Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท

นราธิวาส – ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและขอหมายจับจากศาลใน 3 ครั้ง รวมทั้งหมด 19 คน ในจำนวนนี้ 11 คนเป็นเยาวชน ส่วนอีก 8 คนมีหมายจับค้างอยู่หลายฉบับในข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ในคดีปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้า อำเภอสุไอโคก เมื่อคืนวันที่ 5…

Published

on

ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท

นราธิวาส – ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและขอหมายจับจากศาลใน 3 ครั้ง รวมทั้งหมด 19 คน ในจำนวนนี้ 11 คนเป็นเยาวชน ส่วนอีก 8 คนมีหมายจับค้างอยู่หลายฉบับในข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ในคดีปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้า อำเภอสุไอโคก เมื่อคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2568

ตามรายงาน คนร้ายแต่งกายสีดำและใช้อาวุธปืน บุกปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพที่ตั้งอยู่ภายในห้าง สาขาสุไหงโก-ลก เหตุเกิดราว 18.30 น. จากนั้นมีการยิง ส.อ.บุริศวร์ ระดาชัย เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการรบพิเศษที่ 408 ได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าขัดขวาง

คนร้ายกวาดทองรูปพรรณไปได้ 540 บาท ช่วงเกิดเหตุทองรูปพรรณขายอยู่ที่บาทละ 59,450 บาท รวมมูลค่าประมาณ 32,103,000 บาท และยังมีการวางวัตถุระเบิดเพื่อสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่ ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่

<a href= ยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด">ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท" width="1280" height="720" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/3-7.jpg 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/3-7-300x169.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/3-7-1024x576.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/3-7-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />

ตำรวจแกะรอยจากดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ และวัตถุพยาน

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 2 ก.พ. 69 ชุดคลี่คลายคดีที่นำโดย พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เดินหน้าสืบสวนต่อเนื่อง โดยนำผลตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงจากวัตถุพยานหลายจุดมาประกอบคดี

หลักฐานสำคัญประกอบด้วย รถกระบะที่คนร้ายปล้นมาจากชาวบ้านใน อ.สุไหงปาดี แล้วนำมาใช้ก่อเหตุและใช้หลบหนี, ชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่อง, ปลอกกระสุนปืนจากจุดเกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ จนนำไปสู่การขอศาล จ.นราธิวาส อนุมัติออกหมายจับเป็นลอต

ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท

รายชื่อผู้ถูกออกหมายจับ 3 ลอต รวม 19 คน

ลอตที่ 1 (9 ต.ค. 68) 2 คน

  1. นายบักรีย์ สมะแอ อายุ 25 ปี
  2. นายมูฮำหมัดนาซาอี จ๊ะยอ อายุ 43 ปี

ลอตที่ 2 (17 ต.ค. 68) 5 คน

  1. นายอาซมิน สะแลแม อายุ 34 ปี
  2. นายตอเย็บ แมทาลง อายุ 32 ปี
  3. นายซิ มะแซ อายุ 44 ปี
  4. นายมันโซ ปูต๊ะ อายุ 31 ปี
  5. นายมูสอผา เจ๊ะเด็ง อายุ 36 ปี

ลอตที่ 3 (14 พ.ย. 68) 12 คน

  1. นายนิอารีฟัน นิเล๊าะ อายุ 24 ปี
  2. นายอัซโร เบ๊ญกาซอ อายุ 25 ปี
  3. นายอิสฮัม ปเต๊ะ อายุ 19 ปี
  4. นายซอลาฮุดดีน มะนาวี อายุ 25 ปี
  5. นายมะยี อีซอ อายุ 41 ปี
  6. นายฮาเล็ม ปูเต๊ะ อายุ 28 ปี
  7. นายรุสลัน มะ อายุ 24 ปี
  8. นายมูฮำหมัดฮาซัน มะ อายุ 28 ปี
  9. นายมูฮัมหมัดอารฟัน แลรอซา อายุ 21 ปี
  10. นายอิลยัส นิมะ อายุ 43 ปี
  11. นายอีรฟัน แวมะมิง อายุ 26 ปี
  12. นายมูฮัมหมัดอิกรอม รอเฮง อายุ 26 ปี

พบ 8 รายมีหมายจับหลายคดี เชื่อมโยงคดีความมั่นคง

จากการตรวจประวัติ ผู้ต้องหาบางส่วนมีหมายจับคดีความมั่นคงมาก่อน รวม 8 คน โดยแยกรายบุคคลได้ดังนี้

  1. นายอาซมิน สะแลแม มีหมายจับ 2 คดี
  2. นายตอเย็บ แมทาลง มีหมายจับ 3 คดี
  3. นายฮาเล็ม ปูเต๊ะ มีหมายจับ 3 คดี
  4. นายอิลยัส นิมะ มีหมายจับ 3 คดี
  5. นายมูสอผา เจ๊ะเด็ง มีหมายจับ 4 คดี
  6. นายมันโซ ปูต๊ะ มีหมายจับ 4 คดี
  7. นายมูฮำหมัดนาซาอี จ๊ะยอ มีหมายจับ 5 คดี
  8. นายซิ มะแซ มีหมายจับ 8 คดี

นอกจากนี้ยังระบุว่า กลุ่มดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 ด้วย

ตำรวจเชื่อผู้ต้องหายังหลบหนี แยกซ่อนตัวเป็น 2 กลุ่ม

ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 19 คนยังอยู่ระหว่างหลบหนี โดยตำรวจประเมินว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ 11 คนอาจซ่อนตัวตามบ้านญาติหรือคนในเครือข่าย ส่วนอีก 8 คนที่มีหมายจับหลายคดี ตำรวจคาดว่าอาจหลบหนีไปเคลื่อนไหวและกบดานตามแนวเทือกเขาในพื้นที่

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจกำลังไล่ล่าชายคนหนึ่งที่ใช้มีดปาดคอเหยื่อที่เป็นนักศึกษาอายุ 18 ปี แล้วหลบหนีไป

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

Naree Srisuk

Published

on

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

เชียงราย – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อหนุ่มพิการอาชีพขายลอตเตอรี่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ล่าสุดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด">ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายเอง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุลงมืออย่างโหดเหี้ยมเพื่อล้างหนี้เพียงเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ นำไปสู่การจับกุมนายเอก อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าลงมือฆ่านายทัตธพงษ์ อายุ 45 ปี ผู้พิการขายลอตเตอรี่ โดยอ้างว่าบันดาลโทสะจากการถูกทวงหนี้ค่าหวย

ประเด็นสำคัญ

  • เพื่อนสนิทรับสารภาพ: นายเอกยอมรับว่าฆ่าเพื่อนสนิทที่เป็นผู้พิการ เพื่อล้างหนี้สินค่าหวยจำนวน 5,000 บาท
  • ซ่อนเร้นอำพรางศพ: ผู้ก่อเหตุนำร่างผู้เสียชีวิตยัดใส่กระสอบปุ๋ย ก่อนนำไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อปิดบังความผิด
  • ตำรวจเร่งสอบสวนปมชิงทรัพย์: เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ตายอาจมีเงินสดติดตัวกว่า 30,000 บาท

การหายตัวไปและการค้นหา

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ญาติได้เข้าแจ้งความว่าผู้ตายหายตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ แผงลอตเตอรี่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ร่วมกันระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ในช่วงแรก การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากและเต็มไปด้วยความหวังที่จะพบเขายังมีชีวิตอยู่

จุดเปลี่ยนของคดีนี้มาจากการทำงานอย่างหนักของฝ่ายสืบสวน ซึ่งได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย ตำรวจจึงตัดสินใจเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำอย่างละเอียด จนกระทั่งเขายอมเปิดปากรับสารภาพในที่สุด

ปมสังหารโหดล้างหนี้หวย

ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่เงินเชื่อจากผู้ตายจนเป็นหนี้สะสมถึง 10,000 บาท เขาได้จ่ายคืนไปแล้วครึ่งหนึ่ง จึงเหลือหนี้ค้างชำระอีกเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ในวันเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้นัดพบกันเพื่อพูดคุยเรื่องการชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว

นายเอกอ้างว่าตนเองดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา เมื่อพบกันที่บริเวณทางเข้าสวนยางพารา ทั้งสองคนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ตายได้ขู่ว่าจะไปทวงเงินจากภรรยาและแม่ยายของผู้ก่อเหตุ คำพูดนี้ทำให้นายเอกเกิดความโมโหสุดขีด จึงลงมือบีบคอผู้ตายจนล้มลงกับพื้น

หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้ฟาดซ้ำที่ร่างของผู้ตายจนแน่นิ่งไป เมื่อตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว เขาจึงลากร่างไร้วิญญาณเข้าไปซ่อนในสวนยางพารา จากนั้นได้ไปหากระสอบปุ๋ยมาใส่ศพ แล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อหวังจะทำลายหลักฐาน

ปฏิบัติการค้นพบร่างผู้เสียชีวิต

หลังจากการรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุและจุดทิ้งศพทันที เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หน้ากากอนามัย และท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ในสวนยางพารา นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกถอดป้ายทะเบียนไปซ่อนไว้ที่ห้างนาของยายผู้ต้องหาอีกด้วย ตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ในส่วนของการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำน่านอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็ได้รับแจ้งว่าพบศพถูกบรรจุในกระสอบ ลอยไปติดกิ่งไม้ที่บริเวณบ้านดอนแก่ง ตำบลตาลชุม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งศพไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร

สภาพศพเมื่อถูกพบนั้นเริ่มขึ้นอืด โดยมีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้ถูกมัดไว้แน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงกู้ร่างขึ้นมาและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ

แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ทางตำรวจยังคงตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น ญาติของผู้ตายระบุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายอาจพกเงินสดติดตัวไปมากกว่า 30,000 บาท เนื่องจากเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คดีนี้อาจมีแรงจูงใจอื่นซ่อนเร้นอยู่

เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเคยให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับจุดทิ้งศพ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาไปงมหาในสระน้ำถึง 4 แห่ง ก่อนที่เขาจะยอมรับความจริงในภายหลัง

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากปัญหาหนี้สินเพียงเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างถึงที่สุด ครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงอยู่ในความโศกเศร้าและหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด

เชียงราย – ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน การปราบปรามครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดลอตมโหฬาร ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที

พล.ต.ท. ประชา ประสันสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งทหาร องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดเหล่านี้

ประเด็นสำคัญ

  • กวาดล้างยาเสพติด 9 คดีใหญ่ ยึดยาบ้าทะลุ 26.5 ล้านเม็ด และไอซ์ 637 กิโลกรัม ในเวลาเพียง 13 วัน
  • เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 12 คน พร้อมยึดรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีก 11 คัน
  • การปฏิบัติการครั้งนี้เน้นการตั้งด่านสกัดกั้นตามแนวชายแดนเหนือ ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ

เปิดยุทธการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ

การทำงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ เน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการติดตามเส้นทางของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด สิ่งนี้ช่วยให้การตั้งด่านสกัดตามแนวกั้นชายแดนมีความแม่นยำ และสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

พื้นที่เป้าหมายสำคัญที่มีการสกัดจับได้จำนวนมาก ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแพร่ พื้นที่เหล่านี้ถือเป็นเส้นทางหลักที่ขบวนการค้ายาเสพติดมักใช้ลำเลียงของผิดกฎหมาย การตรวจสอบที่ด่านตรวจหลักจึงเป็นยุทธวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

หนึ่งในคดีที่สร้างความสั่นสะเทือนที่สุดคือ การจับกุมยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นอกจากนี้ ยังมีการตรวจยึดยาบ้าอีก 6.1 ล้านเม็ด บริเวณริมแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน อีกด้วย

สรุป 9 คดีใหญ่ ยึดของกลางลอตมโหฬาร

สถิติการจับกุมตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 13 ตุลาคม 2569 มีคดีระดับชาติรวมถึง 9 คดี นอกเหนือจากยาบ้าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดไอซ์ได้ถึง 637 กิโลกรัม และเคตามีนอีก 10 กิโลกรัม การยึดของกลางจำนวนมากขนาดนี้ถือเป็นการทำลายความมั่นคงของเครือข่ายยานรกอย่างราบคาบ

การปราบปรามครั้งนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การจับกุมผู้ต้องหาระดับล่าง หรือยึดแค่ของกลางที่พบเท่านั้น ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ยังคงเดินหน้าสืบสวนเพื่อขยายผลอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายหลักคือการทลายเครือข่ายผู้บงการ และตามยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดทั้งหมดมาตรวจสอบ

การแถลงข่าวครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานที่โปร่งใส โดยใช้การประชุมทางวิดีโอไปยังสถานีตำรวจท้องที่ในพื้นที่เกิดเหตุ เช่น สถานีตำรวจพาน และสถานีตำรวจจังหวัดแพร่ เพื่อนำเสนอผลการตรวจสอบและหลักฐานการจับกุมจากที่เกิดเหตุ

เดินหน้าทลายเครือข่ายยานรกอย่างต่อเนื่อง

นโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความชัดเจนอย่างมากในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไป การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นกลไกสำคัญ ที่ทำให้การสกัดกั้นยาเสพติดในครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี

จากผลการปฏิบัติงานที่เข้มแข็ง ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานหนักต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดเข้าไปทำลายสังคมและอนาคตของชาติ ทางตำรวจภูธรภาค 5 ขอยืนยันว่าจะยกระดับมาตรการปราบปรามให้เข้มข้น และเด็ดขาดมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

เชียงราย – เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือระบบ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดทางตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้มาใช้ในการวิเคราะห์ และสามารถสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้อย่างแม่นยำ การนำเครื่องมือดิจิทัลมาสนับสนุนการทำงาน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วกว่าเดิม ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมระดับประเทศ

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อระบบ AI ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ตรวจพบความผิดปกติของรถยนต์ต้องสงสัย รถยนต์กลุ่มดังกล่าวเดินทางออกมาจากพื้นที่จังหวัดพะเยาและลำปาง โดยมีเป้าหมายมุ่งหน้าผ่านจังหวัดแพร่เพื่อล่องลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการด่วนให้สถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ตั้งจุดสกัดกั้นเพื่อตรวจสอบทันที

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจภูธรภาค 5 ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์และล็อกเป้าหมายรถขนยาเสพติดได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
  • เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าได้จำนวนมหาศาลเกือบ 1.7 ล้านเม็ด ที่บริเวณด่านตรวจห้วยไร่ จังหวัดแพร่
  • ผู้ต้องหาทั้งทีมรถขนยาและทีมรถสเกาต์นำทาง ถูกรวบตัวครบยกแก๊งขณะเตรียมส่งของไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์

ปฏิบัติการสกัดจับที่ด่านตรวจห้วยไร่

เมื่อรถเป้าหมายทั้งสองคันขับมาถึงบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ด่านตรวจห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงเริ่มปฏิบัติการทันที รถคันแรกเป็นรถกระบะอีซูซุสีเทา ทะเบียนเพชรบูรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทาง ได้ขับผ่านด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว ส่วนรถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ได้ขับตามมาติดๆ

เจ้าหน้าที่ประจำด่านตัดสินใจเรียกหยุดและตรวจค้นรถยนต์โตโยต้าคันดังกล่าวอย่างละเอียด ภายในรถพบผู้ต้องหาชายสองคน คือนายวิภพและนายประนอม ซึ่งเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ทั้งคู่ จากการตรวจค้นบริเวณด้านหลังรถ เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางจำนวน 9 ใบซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิด และเมื่อเปิดพิสูจน์จึงพบความจริงที่น่าตกใจ

ภายในกระสอบฟางเหล่านั้นบรรจุยาบ้าจำนวนมหาศาล รวมแล้วประมาณ 1.7 ล้านเม็ด ซึ่งถือเป็นการจับกุมล็อตใหญ่ที่สะเทือนวงการค้ายาเสพติด สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหา รถกระบะคันนำทางได้ขับย้อนกลับมาที่ด่านตรวจอีกครั้ง คาดว่าคนขับคงเกิดความสงสัยที่รถขนยาขับตามมาไม่ทัน

การขยายผลและอนาคตของ AI ในงานตำรวจ

การตัดสินใจขับย้อนกลับมาของรถนำทาง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและรวบตัวผู้ต้องหาได้ยกแก๊งอย่างง่ายดาย โดยสามารถจับกุมนายสงกรานต์และนางสาวศิริชัญญา ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมสเกาต์เอาไว้ได้ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่ารับยาเสพติดมาจากจุดพักในอำเภอเมืองเชียงราย และกำลังจะนำไปส่งต่อที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ความสำเร็จของปฏิบัติการครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ ระบบ AI ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ที่ช่วยวิเคราะห์เส้นทางของอาชญากรได้อย่างชาญฉลาด การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ แต่ยังช่วยตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ยาเสพติดจะกระจายสู่สังคม ปัจจุบันทีมสืบสวนกำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก

เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการบังคับใช้กฎหมาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาความปลอดภัยในยุคปัจจุบัน ประชาชนสามารถมั่นใจได้มากขึ้น เมื่อรู้ว่าหน่วยงานรัฐมีเครื่องมือที่ทันสมัยในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

Continue Reading

SOi Dog FOundation

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
เทคโนโลยี - Tech18 hours ago

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
การเงิน -Finance20 hours ago

ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime21 hours ago

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ
สุขภาพและการแพทย์ Health21 hours ago

แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ

ด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม
เชียงราย - Chiang Rai News21 hours ago

ด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด
ข่าวอาชญากรรม - Crime22 hours ago

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?
เทคโนโลยี - Tech3 days ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา
ข่าวการเมือง Politics3 days ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

แพทย์จากเชียงรายจ่ายเงินดาวน์ 250,000 บาท ในคดีอุบัติเหตุรถชนที่มีผู้เสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

แพทย์จากเชียงรายจ่ายเงินดาวน์ 250,000 บาท ในคดีอุบัติเหตุรถชนที่มีผู้เสียชีวิต

เร่งสางคดีสลด! กลุ่มเด็กชายรุมล่วงละเมิด ด.ญ. 7 ขวบเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เร่งสางคดีสลด! กลุ่มเด็กชายรุมล่วงละเมิด ด.ญ. 7 ขวบเชียงราย

ข่าวธุรกิจ Business3 weeks ago

โออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่

ทหารลุยซ่อมพนังกั้นน้ำแม่สาย ป้องกันท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ทหารลุยซ่อมพนังกั้นน้ำแม่สาย ป้องกันท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ

Download Our App

Trending