ข่าวการเมือง
พรรคการเมือง 4 พรรคได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย -ที่ลานกิจกรรมสามเหลี่ยมทองคำ ในเขตเทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีการจัดเวทีดีเบตสัญจรเพื่อรับฟังแนวนโยบายแก้ปัญหาชายแดนภาคเหนือ ตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคพลวัต และพรรคกล้าธรรม บรรยากาศช่วงค่ำริมแม่น้ำโขงมีทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังจำนวนมาก
เวทีครั้งนี้โฟกัส 4 ประเด็นใหญ่ที่กระทบชีวิตคนพื้นที่โดยตรง คือ มลพิษข้ามพรมแดน ภัยพิบัติขนาดใหญ่ อาชญากรรมข้ามชาติ (แก๊งสแกมเมอร์) และปัญหายาเสพติด
มลพิษทางน้ำจากเหมืองแร่หายาก กับเสียงสะท้อนของชุมชน
ประเด็นที่ถูกหยิบมาคุยก่อนคือปัญหามลพิษทางน้ำที่ชาวบ้านกังวล จากการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถูกมองว่าปล่อยสารปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง
- นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ (พรรคภูมิใจไทย) เสนอให้แก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการผันน้ำสะอาดจากแหล่งอื่นมาให้ใช้ พร้อมผลักดันแนวคิด “พ.ร.บ.ความรับผิดจากมลพิษข้ามแดน” เพื่อเอาผิดบริษัทไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมก่อมลพิษในต่างประเทศ
- น.ส.พรรณิการ์ วานิช (ผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน) เสนอให้ใช้กรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมร่วมกัน และเสนอเพิ่มพิกัดศุลกากรแร่หายากจาก 1 เป็น 10 ชนิด เพื่อทำระบบ “ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)” และปฏิเสธการนำเข้าแร่จากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย
- นายกัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต) พูดถึงแนวทาง “การทูตแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ (Constructive Intervention)” โดยมองว่าไทยควรกล้าคุยกับจีนซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลักในเหมืองฝั่งเมียนมา ไม่ใช่รอรับผลกระทบอย่างเดียว
- นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ (ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม) เสนอจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการน้ำภาคเหนือ” เพื่อรวมงานหลายกระทรวงทำงานแบบ War Room และเสนอให้ประชาชนตรวจสุขภาพ รวมถึงตรวจสารพิษในร่างกายได้ฟรี
ฝุ่น PM 2.5 และการเผาข้ามแดน ประเด็นข้าวโพดนำเข้ากลายเป็นจุดชนวนถกเถียง
อีกประเด็นที่ร้อนบนเวทีคือฝุ่น PM 2.5 จากการเผา โดยเฉพาะข้อถกเถียงเรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่ที่มีการเผาป่า
- พรรคประชาชน วิจารณ์ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับล่าสุดว่าเปิดช่องให้ผู้นำเข้า “รับรองตัวเอง (Self-certification)” ซึ่งอาจตรวจสอบได้ยาก พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลดาวเทียมและพิกัดพื้นที่ (Geo-location) ตรวจสอบจุดเผาจริงก่อนอนุญาตนำเข้า
- พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าประกาศดังกล่าวมีความชัดเจนและเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนฤดูกาลนำเข้า พร้อมระบุว่าจะใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ หากพบพื้นที่ต้นทางมีการเผา โรงงานในไทยต้องไม่รับซื้อ
- พรรคกล้าธรรม เสนอแนวทางการทูตเชิงรุกแบบมีเงื่อนไข (Condition Operation) โดยหากประเทศเพื่อนบ้านยังไม่หยุดเผา ไทยอาจต้องพิจารณาปรับระดับความช่วยเหลือบางด้าน เช่น พลังงานหรือไฟฟ้า เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
ถอดบทเรียนภัยพิบัติจากแม่สาย วางระบบให้ทันก่อนเหตุซ้ำ
หัวข้อภัยพิบัติถูกยกตัวอย่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่มที่แม่สาย เพื่อชี้ว่าระบบป้องกันในอนาคตต้องเร็วและทำงานร่วมกันจริง
- พรรคกล้าธรรม เน้นระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และการเยียวยาผ่านระบบดิจิทัลให้จ่ายได้ไว ลดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน
- พรรคภูมิใจไทย เสนอปรับกฎหมายให้ท้องถิ่นใช้งบ “เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย” ได้ (Pre-disaster) และเสนอแนวคิด “พยาบาลอาสาทุกหมู่บ้าน” เพื่อช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
- พรรคประชาชน ยกการรับมือ “โลกรวน” เป็นหนึ่งใน 12 ภารกิจหลักของพรรค พร้อมชูการบริหารแบบไม่แยกส่วน (No Silo) โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการข้ามกระทรวงเพื่อให้ทำงานได้จริง
อาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่ชายแดน
ด้วยทำเลใกล้เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ทำให้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ถูกจับตาเป็นพิเศษ
- พรรคพลวัต เสนอแนวทาง “4 ตัด” ได้แก่ ตัดบอส ตัดเงิน ตัดการสื่อสาร และตัดขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อจัดการให้ถึงราก
- พรรคประชาชน ชี้จุดอ่อนเรื่องการส่งผู้ต้องหาให้จีนโดยไม่ขยายผลไปถึงเครือข่ายในไทย พร้อมเรียกร้องให้จัดการ “ทุนเทา” ที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ
- พรรคภูมิใจไทย เสนอใช้ Data Center เชื่อมข้อมูลธุรกรรมการเงินเพื่อช่วยอายัดทรัพย์ และผลักดัน “ธุรกิจสีขาว” ในพื้นที่ชายแดน เพื่อดึงคนไทยออกจากวงจรอาชญากรรม
เสียงจากภาคประชาชน ขอให้รัฐจริงจังกับมลพิษและภัยพิบัติ
อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว (ครูตี๋) ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ฝากความเห็นทิ้งท้ายว่า นโยบายจะดูดีแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าความจริงใจของรัฐบาล ที่ต้องยอมรับว่ามลพิษและภัยพิบัติเป็นวิกฤตระดับชาติ และควรยกเป็นวาระแห่งชาติเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน
เวทีดีเบตครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกสัญญาณก่อนการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง สุดท้ายคนในภาคเหนือจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า แนวคิดของพรรคไหนจะเปลี่ยนจาก “นโยบาย” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” ได้จริง และทำให้พื้นที่ชายแดนปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน
วช. เปิดศูนย์เรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย หนุนเกษตรในพื้นที่
ข่าวการเมือง
ปิตา กำลังหาเสียงสนับสนุนพรรคประชาชน ในขณะที่ชาดาและสะบิดา กำลังตระเวนหาเสียงในพื้นที่บางกระทูมและบางระกำ เพื่อสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
พิษณุโลก -บรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พิษณุโลก เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนน 8 กุมภาพันธ์นี้ หลายพรรคส่งแกนนำลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครกันเต็มที่ โดยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ขึ้นรถหาเสียงบริเวณย่านตลาดวัดโบสถ์ เพื่อช่วยนายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ (ไก่) ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 เขต 5 พรรคประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมและอดีต ส.ส. ในพื้นที่
ตลอดการลงพื้นที่มีผู้สนับสนุนมารอต้อนรับจำนวนมาก หลายคนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก
ต่อมา นายพิธา พร้อมด้วยนายชัยธวัช ตุลาธน และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา (หมออ๋อง) ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยชั่วคราวบริเวณริมสวนกลางเมือง เขตเทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อช่วย “โฟล์ค” นายณฐนน ชนะบูรณาศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขต 1 โดยบรรยากาศในเมืองค่อนข้างคึกคัก ผู้ฟังส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา
บนเวที นายพิธาเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. พร้อมรณรงค์ให้กาให้พรรคประชาชนทั้ง ส.ส. เขต และบัญชีรายชื่อ โดยย้ำให้ผู้ที่ไม่ค่อยอยากไปเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์กันมากขึ้น ช่วงท้ายการปราศรัยยังขอให้ผู้ร่วมงานยกโทรศัพท์เปิดไฟเพื่อบันทึกภาพบรรยากาศ ก่อนที่หลังจบเวทีจะมีผู้สนับสนุนต่อแถวถ่ายรูปกันยาว
ขณะที่วันนี้ 31 ม.ค. 2569 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ. และแกนนำพรรคภูมิใจไทย วางคิวลงพื้นที่อำเภอบางกระทุ่มและอำเภอบางระกำตลอดทั้งวัน เพื่อช่วย “นายนิยม ช่างพินิจ” ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 3 เขตเลือกตั้ง 4 พิษณุโลก โดยตั้งเป้าสร้างความมั่นใจและเดินหน้าปักธงภูมิใจไทยในเมืองสองแคว หลังการเลือกตั้งครั้งก่อนเสียที่นั่งให้พรรคเพื่อไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาไอซ์ได้ 232 กิโลกรัม หลังปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติด
ข่าวการเมือง
พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
กรุงเทพฯ — ประเทศไทยเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปแบบฉบับเร่งด่วนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การสำรวจความคิดเห็นระดับชาติยังคงแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชน ซึ่งเน้นนโยบายปฏิรูป และผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำหน้าอย่างห่างเหิน
พรรคที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการยุบพรรคก้าวไกล ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง หลังจากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่องหลายเดือน รวมถึงการล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยในอดีต
จากการสำรวจหลายชุด พรรคประชาชนนำในส่วนบัญชีรายชื่อ โดยมักได้คะแนนอยู่ระหว่างประมาณ 30% ถึงมากกว่า 38% เล็กน้อย ในโพลล่าสุดหลายครั้ง พรรคเพื่อไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับสอง แซงหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอยู่ในอันดับสามเล็กน้อย การแข่งขันนี้สะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมระหว่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการการปฏิรูป กับเครือข่ายทางการเมืองเก่าแก่ที่มีฐานมั่นคงในระดับภูมิภาค
ตัวเลขโพลล่าสุดชี้ถึงโมเมนตัมที่ยังคงแข็งแกร่งของพรรคประชาชน
การสำรวจล่าสุดยังคงวางพรรคประชาชนอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง ในโพลราษฎร์บัณฑิตครั้งที่สอง ซึ่งสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 11,700 คน พรรคได้รับการสนับสนุน 38.8% ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย 17.9% และพรรคภูมิใจไทย 15.6% สำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (มักเรียกว่า “เติ้ล”) อยู่อันดับหนึ่งที่ 36.7%
ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา การสำรวจของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตระบุว่าพรรคประชาชนได้ประมาณ 33.14% ถึง 34.2% พรรคภูมิใจไทยอยู่ราว 16% และพรรคเพื่อไทยใกล้เคียงหรือตามหลังเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับรอบการเผยแพร่
โพลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แสดงให้เห็นพรรคประชาชนที่ประมาณ 30.4% ภูมิใจไทยอันดับสอง 22% และเพื่อไทยอันดับสาม 16% โพลของมติชนและเดลินิวส์ก็ระบุว่า ณัฐพงษ์นำในสนามนายกรัฐมนตรีที่ 35.2% นำหน้าชื่ออื่น ๆ อย่างชัดเจน
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ซึ่งเคยเป็นถิ่นฐานของพรรคเพื่อไทย โพลอีสานของมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่าพรรคประชาชนนำในส่วนบัญชีรายชื่อเพียงเล็กน้อยที่ 30.3% เพื่อไทยตามใกล้ ๆ ที่ 30.1% และภูมิใจไทย 27.2% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ โดยเฉพาะในปี 2566 ที่พรรคเพื่อไทยยังมีฐานแข็งแกร่งกว่าในภูมิภาค
การคาดการณ์ที่นั่งยังแตกต่างกัน บางแบบจำลองภายในและนักวิเคราะห์คาดว่าพรรคประชาชนอาจได้ 150 ที่นั่งหรือมากกว่าในสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง และมีโอกาสเพิ่มขึ้นหาก turnout สูง แบบจำลองบางส่วนที่อิงนิด้าให้ภูมิใจไทยได้เปรียบในหลายเขตเลือกตั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระดับชาติในโพลล่าสุดยังเอื้อให้ฝ่ายก้าวหน้า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจและความแตกต่างระหว่างภูมิภาคยังสามารถพลิกผลได้ แต่พรรคประชาชนและณัฐพงษ์ยังคงเป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด
เหตุใดพรรคประชาชนจึงได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่
การสนับสนุนจากคนไทยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอายุ 18-35 ปี เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พรรคประชาชนทำคะแนนได้ดี คนกลุ่มนี้活跃บนออนไลน์และรู้สึกหงุดหงิดกับการเมืองแบบเก่า พวกเขามองว่าพรรคนี้เป็นทางตรงสู่การปฏิรูป
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตผู้ประกอบการเทคโนโลยีวัย 37 ปี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีตัวตนออนไลน์โดดเด่น สอดคล้องกับภาพลักษณ์นี้ เขานำเสนอตัวเองในฐานะคนปฏิบัติจริงและให้ความสำคัญกับรายละเอียด พร้อมข้อความที่ชัดเจนเรื่องความโปร่งใส การต่อต้านคอร์รัปชัน และการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เช่น เครือข่ายเงินสีเทา
การเข้าถึงผ่านออนไลน์ เนื้อหาที่แชร์ง่าย และสโลแกน “เชื่อมั่นในประชาชน” ช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น คล้ายกับกระแสพรรคก้าวไกลในปี 2566
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่จำนวนมากยังสนับสนุนนโยบายของพรรค เช่น การกระจายอำนาจและผลักดันความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น พรรคยังแสดงท่าทีที่สมานฉันท์มากขึ้นต่อประเด็นปฏิรูปกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อขยายฐาน
คำมั่นสัญญาว่าจะมี “รัฐบาลที่นำโดยประชาชน” ปราศจากกลุ่มอำนาจเก่าแก่ยาวนาน สะท้อนความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มองว่าพันธมิตรในอดีตไม่เคยนำการปฏิรูปที่แท้จริงมาได้ การมีส่วนร่วมสูงจากคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ จังหวัดภาคกลาง และบางส่วนของภาคเหนือ ช่วยหนุนทั้งที่นั่งเขตและบัญชีรายชื่อ
พรรคเพื่อไทยยังคงมีรากฐานลึกในภาคเหนือและอีสาน
แม้ตัวเลขระดับชาติจะอ่อนลง แต่พรรคเพื่อไทยยังเป็นผู้เล่นสำคัญในภาคเหนือและอีสาน ภูมิภาคเหล่านี้สนับสนุนพรรคสายชินวัตรมาหลายปี
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชนบทและชนชั้นแรงงานจำนวนมากยังคงชื่นชอบแนวทางประชานิยมของเพื่อไทย เช่น การลดหนี้ การช่วยเหลือค่าครองชีพ การรักษาพยาบาลราคาถูก และความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในยามยาก
เพื่อไทยยังได้ประโยชน์จากเครือข่ายท้องถิ่นที่สร้างมานานและความสัมพันธ์กับผู้นำท้องถิ่น ในอีสาน พรรคกำลังหาเสียงอย่างเข้มข้น โดยอาศัยแบรนด์ครอบครัวและข้อความเรื่องความมั่นคง
แม้โพลระดับชาติจะแสดงการถดถอย แต่บางโพลภูมิภาคยังแข่งขันสูสี ในบางพื้นที่ การสื่อสารที่เจาะจงช่วยให้เพื่อไทยรักษาหรือกลับมาได้
ฐานเสียงนี้อาจแปรเป็นที่นั่งจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เพื่อไทยมีบทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง การขยับขึ้นมาอันดับสองในบางโพลชี้ถึงการหาเสียงที่มีประสิทธิภาพในจังหวัดที่มีคะแนนเสียงหนาแน่น แม้จะเสียเปรียบมากขึ้นกับคนรุ่นใหม่และคนเมือง
เมื่อใกล้ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดว่าคลื่นปฏิรูปสามารถเอาชนะเครื่องจักรการเมืองเก่าแก่ได้หรือไม่ พรรคประชาชนต้องการยุติวงจรการปฏิรูปที่ถูกขัดขวาง โดยมีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นผู้นำ
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของภูมิใจไทยในระดับเขตเลือกตั้ง และความภักดีต่อเพื่อไทยในภูมิภาค ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่แน่นอน
อัตราการออกมาใช้สิทธิ ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ และการคำนวณพันธมิตร จะเป็นตัวกำหนดรัฐบาลชุดต่อไป ในเชียงรายและทั่วภาคเหนือ ที่แนวคิดปฏิรูปปะทะกับความภักดีที่ยาวนาน การแข่งขันรู้สึกตึงเครียดเป็นพิเศษ ไม่ว่าใครจะชนะ ผลลัพธ์น่าจะกำหนดทิศทางการเมืองไทยไปอีกหลายปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจจับเกมเมอร์ออนไลน์ หลังล่อลวงเด็กหญิง 12 ปีไปกักในคอนโด
ข่าวการเมือง
“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย
เชียงราย – เย็นวันที่ 24 ม.ค. ที่สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย พรรคกล้าธรรมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย 6 คน จากทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนจากหลายพื้นที่มาร่วมฟังราว 10,000 คน ภายในงานมีบอลลูนหาเสียงขนาดใหญ่ช่วยสร้างสีสัน
แกนนำพรรคที่ขึ้นเวทีมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เนื้อหาปราศรัยหลักเน้นชวนคนเชียงราย “เปลี่ยนจากการเมืองแบบเดิม” พร้อมยกผลงานช่วยเหลือประชาชนในอดีต รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินและที่ดินทำกิน
บนเวทีมีการพูดถึงงานช่วยเหลือประชาชนของมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ อ.แม่สาย ปลายปี 2567 และแนวคิดตั้ง “ธนาคารประชาชน” เพื่อลดภาระดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังผลักดันการเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าในอนาคตให้พัฒนาไปสู่โฉนดที่ดินที่มีสถานะชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกหัวข้อที่ถูกหยิบยกคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.พะเยา ซึ่งอยู่ติดกับเชียงราย โดยย้ำว่าเป็นตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
ผู้สมัคร ส.ส. เล่าที่มาและเหตุผลที่ลงสนาม
นายวุฒิชาติ เกรียงเกษร ผู้สมัครเขต 1 บอกว่าเดิมทำงานจิตอาสาและกู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยประชาชนช่วงภัยพิบัติหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมแม่น้ำกกในช่วงใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมแม่น้ำสาย เขาเล่าว่าระดมกำลังและนำรถออฟโรดที่นำมาโชว์ในงาน ไปช่วยผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง
หลังเหตุการณ์คลี่คลาย เขามองเห็นการพัฒนาของ จ.พะเยา ที่ขับเคลื่อนท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และชื่นชอบสไตล์การทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ที่พูดแล้วทำ จึงตัดสินใจมาร่วมงานเพื่อช่วยประชาชนให้มากขึ้น
ด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครเขต 7 กล่าวว่าเคยทำงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงรายมานาน 25 ปี เคยเป็นประธานสภา อบจ. 8 ปี และรองนายก อบจ. 1 สมัย จึงรู้ข้อจำกัดของท้องถิ่น ทั้งงบประมาณและอำนาจหน้าที่
เขายกตัวอย่างช่วงที่รัฐบาลชุดก่อนมีงบประมาณ 157,000 ล้านบาท แต่โครงการที่เขาเสนอให้จังหวัดถึง 101 โครงการกลับไม่ได้รับงบแม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ทำให้เขาตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. เพื่อเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างท้องถิ่นกับกระทรวงต่างๆ
“นฤมล” ชี้หลายพรรคมีแคนดิเดตหลายชื่อ แต่ไม่ใช่ตัวจริง
ดร.นฤมล กล่าวว่าหลายพรรคเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลายคน แต่สุดท้ายอาจไม่ใช่คนที่จะได้เป็นจริง ต่างจากพรรคกล้าธรรมที่เสนอ ร.อ.ธรรมนัส เพียงคนเดียว และย้ำว่าพรรคพูดตรง ทำได้คือทำ ทำไม่ได้ก็อธิบายเหตุผลให้ชัด
เธอยกตัวอย่างนโยบายที่พรรคยืนยันว่าทำได้ เช่น การเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนด และแนวคิด “ซื้อปุ๋ยคนละครึ่ง” รวมถึงการตั้งธนาคารประชาชนที่ตั้งเป้าดอกเบี้ยไม่เกิน 4% โดยเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยบางแหล่งอยู่ระดับ 6-7% ซึ่งประชาชนแบกรับหนักเกินไป
“ปวีณา” บอกมาทำงานเพราะพรรคเปิดพื้นที่ให้ทำงานเพื่อสังคมเต็มที่
นางปวีณา เล่าว่าเดินทางไปเชียงรายบ่อย เพราะทำงานช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกหลอกไปทำงานฝั่งประเทศเมียนมา เธอบอกว่าพรรคกล้าธรรมเข้าใจปัญหาสังคม และเปิดโอกาสให้เธอทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ จึงตัดสินใจมาร่วมทีม
“ธรรมนัส” ย้ำลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเลือกตั้ง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าก่อนขึ้นเวทีวันนี้ เขาและหัวหน้าพรรคลงพื้นที่ อ.เชียงของ และ อ.แม่สรวย เพื่อรับฟังปัญหาและติดตามการแก้ไข โดยย้ำว่าทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียง
เขาพูดถึงปัญหาที่ดินทำกินที่ทำมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จนเกิดการขับเคลื่อนเรื่องเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าพัฒนาต่อให้เป็นโฉนดที่ดินในอนาคต
อีกประเด็นคือเรื่องน้ำใน จ.เชียงราย ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำโขงจำนวนมาก เขาระบุว่าจะผลักดันการกักเก็บน้ำให้เพียงพอในหน้าแล้ง และช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก
ส่วนปัญหาสารตกค้างในแม่น้ำที่ไหลมาจากเหมืองฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เขาบอกว่าได้สั่งการให้สำรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคไว้แล้วในระดับหนึ่ง ส่วนการแก้ระยะยาวต้องอาศัยการเจรจากับประเทศเมียนมา
ชูพรรคใหม่ของคนเหนือ และยก “พะเยาโมเดล” เป็นตัวอย่าง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแข่งขันกับพรรคอื่นในพื้นที่ที่ครองฐานเสียงมานานว่า เขาทำงานมาตั้งแต่ปี 2562 และช่วงปี 2566 ที่เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ชาวเชียงรายต่อเนื่อง เขาย้ำว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ และเป็นพรรคของคนเหนือ ไม่เป็นตัวแทนหรือนอมินีของใคร
เขายืนยันบนเวทีว่าพรรคกล้าธรรมมีแคนดิเดตนายกฯ “ตัวจริง” ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งไว้เพื่อหลอกตา พร้อมอ้างว่าผลสำรวจหลายสำนักทำให้พรรคอยู่ในกลุ่มท็อป 5 ต่อเนื่อง และเชื่อว่าพรรคมีจุดขายของตัวเอง
ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส เชิญชวนชาวเชียงรายให้ตัดสินใจว่าจะอยู่กับการเมืองแบบเดิม หรือจะลองทางเลือกใหม่ พร้อมยกตัวอย่างงานท่องเที่ยวที่ จ.พะเยา โดยบอกว่าสถิติ ม.ค. ถึง ธ.ค. ระบุว่า GDP ด้านท่องเที่ยวของพะเยาเพิ่มขึ้น 10.82 เป็นอันดับ 1 ของ 17 จังหวัดภาคเหนือ ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศติดลบ 2 และย้ำว่าการขับเคลื่อนขึ้นอยู่กับ “คนทำ” และ “ผู้นำของแต่ละจังหวัด”
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี







