เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมชาวต่างชาติฐานกระทำการอนาจารและข่มขู่เภสัชกร
เชียงราย – วันที่ 22 มกราคม 2569 มีเหตุชายชาวต่างชาติสร้างความวุ่นวายที่ร้านขายยาบนถนนประสพสุข ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนถูกพาไปที่ สภ.เมืองเชียงราย และมีพฤติกรรมอนาจารด้วยการเปิดก้นในสถานีตำรวจ
น.ส.กมนีย์ อายุ 28 ปี แฟนสาวของเภสัชกรเจ้าของร้าน เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.40 น. ชายชาวต่างชาติรายหนึ่งที่มีกลิ่นสุราแรง เดินเข้ามาขอซื้อยาแก้ปวดปลายประสาท แต่ทางร้านไม่สามารถขายให้ได้ จึงแนะนำยาตัวอื่นที่ใกล้เคียงแทน อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ กล่าวหาว่าเป็นยาปลอม และพูดทำนองว่า ถ้ากินแล้วไม่ดีขึ้น วันถัดไปจะกลับมาเอาเงินคืน พร้อมโยนเงินให้
น.ส.กมนีย์ยืนยันว่าไม่สามารถคืนเงินได้ เพราะยาเปิดออกจากแผงแล้ว ทำให้ชายชาวต่างชาติยิ่งโมโห เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโชว์ภาพ “รูปนก” อ้างว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งมาเฟีย และข่มขู่ว่าจะให้คนมาทำร้าย ด้วยท่าทีแข็งกร้าวจนเธอรู้สึกหวาดกลัว จึงพยายามโทรแจ้งตำรวจ เพราะกังวลว่าเขาอาจไปก่อเรื่องที่อื่นต่อ
ระหว่างนั้น ชายชาวต่างชาติเรียกรถแก๊บมารับ น.ส.กมนีย์จึงขอให้คนขับพาไปส่งที่ สภ.เมืองเชียงรายแทน เมื่อถึงสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่เชิญตัวขึ้นไปนั่งพักเพื่อให้สงบ รอตำรวจท่องเที่ยวมาสอบถาม แต่ระหว่างรอ ชายรายนี้หยิบยาที่ซื้อไป 2 แผง ค่อยๆ ใส่ปากกินทีละเม็ดจนหมด
หลังจากนั้น เขาเดินไปมาพร้อมส่งเสียงโวยวาย เจ้าหน้าที่ต้องคอยระวังใกล้ชิด พฤติกรรมยังรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งด่าพาดพิงเหมารวมคนไทย และทำท่าข่มขู่ ชี้หน้าต่อ น.ส.กมนีย์และแฟนหนุ่มเภสัชกร ก่อนทำพฤติกรรมอนาจารด้วยการเปิดก้นภายในโรงพัก ทั้งสองยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด มองว่าเป็นการดูหมิ่นและไม่ให้เกียรติสถานที่ รวมถึงวัฒนธรรมไทย
ด้าน MR.JUSTIN OLLIFFE ชาวออสเตรเลียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แสดงความคิดเห็นว่า การกระทำของนักท่องเที่ยวรายนี้เป็นการไม่ให้เกียรติประเทศ ไม่ให้เกียรติพนักงานร้านยา และไม่เคารพวัฒนธรรมของไทย พร้อมบอกว่าเมื่อมาเที่ยวประเทศไหนก็ควรประพฤติตัวให้เหมาะสม
เขายังระบุด้วยว่า การเปิดก้นในสถานีตำรวจเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจและร้ายแรง ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ เพราะเหตุลักษณะนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของชาวต่างชาติคนอื่นที่เดินทางท่องเที่ยวหรือพำนักในไทยด้วย และเป็นพฤติกรรมที่ควรถูกประณามอย่างชัดเจน
ข่าวล่าสุด:
บาร์เซโลนาเอาชนะ สลาเวีย ปราก 4-2 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก คลาสสิก
เชียงราย - Chiang Rai News
นักท่องเที่ยวชาวจีนก่อเหตุทะเลวิวาทในแถวรอเข้าชมวัดร่องขุน (วัดขาว)
เชียงราย – นักท่องเที่ยวจำนวนมากรวมตัวกันอยู่หน้าวัดร่องขุน (วัดขาว) ก่อนจะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น ซึ่งจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยที่สถานีตำรวจ
เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่ทางเข้าศาลาอุปสมบท วัดร่องขุน จังหวัดเชียงราย นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังต่อแถวอยู่บนสะพานทางเข้า บางคนที่อยู่ด้านหลังแถวเกิดความไม่พอใจเพราะคนที่อยู่ข้างหน้ายืนถ่ายรูปนานเกินไป ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันกลางแถว ในที่สุดเรื่องก็ได้รับการแก้ไขที่สถานีตำรวจ โดยมีการขอโทษและตกลงกันได้
คลิปวิดีโอสั้น 12 วินาทีถูกแชร์ในโซเชียลมีเดีย ถ่ายจากสะพานที่นำไปสู่ศาลาอุปสมบท ณ จุดที่รู้จักกันในชื่อ “ประตูสวรรค์” ซึ่งเป็นจุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในการถ่ายรูป คลิปแสดงให้เห็นนักท่องเที่ยวสองกลุ่มกำลังโต้เถียงกันก่อนที่จะทะเลาะวิวาทกันท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากในแถว
รายงานเบื้องต้นระบุว่า กลุ่มหนึ่งประกอบด้วยชายและหญิงชาวจีน ส่วนอีกกลุ่มประกอบด้วยชายและหญิงชาวไทย ณ จุดหนึ่ง เกิดการดึงเชือกกันไปมาใกล้กับรั้วกั้นบนทางเดิน ก่อนที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทอย่างวุ่นวาย ทำให้ยากที่จะแยกแยะระหว่างสองกลุ่ม เจ้าหน้าที่วัดและนักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาระงับเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาห้ามปรามได้ยุติการต่อสู้และแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเชียงราย
นายณรงค์ชัย เทพธน อายุ 54 ปี เจ้าของร้านศาลาหลวงพ่อโต หน้าวัดร่องขุน ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม ในเวลานั้น ผู้คนกำลังต่อแถวเพื่อข้ามสะพานไปชมวัดร่องขุน แดดแรงและอากาศร้อน ทำให้คนที่อยู่ข้างหลังเร่งให้คนที่อยู่ข้างหน้าเดินเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ข้างหน้าหยุดถ่ายรูป ทำให้เกิดความไม่พอใจและเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายได้ไปที่สถานีตำรวจเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ และทราบว่ากระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปสักระยะหนึ่งก่อนที่จะยุติลง
นายณรงค์ชัยกล่าวว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เหมาะสมในบริเวณวัด ซึ่งเป็นสถานที่แห่งการให้อภัย ผู้มาเยือนวัดควรแสดงความเคารพทั้งในกาย วาจา และใจ การทะเลาะวิวาทหรือความรุนแรงในวัดจะทำให้บรรยากาศเสียไป นอกจากนี้ คนไทยในฐานะเจ้าบ้านควรมีความเมตตาและใจเย็น วัดร่องขุนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก หากภาพการทะเลาะวิวาทถูกเผยแพร่ออกไป อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของวัดได้ เขาเข้าใจว่าอากาศร้อนและแออัด โดยเฉพาะใต้สะพานที่มีภาพวาดนรกตั้งอยู่ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกร้อนจัด อย่างไรก็ตาม เขายังคงหวังว่าทุกฝ่ายจะใจเย็น เพราะการแสดงอารมณ์จะทำให้เสียเวลาท่องเที่ยวและทำลายบรรยากาศของการทำบุญ
สถานีตำรวจเชียงรายกล่าวว่า หลังจากทั้งสองฝ่ายได้พบกับเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้ว ก็ได้ข้อสรุปที่ยุติลง สรุปได้ว่าเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเกิดจากความเข้าใจผิด และไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายกันอย่างร้ายแรง ทุกฝ่ายตกลงที่จะจ่ายค่าปรับตามกฎหมายและขอโทษซึ่งกันและกัน จึงยุติเรื่องลงได้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่วัดร่องขุนได้ติดป้ายและประกาศหลายภาษา ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวที่เดินข้ามสะพานไปยังวัดร่องขุน ให้งดเว้นการหยุดหรือถ่ายรูปบนทางเดิน เพื่อป้องกันความแออัดและอุบัติเหตุ ทางวัดและตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวม ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวยังคงมาเที่ยวตามปกติ
เฉลิมชัย โกสิตพิพัฒน์ ศิลปินชาวเชียงรายผู้สร้างวัดร่องขุน ตำบลป่าโอ ดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย ได้โพสต์วิดีโออธิบายว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณ “ประตูสวรรค์” หลังจากผ่านเขตนรก บริเวณนี้มีภาพวาดที่แสดงถึงราชาแห่งความตายและราหู ซึ่งเป็นจุดยอดนิยมที่ผู้คนจำนวนมากหยุดถ่ายรูป ทำให้เกิดคิวยาว ดังนั้น ทางวัดจึงได้ติดตั้งป้ายประกาศหลายภาษาเพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวเดินผ่านทางเดินก่อนถ่ายรูป เพื่อป้องกันการรบกวนการไหลเวียนของผู้คน แม้ว่าจะมีทางเดินแยกซ้ายและขวาอยู่แล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ยังเลือกที่จะแออัดกันในจุดเดียวกัน
ศาสตราจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า หากทุกคนยอมประนีประนอมกันสักเล็กน้อย ปัญหาคงไม่เกิดขึ้น แต่เพราะไม่มีใครยอมประนีประนอม จึงเกิดสถานการณ์วุ่นวายขึ้น ในที่สุด ตำรวจจึงเข้ามาไกล่เกลี่ย และทั้งสองฝ่ายก็บรรลุข้อตกลง และเรื่องก็ได้รับการแก้ไขอย่างสันติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจเชียงรายจับกุมชาวต่างชาติฐานกระทำการอนาจารและข่มขู่เภสัชกร
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศกาลบอลลูนนานาชาติสิงห์ปาร์คฉลองครบรอบ 10 ปี
เชียงราย – โรงแรมสิงห์ปาร์คเชียงรายเตรียมเติมสีสันให้ท้องฟ้าภาคเหนือในช่วงวาเลนไทน์ กับงานฉลองครบรอบ 10 ปี เทศกาลบอลลูนนานาชาติสิงห์ปาร์ค ที่ตั้งใจช่วยยกระดับภาพลักษณ์เชียงรายสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งความรักระดับโลก” งานจัดระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศรวมทั้งความโรแมนติก ความสนุกแบบลุยๆ และกลิ่นอายวัฒนธรรมที่น่าจดจำ เหมาะกับทั้งคู่รัก ครอบครัว และสายเที่ยวจากทั่วไทยรวมถึงต่างประเทศ ที่อยากมาสัมผัส เทศกาลบอลลูนลมร้อนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
10 ปีบนท้องฟ้า: ที่มาของเทศกาลบอลลูนสิงห์ปาร์ค
เทศกาลบอลลูนนานาชาติสิงห์ปาร์ค เกิดจากไอเดียที่นำการท่องเที่ยวเชิงเกษตรมารวมกับวิวธรรมชาติ และความตื่นเต้นแบบงานนานาชาติ สถานที่จัดคือโรงแรมสิงห์ปาร์คเชียงราย พื้นที่กว้าง บรรยากาศเขียวสบายตา มีไร่ชา และทะเลสาบที่ช่วยให้ทั้งวันดูผ่อนคลาย งานครั้งแรกจัดราวปี 2560 แล้วก็กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์เด่นของฤดูท่องเที่ยวภาคเหนืออย่างรวดเร็ว ช่วงเริ่มต้นมีบอลลูนจากไม่กี่ประเทศ แต่หลังจากนั้นงานโตขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจำนวนบอลลูนและกระแสตอบรับ
ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา งานนี้ต้อนรับทีมบอลลูนจากหลายประเทศเกินสิบชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ลัตเวีย, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สเปน, ฟิลิปปินส์ รวมถึงนักบินไทย จากธีมวาเลนไทน์แบบน่ารักๆ ในวันแรกๆ ค่อยๆ ขยายเป็นเทศกาลระดับภูมิภาคที่คนพูดถึง จุดขายสำคัญคือ การปล่อยบอลลูนพร้อมกันยามเช้า, การแสดงแสงสีเสียงช่วงค่ำ ที่ดูอลังการ และกิจกรรมแข่งขันที่มีเงินรางวัลสูง ซึ่งมักมากกว่า 100,000 บาท
หลายปีที่ผ่านมา เทศกาลนี้ผูกกับบรรยากาศแห่งความรักชัดเจน เพราะจัดตรงช่วง 14 กุมภาพันธ์ด้วย กิจกรรมที่หลายคนรอคือ “บอลลูนแห่งรัก” หรือ “บอลลูนเลิฟ” ที่เปิดโอกาสให้คู่รักผู้โชคดี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้จดทะเบียนสมรสหรือต่ออายุคำมั่นสัญญาบนฟ้า ระหว่างลอยเหนือภูเขา หมอกบางๆ และหุบเขาสีเขียวของเชียงราย ในบางปีมีคู่รักราว 14-16 คู่ที่ได้รับคัดเลือก กลายเป็นภาพจำสวยๆ ท่ามกลางบอลลูนหลากสีที่ลอยเต็มท้องฟ้า
สำหรับงานครบรอบ 10 ปีในปี 2026 นับเป็นหมุดหมายใหญ่ ผู้จัดเตรียมบอลลูนลมร้อนมากกว่า 30 ลูก จาก 13 ประเทศ พร้อมโชว์ที่จัดเต็มกว่าเดิม ทั้งดนตรีสด การแสดงวัฒนธรรม และโซนกิจกรรมสำหรับทุกวัย เป้าหมายคือทำให้เชียงรายถูกจดจำในฐานะเมืองแห่งความรักและการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ที่คนอยากกลับมาอีกครั้ง จากฐานแฟนงานที่เพิ่มขึ้นทุกปี
วาเลนไทน์ในไทย: วันสำคัญที่คนอินกันจริง
ในไทย วันวาเลนไทน์ กลายเป็นเทศกาลที่คนคุ้นเคย แม้ไม่ใช่ประเพณีดั้งเดิม แต่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 จากสื่อ การค้า และการเปิดรับวัฒนธรรมสากล คู่รักมักแลกของขวัญกัน เช่น ดอกไม้ ช็อกโกแลต ตุ๊กตาหมี และการ์ดข้อความสั้นๆ ที่เขียนจากใจ หลายคนแอบไปเซอร์ไพรส์กันที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่โรงเรียน
สีแดงที่สื่อถึงความรักและความเป็นสิริมงคลในความเชื่อไทย ถูกใช้ทั้งในการตกแต่งและเสื้อผ้า หลายคนยังนิยมไปจดทะเบียนสมรสที่จุดดังอย่าง บางรัก ในกรุงเทพฯ (ชื่อก็แปลตรงตัวว่า “ย่านแห่งความรัก”) ขณะเดียวกันบางคนก็ไปไหว้ขอพรเรื่องความรักที่ วัดตรีมูรติ เพื่อขอให้เจอคู่ที่ใช่ หรือให้ความสัมพันธ์มั่นคงยาวนาน
วาเลนไทน์ในไทยยังมีไอเดียแปลกใหม่ให้เลือกเยอะ ตั้งแต่งานแต่งงานใต้น้ำในจังหวัดภาคใต้ กิจกรรมกระโดดร่ม ไปจนถึงดินเนอร์โรแมนติกบนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงหลังๆ บรรยากาศก็ยิ่งเปิดกว้างขึ้น และคนเริ่มฉลองความรักในหลายรูปแบบมากกว่าเดิม
การจัดเทศกาลบอลลูนให้ตรงกับวาเลนไทน์ยิ่งช่วยเติมอารมณ์รักให้เชียงราย นักท่องเที่ยวได้ดูการแสดงวัฒนธรรมริมทะเลสาบ รวมถึงการแสดงโขนที่เล่าเรื่องรามเกียรติ์ ควบคู่คอนเสิร์ตจากศิลปินไทย และโซนอาหารที่รวมเมนูท้องถิ่นรสจัดจ้านไว้ครบ เหมาะทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว
งานครบรอบ 10 ปีครั้งนี้ตั้งใจทำให้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตั้งแต่ภาพบอลลูนยามเช้าที่แต่งแต้มท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น ไปจนถึงไฟยามค่ำที่ทำให้ทั้งพื้นที่สว่างไสว พร้อมกิจกรรมพิเศษในวันวาเลนไทน์ ไม่ว่าคุณจะขึ้นบอลลูนกับคนรัก หรือเลือกเดินชมบรรยากาศแบบสบายๆ งานนี้ก็ชวนให้มาสัมผัสเชียงรายในมุมที่หวานขึ้น และน่าจดจำจริงๆ
ขณะที่ สิงหาพาร์ค เตรียมต้อนรับช่วงเวลาสำคัญนี้ ความคาดหวังก็สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะนี่คือการฉลองความทรงจำตลอด 10 ปี และเป็นอีกก้าวของการท่องเที่ยวเชียงรายที่ตั้งใจทำให้คนตกหลุมรักเมืองนี้มากกว่าเดิม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมที่เกิดจากเหตุการณ์ยิงกันที่สถานีขนส่งเชียงราย 2 แล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News
ส.ส.เชียงรายโต้วาทีแก้ปัญหาน้ำพิษ มลพิษทางอากาศ PM2.5 ยา และการซื้อเสียงเรียกร้อง
เชียงราย – เชียงรายจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.แบบคึกคัก ตั้งโจทย์ให้ตอบตรงประเด็นทั้งสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ฝุ่น PM 2.5 ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการซื้อสิทธิขายเสียง เมืองศิลปะ และปัญหาสถานะบุคคล โดย “ช่อ พรรณิการ์” เข้าร่วมและพูดถึงไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบย้อนกลับ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงข้อมูลซื้อเสียงที่รุนแรง ระบุว่าต่อเขตอาจใช้เงินถึง 60 ล้านบาท
วันที่ 20 ม.ค. ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย จ.เชียงราย กลุ่ม Chiang Rai Watch ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักวิชานิติศาสตร์และสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย รวม 55 คนจากหลายพรรค
โจทย์หลักของเวทีเน้นปัญหาสารพิษในแม่น้ำ ยาเสพติดและสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ฝุ่น PM 2.5 การซื้อสิทธิขายเสียง การส่งเสริมเมืองศิลปะ และการแก้ปัญหาสถานะบุคคล
ภายในงานมีผู้สมัครจาก 10 พรรคเข้าร่วม อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคโอกาสใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวหน้า พรรคพลวัต และพรรคปวงชนชาวไทย พร้อมมีผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชน นักศึกษา เข้าฟังและร่วมซักถามเป็นระยะ
ผู้สมัครหลายพรรคเสนอทางออกเรื่องน้ำเสีย ฝุ่น และอาชญากรรมข้ามชาติ
นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคเพื่อไทย มองว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 คล้ายกรณีเหมืองแร่ คือคนไทยรับผลกระทบแต่ได้ประโยชน์น้อย ส่วนการทำเหมืองที่ไม่ได้มาตรฐานและปล่อยน้ำเสีย เชื่อมโยงกับปัญหาทุจริตในเมียนมา และควรคุยกับจีนที่เป็นผู้ซื้อแร่เหล่านั้นด้วย
นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคประชาชน ระบุว่าปัญหาสารพิษในแม่น้ำควรคุยแบบพหุภาคี ระหว่างไทย เมียนมา และจีน พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องมาตรฐานบำบัดน้ำเสียของเหมืองแต่ละประเภท เสนอให้ตรวจสอบที่มาของแร่ให้ชัด และต้องรู้ว่าแรร์เอิร์ทมาจากเหมืองใด ส่งต่อไปที่ไหน
น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคประชาชน เสนอให้หยิบปัญหาฝุ่นข้ามแดนเข้าสู่เวทีอาเซียน และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน พร้อมแสดงความเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังไม่ถูกนำมาใช้จริง
น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมผูกกับเรื่องประชาธิปไตยและความมั่นคงชายแดน จึงต้องใช้การต่างประเทศให้เป็นประโยชน์ และต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นตอของแรร์เอิร์ท โดยระบุว่าไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก เพราะมีการนำเข้าแล้วแต่งแร่ จึงควรถามให้ชัดว่าแร่ที่เข้ามานั้น “สะอาด” แค่ไหน
ในประเด็นซื้อสิทธิขายเสียง น.ส.พรรณิการ์อ้างข้อมูลที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนพบว่า บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีราคาสูงสุดถึงหัวละ 7,500 บาท ส่วนบางพื้นที่อยู่ที่ 2,000 ถึง 3,000 บาท และถ้าซื้อเสียงเพื่อให้ชนะทั้งเขต อาจต้องใช้เงินกว่า 60 ล้านบาท เธอย้ำว่าการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับประชาชน เพราะผู้ที่ทุ่มเงินเพื่อซื้อเสียงมักหวังผลตอบแทนจากตำแหน่ง และเสี่ยงพาไปสู่การทุจริตมากกว่าการทำงานเพื่อคนในพื้นที่
พรรคประชาธิปัตย์ชี้ต้องแก้ที่ต้นตอ ทั้งน้ำเสียและยาเสพติด
นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม่น้ำปนเปื้อนมีต้นตอจากประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ต้องกลับไปจัดการที่จุดเริ่ม โดยใช้กรอบข้อตกลงอาเซียนในการเจรจา และควรมีการจัดการชลประทานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวเชียงราย
ส่วนปัญหายาเสพติดและสแกมเมอร์ เขามองว่าเกี่ยวโยงกัน ต้องมีกฎหมายตรวจสอบที่มาทรัพย์สิน และจัดการบุคลากรที่เป็นอุปสรรค ขณะที่หมอกควันเสนอว่าแก้ได้ด้วยการ “ไม่รับซื้อ” พืชผลที่มาจากพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควัน
นายธนัยรัชต์ ศรีโชติ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคปวงชนไทย เสนอให้ใช้เทคโนโลยีทำ “บัตรสินแร่” เพื่อช่วยติดตามที่มา เรื่องน้ำเสนอแนวทางทำเขื่อนกักเก็บและปรับคุณภาพน้ำ รวมถึงขุดลอกคูคลองและลำน้ำสาขา พร้อมแยกแหล่งน้ำดิบให้ชัด ส่วนยาเสพติดและสแกมเมอร์จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่ไม่เข้าสู่วงจรนี้ สำหรับทุนจีนสีเทาเสนอใช้ AI ตรวจเส้นทางการเงินและลดปัญหานอมินี ด้านฝุ่น PM 2.5 เสนอให้เอาเศษวัชพืชไปทำปุ๋ยหมักหรือพลังงาน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าแก้ฝุ่น PM 2.5 ควรมองเป้าใหญ่ สนับสนุนพลังงานสะอาด เช่น เปิดพื้นที่ว่างให้ลงทุนโซลาร์เซลล์ และผลักดันเกษตรแบบประณีตแทนการปลูกแล้วเผา เพราะการเผาไม่ได้เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
นายสมนึก ใจจักร์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอแนวทางใช้ธรรมชาติลดผลกระทบ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟ 1.8 แสนไร่ มีไม้ใหญ่ช่วยคลุมและดูดซับหมอกควัน พร้อมมองว่าเมื่อคนมีรายได้มั่นคง จะช่วยลดปัญหายาเสพติดได้อีกทาง
นายธเนตร ติ๊บโท๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า หากได้ทำงานจะปรับแหล่งน้ำดิบไปใช้แม่น้ำลาวแทนแม่น้ำกก เพื่อลดความเสี่ยงสารพิษ ส่วนทุนเทาเสนอเพิ่มโทษผู้กระทำผิดและเพิ่มรางวัลนำจับ ขณะที่ปัญหาฝุ่นระบุว่าเชียงรายหลายช่วงไม่มีจุดความร้อนในพื้นที่ แต่ได้รับผลจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 5 พรรคพลวัต กล่าวว่าเชียงรายเคยเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่วันนี้กลับเผชิญมลพิษมากขึ้น เขาอยากเห็นรัฐบาลทำงานแบบเดินหน้า ไม่ใช่ประชุมแล้วจบ พร้อมเสนอให้ภาคการเมืองมีบทบาทมากขึ้น และต้องคุยไปถึงรัฐบาลเมียนมาและจีนเพื่อแก้ที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังมาแรง:
วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน
-
บันเทิง - Entertainment6 days ago
เจนนี่ BLACKPINK ปล่อยโฟโต้บุ๊คสุดเซ็กซี่ ที่ถ่ายไว้ตอนเธออายุ 25 ปี
-
ฟุตบอล6 days ago
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกดาร์บีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยุคคาร์ริค









