ฟุตบอล
โบโด/กลิมท์ช็อกโลก เปิดบ้านอัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
หนึ่งในผลการแข่งขันที่คนพูดถึงมากที่สุดของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เกิดขึ้นคืนวันอังคารที่ 20 มกราคม 2026 เมื่อ โบโด/กลิมท์ เปิดสนาม Aspmyra Stadion ที่มีหิมะและอุณหภูมิติดลบ เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 แบบที่แฟนบอลหลายคนไม่ทันตั้งตัว
นี่คือฤดูกาลแรกของโบโด/กลิมท์ในรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีก แต่พวกเขาเล่นแบบไม่เกรงชื่อชั้น เจาะจุดอ่อนของทีมเป๊ป กวาร์ดิโอลาได้ตลอดเกม และสะท้อนปัญหาความเปราะบางของซิตี้ในซีซันที่ฟอร์มไม่คงเส้นคงวา
สภาพอากาศหนาวจัด และพื้นสนามหญ้าเทียมเข้าทางเจ้าถิ่นเต็มๆ เกมนี้ยังเป็นชัยชนะครั้งแรกของโบโด/กลิมท์เหนือทีมจากอังกฤษ และเป็นชัยชนะในแชมเปียนส์ลีกของสโมสรนอร์เวย์ครั้งแรกนับตั้งแต่โรเซนบอร์กทำได้ในปี 2007 โดยมีนายกรัฐมนตรี Jonas Gahr Støre ร่วมชมในสนามท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก

ครึ่งแรกมาไว ฮ็อก์กดสองเม็ดในพริบตา
โบโด/กลิมท์เริ่มเกมแบบดุดัน และไม่ปล่อยให้ซิตี้ตั้งหลักนาน นาทีที่ 22 คาสเปอร์ ฮ็อก์ (Kasper Høgh) หัวหอกชาวเดนมาร์กฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับเร็ว ก่อนซัดผ่าน จานลุยจี ดอนนารุมมา เข้าไป หลังแนวรับซิตี้พลาดตำแหน่ง
ถัดมาแค่ 2 นาที ฮ็อก์กดเพิ่มอีกประตู เป็นเบิลแบบรวดเร็ว ทำให้แนวรับทีมเยือนเสียทรง และแฟนเจ้าถิ่นระเบิดเสียงเฮทั้งสนาม
จบครึ่งแรก โบโด/กลิมท์นำ 2-0 จากการลงโทษความผิดพลาดช่วงเปลี่ยนเกมของซิตี้แบบตรงจุด ขณะที่ทีมของกวาร์ดิโอลาดูปรับตัวกับความหนาว และการเพรสสูงที่วิ่งไม่หยุดของเจ้าถิ่นได้ยาก

ฮาวเก้ยิงสุดสวย, เชร์กี้ตีไข่แตก แต่จบที่ใบแดงของโรดรี
ครึ่งหลังความเดือดยิ่งเพิ่ม นาทีที่ 58 เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ (Jens Petter Hauge) ลากบอลขึ้นหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนปั่นไกลเสียบมุมบนแบบหมดจด ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0 จังหวะนี้โรดรีตามไม่ทัน และเกมเริ่มไหลไปทางเจ้าถิ่นชัดเจน
ซิตี้พยายามตอบโต้ทันที นาทีที่ 60 รายาน เชร์กี้ (Rayan Cherki) ที่ลงมาเป็นสำรอง ซัดจากหน้าเขตโทษเข้าไป จากแอสซิสต์ของ นิโก โอไรลีย์ (Nico O’Reilly) ทำให้มีความหวังขึ้นมาชั่วคราว
แต่โมเมนตัมของทีมเยือนอยู่ได้ไม่นาน โรดรีโดนไล่ออก หลังโดนสองใบเหลืองในเวลาเพียง 53 วินาทีจากจังหวะเข้าปะทะที่เสี่ยงเกินจำเป็น ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เหลือ 10 คนในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
ช่วงท้ายซิตี้พยายามบุกกดดัน แต่โบโด/กลิมท์ยืนเกมรับแน่น วินัยดี และไม่หลุดโฟกัส จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางการฉลองแบบสุดเหวี่ยงของเจ้าถิ่น ชัยชนะนัดนี้ถูกพูดถึงทันทีในฐานะอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป

กวาร์ดิโอลายอมรับ ทีมกำลังเจอเรื่องผิดพลาดเต็มไปหมด
หลังเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าผิดหวัง เขาบอกว่าเกมยังสูสีอยู่จนกระทั่งเสียประตูแรก แต่หลังจากนั้น “ทุกอย่างพังในรายละเอียดหลายจุด” และทีมรู้สึกว่า “อะไรๆ ก็ผิดไปหมด” พร้อมย้ำว่าต้องหาทางเปลี่ยนให้ได้
ด้านเออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงชาวนอร์เวย์ของซิตี้ที่เจอกับทีมจากบ้านเกิด ยอมรับตรงๆ ว่าทีมแพ้แบบ “สมควรแล้ว” และเป็นผลงานที่ “ไม่ดีพอ” ความพ่ายแพ้นี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของซิตี้ที่ยังหาชัยชนะในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม และเสียงวิจารณ์เรื่องเกมรับเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับโบโด/กลิมท์ เกมนี้เหมือนการประกาศตัวบนเวทียุโรป เกมรุกที่กล้าบุก กล้ากดดัน นำโดยความคมของฮ็อก์ และจังหวะเด็ดขาดของฮาวเก้ ผสมกับการเล่นเป็นทีม ทำให้พวกเขาคว่ำหนึ่งในทีมระดับท็อปได้แบบชัดเจน

คะแนนนักเตะโบโด/กลิมท์ และสถิติเด่น
| นักเตะ | ตำแหน่ง | ผลงานสำคัญ | คะแนน |
|---|---|---|---|
| Nikita Haikin | ผู้รักษาประตู | เซฟสำคัญ, คุมพื้นที่ดี | 8/10 |
| Brice Wembangomo | กองหลัง | รับแน่น, อ่านเกมดี | 7.5/10 |
| Jostein Gundersen | กองหลัง | ใจเย็นตอนโดนกดดัน | 8/10 |
| Odin Bjørtuft | กองหลัง | ตัดบอลหลายจังหวะ | 7.5/10 |
| Fredrik Bjørkan | กองหลัง | เติมเกมช่วยสร้างจังหวะ | 8/10 |
| Sondre Fet | กองกลาง | แอสซิสต์ให้ประตูของฮาวเก้ | 8.5/10 |
| Patrick Berg | กองกลาง | วิ่งไม่มีหมด, เชื่อมเกมดี | 8/10 |
| Jens Petter Hauge | กองกลาง | ยิงสวย, สร้างโอกาสตลอด | 9/10 |
| Kasper Høgh | กองหน้า | เบิล 2 ประตูใน 2 นาที | 9.5/10 |
| คนอื่นๆ (เฉลี่ยทีม) | – | เพรสหนัก, วินัยดี | 8/10 |
โดยรวมโบโด/กลิมท์มีช่วงที่ครองบอลได้ดี จ่ายบอลขึ้นหน้ามีคุณภาพ และชนะจังหวะดวลสำคัญในแดนกลางหลายครั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเขาเล่นได้เข้าทางกับสภาพสนามและอากาศแบบนี้
คะแนนนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสถิติเด่น
| นักเตะ | ตำแหน่ง | ผลงานสำคัญ | คะแนน |
|---|---|---|---|
| Gianluigi Donnarumma | ผู้รักษาประตู | ช่วยไม่ไหวกับ 3 ประตู | 6/10 |
| Rico Lewis | กองหลัง | รับมือสวนกลับลำบาก | 5.5/10 |
| Rúben Dias | กองหลัง | มีจังหวะหลุดให้เห็น | 6/10 |
| Joško Gvardiol | กองหลัง | ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ | 6.5/10 |
| Rodri | กองกลาง | โดนไล่ออก (2 เหลืองใน 53 วินาที) | 4/10 |
| Nico O’Reilly | กองกลาง | แอสซิสต์ให้เชร์กี้ | 6.5/10 |
| Rayan Cherki | แนวรุก | ยิงประตูตีไข่แตก | 7/10 |
| Erling Haaland | กองหน้า | โดนตัดขาดจากเกม, ไม่มีความคม | 5.5/10 |
| คนอื่นๆ (เฉลี่ยทีม) | – | ยืนตำแหน่งพลาด, เสียบ่อย | 5.8/10 |
ค่ำคืนนี้ของซิตี้จบลงด้วยความผิดพลาดในเกมรับ แดนกลางหลุดหลังโดนใบแดง และเกมรุกที่ไม่คมพอเมื่อถึงจังหวะต้องการประตู
โปรแกรมต่อไป และภาพรวมในกลุ่ม
ความพ่ายแพ้นัดนี้กระทบโอกาสของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในการจบอันดับท็อป 8 ของลีกเฟส แม้ยังมีลุ้นอยู่ ก่อนกลับไปเล่นในบ้านเจอกาลาตาซาราย
ส่วนโบโด/กลิมท์ ชัยชนะเหนือแมนซิตี้ช่วยเพิ่มโอกาสผ่านเข้ารอบแบบชัดเจน และตอกย้ำภาพทีมที่พร้อมสู้กับใครก็ได้ ถ้าเกมเข้าทางและทำตามแผนได้ครบ
คืนหนาวในแถบอาร์กติกพิสูจน์อีกครั้งว่า ชื่อเสียงและงบประมาณไม่ได้การันตีผลการแข่งขัน ถ้าความมุ่งมั่น แท็กติก และการจบสกอร์มาพร้อมกันในคืนเดียว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0
อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1 ที่ซาน ซิโร, ฟอร์มแกร่งในแชมเปียนส์ลีก
ฟุตบอล
เชลซีเอาชนะเร็กซ์แฮม 4-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพ
เชลซีจากพรีเมียร์ลีกเจองานหนักเกินคาดในการไปเยือน Wrexham จากแชมเปี้ยนชิพ เกมนี้เดือดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งพลิกไปพลิกมา และมีจังหวะให้ลุ้นแทบทุกช่วง สุดท้ายทีมเยือนอาศัยคุณภาพและความนิ่งในช่วงต่อเวลา บุกชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
ด้าน Wrexham ที่มีเจ้าของเป็นคนดังอย่าง Ryan Reynolds และ Rob McElhenney สร้างกระแสไปทั่วโลก และเกือบทำเซอร์ไพรส์ใหญ่ในเอฟเอคัพให้ได้แล้ว แต่เชลซีภายใต้การคุมทีมของ Liam Rosenior ยังยืนระยะได้ดี โดยเฉพาะการแก้เกมและพลังจากตัวสำรอง

เหตุการณ์สำคัญในเกม – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาทีที่ 18: Wrexham ออกนำ 1-0 จาก Sam Smith ที่วิ่งสอดไปรับบอลยาวของ Callum Doyle ก่อนยิงผ่าน Robert Sanchez แบบคมกริบ
- นาทีที่ 40: เชลซีกลับมาเป็น 1-1 จากจังหวะลูกตั้งเตะที่ทำให้ Arthur Okonkwo ทำเข้าประตูตัวเอง
- นาทีที่ 78: เจ้าถิ่นนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ Callum Doyle เข้าทำจากจังหวะเตะมุมได้อย่างเฉียบขาด
- นาทีที่ 80+: George Dobson โดนใบแดง ทำให้ Wrexham เหลือ 10 คน และเกมเปลี่ยนทันที
- นาทีที่ 82: Josh Acheampong ซัดไกลสุดสวยให้เชลซีตามตีเสมอ 2-2 พาทีมกลับมาอยู่ในเกมอีกครั้ง
- นาทีที่ 96 (ต่อเวลาพิเศษ): Alejandro Garnacho ยิงให้เชลซีนำ 3-2 จากจังหวะเข้าทำระยะเผาขน หลัง Dario Essugo แทงทะลุแนวรับให้แบบได้ลุ้นเต็มๆ
- นาทีที่ 125 (ต่อเวลาพิเศษ): João Pedro ปิดกล่องเป็น 4-2 ด้วยการยิงมุมแคบอย่างเยือกเย็น การันตีตั๋วรอบ 8 ทีม
แม้ Wrexham จะโดนนำช่วงต่อเวลา แต่ภาพรวมต้องให้เครดิตเรื่องหัวใจและวินัย เพราะพวกเขานำก่อนถึงสองครั้ง และยังสู้แม้เหลือผู้เล่นน้อยกว่า นอกจากนี้ยังมีดราม่า VAR ในช่วงต่อเวลาที่ริบประตูของ Lewis Brunt เนื่องจากล้ำหน้าแบบเฉียดมาก

สรุปสกอร์และรายชื่อผู้ทำประตู
Wrexham (2 ประตู)
- Sam Smith (น.18)
- Callum Doyle (น.78)
Chelsea (4 ประตู)
- Arthur Okonkwo (เข้าประตูตัวเอง, น.40)
- Josh Acheampong (น.82)
- Alejandro Garnacho (น.96)
- João Pedro (น.125)

ตารางคะแนนนักเตะเด่น เชลซี (สรุป)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | จุดเด่นในเกม |
|---|---|---|---|---|---|
| Robert Sanchez | GK | 120 | – | – | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยประคองทีม |
| Josh Acheampong | DF | 120 | 1 | – | ยิงตีเสมอ 2-2 เปลี่ยนโมเมนตัม |
| Alejandro Garnacho | FW | 120 | 1 | – | ยิงประตูขึ้นนำในช่วงต่อเวลา |
| João Pedro | FW | 120 | 1 | – | จบสกอร์ประตูที่ 4 แบบเด็ดขาด |
| Dario Essugo (สำรอง) | MF | 60+ | – | 2 | ลงมาแล้วทำเกมทันที แอสซิสต์สองลูก |
| Liam Rosenior | ผู้จัดการทีม | – | – | – | ปรับเกมและเปลี่ยนตัวได้ผล |
(หมายเหตุ: เป็นสรุปจากผู้เล่นเด่นและเหตุการณ์หลักในเกม)
ตารางคะแนนนักเตะเด่น Wrexham (สรุป)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | จุดเด่นในเกม |
|---|---|---|---|---|---|
| Arthur Okonkwo | GK | 120 | – | – | แม้มีจังหวะทำเข้าประตูตัวเอง แต่ยังเซฟหลายครั้ง |
| Sam Smith | FW | 90+ | 1 | – | จบสกอร์เปิดเกมให้เจ้าถิ่นนำ |
| Callum Doyle | DF | 120 | 1 | 1 | ทำประตูนำครั้งที่สอง และมีส่วนร่วมกับเกมรุก |
| George Dobson | MF | 80 | – | – | ใบแดงช่วงท้าย ส่งผลหนักต่อรูปเกม |
| Lewis Brunt (สำรอง) | DF | 30+ | – | – | มีจังหวะทำประตูแต่โดน VAR ยกเลิก |
ถึงจะแพ้ Wrexham ก็ยังได้เสียงชื่นชมไม่น้อยจากแฟนบอลและสื่อ เพราะเกมนี้สนุก เข้มข้น และมีครบทั้งความผิดพลาด ความกล้า และความหวัง แบบที่แฟนบอลชอบในฟุตบอลถ้วย
หลังจากนี้ เชลซีรอพบคู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศต่อไป ส่วน Wrexham กลับไปโฟกัสเป้าหมายหลักคือการลุ้นเลื่อนชั้นในลีกตามเดิม
ข่าวกีฬายอดนิยม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแน่นในรอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ นัดที่สอง ด้วยการเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดขาดลอย 5-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับอาร์เซนอล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
ชมไฮไลท์การแข่งขัน
เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จัดทัพ “เรือใบสีฟ้า” ลงเล่นแบบไม่ผ่อน หลังจากนัดแรกบุกชนะ 2-0 ที่สเต เจมส์ พาร์ค ซิตี้ยังเดินเกมรุกตั้งแต่ต้น และปิดงานได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนคุมสถานการณ์จนจบเกม

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 7: โอมา มาร์มูช (Omar Marmoush) ยิงให้ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 ด้วยจังหวะจบสกอร์เฉียบคม
- นาทีที่ 29: มาร์มูช กดประตูที่สองของตัวเอง พาทีมหนีเป็น 2-0
- นาทีที่ 32: ติจจานี เรย์นเดอร์ส (Tijjani Reijnders) เติมขึ้นมายิงปิดท้ายครึ่งแรกเป็น 3-0 หลังเจาะแนวรับทีมเยือนสำเร็จ
- นาทีที่ 62: แอนโธนี เอลังกา (Anthony Elanga) ยิงตีไข่แตกให้ นิวคาสเซิล ไล่มา 3-1 แต่ไม่ทันเปลี่ยนเกม
ภาพรวมครึ่งแรก ซิตี้คุมเกมได้ชัด ทั้งการครองบอลและจำนวนโอกาสเข้าทำ ขณะที่นิวคาสเซิลพยายามเร่งในครึ่งหลังและหาจังหวะโต้กลับ อย่างไรก็ตาม ซิตี้ยังยืนระยะได้ดีและไม่เปิดช่องมากนัก ชัยชนะนัดนี้ทำให้กวาร์ดิโอลาเข้าใกล้แชมป์คาราบาว คัพ สมัยที่ 5 และเตรียมดวลอาร์เซนอลในนัดชิงที่เวมบลีย์

สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ผู้ทำประตู | Omar Marmoush (7′, 29′), Tijjani Reijnders (32′) |
| การครองบอล | 65% (โดยประมาณ) |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 18 |
| ยิงเข้ากรอบ | 8 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | สูง |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 2-3 |
แนวรุกของซิตี้ทำงานได้ครบ โดยเฉพาะมาร์มูชที่ร้อนแรงและกดดันแนวรับนิวคาสเซิลตลอดเกม

สถิติทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ผู้ทำประตู | Anthony Elanga (62′) |
| การครองบอล | 35% (โดยประมาณ) |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 7-9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | ต่ำกว่า |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 5+ |
ทีมของเอ็ดดี้ โฮว์ สู้เต็มที่ แต่พอเสียประตูเร็ว เกมรับต้องถอยและเปิดพื้นที่มากขึ้น จึงโดนลงโทษต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก แม้เอลังกาจะยิงได้หนึ่งประตูในครึ่งหลัง แต่สกอร์รวมยังห่างเกินกว่าจะกลับมาได้
วิเคราะห์หลังเกม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ย้ำภาพทีมที่เล่นถ้วยนี้ได้มั่นใจ เกมรุกที่จบคมในครึ่งแรกทำให้รูปเกมชัดตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจบเกม กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์ว่า “เราต้องการคว้าแชมป์ทุกใบ และการเจออาร์เซนอลในนัดชิงจะเป็นการทดสอบที่ดีมาก”
ด้านนิวคาสเซิลต้องยุติเส้นทางป้องกันแชมป์คาราบาว คัพ ลงอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขายังมีภารกิจในพรีเมียร์ลีกและรายการอื่นให้ลุ้นต่อ
ค่ำคืนนี้จึงเป็นอีกเกมที่แฟนแมนเชสเตอร์ ซิตี้จดจำได้ไม่ยาก เพราะทีมเล่นได้ลงตัว และกลับไปยืนบนเวทีรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
ฟุตบอล
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก คว้าชัยชนะอย่างยากลำบากด้วยสกอร์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นปีเดียวที่มิเกล อาร์เตตาพาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้
เกมนี้สะท้อนเสน่ห์ของเอฟเอคัพชัดเจน เพราะทีมรองสู้ไม่ถอยจนเกือบสร้างเซอร์ไพรส์ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาสำคัญยังเป็นฝั่งอาร์เซน่อลที่คมกว่า จึงเอาตัวรอดไปได้
สรุปสกอร์และรายชื่อผู้ทำประตู – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 41: Noni Madueke (อาร์เซน่อล) ยิงโค้งจากนอกกรอบ บอลเสียบมุมบน หลัง Gabriel Martinelli เปิดย้อนมาให้ (นับเป็นประตูที่ 100 ของทีมในฤดูกาลนี้)
- นาที 50: Will Evans (แมนส์ฟิลด์) ลงสำรองแล้วยิงเรียดมุมขวา จากจังหวะบอลหลุดมาถึงเท้าโดยมีจังหวะผิดพลาดจาก Marli Salmon ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1
- นาที 66: Eberechi Eze (อาร์เซน่อล) ลงมาเป็นตัวสำรองก่อนซัดไกลเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมบนซ้าย ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์ป้องกัน
ประเด็นสำคัญในเกม
- อาร์เซน่อลปรับมาใช้แผงหลังสาม และให้ดาวรุ่งวัย 16 ปีลงเล่นพร้อมกัน 2 คน คือ Max Dowman และ Marli Salmon โดยอาร์เตต้าชื่นชม Dowman ว่าเล่นได้ “ยอดเยี่ยม” และมีโอกาสจบสกอร์หลายครั้ง แต่โดนผู้รักษาประตูเซฟไว้
- ช่วงครึ่งแรกแมนส์ฟิลด์เล่นดุดัน ครองจังหวะได้ดี และยิงถึง 11 ครั้ง กดดันทีมเยือนต่อเนื่อง
- นาที 38 Leandro Trossard เจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนออก แต่ทีมยังตั้งเกมกลับมาได้
- เมื่อ Eze ถูกส่งลงสนาม รูปเกมเปลี่ยนทันที เพราะประตูของเขาทำให้อาร์เซน่อลกลับมานำ และคุมเกมจนจบ
- แฟนบอล 9,260 คนช่วยเติมบรรยากาศให้สนามเดือดตามสไตล์บอลถ้วย
จากผลนี้ อาร์เซน่อลยังอยู่บนเส้นทางลุ้นหลายแชมป์ในฤดูกาลเดียว หลังผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และเข้าชิงลีกคัพแล้ว ชัยชนะเหนือแมนส์ฟิลด์จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทีมต้องเก็บให้ได้
สถิติผู้เล่นอาร์เซน่อล (Arsenal Player Statistics, อ้างอิงจากรายงานเกมแบบประมาณการ)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อต | การผ่านบอลสำเร็จ (%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Kepa Arrizabalaga | GK | 90 | – | – | – | 85 | เซฟสำคัญหลายจังหวะ |
| Noni Madueke | FW | 90 | 1 | 0 | 4 | 82 | ยิงสวย, เด่นสุดในเกม |
| Eberechi Eze | MF (sub) | 24 | 1 | 0 | 2 | 90 | ลงมาเปลี่ยนเกมด้วยประตูชัย |
| Gabriel Martinelli | FW | 80 | 0 | 1 | 3 | 78 | ทำแอสซิสต์ให้ประตูแรก |
| Max Dowman | MF (youth) | 90 | 0 | 0 | 3 | 88 | ดาวรุ่ง 16 ปีเล่นโดดเด่น |
| Leandro Trossard | FW | 38 | 0 | 0 | 1 | 80 | เจ็บและถูกเปลี่ยนออก |
| อื่นๆ (รวมทีม) | – | – | – | – | 15 | 87 | ครองบอล 58% |
สถิติผู้เล่นแมนส์ฟิลด์ ทาวน์ (Mansfield Town Player Statistics, อ้างอิงจากรายงานเกมแบบประมาณการ)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อต | การผ่านบอลสำเร็จ (%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Roberts | GK | 90 | – | – | – | 70 | เซฟช่วยทีมหลายครั้ง |
| Will Evans | FW (sub) | 40 | 1 | 0 | 2 | 75 | ยิงตีเสมอให้ทีมกลับมาได้ |
| อื่นๆ (รวมทีม) | – | – | – | – | 12 | 72 | ครองบอล 42% และสู้สุดใจ |
ภาพรวมของเกมนี้ย้ำชัดว่า ต่อให้เป็นทีมใหญ่ก็ประมาทไม่ได้ในบอลถ้วย เพราะทุกทีมพร้อมสู้เต็มร้อย อาร์เตต้าชมทัศนคติลูกทีม และยอมรับว่าแมนส์ฟิลด์ทำได้ดีมาก
ต่อจากนี้ อาร์เซน่อลต้องรอผลจับสลากรอบก่อนรองชนะเลิศในวันจันทร์ ส่วนแมนส์ฟิลด์ปิดฉากเส้นทางเอฟเอคัพปีนี้อย่างน่าภาคภูมิใจ แม้จะพลาดเข้ารอบก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บาร์เซโลนาเอาชนะแอธเลติก บิลเบา 1-0 จากประตูสุดสวยของลามีน ยามาล
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์



