชิงทอง” โดยบอกแนวทางว่าให้ชิงทองแล้วฝากทองไว้ ก่อนจะส่งตามไปที่ประเทศลาว
ผู้ก่อเหตุให้การว่า หลังเกิดเหตุได้นำรถจักรยานยนต์ที่ชิงมาไปจอดทิ้งในพื้นที่ ต.นาหม่อม จากนั้นเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันไปสนามบินหาดใหญ่ บินไปดอนเมือง แล้วต่อรถทัวร์จากหมอชิต 2 ไปอุบลราชธานี เพื่อมุ่งหน้าไปเขมราฐและข้ามชายแดนไปหาเพื่อนที่ สปป.ลาว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวเยาวชนส่งกลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดสงขลา พร้อมเดินหน้าติดตามทองที่ยังขาด และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นเพิ่มเติมต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชาวต่างชาติถูกจับกุมที่เกาะสมุย หลังขับ SUV สุดระทึก
**คนขับเกาะติดรถอย่างสุดชีวิต หลังถูกดึงออกจากที่นั่ง**
เกาะสมุย – ชายต่างชาติที่เชื่อว่ากำลังประสบกับอาการประสาทหลอน ถูกจับกุมที่เกาะสมุย หลังจากลากคนขับออกจากรถ SUV แล้วขับหนีไป ทำให้คนขับต้องเกาะติดด้านข้างรถที่กำลังวิ่งไปได้ไกล 3.5 กิโลเมตร ตำรวจระบุเมื่อวันพฤหัสบดี
เหตุการณ์เริ่มต้นบนถนนสาย 4169 ซึ่งเป็นถนนหลักรอบเกาะท่องเที่ยวทางใต้ บริเวณหน้าร้านอาหารอีสานกรอกใหญ่ ในตำบลบ่อผุด เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี พยานกล่าวว่าชายคนดังกล่าว อายุประมาณ 35 ปี สัญชาติไม่ทราบ ได้วิ่งออกมากลางถนนและพยายามเปิดประตูรถที่วิ่งผ่านหลายคัน
ในที่สุด เขาโบกให้รถ Isuzu SUV ที่ใช้บริการรับส่งสนามบินจอด เมื่อคนขับชาวไทยเปิดประตู ชายต่างชาติพูดอะไรบางอย่างกับเขา แล้วดึงเขาออกจากที่นั่งคนขับลงมาบนถนน
จากนั้นชาวต่างชาติขึ้นไปนั่งในรถแล้วขับหนีไปทางแยกบ่อผุด ขณะที่คนขับลุกขึ้นมาเกาะติดประตูรถ ขณะที่ SUV เร่งความเร็วออกไป ทำให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ตกใจ
ตำรวจจากจุดบริการสาธารณะใกล้เคียงขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป แจ้งวิทยุให้เพื่อนร่วมงานที่บ่อผุด เตรียมพร้อม และสามารถหยุดรถได้ที่แยกตัว T บ่อผุด — ห่างจากจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ประมาณ 3.5 กิโลเมตร
ผู้ต้องสงสัยถูกนำตัวส่งสถานีตำรวจบ่อผุด แต่ไม่สามารถให้การที่ชัดเจนได้ เขาได้รับการตรวจร่างกายและตรวจสารเสพติดก่อนดำเนินคดี
คนขับรถเล่าให้ตำรวจฟังว่า เขากำลังจะไปรับผู้โดยสารที่สนามบินสมุย เมื่อเกิดเหตุการณ์
“ผมเห็นชาวต่างชาติยืนกลางถนน โบกให้ผมจอด เลยคิดว่าเขาต้องการความช่วยเหลือหรืออยากถามอะไรบางอย่าง” คนขับกล่าว
“แต่เขาพูดจาไม่รู้เรื่อง แล้วจู่ ๆ ก็ดึงผมออกมา ผมเลยกระโดดขึ้นเกาะรถไว้”
ชาวบ้านแม่น้ำคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า เธอเห็นช่วงเวลาที่ชาวต่างชาติดึงคนขับ Isuzu ออกจากที่นั่ง และเธออยากช่วยเหลือจริง ๆ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
“คนขับชาวต่างชาติอีกคนที่จอดดูเหตุการณ์ ก็ไม่กล้าเข้าไปแทรกแซง เพราะดูเหมือนว่าชายคนนั้นกำลังประสาทหลอน” เธอกล่าว
ไม่มีรายงานการบาดเจ็บสาหัส
ตำรวจคนหนึ่งกดตัวผู้ต้องสงสัยลงกับพื้น ข้างรถ SUV รับส่งสนามบินที่เขายึดไป ก่อนหน้านี้ หลังเจ้าหน้าที่สกัดรถไว้ที่แยกบ่อผุด ราว 3.5 กม. จากจุดเกิดเหตุเริ่มต้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปักหมุดตามรอย “ลิซ่า” เที่ยวไร่ชาฉุยฟง จ.เชียงราย ภาพล่าสุดละมุนมาก
ข่าวอาชญากรรม - Crime
คุณแม่ท่านหนึ่งในจังหวัดแพร่ได้ไปที่สถานีตำรวจเพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการกับหัวหน้าหน่วยงานสวัสดิการสังคมที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศลูกสาววัย 17 ปีของเธอ
แพร่ – แม่ของนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี ในจังหวัดแพร่ เดินทางไปที่ สภ.สอง อีกครั้งช่วงบ่ายวันที่ 4 ก.พ. 2569 เพื่อขอให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีกับปลัดอำเภอฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงบุตรสาวไปมีเพศสัมพันธ์ที่ห้องเช่า
ผู้เป็นแม่ระบุว่า เคยพาลูกสาวเข้าแจ้งความไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2568 และได้พาเด็กให้ปากคำต่อทีมสหวิชาชีพ รวมถึงพนักงานสอบสวนเรียบร้อย แต่คดียังไม่คืบหน้า
หลังแจ้งความ ผู้ถูกกล่าวหายังติดต่อและชักจูงเด็กต่อเนื่อง โดยอ้างว่าจะอยู่กินกันแบบสามีภรรยา ทำให้เด็กหลงเชื่อและหนีออกจากบ้าน ไม่กลับมาอีกนานกว่า 2 เดือน ครอบครัวไม่ทราบที่อยู่จนถึงปัจจุบัน ต่อมาวันที่ 12 ธ.ค. 2568 แม่ได้เข้าแจ้งความซ้ำอีกครั้ง โดยมี ร.ต.อ.นัฐพงษ์ แสงมณี รอง สว.(สอบสวน) เป็นผู้รับเรื่อง
แม่ผู้เสียหายบอกว่า พยายามติดตามลูก และร้องเรียนไปยังฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ซึ่งเป็นต้นสังกัดของปลัดอำเภอฯ รายนี้ จนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และสั่งย้ายผู้ถูกกล่าวหาไปช่วยราชการที่สำนักงานจังหวัดแพร่
ครอบครัวยังย้ำว่า ปลัดอำเภอฯ มีภรรยาอยู่แล้ว โดยภรรยาทำงานอยู่โรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง แต่กลับถูกกล่าวหาว่าหลอกนักเรียนหญิงเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง และไม่รับผิดชอบผลที่ตามมา
ด้านพนักงานสอบสวน สภ.สอง แจ้งกับแม่ผู้เสียหายว่า จะเร่งเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดี ในข้อหาพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า แม้ถูกย้ายไปทำงานที่สำนักงานจังหวัดแพร่แล้ว ผู้ถูกกล่าวหายังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และยังไปเป็นวิทยากรอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่อำเภอสูงเม่น โดยยังไม่มีคำสั่งพักงานหรือบทลงโทษทางวินัยที่ชัดเจน
ว่าที่ ร.ต.ภาคิน ชมภูพันธ์ ทนายความ ให้ความเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและคุ้มครองประชาชน แต่หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริง ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะผู้เสียหายยังอายุไม่ถึง 18 ปี อยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง และยังอยู่ในช่วงศึกษา จึงเข้าลักษณะคดีพรากผู้เยาว์
ผู้ปกครองยืนยันว่าจะดำเนินการถึงที่สุด เพราะเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาขาดความรับผิดชอบ และหลังเรื่องปรากฏก็ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนจากหน่วยงานต้นสังกัด ขณะผู้ถูกกล่าวหายังทำงานได้ตามปกติ ทำให้ครอบครัวกังวลเรื่องความคืบหน้าและความจริงจังของการดำเนินการในคดีนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปักหมุดตามรอย “ลิซ่า” เที่ยวไร่ชาฉุยฟง จ.เชียงราย ภาพล่าสุดละมุนมาก
-
ข่าวการเมือง3 days ago
กกต.เชียงรายลงหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 คลาดเคลื่อน 3 ราย ผู้สมัครร้องเรียน หวั่นคนสับสน
-
ข่าวระดับชาติ - National5 days ago
เกิดเรื่องเศร้า!! พบศพเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่หายตัวไปจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำปิง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago
ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท
-
ข่าวการเมือง6 days ago
ปิตา กำลังหาเสียงสนับสนุนพรรคประชาชน ในขณะที่ชาดาและสะบิดา กำลังตระเวนหาเสียงในพื้นที่บางกระทูมและบางระกำ เพื่อสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย








