ข่าวระดับชาติ - National
น่าเศร้าใจ! ช้างพร่องเพศผู้ชื่อ “สิดอร์ ฮู พัพ” เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย
ขอนแก่น – วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ความสูญเสียครั้งใหม่เกิดขึ้นในแวดวงอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย เมื่อช้างป่าเพศผู้ชื่อ “สีดอหูพับ” อายุราว 15-20 ปี ซึ่งมีถิ่นอาศัยเดิมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ล้มตายกะทันหันระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายกลับไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง เหตุเกิดช่วงคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ข่าวนี้ทำให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (กรมอุทยานฯ) รวมถึงประชาชนที่ติดตามเรื่องราวของ “สีดอหูพับ” ผ่านโซเชียลมีเดียมานาน รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย ช้างตัวนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “ช้างหูพับ” จากพฤติกรรมออกจากป่ามาหากินในพื้นที่เกษตร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2566 จนสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน และในปี 2568 เคยเกิดเหตุทำร้ายประชาชนเสียชีวิต 2 ราย ก่อนมีคำสั่งจากศาลปกครองขอนแก่นให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการเคลื่อนย้าย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เจ้าหน้าที่มากกว่า 200 นาย จากหลายหน่วยงานร่วมกัน หลังยิงยาซึมและย้ายขึ้นรถบรรทุกได้สำเร็จ แต่หลังออกเดินทางไปได้ราว 15 นาที ช้างเกิดอาการชักและล้มลง ทีมงานเร่งช่วยเหลือฉุกเฉินเต็มที่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ผลชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร (aspiration of food) ขณะเดียวกันกรมอุทยานฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด และแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้
ปมใหญ่ที่ซ่อนอยู่ คือ ป่าถูกเบียดจากเกษตรและการทำไม้
การจากไปของ “สีดอหูพับ” สะท้อนภาพปัญหาคนกับช้างที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องถิ่นอาศัยตามธรรมชาติที่ลดลง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันในจังหวัดเลย และเป็นแหล่งสำคัญของช้างป่า แต่กำลังเผชิญแรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์ การขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ รอบผืนป่า ทำให้อาหารและแหล่งน้ำในป่าเดิมไม่พอ ช้างจำนวนหนึ่งจึงต้องออกมาหากินนอกเขตอนุรักษ์
อีกด้านหนึ่ง การตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ และการรุกล้ำที่ดินป่าอนุรักษ์ ก็ยิ่งเร่งให้ช้างต้องขยับพื้นที่อยู่ เมื่อช้างจากป่าทึบอย่างภูหลวงออกมาเจอพื้นที่เกษตร ความเสียหายต่อพืชผลย่อมเกิดขึ้นง่าย ความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับช้างจึงรุนแรงขึ้นแทบทุกปี และช้างหลายตัวถูกมองเป็น “ช้างปัญหา” ในสายตาคนพื้นที่
ช้างป่าไทยเพิ่มต่อเนื่อง แต่พื้นที่รองรับไม่ทัน
ข้อมูลล่าสุดของกรมอุทยานฯ ระบุว่าในช่วงปี 2567-2568 ประเทศไทยมีช้างป่าตามธรรมชาติราว 4,013-4,422 ตัว (บางการประเมินอยู่ที่ 4,220-4,629 ตัว) เพิ่มจากช่วงปี 2546 ที่ราว 3,000-3,500 ตัว และปี 2562 ที่ราว 3,126-3,341 ตัว อัตราเพิ่มเฉลี่ยราว 7-8% ต่อปี โดยบางกลุ่มป่า เช่น กลุ่มป่าตะวันออก และกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว มีจำนวนช้างมากจนเริ่มเกินศักยภาพของพื้นที่
ช้างป่ากระจายตัวอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ 91 แห่ง ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และวนอุทยาน แต่โจทย์สำคัญคือพื้นที่ป่าหดลงจากการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ขณะที่จำนวนช้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเกิดความหนาแน่นในป่า ส่งผลให้ช้างออกนอกพื้นที่บ่อยขึ้น และสร้างความเสียหายทั้งต่อพืชผล รวมถึงความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการเสียชีวิตของคน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและโครงการฟื้นฟู คือทางออกที่ยังต้องเดินต่อ
ไทยมีพื้นที่สำคัญสำหรับช้างป่าหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (บางเอกสารระบุชื่อเดิมว่า ภูค้อ-ภูกระแต) ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยหลักของช้างในภาคอีสานตอนบน ขณะเดียวกัน โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็เป็นความพยายามเพิ่มอาหารและพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ช้างอยู่ในป่า ลดการออกมาพบชุมชน
พื้นที่อื่น ๆ อย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แก่งกระจาน และอีกหลายแห่ง ก็เป็นบ้านของช้างป่าเช่นกัน แต่การจัดการต้องทำหลายทางพร้อมกัน ทั้งการเฝ้าระวัง การผลักดันช้างกลับป่า และการทำแนวป้องกัน เช่น รั้วไฟฟ้า แนวไผ่หนาม หรือรั้วรังผึ้ง เพื่อช่วยลดการปะทะระหว่างคนกับช้าง
รัฐเดินหน้า 6 มาตรการดูแลช้างป่าและลดความเสี่ยง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานฯ วางแนวทางแก้ปัญหาช้างป่าตามมติคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้างเมื่อปี 2566 และมีการปรับต่อเนื่อง โดยมี 6 มาตรการหลัก ได้แก่
- จัดการป่าอนุรักษ์ให้มีแหล่งอาหารและถิ่นอาศัยที่เหมาะสม
- ทำแนวป้องกัน ลดการบุกรุกพื้นที่เกษตร
- ตั้งชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างกลับป่า
- ช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ (ปรับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตเป็น 500,000 บาท)
- ควบคุมประชากรอย่างเหมาะสม (เช่น ใช้วัคซีนคุมกำเนิด ไม่ใช่การทำหมัน)
- พัฒนาพื้นที่รองรับ พร้อมสร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชน
รมว.ทส. เฉลิมชัย ศรีอ่อน ระบุว่าเป้าหมายคือ “ให้คนอยู่ร่วมกับช้างได้โดยไม่เสียหาย” พร้อมเดินหน้าเยียวยา และเข้มงวดเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่า
บทเรียนจากการสูญเสียที่ไม่ควรถูกมองข้าม
การตายของ “สีดอหูพับ” ทำให้หลายคนเห็นชัดว่า งานอนุรักษ์ช้างป่าต้องทำแบบร่วมมือทุกฝ่าย และต้องทำอย่างจริงจัง หากยังปล่อยให้ป่าถูกบุกรุกต่อไป ขณะจำนวนช้างเพิ่มเกินกำลังพื้นที่ ความขัดแย้งจะยิ่งสูงขึ้น ช้างป่าจะถูกมองเป็นภัยมากกว่าเป็นสัตว์ป่าที่ต้องดูแล และสุดท้ายอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่มากกว่าเดิม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรื่องน่าเศร้า! ช้างป่าโจมตีและฆ่านักท่องเที่ยววัย 69 ปี ที่แคมป์ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ข่าวระดับชาติ - National
OBEC กำลังสอบสวนกรณีครูหญิงคนหนึ่งในเชียงใหม่ฆ่าตัวตายเนื่องจาก ‘ทำงานหนักเกินไป’
เชียงใหม่ – ภาพไว้อาลัยของครูสาริญญา “ครูปอ” ทะโยท ที่โรงเรียนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โพสต์เมื่อวันที่ 28 มกราคม ซึ่งเธอทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ
มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการอัตตวินิบาตของครูสอนภาษาอังกฤษวัย 40 ปี ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากแฟนหนุ่มของเธอระบุว่าเธอได้รับภาระงานหนักเกินไปจากข้อเรียกร้องของผู้บังคับบัญชา
นายพีเชษฐ์ โภคภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตของนางสาวสาริญญา ทะโยท หรือที่รู้จักในชื่อ “ครูปอ”
การดำเนินการอย่างเป็นทางการนี้เกิดขึ้นหลังจากมีโพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวันจันทร์ โดยแฟนหนุ่มของเธอชื่อ “ต้น” ซึ่งเป็นตำรวจ
ครูปอเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 26 มกราคม นายต้นเล่าให้สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ฟังว่า วันนั้นเป็นวันทำงานปกติ ทั้งคู่ไปทำงานในตอนเช้า ประมาณ 20.00 น. เขาเริ่มกังวลเพราะปกติเธอกลับบ้านเร็วกว่านั้นมาก และเขาไม่สามารถติดต่อเธอได้
เขาไปที่โรงเรียนสันกำแพงซึ่งเธอทำงาน เจ้าหน้าที่เวรกลางคืนแจ้งว่าเธอออกจากโรงเรียนตั้งแต่ประมาณ 09.00 น. และไม่ได้กลับมาอีก นายต้นกล่าวว่าเขาตื่นตระหนกและค้นหาเธอตลอดทั้งคืน
ต่อมารถของเธอถูกพบใกล้สวนสาธารณะในอำเภอสันทราย ครูปอเสียชีวิตอยู่ในรถที่เต็มไปด้วยควัน นายต้นกล่าว
ในโพสต์เฟซบุ๊ก นายต้นระบุว่าพวกเขาคบกันมานานกว่า 10 ปี และครูปอเป็นผู้หญิงที่มีพลังบวก ร่าเริง และเป็นที่รักของทุกคน เธอไม่ได้ทุกข์จากโรคซึมเศร้าหรือโรคจิตเวชใด ๆ
ปัญหาเดียวที่เขาได้ยินจากเธอคือ “ความเครียดจากงานบัญชีและการเงินที่โรงเรียนมอบหมายให้ทำ” เขากล่าว
นายต้นเขียนในโพสต์ว่า “ในวันที่เกิดเหตุ ผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกเธอไปประชุมก่อนที่เธอจะออกไปทำร้ายตัวเอง
ฉันมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ฉันเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการศึกษาของไทยตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่าปล่อยให้เงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่าปล่อยให้คนดีต้องตายเปล่า ๆ เพราะบุคคลที่มีอำนาจข่มขู่และกดดันเจ้าหน้าที่ระดับล่างให้ทำตามใจชอบ”
นายพีเชษฐ์กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กำหนดข้อเท็จจริงของการเสียชีวิต และรายงานกลับไปยัง สพฐ. โดยเร็วที่สุด
เขาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของครู และยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และพิจารณาอย่างรอบคอบต่อทุกฝ่าย
สพฐ. ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่เสมอ และมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดภาระงานของครูและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ เขากล่าว
เหตุการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งครูหญิงอีกคนหนึ่งฆ่าตัวตายที่บ้าน โดยทิ้งจดหมายระบุว่าเธอรับภาระงานมากเกินไป โดยเฉพาะงานบัญชีและการเงินของโรงเรียน ซึ่งเป็นภาระงานพิเศษเพิ่มเติม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชัยธวัฒน์ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดเชียงรายเพื่อสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน
ข่าวระดับชาติ - National
เรื่องน่าเศร้า! ช้างป่าโจมตีและฆ่านักท่องเที่ยววัย 69 ปี ที่แคมป์ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
นครราชสีมา – เหตุการณ์น่าเศร้าเกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อนักท่องเที่ยวชายอายุ 69 ปี ถูกช้างป่าตัวผู้ขนาดใหญ่ทำร้ายจนเสียชีวิต ณ บริเวณค่ายพักแรมสถานีเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานเขาใหญ่ 4 (คลองปลากัง) ตำบลวังหมี่ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (รายงานวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2569) ระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายจิรัฐชัย จิรพัฒน์บุญญาธร อายุ 69 ปี ชาวตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมภรรยา และกางเต็นท์พักค้างคืนในจุดเกิดเหตุ
ช่วงเวลาประมาณ 05.30-06.00 น. นายจิรัฐชัยตื่นมาออกกำลังกายใกล้เต็นท์ ห่างจากจุดพักราว 20 เมตร จากนั้นได้เผชิญหน้ากับช้างป่าเพศผู้ตัวใหญ่ที่อยู่ในช่วง ตกมัน ช้างใช้งวงจับและฟาดร่างลงพื้น ก่อนกระทืบซ้ำอย่างรุนแรง ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ภรรยาของผู้เสียชีวิตวิ่งหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าตรวจสอบ และสามารถผลักดันช้างให้ออกห่างจากบริเวณลานกางเต็นท์ได้
ช้างที่ก่อเหตุถูกระบุว่าเป็นพลายอ้อยหวาน (มีการเรียกชื่อว่า พลายอ้อยหวาน ) ซึ่งเป็นช้างป่าที่เจ้าหน้าที่และคนในพื้นที่รู้จักกันดี เพราะมักออกมาหากินใกล้ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง อุทยานเคยเฝ้าระวังและเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีประวัติทำร้ายคนจนเสียชีวิตมาแล้ว 2 ราย ทำให้เหตุครั้งนี้กลายเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ที่เชื่อมโยงกับช้างตัวเดียวกัน
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง ยืนยันข้อมูลดังกล่าว พร้อมระบุว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมที่ยังตรวจสอบยืนยันตัวตนไม่ได้ในขณะนั้น
ด้านกรมอุทยานฯ เร่งดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ประสานแจ้งญาติ และตรวจพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด และบริเวณลานกางเต็นท์ที่สัตว์ป่าอาจออกหากิน
ประวัติเหตุช้างป่าเขาใหญ่ทำร้ายคน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดความสูญเสีย
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นถิ่นอาศัยสำคัญของช้างป่าไทย และเคยมีเหตุช้างป่าก่อความรุนแรงหลายครั้ง แม้หลายเหตุจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็สะท้อนความเสี่ยงที่มากขึ้นในจุดท่องเที่ยวและเส้นทางสัญจร
ในอดีตมีรายงานช้างทำร้ายยานพาหนะและไล่คนในพื้นที่ เช่น ปี 2558 เคยเกิดเหตุช้างกระทืบรถยนต์และไล่ล่าผู้คนหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูผสมพันธุ์ที่ช้างเพศผู้มีแนวโน้มก้าวร้าวมากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลช่วงปี 2555-2567 ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทั่วประเทศมากกว่า 227 ราย และบาดเจ็บ 203 ราย โดยปี 2567 ปีเดียวมีผู้เสียชีวิต 39 รายจากกรณีช้างออกนอกพื้นที่
ถิ่นอาศัยถูกบีบ แกนหลักของความขัดแย้งคนกับช้างป่า
ต้นตอสำคัญคือพื้นที่ป่าถูกใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง ทั้งการขยายเกษตรกรรม ชุมชน และการท่องเที่ยว ทำให้ป่าต้นน้ำถูกตัดขาดเป็นหย่อมๆ เมื่อแหล่งอาหารและทางเดินตามธรรมชาติลดลง ช้างจึงออกมาหากินนอกเขตคุ้มครองถี่กว่าเดิม
ในเขาใหญ่และพื้นที่รอบๆ ช้างจำนวนมากต้องข้ามถนนและแนวชุมชนเพื่อไปหาอาหารและน้ำ จึงเพิ่มโอกาสปะทะกับคน และทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุรุนแรงได้ง่ายขึ้น
จำนวนช้างป่าเพิ่มเร็ว จาก 334 เป็นเกือบ 800 ตัว
ความสำเร็จด้านการอนุรักษ์ทำให้จำนวนช้างป่าในไทยเพิ่มขึ้นมาก จาก 334 ตัวในปี 2558 เป็นเกือบ 800 ตัวในปี 2568 (ข้อมูลกรมอุทยานฯ) บางพื้นที่อย่างป่าเขตตะวันออกมีอัตราเกิดสูงถึง 8.2% ต่อปี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งประเทศราว 3% การเพิ่มขึ้นที่เร็วเกินกำลังรองรับของป่าที่เหลืออยู่ ทำให้ช้างขาดแคลนอาหารและน้ำ และออกนอกพื้นที่บ่อยขึ้น
เพื่อหาทางลดแรงกดดันในระยะยาว กรมอุทยานฯ เริ่มทดลองโครงการ วัคซีนคุมกำเนิด สำหรับช้างป่าเพศเมีย โดยไม่ใช้การทำหมันหรือผ่าตัด แต่เป็นการฉีดวัคซีนที่มีฤทธิ์นาน 7 ปี ปี 2569 เริ่มนำร่องฉีดให้ช้างเพศเมียที่เคยมีลูกแล้ว 20 ตัว และทดลองในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดตราด โดยฉีดให้ 3 ตัวแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ข้อมูลการทดสอบในช้างเชลยก่อนหน้านี้ระบุว่าปลอดภัย และไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง โครงการนี้คาดว่าจะช่วยควบคุมอัตราการเกิด ลดความกดดันต่อป่า และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในระยะยาว
เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำว่าการท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติต้องระวังมากขึ้น ควรทำตามกฎอุทยานอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงเข้าใกล้สัตว์ป่า และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบช้างใกล้จุดพักหรือบริเวณลานกางเต็นท์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อังสนาช้างเผือก นักร้องชื่อดังแห่งยุค 80 เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด
ข่าวระดับชาติ - National
ไฟไหม้ทำลายอาคารวัดเก่าแก่ 144 ปีในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – เกิดเหตุไฟไหม้อาคารกุฏิไม้เก่าทรงพม่า ภายใน (วัดมนปูยัค) Wat Mon Pu Yak ในเขตอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ส่งผลให้อาคารพังเสียหายทั้งหมด ทิ้งความเศร้าไว้กับคนในพื้นที่ เพราะเป็นอาคารเก่าแก่และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม
ชาวบ้านเล่าว่า ก่อนไฟลุกไหม้ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จากนั้นเพลิงลามเร็วมาก เพราะตัวอาคารเป็นไม้เก่าที่แห้งและติดไฟง่าย
มีการแจ้งเหตุราวเวลา 06.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ จุดเกิดเหตุอยู่ภายในวัด พื้นที่ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงรีบช่วยกันตักน้ำและฉีดน้ำเพื่อชะลอไฟ แต่ควันหนาทึบและเปลวไฟแรง ทำให้ควบคุมสถานการณ์ได้ยาก
เทศบาลนครลำปางส่งทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าพื้นที่ พร้อมกำลังจากมณฑลทหารบกที่ 32 และหน่วยกู้ภัยในท้องถิ่น ระดมรถดับเพลิงหลายคันเข้าดับไฟ
เจ้าหน้าที่ใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงนานประมาณ 1 ชั่วโมงจึงควบคุมได้ ไฟไม่ลามไปอาคารข้างเคียง แต่กุฏิไม้พังถล่มและถูกเผาจนหมด
เพื่อนบ้านได้ยินเสียงดัง ก่อนเห็นไฟลุกท่วม
คนที่อาศัยติดกับวัดบอกว่า ได้ยินเสียงดังราวเวลา 05.00 น. พอตื่นออกมาดู ก็เห็นกุฏิถูกไฟไหม้แล้ว หลายคนช่วยกันโทรแจ้งเหตุและพยายามดับไฟเบื้องต้น แต่โครงสร้างไม้เก่าทำให้ไฟกินเร็วมาก
หลังเพลิงสงบ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บหลักฐาน และประเมินความเสียหาย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด
อาคารที่เสียหายเป็นกุฏิไม้ทรงพม่า เชื่อกันว่าอายุกว่า 144 ปี ชาวลำปางจำนวนมากมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของเมือง เพราะรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและอยู่คู่กับวัดมานาน
ช่วงเกิดเหตุ เจ้าอาวาสซึ่งเป็นพระจำพรรษาเพียงรูปเดียวของวัด ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
ไฟไหม้เผาทำลายอาคารจนหมด
Wat Mon Pu Yak คาดว่าสร้างขึ้นราวกลางพุทธศตวรรษที่ 24 ประมาณปี 1882 ต่อเนื่องมาถึงยุครัชกาลที่ 6
โดยปกติวัดมีอาคารหลัก 3 ส่วน คือ กุฏิไม้ทรงพม่า วิหาร และอุโบสถทรงพม่าที่ได้รับอิทธิพลตะวันตก
กุฏิไม้ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของวัด หันหน้าไปทางทิศใต้ เป็นอาคารไม้หลังคาหน้าจั่วซ้อนชั้น ทางเข้าออกแบบเป็นมุขรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายศาลา และมีส่วนยอดยกสูง
ทางขึ้นเป็นบันไดคอนกรีต มีลายไม้แกะสลักแบบพม่า ภายในแบ่งเป็นโถงกลาง พื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และห้องด้านข้างสำหรับใช้เป็นที่พักของพระสงฆ์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
พรรคการเมือง 4 พรรคได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี
-
ข่าวการเมือง6 days ago
พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
-
ข่าวระดับชาติ - National7 days ago
เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 ของกองทัพอากาศไทยตกที่เชียงใหม่, รายงานเบื้องต้นเสียชีวิต 2 นาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน






