ฟุตบอล
เสมอเดือดที่เทิร์ฟ มัวร์: เบิร์นลีย์ยันแมนฯ ยูไนเต็ด 2-2
แลงคาเชอร์ ประเทศอังกฤษ – การแข่งขันพรีเมียร์ลีกภายใต้แสงไฟส่องสว่างที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ จบลงอย่างตื่นเต้นเร้าใจ โดยเบิร์นลีย์เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 เกมนี้เต็มไปด้วยประตูสุดสวย การตัดสินที่ถกเถียงกัน…
แลงคาเชอร์ ประเทศอังกฤษ – การแข่งขันพรีเมียร์ลีกภายใต้แสงไฟส่องสว่างที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ จบลงอย่างตื่นเต้นเร้าใจ โดยเบิร์นลีย์เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 เกมนี้เต็มไปด้วยประตูสุดสวย การตัดสินที่ถกเถียงกัน และประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมที่ทำให้แฟนบอลลุ้นระทึกตลอดเวลา
ผลการแข่งขันนี้ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์ของยูไนเต็ดยังคงอยู่ แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับพวกเขาเช่นกัน ในขณะที่เบิร์นลีย์ขยับออกห่างจากโซนตกชั้นมากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่จะประมาทได้เมื่อต้องเจอกับทีมใหญ่
คืนหนาวจัดมีแฟนเต็มความจุเกิน 21,000 คน แฟนยูไนเต็ดเดินทางมาเยอะ แม้เป็นเกมกลางสัปดาห์ ทีมของเอริก เทน ฮาก ถูกมองว่าเหนือกว่า ด้วยเกมรุกที่มีมาร์คัส แรชฟอร์ด และราสมุส ฮอยลุนด์ เป็นตัวชูโรง ด้านเบิร์นลีย์ของแว็งซ็องต์ กอมปานี วางแผนเล่นรัดกุม รอจังหวะโต้กลับ ใช้ความเร็วของไลล์ ฟอสเตอร์ และความแข็งในแดนกลางของจอช บราวน์ฮิลล์
2026/01/เบิร์นลีย์-พบ-แมนยู-2-2.png" alt="
เบิร์นลีย์ พบ แมนยู" width="1024" height="682" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B9-2-2.png?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B9-2-2.png?resize=300%2C200&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B9-2-2.png?resize=768%2C512&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ยูไนเต็ดครองเกมก่อน และได้ประตูนำเร็ว
พรีเมียร์ลีก">แมนฯ ยูไนเต็ดเริ่มเกมได้ดีกว่า ครองบอลมากกว่า และพยายามเจาะแนวรับที่ยืนเป็นระเบียบของเบิร์นลีย์ ประตูแรกมาในนาทีที่ 17 บรูโน แฟร์นันด์สทำเกมได้เนียน ตักจ่ายเข้าพื้นที่ให้แรชฟอร์ดทางซ้าย ก่อนตัดเข้าในและปั่นโค้งเสียบมุมบนแบบหมดจด เจมส์ แทร็ฟฟอร์ดได้แต่มอง สกอร์เป็น 1-0 และแฟนทีมเยือนส่งเสียงกันลั่น
แต่เบิร์นลีย์ไม่ถอยง่ายๆ ทีมของกอมปานีทำได้ดีจากลูกตั้งเตะในฤดูกาลนี้ และมาตีเสมอก่อนครบครึ่งชั่วโมง ลูกเตะมุมของซานเดอร์ เบิร์ก ถูกดารา โอเชียขึ้นโหม่งเต็มหัว บอลชนเสาแล้วเด้งเข้าไป กองหลังทีมชาติไอร์แลนด์ดีใจสุดขีด หันไปฉลองกับแฟนเจ้าถิ่น หลังจากนั้นโมเมนตัมเริ่มเปลี่ยน เบิร์นลีย์มั่นใจขึ้น และบีบให้ อ็องเดร โอนานา ต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง
ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มเดือด จังหวะเสียบหนักของกาเซมิโรใส่บราวน์ฮิลล์ทำให้เจ้าตัวโดนใบเหลือง และมีปะทะกันเล็กน้อย ไมเคิล โอลิเวอร์คุมเกมไว้ได้ แต่ความเข้มข้นบอกชัดว่าครึ่งหลังจะมีอะไรให้พูดถึงอีกแน่
ครึ่งหลังเดือดทันที: ประตู, VAR และช่วงท้ายสุดกดดัน
กลับมาครึ่งหลังไม่นาน เกมเปิดหน้าแลกมากขึ้น นาทีที่ 52 ฮอยลุนด์พายูไนเต็ดขึ้นนำอีกครั้ง เขาวิ่งสอดรับบอลแทงจากค็อบบี เมนู ก่อนจบสกอร์จากระยะราว 12 หลาอย่างเยือกเย็น นับเป็นประตูที่ 8 ของเขาในฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ดยังดูเหนือกว่าในแดนกลาง และมีจังหวะเข้าทำจากการกระชากของอเลฮานโดร การ์นาโชเป็นระยะ
เบิร์นลีย์ยังสู้ไม่ถอย และมาตีเสมอจากจุดโทษที่เป็นประเด็นในนาทีที่ 68 ฟอสเตอร์ล้มในเขตโทษจากจังหวะปะทะกับลิซานโดร มาร์ติเนซ ผู้ตัดสินเช็ก VAR อยู่นานก่อนชี้เป็นจุดโทษ เซกี อัมดูนียิงหลอกโอนานาเข้าประตูไปเป็น 2-2 นักเตะยูไนเต็ดประท้วงกันหนัก เพราะมองว่ามีการสัมผัสน้อย แต่คำตัดสินไม่เปลี่ยน
20 นาทีสุดท้ายเป็นเกมสวนกันไปมา ยูไนเต็ดโหมหาประตูชัย แรชฟอร์ดยิงฟรีคิกชนคาน ขณะที่การ์นาโชบีบให้แทร็ฟฟอร์ดต้องปัดปลายมือ เบิร์นลีย์เองก็มีจังหวะโต้กลับอันตราย โดยลูกา โคเลโอโชใช้ความเร็วเล่นงานดิโอโก ดาโลต์อยู่หลายครั้ง ช่วงท้ายยูไนเต็ดส่งคริสเตียน เอริคเซนลงมาเพิ่มไอเดียเกมรุก แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังยืนกันแน่นจนจบ
หลังเกม เทน ฮากพูดถึงโอกาสที่หลุดมือไปว่า “เราสร้างโอกาสพอจะชนะได้ แต่ต้องให้เครดิตเบิร์นลีย์ พวกเขาป้องกันกันเต็มที่” ส่วนกอมปานีชมลูกทีมว่า “เจอยูไนเต็ดแล้วได้หนึ่งแต้ม มันให้ความรู้สึกเหมือนชนะ เรากำลังเดินไปในทางที่ดี”
สถิติสำคัญและไฮไลต์ของเกม
เกมนี้ตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ ยูไนเต็ดครองบอลมากกว่า แต่เบิร์นลีย์สู้ในเรื่องโอกาสจบสกอร์ได้สูสี สถิติหลักมีดังนี้
| สถิติ | เบิร์นลีย์ | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| ครองบอล (%) | 42 | 58 |
| ยิงทั้งหมด | 12 | 15 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 | 6 |
| เตะมุม | 4 | 7 |
| ฟาวล์ | 11 | 9 |
| ใบเหลือง | 2 | 3 |
| ความแม่นยำการจ่ายบอล (%) | 78 | 85 |
ไฮไลต์สำคัญคือประตูขึ้นนำของแรชฟอร์ด ที่สะท้อนฟอร์มที่เริ่มกลับมา หลังช่วงต้นฤดูกาลที่ขึ้นๆ ลงๆ ประตูโหม่งของโอเชียมาจากลูกตั้งเตะที่ทำได้ดี และยังชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับลูกกลางอากาศของยูไนเต็ดที่โผล่มาหลายครั้งในซีซันนี้ ส่วนจุดโทษทำให้เกมมีไฟมากขึ้น ภาพช้าพอเห็นการสัมผัส แต่หลายคนยังถกกันว่าหนักพอหรือไม่
เกมรับของเบิร์นลีย์ แม็กซิม เอสเตฟทำงานหนัก บล็อกลูกสำคัญได้หลายครั้ง ฝั่งยูไนเต็ด เมนูในวัย 20 ปีเล่นแดนกลางได้เกินวัย จุดเสียคือกาเซมิโรโดนใบเหลืองจนติดโทษแบนในนัดต่อไป ซึ่งเป็นข่าวไม่ดีของเทน ฮากในช่วงที่ทีมมีปัญหาตัวเจ็บ
ผลต่ออันดับและสถานการณ์บนตารางคะแนน
ผลเสมอนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหล่นมาอยู่อันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอล 2 แต้ม หลังผ่าน 20 นัด ส่วนเบิร์นลีย์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 14 และหนีโซนตกชั้น 4 แต้ม เป็นแรงส่งสำคัญสำหรับภารกิจอยู่รอด
ตารางคะแนนส่วนบนและส่วนล่าง (ข้อมูล ณ 8 มกราคม 2026) มีดังนี้
หัวตาราง:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ผลต่างประตูได้เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 14 | 4 | 2 | +28 | 46 |
| 2 | Liverpool | 20 | 13 | 5 | 2 | +25 | 44 |
| 3 | Manchester United | 20 | 12 | 6 | 2 | +20 | 42 |
| 4 | Manchester City | 19 | 12 | 4 | 3 | +22 | 40 |
| 5 | Chelsea | 20 | 11 | 5 | 4 | +15 | 38 |
ท้ายตาราง (หนีตกชั้น):
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ผลต่างประตูได้เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 14 | Burnley | 20 | 6 | 5 | 9 | -8 | 23 |
| 15 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 7 | 8 | -10 | 22 |
| 16 | Crystal Palace | 20 | 5 | 6 | 9 | -12 | 21 |
| 17 | Luton Town | 20 | 4 | 6 | 10 | -15 | 18 |
| 18 | Ipswich Town | 20 | 4 | 5 | 11 | -18 | 17 |
| 19 | Southampton | 20 | 3 | 6 | 11 | -20 | 15 |
| 20 | Leicester City | 20 | 3 | 4 | 13 | -22 | 13 |
โปรแกรมต่อไป: งานหนักยังรอทั้งสองทีม
สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด เกมนี้ย้ำว่าพวกเขาต้องคงมาตรฐานให้ได้ ถ้าจะไปให้สุดในศึกแย่งแชมป์ นัดใหญ่กับซิตี้และลิเวอร์พูลกำลังรออยู่ เทน ฮากต้องแก้เรื่องเสียประตูง่าย และหาวิธีให้เอวาน เฟอร์กูสัน นักเตะใหม่เข้ากับทีมเร็วที่สุด ฟอร์มของแรชฟอร์ดเป็นข่าวดี แต่แดนกลางจะเหนื่อยขึ้นเมื่อไม่มีกาเซมิโรในเกมถัดไป
ทางฝั่งเบิร์นลีย์ ผลงานนัดนี้ทำให้แฟนๆ มีกำลังใจมากขึ้น ทีมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และดาวรุ่งอย่างโคเลโอโชก็มีผลงานให้เห็น เกมต่อไปเจอทีมกลางตารางหลายทีม เป็นโอกาสเก็บแต้มเพิ่ม แต่ถ้าจอร์แดน เบเยอร์ยังมีปัญหาอาการเจ็บ ก็อาจทำให้ขุมกำลังเกมรับตึงมือ
ค่ำคืนที่เทิร์ฟ มัวร์จบด้วยการแบ่งแต้ม แต่เต็มไปด้วยเรื่องให้พูดถึง ทั้งสองทีมได้บทเรียนคนละแบบ และพรีเมียร์ลีกก็ยังเดินหน้าพร้อมดราม่าตามสไตล์เหมือนเดิม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ขุนค้อนเฮลั่น, โบเวนเหมาสองพาเวสต์แฮมแซงชนะฟอเรสต์ 2-1 แบบดราม่า
ฟุตบอล
ฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติผู้เข้าชมและครองพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลกปี 2026 ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาอย่างเป็นทางการแล้ว ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่นี้สามารถทำลายสถิติยอดผู้เข้าชมในสนามของการแข่งขันครั้งก่อนๆ ทั้งหมดลงได้อย่างราบคาบ
จากรายงานล่าสุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) พบว่ามีแฟนฟุตบอลจำนวนมหาศาลแห่กันไปชมการแข่งขันสดในสนามกีฬา จำนวนแฟนบอลที่ผ่านประตูสนามกีฬาทั่วโลกในสัปดาห์นี้มีจำนวนถึง 3,605,357 คน และจำนวนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ การแข่งขัน
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ทำลายสถิติปี 1994: ยอดผู้ชมรวม 3.6 ล้านคนในปัจจุบัน ได้แซงหน้าสถิติเดิม 3,587,538 คนของฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพลงได้สำเร็จ
- อัตราการครองความจุสูงลิ่ว: ทัวร์นาเมนต์นี้มีอัตราการเข้าชมหรือความหนาแน่นของแฟนบอลในสเตเดียมสูงถึง 99.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
- อานิสงส์จากการปรับระบบใหม่: การขยายรูปแบบการแข่งขันเป็น 48 ทีม และเพิ่มแมตช์การแข่งขันเป็น 104 เกม คือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดสถิติตัวเลขแฟนบอลถล่มทลายในครั้งนี้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จและการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในด้านยอดผู้ชมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการตัดสินใจครั้งสำคัญขององค์กรลูกหนังระดับโลก การเพิ่มจำนวนทีมจากเดิม 32 ทีมเป็น 48 ทีม ทำให้สัดส่วนของเกมการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แฟนบอลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้รับโอกาสในการเดินทางเข้ามาเชียร์ชาติตัวเองในสเตเดียมชั้นนำของทวีปอเมริกาเหนือมากขึ้น
นอกจากนี้ การเลือกใช้สนามกีฬาระดับหรูหราที่มีความจุขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ก็มีส่วนช่วยอย่างมาก สนามกีฬาเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับแฟนบอลได้คราวละหลายหมื่นคนอย่างปลอดภัย ส่งผลให้เกิดแมตช์ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลเต็มความจุแทบทุกนัด โดยเกมนัดสำคัญที่ทำให้สถิติเดิมถูกทำลายลงอย่างเป็นทางการ คือเกมที่เอกวาดอร์เอาชนะเยอรมนีไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่เข้ามาชมจนเต็มความจุของสนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอนาคตของกีฬาฟุตบอล
ยอดผู้ชมระดับปรากฏการณ์นี้ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและการโรงแรมในเมืองเจ้าภาพอย่างมหาศาล เม็ดเงินจำนวนมากหลังไหลเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านการจับจ่ายซื้อของ การเดินทาง และการเข้าพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปอย่างก้าวกระโดด
ผู้เชี่ยวชาญในวงการกีฬาคาดการณ์ว่า มาตรฐานยอดผู้ชมและระบบการจัดการในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ในอนาคต ความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งสามประเทศเจ้าภาพ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกขนาดใหญ่สามารถทำออกมาได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างงดงามเหนือความคาดหมาย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บไซต์พนันฟุตบอลโลก 2026
อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?
ฟุตบอล
อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองสถานการณ์ของทีมโปรด ทัวร์นาเมนต์นี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 48 ทีมเลยทีเดียว
ขณะนี้การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มผ่านไปแล้วหลายนัด สถานการณ์ของแต่ละกลุ่มเริ่มชัดเจนและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บางทีมโชว์ฟอร์มเก่งการันตีการผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว ในขณะที่อีกหลายทีมยังต้องลุ้นเหนื่อยในนัดสุดท้าย มาดูตารางคะแนนอัปเดตล่าสุดกันเลยว่าทีมไหนอยู่ในจุดใดบ้าง
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ทีมเต็งผงาด: เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง เก็บชัยชนะรวด การันตีแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว
- จบรอบแรกบางกลุ่ม: กลุ่ม A, B และ C แข่งขันครบ 3 นัดแล้ว สวิตเซอร์แลนด์และบราซิลคว้าแชมป์กลุ่มตามลำดับ
- โควตาพิเศษ: ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
- การแข่งขันสุดสูสี: ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความดุเดือดมาก หลายกลุ่มมีคะแนนเบียดกัน ทำให้ต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้าย
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม A ถึงกลุ่ม D
การแข่งขันในกลุ่มแรกๆ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บางกลุ่มแข่งจบไปแล้วและได้บทสรุปที่ชัดเจน
กลุ่ม A: เม็กซิโกคว้าแชมป์กลุ่มตามคาด
ในกลุ่มนี้ เม็กซิโกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกินต้านทาน พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด มี 9 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มไปครองได้อย่างสวยงาม แอฟริกาใต้จบอันดับสอง มี 4 คะแนน ส่วนเกาหลีใต้มี 3 คะแนน ต้องไปลุ้นโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เม็กซิโก | 3 | 3 | 0 | 0 | +6 | 9 |
| 2. แอฟริกาใต้ | 3 | 1 | 1 | 1 | -1 | 4 |
| 3. เกาหลีใต้ | 3 | 1 | 0 | 2 | -1 | 3 |
| 4. สาธารณรัฐเช็ก | 3 | 0 | 1 | 2 | -4 | 1 |
กลุ่ม B: สวิตเซอร์แลนด์และแคนาดากอดคอเข้ารอบ
กลุ่มบีแข่งขันครบ 3 นัดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน สวิตเซอร์แลนด์ทำผลงานได้คงเส้นคงวา จบอันดับหนึ่งด้วย 7 คะแนน ขณะที่เจ้าภาพร่วมอย่างแคนาดาตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ทั้งสองทีมกอดคอกันผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างเป็นทางการ
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สวิตเซอร์แลนด์ | 3 | 2 | 1 | 0 | +4 | 7 |
| 2. แคนาดา | 3 | 1 | 1 | 1 | +5 | 4 |
| 3. บอสเนียฯ | 3 | 1 | 1 | 1 | -1 | 4 |
| 4. กาตาร์ | 3 | 0 | 1 | 2 | -8 | 1 |
กลุ่ม C: ทัพแซมบ้าไร้พ่าย นำแชมป์กลุ่ม
ทัพแซมบ้า บราซิล จบแชมป์กลุ่มซีแบบไร้พ่าย พวกเขามี 7 คะแนนเท่ากับทีมม้ามืดอย่างโมร็อกโก แต่บราซิลมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า สกอตแลนด์จบอันดับสามด้วย 3 คะแนน ต้องลุ้นเข้ารอบจากโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. บราซิล | 3 | 2 | 1 | 0 | +6 | 7 |
| 2. โมร็อกโก | 3 | 2 | 1 | 1 | +3 | 7 |
| 3. สกอตแลนด์ | 3 | 1 | 0 | 2 | -3 | 3 |
| 4. เฮติ | 3 | 0 | 0 | 3 | -6 | 0 |
กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มดุ
สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพร่วมอีกหนึ่งชาติ โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดัน ชนะ 2 นัดรวด เก็บ 6 คะแนนเต็ม การันตีแชมป์กลุ่มดีเรียบร้อยแล้ว ส่วนออสเตรเลียและปารากวัยมี 3 คะแนนเท่ากัน ต้องลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายอย่างหนัก
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สหรัฐอเมริกา | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. ออสเตรเลีย | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. ปารากวัย | 2 | 1 | 0 | 1 | -2 | 3 |
| 4. ตุรกี | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม E ถึงกลุ่ม H
มาดูกันต่อที่กลุ่มกลางตาราง ซึ่งมีทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรปลงแข่งขันมากมาย สถานการณ์หลายกลุ่มยังคงเปิดกว้างให้ลุ้นกันต่อ
กลุ่ม E: อินทรีเหล็กผงาดนำฝูง
ทีมชาติเยอรมนีไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยทีเดียว พวกเขาโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ เก็บ 6 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 2 นัดแรก ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่นอนแล้ว ไอวอรี่โคสต์ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 3 คะแนน ยังมีโอกาสเข้ารอบสูง
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เยอรมนี | 2 | 2 | 0 | 0 | +7 | 6 |
| 2. ไอวอรี่โคสต์ | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. เอกวาดอร์ | 2 | 0 | 1 | 1 | -1 | 1 |
| 4. คูราเซา | 2 | 0 | 1 | 1 | -6 | 1 |
กลุ่ม F: อัศวินสีส้มและซามูไรบลูขับเคี่ยวสูสี
เนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสูสีกันมาก ทั้งสองทีมมี 4 คะแนนเท่ากันจาก 2 นัดแรก สวีเดนยังมีโอกาสเข้ารอบด้วย 3 คะแนน ส่วนตูนิเซียยังไม่มีคะแนน ตกรอบแน่นอนแล้ว
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เนเธอร์แลนด์ | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 2. ญี่ปุ่น | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 3. สวีเดน | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 4. ตูนิเซีย | 2 | 0 | 0 | 2 | -8 | 0 |
กลุ่ม G: อียิปต์รั้งจ่าฝูง สถานการณ์เปิดกว้าง
กลุ่มนี้สถานการณ์ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีม อียิปต์นำเป็นจ่าฝูงมี 4 คะแนน ตามมาด้วยอิหร่านและเบลเยียมที่มี 2 คะแนนเท่ากัน ทุกทีมยังมีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ในนัดสุดท้ายได้ทั้งหมด
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อียิปต์ | 2 | 1 | 1 | 0 | +2 | 4 |
| 2. อิหร่าน | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 3. เบลเยียม | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 4. นิวซีแลนด์ | 2 | 0 | 1 | 1 | -2 | 1 |
กลุ่ม H: ทัพกระทิงดุจ่อทะลุรอบน็อกเอาต์
สเปนนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอช มี 4 คะแนน โอกาสเข้ารอบค่อนข้างสดใสมาก อุรุกวัยและเคปเวิร์ดมี 2 คะแนนเท่ากัน ทั้งสองทีมต้องลุ้นเหนื่อยในนัดตัดสินเพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบใบที่สองของกลุ่ม
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สเปน | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 2. อุรุกวัย | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 3. เคปเวิร์ด | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 4. ซาอุดีอาระเบีย | 2 | 0 | 1 | 1 | -4 | 1 |
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม I ถึงกลุ่ม L
ในช่วงท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I ถึง L ก็มีความตื่นเต้นไม่แพ้กัน หลายทีมยักษ์ใหญ่แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
กลุ่ม I: ฝรั่งเศสและนอร์เวย์ฉลุยเข้ารอบ
ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส และทีมชาตินอร์เวย์ กอดคอกันเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอนแล้ว ทั้งคู่เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด มี 6 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างเซเนกัลและอิรักที่ยังไม่มีคะแนนไปอย่างขาดลอย
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. ฝรั่งเศส | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. นอร์เวย์ | 2 | 2 | 0 | 0 | +4 | 6 |
| 3. เซเนกัล | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
| 4. อิรัก | 2 | 0 | 0 | 2 | -6 | 0 |
กลุ่ม J: ฟ้าขาวอาร์เจนตินาโชว์ฟอร์มแชมป์เก่า
แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ เก็บ 6 คะแนนเต็ม นำเป็นแชมป์กลุ่มอย่างสง่างาม ออสเตรียและแอลจีเรียมีทีมละ 3 คะแนน ต้องดวลกันเพื่อแย่งอันดับสองในนัดสุดท้าย
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อาร์เจนตินา | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. ออสเตรีย | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. แอลจีเรีย | 2 | 1 | 0 | 1 | -2 | 3 |
| 4. จอร์แดน | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
กลุ่ม K และ L: โคลอมเบียและอังกฤษครองความได้เปรียบ
ในกลุ่ม K โคลอมเบียนำเป็นจ่าฝูงด้วย 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบไปแล้ว ส่วนโปรตุเกสตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ขณะที่กลุ่ม L สิงโตคำราม อังกฤษ นำจ่าฝูงร่วมกับกานา มี 4 คะแนนเท่ากัน
ตารางคะแนนกลุ่ม K
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. โคลอมเบีย | 2 | 2 | 0 | 0 | +3 | 6 |
| 2. โปรตุเกส | 2 | 1 | 1 | 0 | +5 | 4 |
| 3. ดีอาร์ คองโก | 2 | 0 | 1 | 1 | -1 | 1 |
| 4. อุซเบกิสถาน | 2 | 0 | 0 | 2 | -7 | 0 |
ตารางคะแนนกลุ่ม L
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อังกฤษ | 2 | 1 | 1 | 0 | +2 | 4 |
| 2. กานา | 2 | 1 | 1 | 0 | +1 | 4 |
| 3. โครเอเชีย | 2 | 1 | 0 | 1 | -1 | 3 |
| 4. ปานามา | 2 | 0 | 0 | 2 | -2 | 0 |
ฟุตบอลโลกปี 2026 นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและผลการแข่งขันที่พลิกล็อกมากมาย แฟนๆ กีฬาฟุตบอลสามารถติดตามการแข่งขันนัดต่อไปและดูอัปเดต ตารางคะแนนล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ FIFA ได้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญในทัวร์นาเมนต์นี้
ฟุตบอล
นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026™) ดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I โดยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ทีมชาตินอร์เวย์ได้ลงสนามพบกับทีมชาติอิรัก ณ สนามบอสตัน สเตเดียม (Boston Stadium) รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เกมนี้ถือเป็นการกลับมาลงเล่นในรายการระดับโลกที่แฟนบอลของทั้งสองประเทศรอคอยมาอย่างยาวนาน นอร์เวย์ไม่ได้ปรากฏตัวในฟุตบอลโลกเลยตั้งแต่ปี 1998 ในขณะที่อิรักก็ห่างหายเวทีนี้ไปตั้งแต่ปี 1986 การพบกันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง และผลจบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทีมชาตินอร์เวย์ด้วยสกอร์ 4-1
บทสรุปการแข่งขัน: อิรักสู้เต็มที่แต่ต้านความเฉียบคมไม่ไหว
เกมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น นอร์เวย์เป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง การต่อบอลของพวกเขาทำได้ดีและไหลลื่น จนกระทั่งในนาทีที่ 29 เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าตัวเก่งจากนอร์เวย์ ก็สามารถทำประตูแรกเบิกร่องให้กับทีมได้สำเร็จ จากจังหวะการทำเกมที่เริ่มต้นจากผู้รักษาประตูและต่อบอลกันอย่างสวยงาม
แต่อิรักก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ ในนาทีที่ 39 อายเมน ฮุสเซน ศูนย์หน้าตัวเก๋าของอิรัก โหม่งทำประตูตีเสมอเป็น 1-1 ซึ่งถือเป็น ประตูที่สองในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิรักในฟุตบอลโลก สร้างความดีใจให้กับแฟนบอลชาวอิรักที่เข้ามาชมในสนามเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ความสุขของอิรักอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 43 ก่อนจบครึ่งแรก ฮาลันด์ ใช้ความผิดพลาดของแนวรับอิรัก ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้นอร์เวย์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก
เออร์ลิง ฮาลันด์ กับฟอร์มระดับโลก
เข้าสู่ครึ่งหลัง นอร์เวย์ยังคงเล่นด้วยความมั่นใจและพยายามครองบอลเพื่อกดดันอิรักอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 76 เลโอ ออสติการ์ด ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งทำประตูที่สามให้นอร์เวย์ทิ้งห่างเป็น 3-1 ทำให้รูปเกมของนอร์เวย์ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 90+6 โชคร้ายตกเป็นของอิรักเมื่อ อายเมน ฮุสเซน สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง (Own Goal) ส่งผลให้จบเกม ทีมชาตินอร์เวย์เอาชนะทีมชาติอิรักไปได้อย่างสวยงาม 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ (Player of the Match) ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี
อัปเดตตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด
หลังจากผ่านการแข่งขันนัดแรกของหลายๆ กลุ่ม นี่คือสรุปตารางคะแนนและสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกคนได้ติดตามทิศทางของฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ง่ายและชัดเจนที่สุด
กลุ่ม I (กลุ่มของนอร์เวย์และอิรัก)
ในกลุ่ม I นอร์เวย์ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงหลังจากการเก็บ 3 คะแนนเต็มและมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสก็ทำผลงานได้ดีในนัดเปิดสนามเช่นกัน
- 1. นอร์เวย์: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
- 2. ฝรั่งเศส: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 1)
- 3. เซเนกัล: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 3)
- 4. อิรัก: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 4)
กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาเปิดตัวสวยงาม
หนึ่งในประเทศเจ้าภาพร่วมอย่างสหรัฐอเมริกา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดเปิดสนาม โดยสามารถยิงคู่แข่งไปถึง 4 ประตู
- 1. สหรัฐอเมริกา: คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
- 2. ออสเตรเลีย: คะแนน 3 (ได้ 2 เสีย 0)
- 3. ตุรกี (Türkiye): คะแนน 0
- 4. ปารากวัย: คะแนน 0
กลุ่ม E: เยอรมนีโชว์ฟอร์มโหด
ทีมชาติเยอรมนีประกาศศักดาความเป็นทีมเต็งแชมป์ด้วยการถล่มคู่แข่งในนัดแรกไปถึง 7-1 แสดงให้เห็นถึงแนวรุกที่ดุดัน
- 1. เยอรมนี: คะแนน 3 (ได้ 7 เสีย 1)
- 2. ไอวอรีโคสต์: คะแนน 3 (ได้ 1 เสีย 0)
- 3. เอกวาดอร์: คะแนน 0
- 4. กือราเซา: คะแนน 0
กลุ่ม J: แชมป์เก่าอาร์เจนตินายังคงแข็งแกร่ง
แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินา เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความมั่นใจ เก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จโดยไม่เสียประตู
- 1. อาร์เจนตินา: คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 0)
- 2. ออสเตรีย: ยังไม่ได้ลงแข่ง
- 3. จอร์แดน: ยังไม่ได้ลงแข่ง
- 4. แอลจีเรีย: คะแนน 0
(สรุปกลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจ)
- กลุ่ม A: เม็กซิโก และ เกาหลีใต้ ต่างเก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ โดยเม็กซิโกนำเป็นจ่าฝูง
- กลุ่ม C: สกอตแลนด์ สร้างผลงานยอดเยี่ยมขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่ม โดยมี โมร็อกโก และ บราซิล ตามมาหลังจากเสมอกันในนัดแรก 1-1
- กลุ่ม F: สวีเดน ขึ้นนำจ่าฝูงหลังโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะคู่แข่งไปได้ 5-1
ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 และก้าวต่อไป
ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายถึง 48 ทีม และเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก การขยายจำนวนทีมทำให้แฟนกีฬาได้เห็นชาติที่ห่างหายไปนานอย่างนอร์เวย์และอิรัก ได้กลับมามีพื้นที่และแสดงความสามารถอีกครั้ง ระบบการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทำให้ทุกทีมต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
ชัยชนะของนอร์เวย์ในแมตช์นี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงคู่แข่งในกลุ่มฝรั่งเศสและเซเนกัล ว่าพวกเขาเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยแนวรุกที่จบสกอร์ได้เด็ดขาด ในส่วนของทีมชาติอิรัก แม้จะพ่ายแพ้ในเกมนี้ แต่การทำประตูใส่ทีมแกร่งจากยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ก็แสดงให้เห็นถึงใจสู้ของนักเตะ พวกเขาต้องนำข้อผิดพลาดในแนวรับไปแก้ไขเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนัดต่อไป
การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยังคงมีความเข้มข้นรออยู่อีกมากมาย แฟนฟุตบอลสามารถติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และเรื่องราวของศึกฟุตบอลโลกได้ตลอดเวลาผ่าน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่า เพื่อไม่ให้พลาดทุกจังหวะสำคัญของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026: สรุปผลการแข่งขันและผลงานที่น่าตื่นเต้น
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ




