เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายเปิดปฏิบัติการ “อากาศสดใส” เร่งลดการสะสม PM2.5 ทั่วจังหวัด
เชียงราย -วันที่ 9 มีนาคม 2026 ที่อนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เปิดปฏิบัติการ “เชียงรายอากาศสดใส” โดยทำงานร่วมกับหน่วยความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลในพื้นที่ พร้อมกันนี้…
เชียงราย -วันที่ 9 มีนาคม 2026 ที่อนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เปิดปฏิบัติการ “เชียงรายอากาศสดใส” โดยทำงานร่วมกับหน่วยความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาลในพื้นที่
พร้อมกันนี้ จังหวัดสั่งปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำและรถพ่นละอองฝอย ออกปฏิบัติการพร้อมกันทั้ง 18 อำเภอ จุดประสงค์คือเพิ่มความชื้นในอากาศ และช่วยลดการสะสมของPM2.5">ฝุ่น PM2.5 ในช่วงที่สภาพอากาศปิด ทำให้ฝุ่นระบายออกได้ช้า
นอกจากการลดฝุ่นแล้ว ปฏิบัติการรอบนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดว่า คนตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงรายไม่อยู่เฉยต่อหมอกควันข้ามแดนและฝุ่นพิษที่พัดเข้ามาปกคลุมจังหวัด โดยเฉพาะช่วงความกดอากาศสูงที่มักกดฝุ่นให้ค้างอยู่ใกล้พื้นนานขึ้น
พบจุดความร้อน 7 จุด เร่งส่งทีมดับไฟคุมสถานการณ์
ศูนย์ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงราย รายงานผลจากดาวเทียมของ Gistda (รอบผ่านเวลา 01:53 น.) พบจุดความร้อนรวม 7 จุด
อำเภอพญาเม็งรายพบ 5 จุด แบ่งเป็น 3 จุดในเขตป่าสงวนคุ้มครอง 1 จุดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และ 1 จุดในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขณะที่อำเภอเวียงป่าเป้าพบ 2 จุดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หลังได้รับรายงาน เจ้าหน้าที่จัดทีมดับไฟเข้าควบคุมพื้นที่ทันที
ค่าฝุ่นในตัวเมืองและชายแดนเริ่มกระทบสุขภาพ
ขณะเดียวกัน สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในอำเภอเมืองเชียงราย แม่สาย และเชียงของ รายงานแนวโน้ม PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น จนอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยเชื่อมโยงกับหมอกควันข้ามแดนที่พัดเข้ามา แล้วสะสมทับถมเหนือพื้นที่จังหวัด
ด้วยสภาพอากาศแบบนี้ จังหวัดเชียงรายขอความร่วมมือประชาชนอย่างเข้มงวด ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 เพื่อช่วยตัดแหล่งกำเนิดฝุ่นในพื้นที่ และลดผลกระทบต่อสุขภาพที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่
เชียงรายเจอหมอกควันหน้าแล้งอีกครั้ง ค่าฝุ่นขยับสูงช่วงต้นมีนาคม
ช่วงต้นมีนาคม 2026 ซึ่งเป็นจุดพีกของหน้าแล้ง หมอกควันกลับมาหนาแน่นในหลายพื้นที่ของเชียงราย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เพิ่มขึ้นจนเริ่มไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ
รายงานแบบเรียลไทม์พบค่าประมาณ 37 ถึง 50 µg/m³ และมักพุ่งสูงขึ้นเมื่อมีการเผามากขึ้น ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ทั้งค่าเฉลี่ยรายปี 5 µg/m³ และค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง 15 µg/m³ อย่างชัดเจน
รูปแบบนี้เกิดซ้ำแทบทุกปี หลายคนเรียกกันว่า “ฤดูหมอกควัน” หรือ “ฤดูเผา” ซึ่งมักเริ่มตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ไปจนถึงเมษายน และเชียงรายมักอยู่ในเส้นทางของควันสะสมพอดี
ผลที่เห็นชัดคือทัศนวิสัยลดลง หลายคนระคายตาและระคายคอ กลุ่มเสี่ยงจึงมักเลือกอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะวันที่หนักๆ ในบางพื้นที่ใกล้เคียง คุณภาพอากาศขึ้นระดับไม่ดีต่อสุขภาพ และพบ ค่า AQI เกิน 150 ในบางช่วงเวลา

ทำไมเชียงรายถึงมีหมอกควันหนักเกือบทุกปี
แหล่งควันมาจากหลายทาง และสภาพอากาศหน้าแล้งช่วยให้ฝุ่นค้างอยู่นานขึ้น
- การเผาซากพืชหลังเก็บเกี่ยว บางพื้นที่ยังเผาตอซังข้าว ข้าวโพด และอ้อย เพื่อเคลียร์แปลงให้เร็ว
- ไฟป่า บางส่วนเริ่มจากการจุดไฟ และบางส่วนลุกลามจนควบคุมยาก โดยเฉพาะพื้นที่เขา
- ควันข้ามแดน ลมพัดพาหมอกควันจากลาว เมียนมา และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสะสม
- มลพิษในพื้นที่เมือง รถยนต์ ฝุ่นถนน และอากาศนิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง อีกทั้งการผกผันอุณหภูมิยังทำให้ฝุ่นถูกกดไว้ในแอ่งและหุบเขา
ยิ่งฝนมาน้อยในช่วงนี้ ควันก็ยิ่งค้างนาน นอกจากนี้ความชื้นต่ำและลมอ่อนยังทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่ดี
ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจที่คนพื้นที่รู้สึกได้
การเจอ PM2.5 สูงทำร้ายสุขภาพได้ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ในภาคเหนือมีคนเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับหมอกควันเป็นประจำทุกปี
อาการที่พบบ่อยคือการติดเชื้อทางเดินหายใจ อาการหอบกำเริบ และภาระต่อระบบหัวใจ เมื่อสะสมในระยะยาว งานวิจัยหลายชิ้นยังเชื่อมโยงการรับฝุ่นต่อเนื่องกับผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก
ด้านเศรษฐกิจ หมอกควันกระทบท่องเที่ยวโดยตรง เพราะวิวหาย กิจกรรมกลางแจ้งยกเลิกง่ายขึ้น ขณะเดียวกันคนทำงานทำงานได้น้อยลง และโรงพยาบาลต้องรับภาระมากขึ้น
แนวทางลดหมอกควันปี 2026 ที่หน่วยงานเร่งเดินหน้า
ปีนี้ หน่วยงานรัฐและความร่วมมือในระดับพื้นที่เพิ่มมาตรการหลายด้าน เช่น
- คุมเข้มการเผาในที่โล่ง ตั้งด่าน ตรวจพื้นที่ และดำเนินการตามกฎหมาย
- สนับสนุนเกษตรแบบไม่เผา พร้อมแรงจูงใจให้ใช้วิธีที่เหมาะกับพื้นที่
- ประสานงานข้ามแดน เช่น ร่วมทำแนวกันไฟกับลาวในพื้นที่ชายแดนใกล้เชียงราย และทำงานต่อเนื่องตามกรอบความร่วมมืออาเซียนเรื่องหมอกควัน
- สื่อสารข้อมูลให้ถี่ขึ้น และขยายการติดตามคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาให้เห็นผลต้องทำต่อเนื่องทุกฤดูกาล เพราะถ้าหยุดเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น จุดความร้อนก็มักกลับมาอีก
ระหว่างนี้ คนเชียงรายจำนวนมากยังต้องพึ่งหน้ากาก และลดกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง หลายคนได้แต่รอฝนปลายเมษายนให้ช่วยล้างอากาศเหมือนทุกปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักวิจัยเชียงรายต้องการให้ปัญหามลพิษในแม่น้ำกกเป็นส่วนหนึ่งของวาระแห่งชาติ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย


