Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด

นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย – ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน การปราบปรามครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดลอตมโหฬาร ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที

พล.ต.ท. ประชา ประสันสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งทหาร องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดเหล่านี้

ประเด็นสำคัญ

  • กวาดล้างยาเสพติด 9 คดีใหญ่ ยึดยาบ้าทะลุ 26.5 ล้านเม็ด และไอซ์ 637 กิโลกรัม ในเวลาเพียง 13 วัน
  • เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 12 คน พร้อมยึดรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีก 11 คัน
  • การปฏิบัติการครั้งนี้เน้นการตั้งด่านสกัดกั้นตามแนวชายแดนเหนือ ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ

เปิดยุทธการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ

การทำงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ เน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการติดตามเส้นทางของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด สิ่งนี้ช่วยให้การตั้งด่านสกัดตามแนวกั้นชายแดนมีความแม่นยำ และสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

พื้นที่เป้าหมายสำคัญที่มีการสกัดจับได้จำนวนมาก ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแพร่ พื้นที่เหล่านี้ถือเป็นเส้นทางหลักที่ขบวนการค้ายาเสพติดมักใช้ลำเลียงของผิดกฎหมาย การตรวจสอบที่ด่านตรวจหลักจึงเป็นยุทธวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

หนึ่งในคดีที่สร้างความสั่นสะเทือนที่สุดคือ การจับกุมยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นอกจากนี้ ยังมีการตรวจยึดยาบ้าอีก 6.1 ล้านเม็ด บริเวณริมแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน อีกด้วย

สรุป 9 คดีใหญ่ ยึดของกลางลอตมโหฬาร

สถิติการจับกุมตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 13 ตุลาคม 2569 มีคดีระดับชาติรวมถึง 9 คดี นอกเหนือจากยาบ้าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดไอซ์ได้ถึง 637 กิโลกรัม และเคตามีนอีก 10 กิโลกรัม การยึดของกลางจำนวนมากขนาดนี้ถือเป็นการทำลายความมั่นคงของเครือข่ายยานรกอย่างราบคาบ

การปราบปรามครั้งนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การจับกุมผู้ต้องหาระดับล่าง หรือยึดแค่ของกลางที่พบเท่านั้น ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ยังคงเดินหน้าสืบสวนเพื่อขยายผลอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายหลักคือการทลายเครือข่ายผู้บงการ และตามยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดทั้งหมดมาตรวจสอบ

การแถลงข่าวครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานที่โปร่งใส โดยใช้การประชุมทางวิดีโอไปยังสถานีตำรวจท้องที่ในพื้นที่เกิดเหตุ เช่น สถานีตำรวจพาน และสถานีตำรวจจังหวัดแพร่ เพื่อนำเสนอผลการตรวจสอบและหลักฐานการจับกุมจากที่เกิดเหตุ

เดินหน้าทลายเครือข่ายยานรกอย่างต่อเนื่อง

นโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความชัดเจนอย่างมากในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไป การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นกลไกสำคัญ ที่ทำให้การสกัดกั้นยาเสพติดในครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี

จากผลการปฏิบัติงานที่เข้มแข็ง ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานหนักต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดเข้าไปทำลายสังคมและอนาคตของชาติ ทางตำรวจภูธรภาค 5 ขอยืนยันว่าจะยกระดับมาตรการปราบปรามให้เข้มข้น และเด็ดขาดมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

เชียงราย – เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือระบบ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดทางตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้มาใช้ในการวิเคราะห์ และสามารถสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้อย่างแม่นยำ การนำเครื่องมือดิจิทัลมาสนับสนุนการทำงาน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วกว่าเดิม ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมระดับประเทศ

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อระบบ AI ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ตรวจพบความผิดปกติของรถยนต์ต้องสงสัย รถยนต์กลุ่มดังกล่าวเดินทางออกมาจากพื้นที่จังหวัดพะเยาและลำปาง โดยมีเป้าหมายมุ่งหน้าผ่านจังหวัดแพร่เพื่อล่องลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการด่วนให้สถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ตั้งจุดสกัดกั้นเพื่อตรวจสอบทันที

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจภูธรภาค 5 ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์และล็อกเป้าหมายรถขนยาเสพติดได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
  • เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าได้จำนวนมหาศาลเกือบ 1.7 ล้านเม็ด ที่บริเวณด่านตรวจห้วยไร่ จังหวัดแพร่
  • ผู้ต้องหาทั้งทีมรถขนยาและทีมรถสเกาต์นำทาง ถูกรวบตัวครบยกแก๊งขณะเตรียมส่งของไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์

ปฏิบัติการสกัดจับที่ด่านตรวจห้วยไร่

เมื่อรถเป้าหมายทั้งสองคันขับมาถึงบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ด่านตรวจห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงเริ่มปฏิบัติการทันที รถคันแรกเป็นรถกระบะอีซูซุสีเทา ทะเบียนเพชรบูรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทาง ได้ขับผ่านด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว ส่วนรถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ได้ขับตามมาติดๆ

เจ้าหน้าที่ประจำด่านตัดสินใจเรียกหยุดและตรวจค้นรถยนต์โตโยต้าคันดังกล่าวอย่างละเอียด ภายในรถพบผู้ต้องหาชายสองคน คือนายวิภพและนายประนอม ซึ่งเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ทั้งคู่ จากการตรวจค้นบริเวณด้านหลังรถ เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางจำนวน 9 ใบซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิด และเมื่อเปิดพิสูจน์จึงพบความจริงที่น่าตกใจ

ภายในกระสอบฟางเหล่านั้นบรรจุยาบ้าจำนวนมหาศาล รวมแล้วประมาณ 1.7 ล้านเม็ด ซึ่งถือเป็นการจับกุมล็อตใหญ่ที่สะเทือนวงการค้ายาเสพติด สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหา รถกระบะคันนำทางได้ขับย้อนกลับมาที่ด่านตรวจอีกครั้ง คาดว่าคนขับคงเกิดความสงสัยที่รถขนยาขับตามมาไม่ทัน

การขยายผลและอนาคตของ AI ในงานตำรวจ

การตัดสินใจขับย้อนกลับมาของรถนำทาง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและรวบตัวผู้ต้องหาได้ยกแก๊งอย่างง่ายดาย โดยสามารถจับกุมนายสงกรานต์และนางสาวศิริชัญญา ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมสเกาต์เอาไว้ได้ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่ารับยาเสพติดมาจากจุดพักในอำเภอเมืองเชียงราย และกำลังจะนำไปส่งต่อที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ความสำเร็จของปฏิบัติการครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ ระบบ AI ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ที่ช่วยวิเคราะห์เส้นทางของอาชญากรได้อย่างชาญฉลาด การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ แต่ยังช่วยตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ยาเสพติดจะกระจายสู่สังคม ปัจจุบันทีมสืบสวนกำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก

เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการบังคับใช้กฎหมาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาความปลอดภัยในยุคปัจจุบัน ประชาชนสามารถมั่นใจได้มากขึ้น เมื่อรู้ว่าหน่วยงานรัฐมีเครื่องมือที่ทันสมัยในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

Rebecca Kim

Published

on

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้ประชาชน กลับกลายเป็นช่องทางทองให้มิจฉาชีพหาผลประโยชน์ ล่าสุดคนดังในวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดียตกเป็นเหยื่อหลายราย เมื่อมีชายหนุ่มอ้างตัวเป็นจิตอาสาขอรับบริจาคเงิน เหตุการณ์นี้สะเทือนใจผู้ที่ตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างมาก เงินบริจาคที่ควรจะได้นำไปช่วยผู้ประสบภัย กลับถูกนำไปใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว

อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และดาราสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อเอาผิดมิจฉาชีพรายนี้อย่างเด็ดขาด ผู้ก่อเหตุใช้วิธีตีสนิทและอ้างว่าจะนำเงินไปตั้งโรงครัวช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่ในความเป็นจริงเขากลับนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างหน้าตาเฉย

ประเด็นสำคัญ 

  • อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และ ขวัญ อุษามณี แจ้งความจับชายอ้างตัวเป็นอาสาสมัครที่หลอกลวงเงินบริจาคน้ำท่วม
  • มิจฉาชีพสร้างเรื่อง “โรงครัวทิพย์” หลอกคนดังหลายรายให้โอนเงินสมทบทุนรวมมูลค่าหลายแสนบาท
  • มีผู้พบเห็นและถ่ายคลิปหลักฐานว่ามิจฉาชีพนำเงินบริจาคไปเที่ยวสถานบันเทิงอย่างสบายใจ

พฤติกรรมสุดแสบของมิจฉาชีพคราบนักบุญ

ผู้ก่อเหตุรายนี้มีฉายาในวงการว่า “ลูกเฟิร์ส” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง ในอดีตเขาเคยก่อเหตุหลอกลวงโดยอ้างตัวเป็นคนทรงเจ้าหรือร่างทรงเพื่อเรียกรับเงินมาก่อน ปัจจุบันเขามีคดีติดตัวและมีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงหลายท้องที่ แต่ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวง เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เขากลับใช้โอกาสนี้ตระเวนหลอกลวงคนดังไปทั่วประเทศ

กลโกงของเขาคือการเข้ามาทำทีเป็นคนดี มีจิตอาสา และอยากช่วยเหลือสังคม เขาเสนอตัวจะจัดตั้งโรงครัวเพื่อทำอาหารกล่องแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัย ความน่าเชื่อถือและการพูดจาที่หว่านล้อม ทำให้คนดังหลายคนหลงเชื่อและยอมโอนเงินสมทบทุนให้ อาจารย์เบียร์สูญเงินไปถึง 149,000 บาท ขณะที่ขวัญ อุษามณี โอนเงินช่วยเหลือไปจำนวน 36,000 บาท

ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีคนดังอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของโรงครัวทิพย์นี้ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย โอนเงินร่วมบุญไป 20,000 บาท นอกจากนี้ หลวงตาสินทรัพย์ หรือ “พระสิ้นคิด” ก็ถูกหลอกลวงเงินไปเกือบ 200,000 บาท ยอดรวมความเสียหายทั้งหมดมีมูลค่าหลายแสนบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง

หลักฐานมัดตัว นำเงินบุญไปเที่ยวผับ

ความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้นเมื่อมีผู้พบเห็นชายคนดังกล่าวนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปใช้เที่ยวเตร่ มีพลเมืองดีสามารถถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่เขากำลังเที่ยวสถานบันเทิงและดื่มกินอย่างสนุกสนานได้ หลักฐานชิ้นนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อาจารย์เบียร์และผู้เสียหายคนอื่นๆ ตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมาย พวกเขามองว่านี่คือการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังลำบากอย่างหนัก

ในขณะเดียวกัน มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ เขาออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นคนขับรถพาผู้ก่อเหตุไปเที่ยวผับจริง โดยคืนนั้นผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาอย่างหนักและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย

วัยรุ่นคนนี้ยังยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้โอนเงินส่วนที่เหลือคืนให้ผู้ก่อเหตุไปหมดแล้ว เขาไม่ทราบเลยว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปทำอะไรต่อ หรือถูกนำไปใช้จ่ายที่ไหนอีก การออกมาชี้แจงครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เลยแม้แต่น้อย

เสียงเตือนจากคนดัง ระวังภัยบริจาคน้ำท่วม

การเดินทางมาเข้าแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อเรียกร้องเงินของตนเองคืน แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้ไปหลอกลวงผู้อื่นได้อีกในอนาคต ข่าวจาก Amarin TV ระบุว่า อาจารย์เบียร์ต้องการให้ผู้ก่อเหตุออกมาชี้แจงความจริงต่อหน้าสื่อและสังคม เพราะเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้บริจาคเป็นอย่างมาก

อาจารย์เบียร์ยังฝากเตือนสติประชาชนทุกคนที่ต้องการทำบุญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดและตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน ควรเลือกบริจาคผ่านหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรการกุศลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งถึงมือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ

ด้านดาราสาว ขวัญ อุษามณี ก็เปิดเผยว่าเธอรู้สึกเสียใจและผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เธอมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต แต่กลับถูกคนฉวยโอกาสนำความเมตตาไปหาผลประโยชน์ คดีนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับสังคมไทยในการทำบุญผ่านระบบออนไลน์ ที่มิจฉาชีพมักแฝงตัวมาในรูปแบบของคนดีมีน้ำใจ

บทเรียนสำคัญสำหรับการทำบุญยุคดิจิทัล

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาภัยไซเบอร์และการหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้นในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมักจะใช้ความน่าสงสารหรือสถานการณ์ภัยพิบัติมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นความเห็นใจ เมื่อประชาชนเห็นภาพน้ำท่วมหรือผู้เดือดร้อน ก็มักจะรีบโอนเงินช่วยเหลือโดยไม่ทันได้ตรวจสอบประวัติของผู้รับบริจาคให้ดีเสียก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำว่า ก่อนการบริจาคทุกครั้ง ควรขอรายละเอียดโครงการและตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับโอนให้ชัดเจน หากชื่อบัญชีเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรใดๆ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน นอกจากนี้ การติดตามผลการดำเนินงานหลังจากการบริจาคก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนฉวยโอกาสนำเงินบุญไปใช้ในทางที่ผิด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ามิจฉาชีพคราบนักบุญรายนี้จะได้รับโทษทางกฎหมายที่สาสมกับสิ่งที่ทำไว้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่คนไทยควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ – เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพระสงฆ์และสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมใจกันสวมบทฮีโร่ วิ่งไล่จับคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตู้บริจาคถึงในวัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยศูนย์วิทยุกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (191) ได้รับแจ้งเหตุและรีบประสานงานทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงรุดลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามพระลูกวัดทราบว่า คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาในวัด ทำทีเหมือนเป็นคนใจบุญมาไหว้พระ ในช่วงเช้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังไม่มาทำงาน เมื่อพระสงฆ์เปิดประตูวิหารและประตูพระอุโบสถ คนร้ายก็ฉวยโอกาสเดินเข้าไปอุ้มตู้บริจาคเหล็กทันที โชคดีที่พระและสามเณรมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงพากันส่งเสียงตะโกนและวิ่งไล่ตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด

ประเด็นสำคัญ 

  • พระและสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมกันจับกุมโจรขโมยตู้บริจาคไว้ได้ทันควัน
  • คนร้ายทิ้งรถบิ๊กไบค์วิ่งหนีเท้าเปล่า แต่ไม่รอดถูกรุมจับกุมในที่สุด
  • ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าเพิ่งพ้นโทษ และมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วกว่า 5 ครั้ง

ด้วยความตกใจ คนร้ายพยายามอุ้มตู้บริจาควิ่งหนีไปยังรถบิ๊กไบค์ที่จอดเตรียมไว้ แต่กลุ่มพระและสามเณรวิ่งกรูตามมาอย่างรวดเร็วและไม่ลดละ ทำให้คนร้ายต้องตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ แล้วพยายามหิ้วตู้หนีด้วยเท้าเปล่าออกไปนอกวัด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคนร้ายก็หนีไม่รอดและถูกรุมจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ส่วนเงินในตู้บริจาคนั้นมีไม่มากนัก เนื่องจากทางวัดมีกิจวัตรในการไขกุญแจเก็บเงินบริจาคออกทุกวันอยู่แล้ว

ประวัติโชกโชน: โจรบิ๊กไบค์สารภาพเคยก่อเหตุซ้ำซาก

หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ ตำรวจเชียงใหม่ ได้ทำการสอบสวนผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขายอมรับว่าเคยมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่มีงานทำ จึงตัดสินใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก โดยก่อนหน้านี้ได้มาตระเวนดูลาดเลาที่วัดศรีสุพรรณอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจก่อนลงมือจริง

นอกจากนี้ คนร้ายยังสารภาพว่าได้ไปยืมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของเพื่อนมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ เมื่อตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อนที่ไม่มีเอกสารและไม่ได้เสียภาษีแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 seconds ago

ตำรวจภาค 5 ลุยล้างยานรก 13 วัน ยึดยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime23 hours ago

ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา
ข่าวการเมือง Politics2 days ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business2 days ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์
ฟุตบอล2 days ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

แพทย์จากเชียงรายจ่ายเงินดาวน์ 250,000 บาท ในคดีอุบัติเหตุรถชนที่มีผู้เสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

แพทย์จากเชียงรายจ่ายเงินดาวน์ 250,000 บาท ในคดีอุบัติเหตุรถชนที่มีผู้เสียชีวิต

เร่งสางคดีสลด! กลุ่มเด็กชายรุมล่วงละเมิด ด.ญ. 7 ขวบเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เร่งสางคดีสลด! กลุ่มเด็กชายรุมล่วงละเมิด ด.ญ. 7 ขวบเชียงราย

ข่าวธุรกิจ Business3 weeks ago

โออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่

Download Our App

Trending